Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Monday, December 17, 2018

Experience Between Observer and Participater



Experience Between Observer and Participater

ประสบการณ์ระหว่าง "ผู้สังเกตการณ์" และ "ผู้ร่วมเหตุการณ์"
ในธรรมเครื่องเห็นเทวดา ที่เรียกว่า..
"ผู้ได้รูปฌานย่อมเห็นรูป"
หรืออีกสำนวนไทย ว่า.."ผู้มีรูปย่อมเห็นรูป"
เป็นทิศที่ 1 ของวิโมกข์ 8 ซึ่งเป็นหลักสูตรประจำพระพุทธคุณที่ว่า..
"อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ"
...ทรงเป็นนายสารถีผู้ฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า.
ตามพระพุทธนิยามใน ข้อ (637) สฬายตนวิภังคสูตร อุปริปัณณาสก์ มัชฌิมนิกาย
พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่ม 14/45
เหตุการณ์การได้ประสบนี้..
เป็นเหตุการณ์ของสติสัมปชัญญะ
ในสถานภาพของ "ผู้ร่วมเหตุการณ์"
ไม่ใช่เหตุการณ์ของ ความรู้สึกที่มาของเวทนาทั้งหลายซึ่งตั้งอยู่กับระบบปสาทรูป
ที่รวมอินทรีย์ทั้ง 5 คือ ตา - จักขุนทรีย์ หู - โสตินทรีย์ จมูก - ฆานินทรีย์
รส - ชิวหินทรีย์ กาย - กายินทรีย์ ไว้ด้วยกันเป็น... "ผู้สังเกตการณ์" แต่อย่างใด
พระพุทธศาสนาค้นพบ "ความทรงจำในการประสบ" นามกาย ที่เรียกเป็น "กายทั้งปวง (สัพพกาย)" ในขั้นที่ 3 ของอานาปานสติสูตร
เป็นกลุ่ม "สัญญา"...ความทรงจำภายในเซลล์ที่ทำงานขึ้นตรงกับสติสัมปชัญญะ
บนฐานของ "อาการะ" ธาตุน้ำใน "มหาภูต 4" ที่แสดงพุทธบัญญัติไว้เรียกว่า..
"ปิตตะทั้ง 2" คือ
พัทธปิตตะ.. ถุงน้ำดี
Gallbladder และ
อพัทธปิตตะ.. ระบบน้ำเหลือง
Lymphatic System
ง่ายๆ ภาษาปัจจุบันก็คือ
อวัยวะที่ใช้ในการเห็นเทวดา ก็คือ สติสัมปชัญญะที่สำเร็จประสิทธิภาพอย่างสูงจาก ถุงน้ำดีและระบบน้ำเหลือง
ทั้งสามารถใช้เห็นผ่านเซลล์ประสาทของตา-จักขุทวาร ได้ด้วย ไม่ใช่ระบบเซลล์ประสาทของตาตามปกติทั่วไป
โดยประสิทธิภาพอย่างสูงนี้ตั้งอยู่บน จิตขณะปฐมฌาน ที่ทรงบัญญัติสั้นๆว่า
"ผู้ได้รูปฌานย่อมเห็นรูป" หรือ
"ผู้มีรูปย่อมเห็นรูป (ทั้งหลาย)"
ซึ่งในขณะรูปฌานนั้น ระบบปสาทรูปที่ทำงานรองรับ ตา - หู - จมูก - ลิ้น - กาย จะอยู่ในสถานภาพ พักหลับทั้งหมด
ซึ่งมีการพักหลับ 3 ระดับ คือ
ระดับเบื้องต้น.. อาทิมิทธสติวิธา
ระดับท่ามกลาง..มัชฌิมมิทธสติวิธา
ระดับลึกสุด... ปริโยสานมิทธสติวิธา
ที่มีนิยามอีกอย่างว่า
อชาคโร นมิทฺธสมาปนฺโน
...แปลว่า การถึงพร้อมด้วยการไม่หลับโดยไม่ใช่ตื่น


No comments: