Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label เทวดา. Show all posts
Showing posts with label เทวดา. Show all posts

Thursday, January 19, 2023

พระพุทธเจ้า ๗ พระองค์ ตลอด ๙๒ กัปกัลป์ ของพระพุทธศาสนา

 

อัตถนิชย์ โภคทรัพย์ 

10 สิงหาคม 2017  


   พระพุทธเจ้า ๗ พระองค์ ประกอบไปด้วย

   1. พระวิปัสสีพุทธเจ้า (สารกัปมี พระองค์)

   2. พระสิขีพุทธเจ้า (มัณฑกัปมี พระองค์)

   3. พระเวสสภูพุทธเจ้า

   4. พระกกุสันธพุทธเจ้า (ภัทรกัป พระองค์)

   5. พระโกนาคมนพุทธเจ้า

   6. พระกัสสปพุทธเจ้า

   7. พระโคตมพุทธเจ้า

   (พระเมตไตรยเป็นอนาคตพุทธเจ้าในภัทรกัปนี้)


มี มหาปทานสูตร ต้นเรื่องปฏิจจสมุปปาท

มี มหาสมัยสูตร ต้นเรื่อง..ธรรมอันเป็นเครื่องเห็นอมนุษย์รองรับ ....

นัยะของพระสูตรแสดงถึงรายละเอียดของภูมิทัศน์

ตลอด ๙๒ กัปกัลป์ ของพระพุทธศาสนา

ที่มาของเหล่า "สาโลหิต"..ชนผู้หลงเหลืออยู่นับจาก

ที่มีกุศลกรรมได้ปฏิบัติธรรมร่วมกันมากับพระบรมโพธิสัตว์ องค์ที่ได้มาตรัสรู้ประจำ

พุทธันดรกัปที่ ๔ นี้

ความผูกพันนี้รวมเป็นหมวดเทวดาสังยุตต์ ...

ถึง ๒,๒๐๐ พระสูตร เลยทีเดียว

 

ผู้ศึกษาแล้วจิตสกปรกมีมลทินจะไม่มีวันรู้เรื่อง

ไม่มีวันเข้าใจ และโง่เขลาอย่างอุบาทว์

เมื่อประกาศความโง่เขลาขึ้นมาลบหลู่

ประวัติศาสตร์ในพระสูตรเหล่านี้

อย่างอเน็จอนาถ ใครก็เยียวยาไม่ได้

ตลอดกาล ครับ.


   

   #มิตรดีสหายดีคือทั้งหมดของการบรรลุธรรม

   ท่านพระอานนท์ กราบทูลพระผู้มีพระภาค ว่า...

   "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี นี้.เป็นกึ่งหนึ่งแห่งพรหมจรรย์    

   เทียวนะ พระเจ้่าข้าฯ"

   พระผู้มีพระภาค ตรัสว่า.....

   "ดูกร อานนท์ เธออย่าได้กล่าวอย่างนั้น เธออย่าได้กล่าวอย่างนั้น ก็ความเป็นผู้มีมิตรดี

   มีสหายดี มีเพื่อนดี นี้.เป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้น ทีเดียวฯ...."

   จาก (๔-๕) อุปัฑฒสูตร มหาวารวรรค สังยุตตนิกาย

   พระไตรปิฎก สยามรัฐ เล่ม ๑๙/๔๕

 

   ภาพประกอบโพสต์ :--

   เจ้าชายสิทธัตถราชกุมาร(๒๙ ชันษา) ออกผนวช โดยมีท้าวสักกเทวราช ประธานบดีแห่ง

   พระอินทร์ทั้งหมื่นโลกธาตุ และ ท้าวฆฏิการพรหมผู้คอยถวายบาตรจีวร จอมเทพและ

   มหาพรหมคู่นี้ เป็น #สาโลหิต คือ #เพื่อนผู้เคยร่วมปฏิบัติธรรมกับพระบรมโพธิสัตว์มาใน

   อดีตชาติ #ครั้งสมัยพระกัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้า ในพุทธันดรกัป ที่ ๓ แล้วบรรลุธรรมเป็น

   อริยะเทพ มาก่อนหน้า

   #ปรากฏการณ์สาโลหิต ของพระพุทธเจ้าประจำพุทธันดรกัปที่ ๔ นี้ คือเรื่องเทวดา และ

   พรหมทั้งหมดในบันทึกพระไตรปิฎก ส่วนผู้เลวทรามต่อธรรมที่ร่วมอดีตชาติก็คือ เรื่อง

   เปรต และสัตวนรกที่บันทึกไว้ในพระไตรปิฎกเช่นกัน

   #ผู้ศึกษาธรรมแล้วไม่มีประสบการณ์ เกี่ยวกับ #ปรากฏการณ์เทวดาพรหมสาโลหิต ก็เพราะ

   ปฏิบัติผิดและไม่เคยมีเพื่อนที่ดีร่วมประพฤติธรรมในอดีต คือไม่มีหลักฐานการบ่มปัญญาบารมี

   มาก่อนเลย นั่นเอง( ครับ.)

 

อัตถนิชย์ โภคทรัพย์  จากพระไตรปิฎก อีกหนึ่งหลักฐาน ประจักษพยานแห่งการบรรลุธรรม

ผู้รู้ที่อธิบายเรื่องเทวดาในพระไตรปิฎกไม่ได้ ทั้งบิดเบือนและสงสัย..ก็เช่นกัน

 

Friday, February 1, 2019

Brahma over Devata : Part 3




Atthanij Pokkasap 


Brahma over Devata : Part 3

พรหม อยู่สูงกว่า เทวดา ตอนที่ ๓


บทฝึก สจิตฺตปริโยทปนํ
The Sacittapariyodapanam Practice
ที่มารปิดบัง มารบิดเบือน และเดียรถีย์กล่าวร้าย !!!

ฌาน ที่มาของ สัมมาสมาธิ ทั้ง ๔ ขั้น
คือบทฝึกจิตให้ขาวสว่างรอบ(สะจิตตะปะริโยทะปะนัง) เกิดจากผลของการฝึกแยก ความรู้สึกของหัวใจ ออกจากอิทธิพลของสมอง โดยเฉพาะสมองส่วนล่างที่ประมวลผลประสบการณ์ของอายตนะประสาททั้งระบบ และทำงานไม่เคยหยุดพักร่วมกับหัวใจ
ความรู้สึก..ที่นำไปใช้แยกความรู้สึกของหัวใจ ออกจากข้อมูลส่วนประเมินผลในสมองส่วนล่าง เป็นความรู้สึกที่เข้าควบคุมลมหายใจออกลมหายใจเข้าได้ นั้น ก็คือ "สติ"

ข้อความจริง..ที่ว่าแยกความรู้สึก...
ก็คือ แยกจิตที่สังเคราะห์กาย ออกจาก จิต ที่กายสังเคราะห์ขึ้นมา !!!
(จิตที่กายสังเคราะห์ คือ ความรู้ทางตา...จักขุวิญญาณ, ความรู้ทางหู..โสตวิญญาณ,
ความรู้ทางจมูก..ฆานวิญญาณ, ความรู้ทางลิ้น..ชิวหาวิญญาณ, ความรู้ทางกาย..กายวิญญาณ)
เป็นการดับ "มโนวิญญาณ"
ที่ปรัชญาการต่อสู้ของพระพุทธศาสนานิกายธ์ยาน(ฌาน)หรือ โยคาจาร ที่ญี่ปุ่นเรียกเป็น
เซ็น(Zen) จีนเรียก ฉานจุง(แต้จิ๋ว "เซี้ยงจง")
ยกย่องไว้สูงสุดนั่นเอง
ความรู้สึกที่สำเร็จจากการแยก...
มีพระพุทธนิยาม นิยามอาการรู้สึกไว้ในพระสูตรใหญ่ๆดังตัวอย่างประกอบภาพโพสต์ที่ได้ถ่ายมาแสดงให้แล้ว ณ โพสต์นี้(ตอนที่ ๓)
ขยายความตามประสบการณ์อีกตามนี้


๑. ทิพยบรรยากาศ ที่ประจักษ์เห็นได้ เป็นความสว่างไสวเจิดจ้า แต่นุ่มนวลตา แสงสว่างอันเป็นทิพย์นี้ เหมือนละอองไหมที่สะท้อนแดด สว่างพราว แต่นุ่มตา ประจักษ์ได้ด้วยตาเปล่า ไม่ต้องหลับตา...เป็นการทำงานสายตรงระหว่างหัวใจกับประสาทตา ไม่ใช้ข้อมูลใดๆจากส่วนสมอง


๒.เสียงเคลื่อนไหวที่ได้ยินทั้งหมดในท่ามกลางทิพยบรรยากาศแห่งพรหมนี้ เป็นเสียงดนตรีทิพย์จากกังสดาล 
ถ้าเป็นบรรยากาศทิพย์ชั้นฉกามาพจรภูมิคือเทวตาสถาน...จะเป็นมโหรี ดีด สี ตี เป่า


๓.จะต้องเผชิญหน้ากับมหาชีวิตที่อาศัยอยู่ในย่านความถี่ นี้โดยตรง ตามระดับชั้น..คือ
กายิกาพรหม อาภัสสรพรหม สุภกิณหพรหม และเวหัปผลพรหม


จิตขนาดใหญ่(มหัคตาจิต..มหัคคตารัมมณา ธัมมา)เหล่านี้...ท่านใช้รองรับปัญญาอันยิ่งใหญ่ ปัญญายิ่งใหญ่ในการเผชิญหน้ากับความจริงของจักรวาล...ไม่มีทางที่จะตั้งอยู่ในจิตที่เล็กและ
สกปรก ที่พล่านกันอยู่ในวิสัยปุถุชน คนทุกวันนี้ได้ครับ....
ผู้ปิดบังธรรมเท่านั้น..คือ มาร
ผู้บิดเบือนธรรมเท่านั้น..คือ มาร
และผู้กล่าวร้ายต่อธรรมทั้งหมด คือ เดียรถีย์
ครับ !!!



Chanasorn Suadprakorn    ซ้ำกับโพส ก่อนหน้าป่าวครับ

Atthanij Pokkasap  โพสต์ก่อนหน้าภาพประกอบหายไป ๑ ภาพสำคัญด้วย..เลยโพสต์ซ้ำใหม่

Chanasorn Suadprakorn    ครับ

Atthanij Pokkasap  จะเห็นว่า ลัทธิจานบิน เป็นทั้งมาร ทั้งเดียรถีย์

Chanasorn Suadprakorn    เลวจริง ๆ


Wednesday, January 30, 2019

Brahma over Devata : Part 2


Atthanij Pokkasap



Brahma over Devata : Part 2

พระพรหม สูงกว่า เทวดา ตอนที่ ๒


มรรคา และสถานะแท้จริงของ พรหม นั้นถูกค้นพบและเปิดเผย โดยพระพุทธเจ้า แล้วแสดงต่อ พราหมณ์ ที่อ้างตัวว่า สืบเผ่าพันธ์มาแต่พรหม แต่ ไม่รู้ ที่มาและความเป็นไปของพรหม
พรหม เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูง(มหาชีวิต) ในทฤษฎีวิวัฒนาการทางจิต ตามการค้นพบของพระพุทธศาสนา เป็นสิ่งมีชีวิตที่ประกอบด้วยจิตวิญญาณมีอิสรภาพเหนือประสบการณ์ทางอายตนะสามัญของมนุษย์ปกติ มี ๒ กลุ่มระดับ
ได้แก่ รูปพรหม และ อรูปพรหม
เป็นปรากฏการณ์สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่กับแสงสว่างในแสงสว่าง
ในสถานะของสิ่งมีชีวิต เปรียบเทียบกับปฏิบัติการโยคะเพื่อการพิสูจน์ค้นพบ สามารถเปรียบเทียบได้ ดังนี้


รูปพรหม ชั้นที่ ๑ มหาพรหมา
สถานะของสิ่งมีชีวิต เท่ากับ "กายิกาพรหม(Kayikabrahma)"
แปลว่า "ผู้มีหมู่อันประกอบเป็นรูป"
มีสนามพลังงานรองรับทางกายภาพ เทียบเท่ากับสนามรองรับ
ดาราจักร(Galaxy...แสนโกฏิโลกธาตุ)
มีปริศนา พรหมเพศหญิงในการค้นพบของพระพุทธศาสนา ที่นักการศึกษาไทยละเลยคือ
กลุ่มพรหมเหล่า มนาปกายิกา ที่แสดงถึงสตรีเพศบรรลุสมาธิสูงกว่าบุรุษเพศได้
ในขณะครองเรือนด้วย
= ฌาน ขั้นที่ ๑(ปฐมฌาน)ในสัมมาสมาธิ
(=ผู้ได้ปฐมฌาน ต้องเห็น "กายิกาพรหม" ด้วยตามกฎ "วิโมกข์ ๘" ที่ ผู้มีรูป ย่อมต้องเห็นรูป)
การเข้าสมาบัติในสมาธิชั้นนี้ เรียกว่า
"เนกขัมมสุข"...แปลว่า สุขอันเกิดจากการหลีกเร้นกาม"


รูปพรหม ชั้นที่ ๒ อาภัสสรพรหม(Abhassarabrahma)
แปลว่า " ผู้ยังแสงสว่างให้อุบัติขึ้นด้วยเหตุแห่งการเคลื่อนไหว"
เป็นชั้นลี้ภัยของมนุษย์เมื่อดาราจักร หรือระบบสุริยจักรวาลล่มสลาย ดังคำบอกเล่าของพระพุทธเจ้าใน "อัคคัญญสูตร"
= ฌาน ขั้นที่ ๒(ทุติยฌาน)ในสัมมาสมาธิ
ผู้ได้หรือบรรลุทุติยฌาน ต้องประสบเห็น อาภัสสรพรหมด้วย
การเข้าสมาบัติในสมาธิชั้นนี้ เรียกว่า
"วิเวกสุข"...แปลว่า สุขอันเกิดจากความสงัด


รูปพรหม ชั้นที่ ๓ สุภกิณหพรหม(Subhakinahabrahm)
แปลว่า "ผู้ส่องสว่างรุ่งเรืองด้วยความงดงาม"
= ฌาน ขั้นที่ ๓ (ตติยฌาน)ในสัมมาสมาธิ
ผู้ได้และบรรลุสมาธิชั้นตติยฌาน ต้องประสบเห็น สุภกิณหพรหม นี้ด้วย
การเข้าสมาบัติในสมาธิชั้นนี้ เรียกว่า
"สมาธิสุข"


รูปพรหม ชั้นที่ ๔ เวหัปผลพรหม(Vehapphalabrahma)
แปลว่า "ผู้มีผลส่องสว่างรุ่งเรืองตลอดฟ้า"
คล้ายเป็นพวก...กลุ่มกาแล็กซีขนาดใหญ่..
= ฌาน ขั้นที่ ๔(จตุตถฌาน) ในสัมมาสมาธิ
ผู้ได้และบรรลุจตุตถฌานนี้ ต้องประสบเห็น เวหัปผลพรหม นี้ด้วย เช่นกัน

ในอานาปานสติสูตร... ปรากฏการณ์ทางกายภาพของผู้บรรลุและประสบเวหัปผลพรหม
ก็คือ ขั้นที่ ๔ ของการหายใจที่สูตรกล่าวว่า "กายสังขารสงบรำงับ"...หายใจผ่าน
กระบวนการเมตาโบลิสม์ภายในเซลล์เองได้เองแล้ว
การเข้าสมาบัติในสมาธิชั้นนี้ เรียกว่า
"สัมโพธิสุข"...แปลว่า สุขอันเกิดแต่การรู้แจ้ง

ในสมาธิแต่ละชั้นดังกล่าว..
เป็น "สุขขณะปัจจุบัน" ที่พระพุทธศาสนาพูดถึง
ผู้เข้าสมาบัติได้ในแต่ละชั้น ชื่อว่า
"ทักขิไณยบุคคล"
เพราะ อานุภาพสมาบัติ สามารถบันดาลอานิสงส์บุญทานทั้งหลายของผู้มาทำถวายในขณะออกจากสมาบัติให้ได้ผลตามอธิษฐานสมปรารถนา เมื่อลับตา หรือคล้อยหลัง...ไปแล้วในพริบตานั่นเอง
เมื่อขยายดวงจิตแห่งพรหม จากขนาดใหญ่โดยธรรมชาติ คือ" มหัคคตารัมมณา ธัมมา"
เป็น "อัปปมาณารัมมณา ธัมมา"...ไม่มีขอบเขต ไม่มีประมาณ
ก็จึงเป็นที่มาของ "วิหารแห่งพรหม"..อันเป็นที่ตั้งแห่งความเป็น "ผู้ใหญ่"
ที่ นักปราชญ์กำมะลอของไทย นำมาใช้แอบอ้างสร้างระบบอุปถัมภ์เอาเปรียบสังคมขึ้น

ชื่อเต็มๆของ มหาพรหม ผู้ประกอบด้วยดวงจิตไร้ขอบเขต หาประมาณมิได้นี้คือ
ฌานขั้นที่ ๑. เมตตาเจโตวิมุตติ
แปลว่า จิตอันหลุดพ้นไปจากข้อมูลของระบบอายตนประสาทอย่างสิ้นเชิงแล้วเปี่ยมเต็มไปด้วยความสงสารอ่อนโยนต่อสรรพสัตว์

ฌานขั้นที่ ๒. กรุณาเจโตวิมุตติ
แปลว่า จิตอันหลุดพ้นไปจากข้อมูลของระบบอายตนประสาทอย่างสิ้นเชิง แล้วประกอบไปด้วยความตั้งใจช่วยเหลืออย่างอ่อนโยน ต่อสรรพสัตว์
พระโพธิสัตว์ทั้งหลายที่เป็นสัญลักษณ์อารมณ์ของพระพุทธเจ้า อุบัติไปจาก ฌานของพระพุทธเจ้าชั้นนี้เอง โดยเฉพาะ...พระอวโลกิเตศวร หรือ เจ้าแม่...กวนอิม !!!

ฌาน ขั้นที่ ๓. มุทิตาเจโตวิมุตติ

ฌาน ขั้นที่ ๔. อุเปกขาเจโตวิมุตติ
เจโตวิมุตติ...จิตใหญ่ที่เป็นอิสรภาพเหนือระบบอายตนประสาทปกติ...
ถูกปราชญ์ผู้คิดคด ทรยศคำสอนตรงของพระพุทธเจ้า...
มันตัดออกจนคนรุ่นหลังก็เชื่อตามๆกันมาว่า...
พรหม คือผู้ใหญ่ ประกอบด้วย
เมตตา-กรุณา-มุทิตา-อุเบกขา พอ
ไม่ต้องมีศัพท์เทคนิคต่อท้าย
ก็เพื่อมัน พวกมันจะได้เอามาสร้างระบบอุปถัมภ์อันเลวทราม เอารัด เอาเปรียบสังคมกลุ่มอื่นๆ
จน..ร่มพระบรมโพธิสมภาร วินาศ ฉิบหายวายวอด ในวันนี้ นั่นเอง.
!!!!!




Jaruvat Chanposri    ชัดเจนครับอาจารย์


Prirot Meepa    แสดงธรรมมีปาฏิหารย์ .ครับ


Atthanij Pokkasap  ใช่ครับ "คุณธรรม" ที่ภาษาไทยมันเอาไปใช้ ต่ำเละเทะครับ "คุณธรรม"ในพระพุทธศาสนาท่านหมายถึง การฝึกจิตมาถึงขั้น "เสพสุขอันเป็นปัจจุบัน" คือ...สุขในฌานสมาบัติและอภินิหารจากสมาบัตินี้ต่างหาก ที่พระบาลีเรียกว่า "คุณธรรม"...ครับ


Sura Roy    ท่านกล่าวว่าควรยินดีและชื่นชม...แต่ปัจจุบันมีคนบอกว่าอวดอุตริ....ผิดถึงขั้นปาราชิก.


Atthanij Pokkasap  คนแบบนั้นต้องกำจัดทิ้งด้วยอำนาจ " ฌานวิสัย" เด็ดขาดครับ...เพื่อพิทักษ์ความจริงแห่งธรรม....คุรุที่ไปถ่ายทอดเผยแผ่ธรรมที่ธิเบต..เรียกอำนาจพิทักษ์ความจริงแห่งธรรมนี้ว่า "ยิดัม" ครับ


Atthanij Pokkasap  ตอนนี้ ลองกลับไปอ่าน..ปฐมสมโพธิ ตอน มารพันธปริวัตต์...จะเข้าใจดีขึ้น..พวกนี้เอง คือ "มาร" ที่มาปิดบังธรรม แล้วก็มี มาร ที่บิดเบือนธรรม พวกที่กล่าวร้ายธรรมนั้น ท่านเรียก พวกเดียรถีย์ ครับ !!!


Atthanij Pokkasap  "ผู้ไม่เหินห่างฌาน ได้ชื่อว่า ผู้ปฏิบัติตามคำสอนเราตถาคต"....ยังหา..บทต้นกำเนิดที่มา ไม่เจอ ครับ.. เด๋วคงได้เปิดเผย ตีแผ่... พวกมารปิดบัง.. พวกมารบิดเบือน และพวก..เดียรถีย์ ที่กล่าวให้ร้ายคำสอน กัน ครับ


Chanasorn Suadprakorn    เอาด้วย ๆ ว่าง ๆ อ่านพระไตรปิฏก จากเว็บ 8400 ดีกว่า


พรหม อยู่สูงกว่า เทวดา




Atthanij Pokkasap 



Brahma over Devata : Part 1

พรหม อยู่สูงกว่า เทวดา



สถานภาพของพรหม แสดงถึงสภาวะจิตที่สูงส่งมีอิสรภาพ เหนือการครอบงำของประสบการณ์ทางอายตนะ(ตา หู จมูก ลิ้น กาย)

สังคมไทย ชอบนำความสูงส่งทางสภาวะจิตที่เป็นอิสระพ้นไปจากระบบอายตนะทั่วไปชี้นำ นี้ว่า เป็นความถึงความเป็นผู้ใหญ่ เป็นคติคำสอนที่มาของ ระบบอุปถัมภ์ อันเหลวแหลกเละเทะของสังคมไทยทุกยุคทุกสมัย
เพราะ การอุปถัมภ์ โดยอาศัยข้อมูลทางใจที่พ้นไปจากการครอบงำของข้อมูลทางอายตนะ
คนแก่ไทย คนมียศศักดิ์สูงใหญ่ในสังคมไทย ไม่เคยพัฒนาปัญญาเรียนรู้ ความหมายของพรหม ตามนิยามเป็นจริงของโบราณ
พรหม...ตามคติไทย จึงเป็นคติความเชื่อที่บิดเบือนคติความจริงของพระพุทธศาสนา จนทำให้เกิดระบบอุปถัมภ์ข้ามขั้นตอน เป็นความเชื่อที่ผิดและเลวทรามอย่างที่สุด


พรหม เหนือกว่าเทวดา อย่างไร ?
เทวดา นั้น เป็นมหาชีวิต..มีสภาวะจิตอาศัยระบบอายตนะอันเป็นทิพย์ คือ อาศัยข้อมูลทางอายตนะที่ละเอียดอ่อนมากๆ ความประณีตละเอียดอ่อนมากๆที่ว่า "ทิพย์" นี้ เป็นที่มาของ....
หิริ = ความละอายต่อบาป, ความเคารพตนเอง และความรู้จักหน้าที่ตนเอง ตามจารีต ประเพณี วัฒนธรรม และตามกฎหมาย
โอตตัปปะ = ความสะดุ้งกลัวต่อบาป, ความเคารพผู้อื่น เคารพสังคม และความรู้จักหน้าที่ของตนเองที่พึงเอื้อเฟื้อต่อ จารีต ประเพณี วัฒนธรรม และต่อกฎหมาย


เพราะความสิ้นคิดไร้ปัญญา
เชื่อถือตามๆกันมาผิดๆ ไม่รู้ว่า...
เทวดาคือหน้าที่ตามธรรม(หิริโอตตัปปะ)คุ้มครองสังคม คุ้มครองโลก(โลกปาลธรรม) ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องยาก
มันจึงสร้างคติความเชื่อ...
ข้ามหัวเทวดา อวดอ้างตัวเป็นพรหมกันหมด
ตามสันดานระยำ...
คือ ชอบความเป็นใหญ่ แต่ไม่รู้หน้าที่
ระบบอุปถัมภ์ ที่มาจากพรหม...ด้วยความเชื่อผิดๆนี้เอง ทำลายสังคมไทย ทำลายความมั่งคั่งทั้งหมดของสังคมไทย
ความเหลวเละในสังคมไทยวันนี้
ใครและระบบใดๆมันก็แก้ไขไม่ได้ทั้งสิ้น
ถ้ายังไม่กำจัดความเชื่อบัดซบของพวกพรหมกากที่สร้างระบบอุปถัมภ์ไร้สมอง
เหล่านี้ออกไปจากสังคมไทย
เทวดายังเป็นไม่ได้...
สะเออะยกตัวว่าเป็นพรหม
ฉิบหายสูญชาติไปเลยเถอะครับ
เมื่อยังมีคติความเชื่อแบบผิดๆมากมาย
อยู่อย่างนี้


บุ๊ง ฟิสิกส์    สนับสนุน ถูกใจ


Seree Moto    คนทุกวันนี้ไม่รู้จักใช้ อุเบกขา ใช่ไหมครับ


Atthanij Pokkasap  เปล่าเลย..

มันไม่รู้หน้าที่ของความเป็นคนของมันเองต่างหากละครับ


Monday, January 21, 2019

เทวดา คือรายละเอียดของภูมิทัศน์ของปฏิจจสมุปปาท




Atthanij Pokkasap 


โลกของสาวๆ ที่บรรยากาศ
อบอวลไปด้วย กลิ่นหอมแป้งร่ำ
และน้ำอบไทย
กับ เสียงมโหรีจากเครื่องดนตรีดีด สี ตี เป่า
นั่นคือ สวรรค์บนแดนดิน
ซึ่งสังคมไทยที่ยึดติดประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิม
เท่านั้น เนรมิตขึ้นมาได้
โลก..เป็นรมณียสถาน อันน่ารื่นรมย์
อย่างนี้เอง !!!
เสียดาย...
ที่ต้องกลับไปอยู่ในอีกทิพยบรรยากาศ...
อันประกอบด้วย..มโหรี จาก กังสดาล ล้วนๆ
ที่ไพเราะยิ่งกว่า รื่นรมย์ยิ่งกว่า และประณีตล้ำยิ่งๆกว่า !!!
รู้ไว้ด้วยนะครับ...
สรวงสวรรค์ ฉกามาพจรภูมิ และแดนพรหม...
เครื่องทิพยดนตรี ต่างกัน ดังกล่าวข้างต้น
แล้ว นี้แล ฯ




Atthanij Pokkasap  เนื้อหาของพระพุทธศาสนาเอง ไงครับ
เทวดา คือรายละเอียดของภูมิทัศน์ของ ปฏิจจสมุปปาท...ของพระพุทธเจ้าตอนที่พระองค์ได้

บุพเพนิวาสานุสสติญาณ ครับ



Friday, January 11, 2019

กักลมอัสมิตา คือการจัดระเบียบสมมาตรของระบบน้ำเหลือง..ภูมิคุ้มกันธรรมชาติของร่างกาย




Atthanij Pokkasap  


ถูกต้องเลย... อยากให้สัมผัสด้วยตนเองจริงๆ ไม่ใช่หฟังแต่อาจารย์ถ่ายทอด

กักลมอัสมิตา คือการจัดระเบียบสมมาตรของระบบน้ำเหลือง..ภูมิคุ้มกันธรรมชาติของร่างกาย ในการค้นพบของ
พระพุทธศาสนาเนียกระบบน้ำเหลืองนี้ว่า น้ำดีแบบไม่เป็นฝัก 
เกี่ยวกับ สติ...การเห็นคลื่นของจิต ครับ




อรรถพล อรรถาเพ็ชร   ในทางสายต่อสู้ก็จะจับจิตที่แผ่ออกมาของคู่ต่อสู้ได้ก่อนทำให้รับรู้ได้ล่วงหน้าด้วยขอรับ....วันนี้กระผมลองกักลมรวมจิตแล้วหลับตาฝึกดวลกระบี่ก็รับรุกได้สบายแบบในคลิปที่เพิ่งลงไปนี่ล่ะขอรับ


อรรถพล อรรถาเพ็ชร   ความรู้สึกต่างๆก็ไวขึ้น...ตอนนี้เลยเริ่มจะมาสนใจทางแพทย์ขึ้นมาล่ะขอรับ...เร็วๆนี้ว่าจะเริ่มศึกษาจริงจังดู


Atthanij Pokkasap  คลื่น...คือปรากฏการณ์แสงสว่าง พุทธเรียก "ทิวะ(Diva)"....ทิวะ นี้เอง ที่แผลงมาเป็น "เทวะ(Deva)" เทวดา คือสิ่งมีชีวิตในโลกของคลื่น
ปรากฏการณ์ของคลื่น...คือแสงสว่างความถี่ต่างๆ...พระพุทธศาสนาเรียกว่า "ทิวะ(Diva)"..ไทยแปลว่า กลางวัน แต่ ปรากฏการณ์คลื่นของจิต ก็คือ คลื่นชีวิต ระดับต่างๆ พระพุทธศาสนา จึงแผลง ทิวะ เป็น "เทวะ(Deva)"...คือ เทวดา


Wednesday, January 2, 2019

ภูมิประวัติ "พุทธสาโลหิต"...ท้าวสหัมบดีพรหม...




Atthanij Pokkasap 


ภูมิประวัติ ท้าวสหัมบดีพรหม
"พุทธ...สาโลหิต"
ตัวอย่าง ขยายความ
หลักฐานชั้น พระไตรปิฎก(พระบาลี) ;
เทวดา และเหล่า ทิพยกาย
อทิสมานกาย ในพระพุทธศาสนา ที่...
ท่านที่อยากรู้...
ต้องทำความเข้าใจเงื่อนไขบางประการดังนี้..


ประสบการณ์ทางจิต...อย่างนี้ จะมีกันทุกๆชาวพุทธที่มุ่งปฏิบัติบทฝึกตน "สจิตฺตปริโยทปนํ"...การทำจิตให้ขาวสว่างรอบ ตามรอยกรรมฐานที่ถูกต้อง ทุกท่าน...
ทุกท่านที่ฝึกบำเพ็ญสมณธรรมอย่างทุ่มเทจริงๆ ต้องได้พบ "สาโลหิต".. คือ เพื่อนที่เคยปฏิบัติธรรมร่วมกันมาในอดีตชาติ...แล้วท่านเหล่านั้นบรรลุธรรมล่วงหน้าไปก่อน...
เมื่อปฏิบัติถึงระดับหนึ่ง
ท่านเหล่านั้นก็จะปรากฏองค์ ..มาบอกธรรมขั้นสูงให้ ไปตามขั้นตอน...
หมวดเทวดาสังยุตต์ในพระไตรปิฎก...ก็คือ "สาโลหิต"...ของพระพุทธเจ้าสมัยพระองค์ยังเป็นพระบรมโพธิสัตว์...ครับ


พิสูจน์ได้ครับ..แต่...
ในวิธีการ...ท่านผู้อยากพิสูจน์ รู้วิธีการพิสูจน์กันตามอยากหรือเปล่า...เหมือนห้องปฏิบัติการนิวเคลียร์ฟิสิคส์...ท่านที่จะใช้ห้องปฏิบัติการได้ ต้องมีความรู้ด้านนิวเคลียร์ฟิสิคส์มากมายนะครับ...ไม่ใช่ไอ้บ้าไหนก็ไปท้าพิสูจน์ได้...
ครับ



Atthanij Pokkasap  เราถูกสอนให้ตีความ "ธรรมะ" โดยไม่คำนึงถึงหลักฐานที่เกี่ยวข้องสอดประสานกันในเชิงปฏิบัติ จนเป็นการปฏิเสธ...และแสดงความไม่ซื่อสัตย์ต่อคำสอนของพระพุทธศาสนามามากมายเกินพอแล้ว... ครับ


Atthanij Pokkasap  หนักเข้าถึงขั้นปรามาส พระไตรปิฎกว่าผ่านการคัดลอก ตกหล่นบิดเบือน...ทั้งที่ไม่เคยศึกษาพระไตรปิฎก... ฝึกสอนให้โกหก และกล่าวร้ายหลักฐานทางธรรมชั้นออริจินัล อย่างหน้าด้านๆ...


เคารพ นิติเสถียร    ขอบคุณคับอจ.ขอแชร์ด้วยคับ


Panu Wongpanuvut    ท้าวสักกะลงมาบอกธรรมนางนกยางสุชาดา