Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label ผู้ลำดับเวลา. Show all posts
Showing posts with label ผู้ลำดับเวลา. Show all posts

Monday, January 16, 2017

86.Breaking Dharma PART 85





Breaking Dharma PART 85...!!!
....



วันเสาร์ ที่ ๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๗
วันนี้ เป็นวันพระ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๔


กำเนิด * อานาปานสติสมาธิ* ตอนที่ ๔


ความเดิมตอนที่แล้ว (PART 84)

พระพุทธศาสนาได้สร้างประสบการณ์การค้นพบ
โดยการนำช่วงเวลาหายใจเข้า และหายใจออกที่ถูกจัดระเบียบให้มีช่วงเวลาขนาด ๑๐ ตัวอักษร
ไปใช้ทำสูตรคำนวณเวลาที่เป็นรากฐานที่มาของวิชาโหราศาสตร์ไทย 
คือ เมื่อหายใจได้เป็นระเบียบแล้ว (ผลของระเบียบ ทำให้เกิด ปรากฏการณ์ภายในสรีระร่างกาย เรียกว่า "ปราณ")
ก็นำผลของระเบียบไปสัมพัทธ์กับเงาหัว (เงาของร่างกายที่เกิดจากแสงสว่างของดวงอาทิตย์ตอนกลางวัน และ
เกิดจากดวงจันทร์ตอนกลางคืน) ทำให้เกิดมาตรานับปริมาณเวลาแล้วนำมาสร้างสูตรคำนวณในระดับสูงต่อไป

(หมายถึง หายใจเข้า นับ ก.ไก่ ข.ไข่ ไล่ไปช้าๆที่ละตัวจนครบถึง ตัว ช.ช้าง 
เรียกว่าเป็น ๑๐ ตัวอักษร แล้วหายใจออกก็เป็นแบบหายใจเข้า   
จนเมื่อลมหายใจเป็นระเบียบเสมอต้นเสมอปลายแล้ว
ก็จึงจะไปฝึก"อานาปานสติสมาธิ ขั้นต่อไป)


ความรู้อันเนื่องด้วยกาย (กายานุปัสสนา) คือความรู้พื้นฐานเรื่องเวลาในภายนอก ได้เกิดขึ้นก่อน 
แล้วท่านก็ค่อยๆให้ระเบียบลมหายใจพื้นฐานนี้พัฒนาเข้าไปสู่ความรู้เรื่องเวลา
อันเป็นไปภายในของสรีระร่างกายตามขั้นตอนต่อไป

(จากวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าที่ค้นพบโดยท่าน อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ในต้นคริสตศตวรรษที่ 20  
ทำให้เราได้รับรู้ความหมายเปรียบเทียบการค้นพบของพระพุทธศาสนาแล้วว่า  
เวลา คือ ลำดับเหตุการณ์ในอวกาศ และ จิต ก็คือ ผู้ลำดับเวลา   
ซึ่งถ้าไม่มีความหมายจากการค้นพบของวิทยาศาสตร์มาเปรียบเทียบ 
เรา..จะไม่รู้ความหมายแท้จริงเลยที่พระพุทธศาสนาบอกว่า  "เวลา เกิดจาก ปฏิจจสมุปปาท"  
ตามที่ท่านพระนาคเสน วิสัชนาถวาย พระเจ้ามิลินทราช ใน พ.ศ.๓๙๒)


มาทำความเข้าใจใน ปฐมบท ของ อานาปานสติสมาธิกันต่อ..

ภิกษุนั้น ย่อมมีสติ หายใจเข้า มีสติหายใจออก
เมือ่หายใจเข้ายาว ก็รู้สึกหายใจเข้ายาว
เมื่อหายใจเข้าสั้น ก็รู้สึกหายใจเข้าสั้น




ถอดความ ขยายเคล็ด ;

อะไร คือ มีสติหายใจเข้า มีสติหายใจออก ?

ตอนเริ่มต้นฝึกการมีสติ จากผลงานการสร้างมาตราหน่วยเวลาที่สัมพันธ์กับการหมุนรอบตัวเองของโลก 
(โหราศาสตร์เรียก อันนี้ว่าเวลาภายใน..อันโตนาที ยังเป็นคนละอันกับภายในจิต ยกไว้ก่อน)
และการหมุนรอบดวงอาทิตย์ (โหราศาสตร์ไทยเรียกอันนี้ว่า เวลาภายนอก..พหินาที หรือ พหิรนาที) 
นั่นก็คือ คณนา..การนับ  เพื่อให้ทั้งหายใจเข้า และหายใจออก ถูกกำหนดด้วยช่วงขนาดที่เหมาะสม 
คือ ๑๐ ช่วงตัวอักษร (ไม่ใช่บริกรรม อย่านำไปสับสน  เพราะอยู่ในช่วงการฝึกจัดระเบียบลมหายใจ)

การฝึกจัดระเบียบลมหายใจเข้า+ออกให้เป็นระเบียบสม่ำเสมอนี้
"นายขยะ" มักถ่ายทอดด้วยสำนวนว่า "การตั้งใจหายใจ"
เมื่อฝึกประจำแล้ว จะเริ่มสะสมสติ เมื่อสติปรากฏ...ลมหายใจเข้า+ลมหายใจออก จะมีลักษณะเป็นระเบียบ สม่ำเสมอ 
เรียกว่า มีลมหายใจมั่นคง เริ่มเข้าสูตร..ตามที่ท่านพระสารีบุตรอธิบายไว้ในปฏิสัมภิทามรรค คือ..
จิตมั่นคงดีในวัตถุใด สติย่อมปรากฏดีในวัตถุนั้น
สติปรากฏดีในวัตถุใด จิตย่อมมั่งคงดีในวัตถุนั้น

กว่าจะได้จิต กว่าจะได้สติ...ครับ  เราต้องใช้เวลาทำลมหายใจเข้า+ลมหายใจออกให้เป็นระเบียบ สม่ำเสมอ 
นาน...พอสมควรเลยล่ะ
พอสมควรขนาดนำประกอบประสบการณ์เรียนรู้เรื่องเวลา..ลำดับเหตุการณ์การหมุนที่เป็นสัมพัทธ์ของโลก 
ระหว่างหมุนรอบตัวเองและหมุนรอบดวงอาทิตย์ ครับ..!!!

เป็นความรู้เรื่องเวลาว่าด้วยระบบ จันทรคติ และสุริยคติ
และในภายในสำนัก..ปฏิบัติการโยคะ ก็จะเริ่มเรียนรู้เวลาภายในสรีระ
ว่าด้วยระบบเดียวกับที่เรียนรู้เวลาของโลก
นั่นคือ เวลาที่อยู่ในจิตสำนึกกลางคืนที่โบราณาจารย์ท่านเรียกว่า "จันทระกลา"
และ เวลาที่อยู่ในจิตสำนึกกลางวัน ที่โบราณาจารย์ท่านเรียกว่า "สูรยะกลา"

การมีสติหายใจเข้า มีสติหายใจออก..เรารู้ว่ามีสติ 
เพราะลมหายใจถูกจัดระเบียบเป็นความมีระเบียบที่เสมอต้นเสมอปลาย คือ สม่ำเสมอ ด้วย
(ลมหายใจที่ไม่สม่ำเสมอ คือลมหายใจที่ไหลไปตามอารมณ์ ตามจริตต่างๆ ไม่มีสติ ครับ)
สติ เพราะ มีระเบียบสม่ำเสมอ
จิต เพราะมั่นคง และรู้ด้วยว่า มั่นคงเพราะสม่ำเสมอ


(จบ ตอนที่ ๔)


ยังไม่ได้ให้ฝึกอันที่ท่านเรียกว่า มีสติหายใจยาว มีสติหายใจสั้น (ขั้นที่ ๓ และ ๔) เล้ยย...
ได้ความรู้เรื่องเวลา ที่ไม่มีใครแสดงให้ได้ไปกันแล้ว เห็นมะ....


Atthanij Pokkasap อัญเชิญมาเล่าขยายเองเออเอง




...ที่สอนๆกัน มันกำหนดจิต กำหนดสติพรวดๆๆได้เองเลย....แต่พอถามเรื่องเวลาที่จิตเป็นเจ้าของ...ไม่มีหน้าไหนรู้...
เวลา เกิดจากปฏิจจสมุปปาท...หุ หุ...ไม่มีหน้าไหนผ่านทั้งนั้นครับ ขอท้าทาย....!!!





                                                                                                            ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
   
  


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap