Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label คัมภีร์ปถมัง. Show all posts
Showing posts with label คัมภีร์ปถมัง. Show all posts

Wednesday, January 2, 2019

พระคาถา จันทร์พ้นเมฆ หรือ เดือนเบิกเมฆ ในคัมภีร์ปถมัง



อัตถนิชย์ โภคทรัพย์ 

2 มกราคม 2018

โย หเว ทหโร ภิกขุ
Yo have daharo bikkhu,
เธอ ภิกษุ ผู้ยังหนุ่ม หนักแน่น
ยุญฺชติ พุทฺธสาสเน
Yunjati buddhasa'sane,
ผูกใจแล้ว ด้วยคำสอน พุทธะ
โส อิมํ โลกํ ปภาเสติ
So imam lokam pabha'seti,
จักเป็นผู้ กำจายแสง กระจ่างโลก
อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา
Abbha' muttova candima'.
ประดุจจันทร์ อันเมฆพ้นแล้ว ฉะนั้น
พระคาถา #จันทร์พ้นเมฆ หรือ #เดือนเบิกเมฆ ในคัมภีร์ปถมัง
โดยท่านพระองคุลีมาล ผู้เลิศใน สัจจาธิษฐาน แห่ง พระอสีติสาวก

Monday, December 24, 2018

เรื่องของคัมภีร์ปถมัง



Atthanij Pokkasab

8 ธันวาคม 2017



#เรื่องของคัมภีร์ปถมัง

#ท่านศิษย์ชายอาวุโสปุจฉา:--

คัมภีร์เขียนลบผงปถมังเล่มนี้(ฉบับของ อจ.อุรคินทร์)ใช้ได้ไหมครับ(เทียบกับฉบับที่ อจ.เทพย์ สาริกบุตร รวบรวม)?

#โยคีขยะวิสัชนา:--

#จุดประสงค์แห่งคัมภีร์ปถมัง
คู่มือฝึก #สุญญตสมาธิ ตำรับพุทธตันตระสยาม
มรดกการศึกษาของชนชั้นผู้นำแห่งกรุงอโยธยาศรีรามเทพนคร ที่ตกทอดมาแต่สมัยทวารวดี
ไม่ว่าเป็นฉบับไหน ก็ใช้ได้หมดครับ
เจตนาแท้ของคัมภีร์...คือการแปรผัน อำนาจคิดหาเหตุผล(ตรรกะเรขาคณิต; ความจริงที่พบกันครึ่งทางระหว่าง จิตที่เกิดจากกายสังเคราะห์ กับจิตที่สังเคราะห์กาย)ไปสู่อำนาจทางใจ(เจโตวิมุตติ) ครับ.


คัมภีร์ปถมัง...คัมภีร์ฝึกจิตให้ว่างเปล่า



Atthanij Pokkasab

17 พฤศจิกายน 2016
นิยาม ของ คัมภีร์ปถมัง

คัมภีร์ปถมัง คือ...
คัมภีร์ฝึกจิตให้ว่างเปล่าจากอารมณ์รกโลกทั้งหลาย
แล้วใช้ปกป้องสังคมขนาดใหญ่จนเป็นที่มาของ
"ร่มพระบรมโพธิสมภาร"
ครับ
เป็นคัมภีร์ฝึกจิต "สุญญตสมาธิ"
รู้จักแต่ในวงการไสยศาสตร์ไทยว่า
คัมภีร์เขียนผงปถมัง
ใช้สร้างพระเครื่องราง
เพื่อยึดเหนียวจิตใจป้องกันภัยจากอาวุธสงครามทั้งหลาย

สยาม เป็นชนชาติเดียวของโลก ที่สามารถยันการรุกรานล่าอาณานิคมของชาติมหาอำนาจจากตะวัน ชาติแล้วชาติเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่า ชนิดที่...ไม่เคยมีชาติใดๆในโลกทำได้มาก่อน
วิทยายุทธสำคัญที่สยามใช้สร้างร่มพระบรมโพธิสมภาร คือมวยไทย และไสยศาสตร์ไทย ครับ
ร่มพระบรมโพธิสมภาร...***
ที่พึ่งอาศัยของนานาชาติพันธุ์ที่ประสบ
ภัยสงครามและพิบัติภัยต่างๆ.....
เงา..แห่ง ความเย็น ผลงานของสถาบันพระมหากษัตริย์ผู้เป็น "พุทธมามกะ".. ที่ "มัน" ทำให้หล่นหายไปจากประวัติศาสตร์


Monday, March 5, 2018

เทคนิคการนับตัวอักษร ขณะมีสติ หายใจเข้า มีสติหายใจออก ในการฝึกอบรมอานาปานสติสมาธิ





*** Atthanij Pokkasap 8 hours ago


เทคนิคการนับตัวอักษร ขณะมีสติ หายใจเข้า มีสติหายใจออก
ในการฝึกอบรมอานาปานสติสมาธิ
ไม่ใช่กำหนดจังหวะการนับได้ตามใจตนเอง
หากแต่ท่านมีจังหวะการนับเป็นจังหวะที่สัมพันธ์กับ..
จังหวะการหมุนของโลก ที่แน่นอน ตายตัว ด้วยครับ

ปัญญาการหยั่งรู้ที่ท่านเรียกว่า รู้เนื่องด้วยกาย(กายานุปัสสนา)
ต้องปรับฐานไปที่ ..
ปัญญาโดยสัญชาตญาณ(จินตามยปัญญา)
ที่เป็นปัญญาแบบเดียวกับที่สัตว์ที่ชาญฉลาดหลายๆพันธุ์
เขามีกัน ไม่ว่าจะเป็นปลวก นกกระจาบ ปลาแซลมอน
นกพิราบ ฯลฯ
คือปัญญาที่ผูกพัน และสัมพันธ์กับสนามแม่เหล็กดวงดาว

ความรู้พื้นฐานเรื่องปรากฏการณ์เวลา
ที่มีรายละเอียด อยู่ใน กัณฑ์ที่ ๙(นวมกัณฑ์)ของไตรภูมิพระร่วง
และมาตรากระจายเวลา ที่ใช้อยู่ในวิชาโหราศาสตร์ไทย
ย่อมไปสอดคล้องกับ เหตุผลที่ว่า..
ทำไม หลักสูตรการศึกษาพุทธตันตระโบราณของไทย
(ไสยศาสตร์ไทย)จึงต้องเริ่มต้นด้วยการศึกษา
* คัมภีร์ปถมัง *
ซึ่งว่าด้วย.. สัญลักษณ์เส้นสายเรขาคณิตของ
จุติ-อุบัติ ของดาราจักรทางช้างเผือก(จักรวาลแสนโกฏิ)

เพราะต้องการจัดระเบียบจิตสำนึกพื้นฐาน
ให้เป็นเอกภาพร่วมกับธรรมชาติของดวงดาว นั่นเอง
เป็นรากฐานที่มาของ การรู้เห็น.. ตามเป็นจริง

ไม่ใช่เอาอุปาทานแห่งความไม่รู้อะไรเลย
ไปเที่ยวกำหนดสร้างขึ้นมาเองอย่างที่
ทุกสำนักกำลังกระทำกันอยู่ ..!!!!




Atthanij Pokkasap  มันจะเหนือโลกได้อย่างไร ในเมื่อไอ้ที่ทำๆ เรียนๆกันอยู่ไม่ได้รู้จัก..โลก เอาเสียเลย !!!


Chanasorn Suadprakon    จารย์อธิบายดีครับ เหมือรในมหาเวทน์มวยไทย แต่ใช้คำว่า
ไสยศาสตร์ มันทำให้คนแอนตี้เอานะครับ


Atthanij Pokkasap  ให้มันแอนตี้ไป ถ้ามันโง่จริง...ไสยศาสตร์ที่มันตั้งความหมายกันเอาเอง...มันได้แสดงความเป็นเผด็จการทางความคิดไปแล้ว ให้..แมร่งโง่ต่อไป...ถือดียังไงมากำหนดความหมายวิทยาการการที่มันเองไม่ได้ศึกษา?


Chanasorn Suadprakon    ครับ และพุทธศาสตร์ กับ ไสยศาสตร์ นี่ต่างกันยังไงครับ ทำไมสมัยพุทธกาลถึงห้ามพระเล่นไสยศาสตร์


Atthanij Pokkasap  ไม่ได้ห้ามเล่นไสย แต่ห้ามใช้เดรัจฉานวิชาแสวงหาลาภสัการะ ไสยศาสตร์ กับเดรัจฉานวิชา ต่างกันตรงที่ไสยศาสตร์ไม่ใช้แสวงหาลาภสักการะ ใครใช้แสวงหา
ลาภสักการะเป็นเดรัจฉานวิชาทันที


Atthanij Pokkasap  วิทยาศาสตร์ก็เหมือนกันใครมันเอาไปรับใช้นายทุน มันก็หมด
ความเป็นวิทยาศาสตร์ไปทันทีเหมือนกัน..ปัจจุบันยังไม่รู้ตัวกันอีกก็คือ มิจฉาทิฏฐิ


Chanasorn Suadprakon    ครับ เก็ทและ ขอบคุณ






Friday, October 16, 2015

๕๙.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.











*** Atthanij Pokkasap  shared Mareep Nnag Yakkhanugann's photo. 4 hours ago
องค์รูปสีน้ำเงินในแสงสว่างแห่งโพธิจิตที่บังเกิดขึ้นจริงของ "เด็กดื้อ" ที่ภพนี้ชาตินี้ไม่เคยเชื่อว่า พระพุทธศาสนาและพระพุทธเจ้า มีจริง!!!


* เหวัชระยิดัมองค์สำคัญในการปฏิบัติพุทธตันตระ   พระองค์มีรูปกายสีน้ำเงินเข้ม  มุมมองในผู้ศึกษาพุทธธรรมได้แบ่งแยกอย่างชัดเจนว่าอนัตตาและอารมณ์ฝ่ายดีเป็นอริยะชนผู้มีคุณความดี  เป็นผู้มีธรรมะผู้สัมพันธ์ด้วยจึงเป็นอริยะชนด้วย    แต่ในด้านตรงข้าม อัตตาและอารมณ์ฝ่ายร้ายเป็นความชั่วร้ายเป็นทุรชนที่จะต้องทำลายทิ้งหรือเก็บกดคุมขัง  เพื่อมิให้ผู้ที่สัมพันธ์ด้วยกลายเป็นผู้ชั่วร้าย   ความขัดแย้ง การต่อสู้จึงบังเกิดขึ้นตลอดเวลา    แต่เจตนารมณ์ในพุทธรรมมุ่งเน้นในสันติวิธีมากกว่าการต่อสู้และความขัดแย้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความขัดแย้งนั้นเกิดขึ้นภายในตัวผู้ศึกษาธรรม  ยิ่งไม่ควรบังเกิดขึ้น   ด้วยว่าการต่อสู้กันนั้นในที่สุดตัวเราโดยองค์รวมจะเป็นผู้ถูกทำลายเอง    


ในมุมมองของพุทธตันตระ   จึงมุ่งสู่ศูนยตาสภาวะ  สภาวะที่ไม่ได้อยู่เองโดดๆเป็นสภาวะที่สัมพันธ์ แอบอิงกัน  เป็นสภาวะแห่งการมองอัตตา อนัตตา อารมณ์ดี อารมณ์ร้ายตามความเป็นจริงแห่งธรรมชาติ ที่ต้องสัมพันธ์กัน เปิดโล่ง โปร่งใส   เมื่อดวงตาแห่งธรรมเปิด มองเห็นศูนยตาสภาวะ พุทธภาวะก็บังเกิด  ผู้เปิดดวงตาแห่งธรรมก็คือองค์ยิดัม 


แท้จริงแล้วองค์ยิดัมก็คือ รากฐานแห่งพลัง อัตตา อนัตตา อารมณ์ทั้งหลายทั้งปวงนั่นเอง    ดังนั้นเมื่อพลังแห่งอัตตา อนัตตา อารมณ์ทั้งมวล สัมพันธ์กันอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา  พุทธภาวะก็บังเกิด    ยิดัม ก็คือ วัชรธรรมกาย หรือพุทธภาวะนั่นเอง

Atthanij Pokkasap  อย่าเอาศัพท์สูงส่งในพระพุทธศาสนามารับใช้ ธรรมะกเลวกะราดชั้นต่ำๆของคุณ....โดยเฉพาะผู้รู้ในเมืองไทยที่อ่านภาษาไทยโบราณไม่ออก..เป็นกันมาก....


Atthanij Pokkasap  ไสยศาสตร์ไทย และโหราศาสตร์ไทย เป็นหลักฐานที่ประเทศนี้มีมากกว่าที่ธิเบต แต่ ไอ้นักประวัติศาสตร์ไทย นักการศีกษาพระพุทธศาสนาของไทย...ตัดทิ้งหมดจึงเป็นเหตุให้รู้ว่ามันเขียนประวัติศาสตร์ชาติตามใบสั่งอังกฤษและฝรั่งเศส เลวส่งต่อรุ่นต่อรุ่น... กว่า 150 ปีแล่ววว....


Atthanij Pokkasap  กำเนิดสมาธิบริสุทธิ์แบบพุทธๆ ..พุทธตันตระสยาม มีสายเดียวในโลก...นั่นคือ คัมภีร์ปถมัง !!!


Mareep    เสริชมาจากวิกิพีเดียน่ะครับ...ที่มาการอธิบายก็เลยอาจหลายมือหลายความคิด...การตีความอย่างนี้มันมีส่วนทำให้คนบางกลุ่มมักไปตั้งกระทู้เอาว่า...ดีชั่วไม่มี...ธรรมชาติที่แท้เป็นกลางๆสีเทาเท่านั้น...ไม่มีอะไรดีหรืออะไรชั่วอย่างแท้จริง...บางคนถึงกับเอาไปพัวพันกับเรื่องการเมืองหรือสถาบันการปกครองว่าไม่มีอะไรดีชั่ว...ทุกคนมีสีเทาเหมือนกันหมด...แล้วแต่ใครขึ้นมาใหญ่...ไม่มีใครดีจริงกว่าใคร!!!???...


Atthanij Pokkasap  ก็..แบบเดียวกับสายพระปริยัติ เถียงกันเอาเป็นเอาตาย ถึงกับจุดไฟเผาทำร้ายกันล้างวัด(หนักกว่าโงดินเนียมเล่นงานศาสนาพุทธก่อนเวียดนามแตก)แต่ฝ่ายปฏิบัติ เดินทางข้ามฝั่งกันไปเป็นแถว...เหมือนอุปมาตอนพระพุทธเจ้ากับคณะสงฆ์อรหันต์ข้ามแม่น้ำคงคา ขณะที่พวกชาวเรือกำลังมัวแต่เถียงกันหาเรือที่เหมาะสมมารับพระแต่ละรูปกันอยู่....


Atthanij Pokkasap  การแสดงความเห็นแบบบัตรสนเท่ห์...เป็นพฤติกรรมชั่วช้าที่สุดของสังคมมนุษย์ ครับ


Atthanij Pokkasap  ไม่แตกต่างโพล ของ นักวิชาการทุกวันนี้...


Atthanij Pokkasap  พวกที่เถียงและแสดงความเห็น ที่ยกตัวอย่างมานั้นอยู่นอกประเด็นกฏพื้นฐานของวิทยาศาสตร์หมดเลย...(Law of Conservative of Energy) คุณจะเอาชนะแบบไม่คำนึงถึงกฏกติกาพื้นฐาน(สัมมาทิฏฐิ)กันเลยนี่หว่า......จิ๋นซีฮ่องเต้ เกิดมาเพื่อทำลายล้างคนพวกนี้โดยตรง...


Mareep    อยู่นอกกฏก็เป็นไอ้พวกโลกันตรนรก...อาจารย์เอ่ยถึงจิ๋นซีทำให้นึกถึงหนังเรื่อง Hero ของจางอี้โหม่วเลย...ทำออกมาได้สวยลึกซึ้งและไม่ได้ตีความด่าว่าความโหดร้ายของจิ๋นซีแต่อย่างเดียว...ผมคิดว่าความโหดร้ายดั่งกล่าวมันน่าจะมีเหตุผลที่มามากกว่าที่ใครๆชอบวิจารณ์กัน...


Atthanij Pokkasap  จิ๋นซีศึกษาหนักมากแล้วหวังนักปราชญ์มาช่วยออแบบบ้านเมืองแบบเร่งด่วน แต่มันกลับมาทะเลาะทุ่มเถียงหาข้อสรุปไม่ได้ท่านเลยกวาดล้างตายยกแผ่นดินไปเลย....นักปราชญ์เดนตายที่เหลือเลยป้ายสีว่าท่านโหด...


Atthanij Pokkasap  ความแตกแยกเละเทะในสังคมไทย นี้ผมเฝ้ามองอยากรู้อยากเห็นนับแต่จำความได้กว่า ๕๐ ปีแล้ว มันถอยหลังระเนนระนาด ความจริงทางประวัติศาสตร์ถูกปิดบังและบิดเบือนหมด แม้แต่ธรรมะ...มันก็ล้างสมองให้เป็นเหมือนนิทานก่อนนอน สำหรับสังคมที่ไม่รู้จักโต...และวันนี้เห็นชัดมาก ไม่รู้จักโต...ไม่รู้ภาษา...อะไรเลย...จะอยู่แต่กะเทพนิยาย...กันทั้งนั้น...


Atthanij Pokkasap  ทั้งที่ ธรรมะเป็นเรื่องของชีวิตจริง...ศาสดาคนแรกที่ให้ความหมายชีวิตจริงๆ คือ ท่านสาราธุษตรา(โซโรอัสเตอร์) ที่ว่า...ชีวิต คือ การต่อสู้....หลักของครอบครัวของศาสนาบูชาไฟ แม่หญิงเป็นใหญ่ในตระกูล..ครับ มหาเสนาบดีจะออกรบ ถามจะต้องทำร้ายข้าศึกขนาดไหน แม่หญิงแห่งตระกูลจะเป็นผู้ชี้ขาด...


Mareep    ก็เป็นประวัติศาสตร์ที่น่าจะศึกษาและเปรียบเทียบวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นกับสังคมยุคปัจจุบัน


Ren    สังคมไทย..ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง เห๊อะๆๆๆ..กูเป็นหางช้าง ว่ะ...แหะแหะแหะ


Atthanij Pokkasap  อ้าว ไม่ใช่แมงหวี่บินตามตอมตูดช้างหรอกเร้อะ....??!


Atthanij Pokkasap  อาตมันคุุ้มครอง คุณภาพจิตชั้นสูง(เกือบที่สุด) ในพุทธตันตระสยามขนาดเล็กสุดของปุถุกัลยาณชนในวัยเด็กอ่อน...ก็คือ ขัวญ ตามวัฒนธรรมชาวนาของสุวรรณภูมิที่พุทธตันตระพัฒนามาเป็นเทพในโหราศาสตร์เรียกว่า *แม่ซื้อ*....


Atthanij Pokkasap  รากฐานของการทำความคุ้นเคยกับสุญญตภาวะ มีตำราตกทอดเฉพาะที่ฝ่ายพุทธตันตระสยาม นั่นคือ คัมภีร์ปถมัง(Buddhatantric Book of Genesis) ชนชาติเดียวเท่านั้นในโลกของพุทธศาสนิกชน!!!


Atthanij Pokkasap  ปรากฏการณ์เหวัชระ(ปฏิมากรรมลอยตัวองค์เดียวในบรรดารูปเคารพที่ใช้ทอง..ในการหล่อหลอมเปลืองที่สุด)ของ Atthanij Pokkasap เกิดจากประสบการณ์เฉพาะในชาตินี้ภพนี้ ไม่ยอมเชื่อว่า พระพุทธศาสนามีจริง ไม่ยอมเชื่อว่าพระพุทธเจ้ามีจริง จึงพยายามค้นคว้าจับผิดหาข้อลบล้างพระพุทธศาสนาทุกรูปแบบ...ประสบการณ์แห่งความดื้ออย่างร้ายกาจ ๕๐ ปี เผชิญหน้ากับฤทธานุภาพของผู้ทรงศักดิ์ทางจิตนานาชาติของพระพุทธศาสนา ๓๕ ปีที่ต้องยอมรับความยิ่งใหญ่อย่างสูงส่งของพระพุทธศาสนา...และจากนั้นมาจึงพยายามรักษาความรู้สึกรักศรัทธาในพระพุทธศาสนาอันสูงส่งยิ่งใหญ่นั้นไว้ตลอด จึงเป็นที่มาของการกล่าวธรรมที่ประกอบด้วยอารมณ์รุนแรงและชัดเจน ครับ ..อย่ามาลบหลู่อวดอ้างหากินแบบหยาบให้รู้เมื่อไหร่...เป็นเรื่อง...