Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label น้ำดี. Show all posts
Showing posts with label น้ำดี. Show all posts

Friday, February 1, 2019

พวก แยกแยะ ดี- ชั่ว, ควร-ไม่ควร ไม่ออก...จัดเป็นพวกมีปัญหาที่ระบบน้ำดี (ปิตตะ)




Atthanij Pokkasap 


พวก แยกแยะ ดี- ชั่ว, ควร-ไม่ควร ไม่ออก
พวกปราศจากความละอายต่อบาป
ในทางการแพทย์แผนพุทธเพื่อกรรมฐาน
จัดเป็นพวกมีปัญหาที่ระบบ น้ำดี(ปิตตะ)
จะเรียก ปิตตะกำเริบ หรือปิตตะหย่อน
ปิตตะพิการ แล้วแต่กรรมที่กำลังแสดงออก
และบั้นกลาง บั้นปลายของชีวิต...คือ
โรคสันนิบาต ที่หมายถึง วาตะ-ปิตตะ-เสมหะ กำเริบเป็นพิษ ทั้งหมด...
อ่านโรคจากกรรมและสันดานที่กำลังแสดงออก...ได้ไม่ยาก เลย
สำหรับสัตว์ที่เกิดมาเพื่อก่อกรรมสร้างนรกไว้บนแดนดิน
สิทธิการิยะ
เมื่อเป็นโรคกรรมจากสันดาน
แพทย์ใด หมอใด ไปรักษาอาการไข้
ให้สัตว์ผู้นั้น ก็ดูดซับกรรมชั่วของสัตว์ผู้ไข้นั้นมาด้วย แล ฯ



Atthanij Pokkasap  พวกพาหิระลัทธิ...เอามาทำไม ?!!

Chanasorn Suadprakorn    พาหิระ คืออะไร อ.

Atthanij Pokkasap  นอกศาสนาพุทธ

Chanasorn Suadprakorn    เห็นเขาลอยตัวได้ง่ะ แสดงว่า มีฤทธิ์

Happy Joe    เจอเข่าลอยท่านปรมาจารย์...ไม่อยากคิด

Atthanij Pokkasap  เคยฝึกโยคะสายนี้มาตั้งแต่ตอนเด็กแล้ว

Chanasorn Suadprakorn    ลุงดำ ฝึกเองหรือครับ

Atthanij Pokkasap  ใช่ฝึกจากคัมภีร์ โยคะของแขก พ่อประจวบแปลและทำเล่นๆ กับลูกๆ ตอนก่อนนอน ประจำ..ตอนงานท่านยังไม่เยอะ

Happy Joe    คัมภีร์ท่านมีบันทึกไว้ที่ไหนหรือไม่ขอรับ..เว้นสมองของท่านอาจารย์

Atthanij Pokkasap  หนังสือท่านซื้อไว้เต็มสามทาวน์เฮาส์...ผมงอล..ทั้งที่ขอไว้ล่วงหน้าแล้ว สุดท้ายไม่ได้เอามาเลย

Chanasorn Suadprakorn    ลุงงอนพ่อจวบ หรอ

Happy Joe    น่าเสียดายยิ่ง แต่จำเพาะของ อ. ก็มากแล้ว โปรดเมตตาจดจารึกไว้ด้วยเถิด

Chanasorn Suadprakorn    ย้อนอ่านเม้นแรก 5555

Atthanij Pokkasap  สังคมประเทศไทยวิบัติเป็น ขี้โรคเอเซีย เพราะ...สร้างโรงงานผลิต พวกวิปริตนี้โดยตรง ครับ

Atthanij Pokkasap  เข้าใจกันเสียทีนะครับ...
เราจะไม่พูดดีกับพวกปัญญาวิปริต จิตวิปลาศ

Atthanij Pokkasap  มีสิทธิแยกแยะและตัดสินด้วย...ว่า มันใช่-ไม่ใช่ เพราะศึกษามาจากคัมภีร์ ออริจินัลของโลก

Chanasorn Suadprakorn    ครับ

Yutthana Sirisilp    อยากลอยได้มั่ง



Monday, January 28, 2019

การเปลี่ยนถ่ายลมหายใจที่มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนน้ำดี...เป็นความลับที่มาของคำสอน "การทำจิตให้ขาวสว่างรอบ"




Atthanij Pokkasap  


แรงนิวเคลียร์ชนิดเข้มที่ยึดโครงสร้างธาตุอะตอมคาร์บอนจะถูกทำให้ยืดหยุ่นจนธาตุอื่นๆเช่น ออกซิเจน ไฮโดรเจน ฯลฯ เข้ามาร่วมเกาะเกี่ยวเกิดเป็นอินทรียสารสังเคราะห์เป็นเนื้อเยื่อรองรับความเป็นกายเนื้อของอายตนะทั้งระบบ ด้วยแรงไฟฟ้าเคมีชีวภาพ ๑ หน่วย ที่เกิดจากการเปลี่ยนถ่ายลมหายใจที่มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนน้ำดี...เป็นความลับที่มาของ คำสอน "การทำจิตให้ขาวสว่างรอบ(สจิตฺตปริโยทปนํ)" อันลี้ลับสูงส่ง ของพระพุทธศาสนา.

สมมาตรของแรงขับเคลื่อนน้ำดี...ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงทุกระบบสัมพันธ์ ระหว่างหัวใจกับอายตนะ






Atthanij Pokkasap  การนั่งสมาธิแบบ "กักลมอัสมิตา"


Panu Wongpanuvut    วิทยาธร โดยสรุป ยังหมายถึงคนธรรพ์ฤาษีรึเปล่าครับ(รึเป็นกลุ่มศิษย์อีกทีครับ?)


Atthanij Pokkasap  อย่าไปตีความหมายแคบแบบไทยตอแหลสิ...ขยายให้กว้างไว้ก่อน


Atthanij Pokkasap  พวกเล่นไสยศาสตร์..ทุกคนมีปัญหาเรื่องถุงน้ำดีพิการ...ครับ


Chanasorn Suadprakorn    เพราะไรงะ


Atthanij Pokkasap  เพราะมันโง่...งัย


Atthanij Pokkasap  โง่...ไม่รู้ที่มาแท้จริงของอำนาจไสย


Panu Wongpanuvut    อาการข้างเคียง ธาตุไฟเข้าแทรก


Atthanij Pokkasap  ป่าว..น้ำดี ชื่อก็บอกอยู่แล้ว..ปิตตะ แปลว่า น้ำดี...น้ำดีพิการ...ก็เพราะน้ำดีเสีย..คือบ้า งัย


Panu Wongpanuvut    อยากเป็นเจ้ายุทธภพตอนแก่ ฮา ฮา ฮา


Panu Wongpanuvut    วิทยาธร ผู้รักษาไว้ซึ่งวิทยา บวมตอนแก่


Panu Wongpanuvut    น้ำเหลืองไม่ไหลเวียน(พอๆกับกรณีน้ำมันพรายทำเลือดเป็นพิษ)?


Atthanij Pokkasap  พวกศึกษาไสยศาสตร์ไม่ประมาณตน รวมถึงพวกร่างทรงด้วย..จะเป็น กล้ามเนื้ออ่อนแรง..หัวใจพิการ น้ำดีพืการ และตับพิการ เรื้อรังในบั้นกลางและบั้นปลายของชีวิต.ทุกผู้.ทุกๆตน. คร้าบบบ


สุชาติ ตุ้มเพ็ชร    ตอ้งซื้อรถเข็นหัวใจน้ำดีและก็ตับคันเดียวรวมกันได้ไม๊คร้าบ


Atthanij Pokkasap  เหตุผลในการ รดน้ำดำหัว ประสะด้วยน้ำฝักส้มป่อย ครับ


สุชาติ ตุ้มเพ็ชร    มันหายากเอาส้มเขียวหวานกอ่นละกันจารก็ชอบทำเรื่องยากกอ่นซื้อส้มปอ่ยตอ้งดูทิศตั้งองค์ศาอีกยุ่งมาก


บุ๊ง ฟิสิกส์    ลึกซึ้ง  ทำไมจึงใช้ฝักส้มป่อยครับ


Atthanij Pokkasap  หัวใจต้องบำรุงด้วยรสขม หอม
ดี ต้องบำรุงด้วยรสฝาดขื่นหอม
ตับต้องบำรุงด้วยรสเปรี้ยว
น้ำฝักส้มป่อยมีคุณสมบัติทางรสยาครบตามอวัยวะสำคัญต่อจิต สติ ปัญญา ครับ


บุ๊ง ฟิสิกส์    ขอบคุณครับ
แสดงว่าโรคในไสยศาสตร์ใช้น้ำดี เป็นที่ตั้ง โดยการปรุงของอารมณ์(จิตสำนึก) และจิต(จิตใต้สำนึก) โดยใช้จิตอื่นแทรกแซง ผมเข้าใจแบบนี้ถ้าผิด ขอโปรดให้อภัย


Atthanij Pokkasap  ชือ ปิตตะ ถอดความออกมาเป็น "ดี" เพราะเกียวกับ "สติ"
ตับที่ผลิตสารส่งถุงน้ำดี...เชื่อมสติกับปัญญาที่เป็นคุณสมบัติทางฟิสิคส์ของจิต
หัวใจผลิต ลมขับน้ำดี ให้ดี หรือ ให้ไม่ถึงดี...จะแสดงคุณสมบัติผ่านทางรูปร่างทางกายภาพของหัวใจเอง ครับ


บุ๊ง ฟิสิกส์    ขอบพระคุณครับ ทำให้ความเข้าใจผมลึกขึ้น และ ทำให้ผมเข้าใจการมูลเหตุในการเจริญสติ ทำให้สุขภาพแข็งแรง และยังป้องกันการเกิดน้ำไม่ดี(ไฟเผา)กาย โลภะ โทสะ โมหะ


Takeda Kosae    เพื่อนกระผมหัวใจเล็กนี่เกี่ยวกับตรงนี้มีส่วนด้วยหรือป่าวคับอาจาร์ย


Atthanij Pokkasap  ถ้าฉลาดเจ้าปัญญา...แสดงว่า จิตใหญ่ ถ้าไม่ก็ถูกอวัยวะจากระบบอายตนะดูดซับไปหมด...ต้องดูทั้งสุขภาพ...วิเคราะห์จากข้อมูลเดียวไม่ได้


Friday, January 11, 2019

สติเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการทำงานของระบบน้ำเหลือง




Atthanij Pokkasap  


สติเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการทำงานของระบบน้ำดี หรือ

สมัยปัจจุบันเรียกระบบสมมาตรของน้ำเหลือง ครับ...

นามธรรมที่อาศัยรูปธรรมตัวสำคัญรองจากปัญญาที่อาศัยหัวใจ

และตับ ครับ....ลึกล้ำขนาดนั้น





บุ๊ง ฟิสิกส์    จนเกิดสัมมาสติ ในองค์แปด ไม่น่าเชื่อจะร้อย เป็นเหตุและผลได้


Atthanij Pokkasap  กลับไปเริ่มต้นที่ จิตสรีระวิภาค ...ฐานของวิชานวดแผนไทยดั้งเดิมก่อนทั้งหมด ครับ...ว่า อาการ ๓๒ จากธาตุ๔ สร้างจิต และสรีระขึ้นมาได้อย่างไร...นู้นเลย


เฉลิม แสน    มันไม่ง่ายเลยที่จะเข้าสติโดยไม่หลงครับ ไม่ง่ายเลย แต่ก็ต้องอดทนความเพียรย่อมไม่ไร้ผล


Atthanij Pokkasap  สติเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการทำงานของระบบน้ำดี หรือสมัยปัจจุบันเรียกระบบสมมาตรของน้ำเหลือง ครับ...นามธรรมที่อาศัยรูปธรรมตัวสำคัญรองจากปัญญาที่อาศัยหัวใจและตับ ครับ....ลึกล้ำขนาดนั้น


เฉลิม แสน    "นามธรรมที่อาศัยรูปธรรมตัวสำคัญรองจากปัญญาที่อาศัยหัวใจและตับ " อาจารย์ขยายส่วนนี้ให้ฟังอีกนิดหนึ่ง นะครับ ผมว่ามีเคร็ดอะไรอยู่


Atthanij Pokkasap  ในวิสุทธิมรรคชัดเจนครับ
ระบบน้ำดีเสีย...สติวิปริตวิปลาส
ปัญญาดี หัวใจเป็นกลีบบัวแรกแย้ม ตับเป็นชิ้นประกอบกันมั่นคงสีสดใส


เฉลิม แสน    ขอบคุณครับ นามธรรมรูปธรรมสงเสริมกันและกัน เกิดจากการผึกฝนอบรม สติ และปัญญา ผมเข้าใจถูกมั๊ยครับ


Atthanij Pokkasap  ยะมะกัง นามะรูปัญจะ..นามรูปเป็นปัจจัยอาศัยซึ่งกันและกัน....ครับ พระไทยสอนคลาดเคลื่อนทั้งหมด


บุ๊ง ฟิสิกส์    ผมถือว่านี่คือคำสอนอันทรงพลัง
แล้วทำไงจะเข้าใจสติ 17รูป เพราะสติยังไม่แจ่มใส


Atthanij Pokkasap  การเรียนนรู้เรื่องสรีระ...ที่สร้างโดยจิต...ภายในตัวเราเอง..อย่างถูกต้องตามการค้นพบแล้วของพุทธดั้งเดิม จะเป็นข้อมูลพื้นฐานสำคัญ...ที่ทำให้เราระมัดระวังและคารพตัวเองมากขึ้นๆ ...ครับ


บุ๊ง ฟิสิกส์    ขอบคุณครับ


Tanapatr Warasomboon    อีกนัยหนึ่ง กลับไปฝึกตาม อานาปานสติสูตรฺฮิ


พระพุทธรูปเชียงแสน...บอกถึงสมมาตรลมแห่งชีวิตที่เป็นเอกภาพสูงสุดกับประสิทธิภาพของน้ำดีแบบไม่เป็นฝัก



พระพุทธรูปเชียงแสน...

คัมภีร์บันทึกวิชา "กักลมอ้สมิตา"
และ "พาหุพล" แห่งวิชา "ธนุรเวท"

จากโครงสร้าง สมมาตรลมแห่งชีวิต
ระหว่าง ระบบสูรยะกลา และระบบจันทระกลา
ที่ขับ น้ำดีแบบไม่เป็นฝัก ไปบนเนื้อเยื่อ
ที่รองรับเนื้อและผิวหนัง เพื่อเป็นพี่เลี้ยง
แก่เม็ดเลือด ที่เดินทางจากหัวใจ
ไปหล่อเลี้ยงอายตนประสาททั้งระบบ 

ทำให้เปรียบเทียบพบว่า...
ที่นักปฏิบัติการโยคะเรียกว่า
"น้ำดีที่ไม่เป็นฝัก"..โดยโครงสร้างสมมาตร
ก็ตรงกับ ระบบต่อมน้ำเหลือง
ในปัจจุบันนี้เอง

พระพุทธรูปเชียงแสน...
แสดงถึง แขนที่กลมกลึงทรงพลัง
ไหล่ที่แผ่ผายกลมมนทรงพลัง
เอวและพับขา ที่กลมกลึงทรงพลัง
ไม่ต่างกันกับแขน
บอกถึงสมมาตรลมแห่งชีวิต
ที่เป็นเอกภาพสูงสุด
กับประสิทธิภาพของน้ำดีแบบไม่เป็นฝัก
(ระบบน้ำเหลือง ปัจจุบัน)

เป็นสัญลักษณ์ของ ร่างกายและจิตใจ
ที่สมบูรณ์แข็งแกร่งสูงสุด...เท่านั้น
จึงสามารถขับเคลื่อน และรองรับ
ปัญญาอันลึกซึ้งยิ่งใหญ่ ที่มาแห่ง...
องค์สัมโพธิญาณ การตรัสรู้
ตามการค้นพบดั้งเดิม ของพระพุทธศาสนา
ไว้ได้....

นอกนี้ไปแล้ว...หาใช่ใม่ !!!




Nath Bov    อาจารย์ครับ ผมความรู้น้อยจริงๆครับเรื่องนี้ อยากถามอาจารย์กับคำว่า
"น้ำดีที่ไม่เป็นฝัก" มันคืออะไรครับ หมายถึงระบบน้ำเหลืองใช่ไหมครับ


Atthanij Pokkasap  ใช่ครับ แต่ชาวพุทธโบราณเรียกว่า น้ำดีที่ไม่เป็นฝัก
(น้ำดี ...ปิตตะ..ชาวพุทธแยกเป็น ๒ แบบเป็นฝัก เรียกว่าถุงน้ำดี กับแบบไม่เป็นฝัก)
ปิตตะ..แปลว่าน้ำดี แสดงว่าเกี่ยวข้องกับสติปัญญา(อาการทางกายภาพของจิต)ของคน ครับ


Nath Bov    ขอบคุณครับสงสัยมานาน แต่ไม่กล้าถามครับ


อรรถพล อรรถาเพ็ชร    กระจ่างแข้งยิ่งขึ้นมากเลยขอรับท่านอาจารย์. 


Pantipa Chanate    ขอบคุณคะขอแชร์ค่ะ


Friday, December 28, 2018

11 วิธีเพิ่มการไหลเวียนของน้ำเหลือง




11 วิธีเพิ่มการไหลเวียนของน้ำเหลือง

ระบบน้ำเหลืองของร่างกายประกอบขึ้นด้วย ต่อมน้ำเหลือง ม้าม ต่อมไทมัส ต่อมทอนซิล
หน้าที่หลักของน้ำเหลืองก็คือ
หล่อเลี้ยงเซลล์ทั่วร่างกาย ถ่ายเทของเสียออกจากเซลล์
และเนื้อเยื่อกลับเข้าไปในกระแสเลือด
เพื่อกรองโดยตับและไตก่อนที่จะขับขยะมีพิษต่างๆออกไป
จากร่างกายทางอุจจาระ ปัสสาวะ เหงื่อ
ขยะมีพิษเหล่านี้ได้แก่ ของเสียในร่างกาย เช่น
สารเคมี ยา บุหรี่ สารปรุงแต่งอาหาร ยาฆ่าแมลง
ปุ๋ยเคมี มลพิษในอาหาร อากาศ น้ำ (ที่ใช้แล้ว) เป็นต้น

Dr. Ann Louise Gittleman, PhD, ประมาณการว่า
กว่า 80%ของสตรีมีระบบน้ำเหลืองที่ติดขัด ไม่ไหลเวียน ดังนั้นผู้หญิงที่ต้องการควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนและสุขภาพแข็งแรง   จะต้องหันกลับมาให้ความสำคัญในการเพิ่มการไหลเวียนของระบบน้ำเหลืองให้ดีขึ้น
นอกจากนี้แล้วการไหลเวียนของระบบน้ำเหลืองที่ดีขึ้นยังทำให้ร่างกายหาย ฟื้นจากอาการบาดเจ็บ ป้องกันไม่ให้อ้วน ป้องกันมิให้เกิดเซลลูไลท์ ลดอาการปวดตามข้อ ปวดศีรษะอีกด้วย


มีวิธีการเสริมสร้างการไหลเวียนของระบบน้ำเหลืองให้ดีขึ้นอยู่ดังนี้

1. หายใจให้ลึกๆ อย่าลืมว่าร่างกายเรามีปริมาณน้ำเหลืองมากกว่าน้ำเลือดถึง 3เท่าตัว
แต่ร่างกายเราไม่มีอวัยวะใดที่ทำหน้าที่สูบฉีดน้ำเหลืองไปทั่วร่างกายเหมือนหัวใจสูบฉีดเลือด
ระบบน้ำเหลืองจึงต้องอาศัยการหายใจลึกๆเท่านั้นในการขับดันการไหลเวียนของน้ำเหลืองไปตามเซลล์และอวัยวะ !!!!
หากเราหายใจไม่ลึกพอ อนิจจา ของเสียก็ต้องตกค้างไม่สามารถกลับเข้าสู่ระบบเลือดได้ พิษก็ตกค้างในระบบน้ำเหลืองต่อไป

2. อย่านั่งๆนอนๆ ต้องขยับแข้งขาเร่งให้น้ำเหลืองได้ไหลเวียน ออกกำลัง กระโดดเชือก
แอโรบิค

3. ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 2 ลิตรเร่งการชะล้าง
และการไหลเวียน จะดีขึ้นไปอีกหากบีบน้ำมะนาวลงไปในแก้วน้ำทุกครั้งที่ดื่มเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนและเร่งการดูดซึมน้ำเข้าเซลล์

4. เลิกดื่มน้ำอัดลม โซดา น้ำหวานทุกชนิดเพราะ น้ำตาล สีผสมอาหาร สารกันบูดทำให้สร้างภาระอันหนักกับระบบน้ำเหลือง

5. ทานผลไม้สดขณะท้องว่าง ก่อนอาหาร30 นาที
(เพราะผลไม้เกือบทุกชนิดถูกย่อยภายในเวลาไม่เกิน30 นาที)
เพราะเอ็นไซม์และกรดผลไม้ช่วยชำระล้างระบบน้ำเหลือง
ทั้งยังถูกย่อยได้หมดเกลี้ยงขณะท้องว่าง

6. ทานผักใบเขียวมากๆเพื่อเพิ่มปริมาณคลอโรฟิลล์ ช่วยชำระล้างเลือดและน้ำเหลือง.

7. ทานถั่ว ถั่วเปลือกแข็ง ธัญญพืชที่ไม่ผสมเกลือ (เช่นเม็ดฟักทอง เม็ดทานตะวัน )
เพื่อเพิ่มกรดไขมันและโปรตีน

8. ดื่มชาสมุนไพรที่มีสรรพคุณเสริมการทำงานของระบบเลือดและน้ำเหลือง

9. ทุกครั้งที่อาบน้ำ ถูตัว แขนขา เท้า ด้วยแปรงขนอ่อน เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเหลือง
ขัดถูลักษณะวงกลมในทิศทางเข้าหาศูนย์กลางร่างกายคือหัวใจ

10. อาบน้ำเย็นและร้อนสลับกันไปมาหลายๆนาทีเพื่อให้ความร้อนขยายเส้นเลือด และน้ำเย็นทำให้เส้นเลือดหดบีบตัว   เป็นการเร่งการไหลเวียนน้ำเหลืองใต้ผิวหนัง
(แต่ต้องหลีกเลี่ยงในผู้ป่วยโรคหัวใจ ความดัน สตรีมีครรภ์ )

11. การนวดอย่างเบาๆตามผิวหนังทั่วตัว ช่วยเร่งการไหลเวียนของน้ำเหลืองได้มากถึง 78%
ทำให้พิษที่คั่งค้างในน้ำเหลืองถูกขับออกได้มากขึ้น
ในการนวดพึงสังวรณ์ไว้อย่างหนึ่งคือ
การนวดแรงๆอาจรู้สึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้ดี แต่ไม่เป็นผลดีต่อระบบน้ำเหลืองเลย

ระบบน้ำเหลือง .....
หรือที่ เท็คนิคอานาปานสติกรรมฐานฝ่ายพุทธ  เรียกว่า
"น้ำดีที่ไม่เป็นฝัก" (แบบเป็นฝัก เรียกว่า "ถุงน้ำดี)
คือ ระบบส่งออกซิเจนและอาหารเกลือแร่สู่เลือด แบบฉุกเฉินเฉพาะกิจ
จะมีประสิทธิภาพก็เพราะอาศัยเท็คนิคที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ.ออก การหายใจเข้า...ที่ลึก เท่านั้น....
จึงเป็น..อีกหนึ่ง ความลับทางเท็คนิคของ..."กักลมอัสมิตา"

Saturday, December 22, 2018

น้ำดี (ปิตตะ)




Atthanij Pokkasap 


น้ำดี(ปิตตะ) 

ฉกธาตุ ใน ๑๒ ธาตุน้ำอันเป็นภายใน
(อันโตอาโปธาตุ)
ในอาการ ๓๒ (ทวัตติงสาการ)
ตามการค้นพบของพระพุทธศาสนา

น้ำดี-ปิตตะ ๑ ใน ๓ ของตรีธาตุ-ตรีคุณ-ตรีโทษ-ตรีทูต เป็น ๑ ใน ๓สมุฏฐานกำเนิดโรค และการป่วยไข้ทั้งหลาย ของการแพทย์แผนไทยภายใต้อิทธิพลการค้นพบตัวชีวิตในห้องปฏิบัติกรรมฐานชั้นสูงของพระพุทธศาสนา
น้ำดี(ปิตตะ) ตามการค้นพบของพระพุทธศาสนา มี ๒ ชนิด คือ แบบเป็นฝัก เรียกว่า "ถุงน้ำดี" และแบบไม่เป็นฝัก ที่เอิบอาบไปทั้งสรีระร่าง ท่านอุปมา...สีเหมือนดอกพิกุลเหี่ยว ที่เมื่อกำเริบ(คือ หย่อน หรือขาด)ท่านบรรยายว่า
"มีอาการให้ตาเหลืองพร่า ตัวสะท้านคันอยู่ฯ"


ลักษณะที่พุทธดั้งเดิมท่านบรรยาย ตรงกับ การทำงานของกระบวนการต่อมน้ำเหลืองที่มีเครือข่ายทั่วสรีระร่าง ตามการค้นพบของวิชาแพทย์แผนปัจจุบัน...
แต่..สำคัญกว่านั้น...
วิเคราะห์จาก อานาปานสติกรรมฐาน ถึงที่มาความหมาย ที่โบราณให้ ปิตตะ แปลว่า "ดี, น้ำดี"
แสดงว่า...
อานาปานสติกรรมฐานของชาวพุทธดั้งเดิม ท่านได้ทำการพิสูจน์พบแล้วว่า...
อาการของธาตุน้ำที่ท่านให้ชื่อว่า "ปิตตะ" เกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาวะของ
"จิต"ร่วมกับ หัวใจ(หทยัง)ที่เป็นแหล่งกำเนิด จิต และ ตับ(ยกนัง)ที่เป็นแหล่งแสดง
อาการทางปัญญาของจิต โดย ปิตตะ...เป็นแหล่งแสดง
อาการทาง "สติ"...ความแจ่มใสของจิต จึงกำหนดชื่อว่า "ดี,น้ำดี" !!!
ความสัมพันธ์ทางประสิทธิภาพ ระหว่าง หัวใจ ตับ และ ดี, น้ำดี เชื่อมโยงเอาไว้ด้วย
เลือด(โลหิตัง) และ แรงดันขับเคลื่อนเลือด คือ "ลม" ซึ่งอานาปานสติกรรมฐานค้นพบและจำแนกออกเป็น กองธาตุลมภายในทั้ง ๖ หรือเรียกรวมๆว่า ลมในกองธาตุ
สำคัญพื้นฐานสุดของสรีระร่าง คือ น้ำดีที่ไม่เป็นฝัก กับ เลือด ต่างต้องอาศัย ลมในกองธาตุเป็นตัวขับเคลื่อนแทบจะพร้อมๆกันอย่างชนิดแยกกันไม่ได้ 


เพราะ...น้ำดีที่ไม่เป็นฝัก ต้องทำหน้าที่เป็นหน่วยส่งเสบียง(ออกซิเจน เกลือแร่ และอาหาร)เคลื่อนที่เร็วแก่น้ำเลือด-โลหิตัง ทุกพิกัดอณูทั่วสรีระร่าง การขาดตอน คือการหมดอายุทำงานของเลือดก่อนเวลาอันควร เป็นที่มาของการป่วยไข้ แบบสะสมหรือเฉียบพลัน
ความสัมพันธ์เชิงประสิทธิภาพ ระหว่าง น้ำดีที่ไม่เป็นฝักกับ ธาตุลมภายใน....ขึ้นอยู่กับเท็คนิค
ประการเดียว ของการหายใจออกหายใจเข้าที่มีสมุฏฐานมาจาก...หัวใจ-หทยัง !!!

น้ำดีแบบไม่เป็นฝัก หรือที่แผนปัจจุบันเรียก เป็นระบบน้ำเหลือง จะมีประสิทธิภาพอละสามารถเคลือบอาบตลอดสรีระร่างได้...
ก็ด้วย....
* การหายใจ...ที่ ช้า เบา ยาว ลึก และออกสุด เข้าสุด * 
เท็คนิคเดียวเท่านั้น และก็เป็นเท็คนิคเดียวที่ทำให้อารมณ์ร้ายอันหลากหลายภายนอก...ไม่อาจเข้าก่อกวนอารมณ์ดั้งเดิมแท้ของจิตที่เกิดจากหัวใจได้โดยตรง !!!


แต่..
การจะหายใจให้ได้การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของน้ำดีที่ไม่เป็นฝัก....
ต้องผ่านการฝึกฝนเรียนรู้ว่า อย่างไร คือ การหายใจ ช้า เบา ยาว ลึก ออกสุด เข้าสุด ตามธรรมชาติแท้ๆของสรีระร่าง ที่ถูกกิเลสเข้าสิงสั่งการให้หายใจสั้นและหยาบแปรปรวนตลอดเวลาชั่วชีวิตที่ผ่านๆมา...
กักลมอัสมิตา...ที่เบื้องต้นคือฝึกการขับลมที่ค้างในปอด ....ได้ตอบปัญหานี้ไปก่อนหน้าแล้วครับ
ตนที่ไม่เคารพลมหายใจที่ให้ชีวิตตัวเอง
โรคภัยไข้เจ็บย่อมเป็นไปสมควรแก่เหตุแห่งความไม่เคารพตนเองนั้นๆ แลฯ
       

                                                                     

Panu Wongpanuvut    อา...ลงโพสจังดีกว่า 


Daren Shi    อยากอาจารย์ช่วยอธิบายอานาปนสติ
ขั้นที่ ๑ ลมยาว ขึ้นที่ ๒ ลมสั้น  ขั้นที่ ๓ ลมสรรพกาย
ถึงความสัมพันธ์และทำไมพุทธองค์ถึงเรียงลำดับการฝึกอย่างนี้?
เพราะอ่านมานานก็ยังไม่เข้าใจความหมายสักที สาธุ


Atthanij Pokkasap  หายใจยาว...คือยาวตามเป็นจริงของธรนมชาติแห่งสรีระของตัวชีวิตนั้นๆ...คือต้องฝึกหา ก่อนไงครับ
กายใจสั้น...คือ สั้นเท่าที่ร่างสรีระนั้นต้องการบางขณะที่เร่งด่วน ก๊อ...ตามธรรมชาติของสรีระนั่นๆอีกเช่นกัน ต้งเรียนรู้และฝึกหาก่อน
ถ้ากำหนดยาว กำหนดสั้นเอาเองเลยโดยไม่รู้ควาใจริงในสรีระตน...ก็มั่วและอุปาทาน งัย
การรู้ สัพพกาย...เพราะมีนิยามอยู่ที่ลมหายใจท่านกำหนดว่า เป็นเครื่องปรุงแต่งให้เกิดกาย(กายสังขาร)...
สัพพกาย จึงสมควรหมายถึง...ลมที่ปรุงแต่งให้เกิดกายทั้งหมด ก็คือ ธาตุลมภ่ยในทั้ง ๖ งัยครับ
ต้องเรียนี้วิเคราะห์จากธรรมชาติในสรีระส่วนตัวก่อนทั้งสิ้น....จู่ๆมากำหนดเอาเองไปทุกเรื่อง.....ก็ไปดูที่ รพ.สงฆ์สิครับ อยู่ใกล้พระนิพพานมากไปหรือเปล่า โรคงอมแงมล้นโรงพยาบาล


Daren Shi    ความสัมพันธ์ระหว่างขั้น ๑ กับ ๒ พอที่จะเข้าใจได้ แต่ความสัมพันธ์ระหว่าง
ขั้น ๒ กับขั้น ๓ นั้น คือจากลมสั้นไปสู่ลมสัพพกายมีความสัมพันธ์อย่างไร? สาธุ


Atthanij Pokkasap  กายอันเนื่องมาจากลมปรุงแต่ง และลมทั้ง ๖ มีลมหายใจเป็นตัวหลักของ "กายสังขาร"...ก่อนไปถึงการดับกายสังขาร(ขั้น ๔) จำเป็นต้องรู้ลมที่ประกอบกาย
ทั้งหมด..ไม่ว่าประกอบกายขึ้นมาแบบลมหายใจสั้น ระดับต่างๆ หรือยาวระดับต่างๆ...หากไม่เข้าถึงทักษะทุกระดับ...ความสำเร็จในการมีสติ ก็ย่อมดป็นไปได้ยาก...เพราะเงื่อนไขสติ.คือ
การเห็น...การรู้สึกตัวทั่วถึงตลอดทั่วทุกสรรพางค์กาย ครับ
ทักษะ แปลว่าวามชำนาญเฉพาะต้องมีก่อนกาปฏิบัติในขั้นใดๆทั้งหมด นะครับ


Panu Wongpanuvut    เส้น-เอ็น-ลม


Atthanij Pokkasap  เส้น-เอ็น-ลม-เยื่อพังผืด ที่รองรับการทำงานของต่อมน้ำเหลือง
(น้ำดีที่ไม่เป็นฝัก) ครับ


Sirirat Chaiyasitt    ขอบคุณค่ะ


Nut Suphakorn Chakrit Ake    ถึงลมในกาย ๖กอง ยังสัมผัสไม่ค่อยได้ หาไม่ค่อยเจอ ทั้งที่ฝึกมากว่า ๘เดือนแล้ว...แต่แค่ได้หมั่นหายใจ ช้า เบา ยาว ลึก และออกสุด เข้าสุด ตามอุปทาน(กำหนดเอง)เป็นเบื้องต้นไปก่อน ก็ช่วยเรื่องของสุขภาพได้มากแล้วครับ


Nut Suphakorn Chakrit Ake    แต่ถ้าอยากเข้าถึงความอัศจรรย์ของกายและจิตตามหลักพุทธ ก็ต้องหมั่นฝึกกันต่อไปนะฮะ อิอิ


Yutthana Sirisilp    อยากสัมผัสได้เช่นกัน.....


Rawisa Thia    ขอบพระคุณอจ.ค่ะขอแชร์นะค่ะ