Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label ฌานวิสัย. Show all posts
Showing posts with label ฌานวิสัย. Show all posts

Monday, January 28, 2019

"อำนาจไสยศาสตร์" แบบ พุทธตันตระ-วัชรยาน




Atthanij Pokkasap 


อธิบาย "อำนาจไสยศาสตร์"
แบบ พุทธตันตระ-วัชรยาน
ครับ :-

ในปฏิจจสมุปปาท มีพระพุทธวจนะ ตรัสไว้ว่า
"เมื่อนามรูปมีอยู่ วิญญาณจึงมี
วิญญาณมีเพราะนามรูปเป็นปัจจัย"
และ...
"วิญญาณนี้ย่อมกลับเวียนมาแต่นามรูป
หาใช่อย่างอื่นไม่ โดยความเป็นไปเพียงเท่านี้
สัตว์โลกพึงเกิดบ้าง พึงแก่บ้าง พึงตายบ้าง
พึงจุติบ้าง พึงอุบัติบ้าง ความเป็นไปนั้นคือ:-
วิญญาณมี เพราะนามรูปเป็นปัจจัย.....(๑)
นามรูปมี เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย.....(๒)
จาก ข้อ(๓๙)มหาปทานสูตร มหาวรรค
ทีฆนิกาย พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่ม ๑๐/๔๕

(๑) วิญญาณมีเพราะนามรูปเป็นปัจจัย
คือที่โพสต์ก่อนๆหน้าเรียกว่า...
"จิต"... ที่เกิดจากการสังเคราะห์ของกาย
(กลุ่มคลื่นพลังงาน ที่มาจากคลื่นสั่นสะเทือนของระบบอายตนประสาท)

(๒) นามรูปมีเพราะวิญญาณ เป็นปัจจัย
คือที่โพสต์ก่อนๆหน้า เรียกว่า...
"จิต"...ที่สังเคราะห์กาย คือสังเคราะห์อินทรียสาร สร้าง "อินทรีย์"ประกอบกายเนื้อที่ตั้งของ
อายตนประสาททั้งระบบขึ้นมา
อวัยวะที่เชื่อมโยงการสังเคราะห์ มี ๓ ตัวหลัก
ได้แก่ หัวใจ(หทยัง)-ดี(ปิตตะ)-ตับ(ยกนัง)
เพราะพระพุทธศาสนาค้นพบรูปร่างทางกายภาพของอวัยวะทั้งสามสัมพันธ์กับ
"สติ" และ "ปัญญา" โดยตรง
(รายละเอียดมีอธิบายอยู่ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค)


อำนาจไสยศาสตร์...
จึงมีสูตรเกิด ๒ สูตร ได้แก่ :-
สูตร ๑.
คือ อำนาจที่มาจากแรงขับเคลื่อนน้ำดี
จาก แรงสั่นสะเทือนของระบบอายตนประสาท
ไปสังเคราะห์ "อินทรียสารสร้างหัวใจ"

สูตร ๒.
คืออำนาจที่มาจากแรงขับเคลื่อนน้ำดี
จากคลื่นความถี่ของหัวใจ ไปสังเคราะห์...
"อินทรียสารสร้างเนื้อเยื่อรองรับอายตนประสาททั้งระบบ"

อำนาจไสยศาสตร์ สูตร ๒.
มีอานุภาพสูงสุด เท่ากับ แรงนิวเคลียร์
ชนิดเข้ม ๑๐,๐๐๐ ล้าน-ล้าน หน่วย
พิสูจน์พบได้ใน ฌาน ขั้นที่ ๔(จตุตถฌาน)
ของสัมมาสมาธิ
พระพุทธศาสนาเรียกคลื่นแสงสว่างจากแรงนิวเคลียร์
(แรงที่ยึดเหนี่ยวโครงสร้างของธาตุคาร์บอน) นี้ว่า "สัมโพธิ"
ค่าสูงสุด ในห้องปฏิบัติการโยคะฝ่ายพุทธนี้
ยกไว้.....


สรุปแบบโลกๆระดับพื้นๆ ว่า
อำนาจไสยศาสตร์ สูตร ๒.
แรงกว่า อำนาจไสยศาสตร์ สูตร ๑.
อย่างเปรียบกันมิได้


ผู้นำแรงสังเคราะห์ ทั้ง ๒ สูตรมาใช้ได้
โบราณ เรียกว่า :-
โยคี, นักสิทธิ์, ฤๅษี, ดาบส, วิทยาธร,..ฯลฯ
ผู้สามารถควบคุม แรงสังเคราะห์ทั้ง ๒ สูตรได้
อย่างชำนาญ(วสี ๕) เรียกว่า
"ฌานวิสัย"...
เป็น หมายเลข ๒ แห่ง อจินไตย ๔
รองจาก "พุทธวิสัย"....
ซึ่งปุถุชนผู้ละเมิด
จะต้องวิบัติฉิบหายวายวอด
ไปทุกภพ ทุกชาติ
ครับ !!!!!

Monday, January 7, 2019

ต้องธรณีสาร




Atthanij Pokkasap  



ต้อง..ธรณีสาร...
เช่น สร้างบ้านทับตอไม้(ไม่ขุดตอไม้ออก) ทับจอมปลวก โดยเฉพาะหลายคนไปเตะจอมปลวก..สั่งทำลายจอมปลวก(ใต้จอมปลวก ...จะเป็นแอ่งน้ำใต้ดินมีพญานาครักษาอาศัย) ไปเหยียบสิ่งศักดิสิทธิ์...ละเมิดผู้ได้ฌานวิสัยด้วยกาย.. เรียกว่า ละเมิดธาตุดินภายนอก...ธาตุดินภายในจึงพบกาลวิบัติให้เป็นไป(นักการเมืองโกงกินถนน...ตายด้วยมะเร็งปิดทางเดินอาหาร เป็นต้น.. ชั่วลูกชั่วหลาน ครับ ไม่ใช่เฉพาะตัวการ..) โองการธรณีสาร บัญญัติขึ้นเพื่อ ผ่อนเบาในเรื่องเหล่านี้...โอย..นิ้วจิ้ม..หงิกละ พอก่อย...




รัชฎาพร เจี๊ยบ บุตรสาระ    กำลังได้อรรถรส รีบมาต่อนะคะ แตนมะเอาจะเอาต่อ


หมอ สุวิ    Atthanij Pokkasap นี่ก็ละเมิดนะ เอาความลับสวรรค์มาเปิดเผย อิอิ...นิ้วหงิก นิ้วหงิก


Takeda Kosae    ละเมิดชาตินี้หรือชาติกีอนๆคับ


Atthanij Pokkasap  ชาตินี้เป็นไฟ...ชาติก่อนเป็นชะนวน...อยู่แล้ว


Sirirat Chaiyasitt    น่าสงสารเค้านะคะ


Atthanij Pokkasap  แต่...ถ้าเป็นการตัดแต่งภาพล่ะ?!!


Atthanij Pokkasap  เพราะ...ไม่น่าจะใส่เสื้อใส่กางเกงได้...พิเคราะห์พิจารณาให้ละเอียดๆดูด้วครับ


รัชฎาพร เจี๊ยบ บุตรสาระ    อันนี้ไม่ตกแต่งค่ะ ที่อินโดนีเซียมีคนเป็นโรคแบบนี้เยอะมากค่ะ ส่วนมากยากจนอยู่บนเกาะ ซึ่งคนที่เป็นโรคนี้ชาวบ้านจะกลัวบางหมู่บ้านจะทำบ้านให้อยู่ในป่าและจะตายเร็วค้ะ



   สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานเมื่อวานนี้ (25 สิงหาคม) อ้างการเปิดเผยของ นพ.เราะห์มัต วินาตา ที่ผ่าตัดนำเนื้องอก ที่มีลักษณะคลายหูดออกจากมือ และเท้าของ "นายเดเด" หรือ "มนุษย์ต้นไม้" วัย 37 ปี ว่า นายเดเด เดินทางกลับบ้านเกิดที่เมืองบันดุง จังหวัดชวาตะวันตกแล้ว หลังจากเสร็จสิ้นการผ่าตัดนำเนื้องอกหนัก 6 กิโลกรัม ออกจากร่างกายที่กินเวลานานถึง 9 เดือน 

นายเดเด กล่าวว่า ตัวเองหวังจะเดินทางกลับบ้านไปใช้ชีวิตปกติสุข และหาภรรยาคนใหม่มาร่วมชีวิต หลังจากที่ต้องใช้ชีวิตทนทุกข์ทรมานกับเนื้องอกมานานหลายสิบปี โดยตอนนี้สามารถอยู่กับลูก และไปไหนมาไหนก็ได้ แต่ยังไม่มีแผนจะแต่งงานใหม่ในตอนนี้

อย่างไรก็ดี นายเดเด ที่อาศัยอยู่บ้านเพียงลำพังคนเดียว เผยว่า ยังไม่ได้คุยกับอดีตภรรยาเลย หลังจากที่ภรรยาพาลูกสาววัยรุ่นหนีไปอยู่กับญาติ เนื่องจากนายเดเดไม่สามารถดูแลได้ เพราะเนื้องอกทำให้เขาไม่สามารถเดินเหินหรือไปทำงานได้ ยกเว้นเพียงไปออกงานโชว์ตัวเรื่องประหลาดเท่านั้น

ทั้งนี้ เนื้องอกของนายเดเดที่เริ่มเติบโตอย่างไร้การควบคุม ตั้งแต่เขายังเป็นวัยรุ่น เพิ่งได้รับการวินิจฉัยเมื่อปีที่แล้ว โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังว่า เป็นผลพวงจากไวรัสเนื้องอกที่ปุ่มตามผิวหนัง และความบกพร่องทางพันธุกรรม ที่ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายของนายเดเดอ่อนแอเกินกว่าจะกำจัดไวรัสนี้ออกไปได้ โดยระหว่างการรักษา นายเดเดต้องกินยารักษาโรคหลายขนาน รวมทั้งวิตามินเอเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้องอกกลับมางอกใหม่อีก

นอกจากนี้ หลังเสร็จสิ้นเทศกาลถือศีลอดในเดือนตุลาคม นายเดเดก็มีกำหนดจะเดินทางกลับไปยังโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดรอบที่ 9 นำเนื้องอกขนาด 300 กรัม ที่ยังอยู่บนผิวหนังออกไปให้หมด




ธัชช์ชนณ์ กำปั่นทอง    'Dede Koswara' หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'มนุษย์ต้นไม้(Tree Man)' เสียชีวิตลงด้วยวัย 39 ปี ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเช้าของวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา ด้วยสาเหตุของความซับซ้อนด้านปัญหาสุขภาพ ทั้งไวรัสตับอักเสบตับและความผิดปกติของกระเพาะอาหาร


Atthanij Pokkasap  เป็นโรค ที่ ท้าทาย เท็คนิคกักลมอัสมิตา...มากๆ
เพราะการกักลมอัสมิตา มีเทคนิคควบคุมต่อมน้ำเหลืองรักษาสมดุลของสมมาตรที่เป็นโครงสร้างภูมิต้านทานธรรมชาติของร่างกาย...


Thursday, October 8, 2015

๓๖.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.










*** Atthanij Pokkasap  :
เรื่องของ...สจิตตปริโยทปนัง...การทำจิตให้สว่างขาวรอบ




Mareep Nnag Yakkhanugann    เพ่งฌาน!!!...ยิงหมัดตรง...ไม่อ้อมค้อมเลย...


Atthanij Pokkasap  เที่ยวสอนเที่ยวแสดงภูมิกันเกลื่อน เคยยกย่องให้เกียติคำสอนพระศาสดากันหรือไม่?
นี่ละครับ ออริจินัล!!!


Mareep Nnag Yakkhanugann    แต่พวกนักการทั้งหลายก็มักจะอ้างว่า...บทที่มีลักษณะข้อความแบบนี้พระองค์เลือกสอนเฉพาะผู้ต้องการฌานและฤทธิ์เท่านั้น...ส่วนพวกเราไม่ต้องการฌานและฤทธิ์ก็ไม่ต้องทำตามก็ได้...วิปัสสนาคือทางสายตรงดีกว่าไปติดสมถะ...ดำน้ำไปเรื่อย...ขออภัย...ขนาดเจ้านายบางท่านยังคิดแบบนี้เลยนะครับ...มีคนว่าให้ผมฟัง...ไอ้ระบบการเรียนรู้ในเรื่องศาสนานี่ผมว่ากู่ไม่กลับแน่...


Atthanij Pokkasap  ย้อนกลับไปดูสมถะ-วิปัสสนาที่เป็นพระพุทธวจนะครับ สมถะ ดับราคะ วิปัสสนาดับอวิชชา ราคะเป็นรากเหง้าของอวืชชา ถ้าพวกมันสอนอย่างท่านศิษย์อ้างจริง นั่นคืิอ ตัวบิดเบือนและทำลายพระศาสนาตัวจริง...จึงว่า ให้อภัยไม่ได้แล้วนั่นไง...


Atthanij Pokkasap  ดับราคะก็คือ เนกขัมมสุข ของอนาคามี มันกล้าปฏิเสธ อริยขั้นสาม กระโดดข้ามไปขั้น ๔ อรหัต มันบ้า..ชัดเจน


Atthanij Pokkasap  เพราะมันวิพากษ์ ฌานวิสัย และพุทธวิสัย บ้า ๒ เด้งเลย


Atthanij Pokkasap  สังคมไทยให้คนบ้าชี้นำประเทศ 555 ยิ่งไม่น่าแปลกที่วันนี้มันจะแตกแยกเละเทะ...


Atthanij Pokkasap  ที่มาของพุทธวจนะนี้ ดูชื่อพระสูตรด้วย คือ อเนญชสัปปายสูตร เป็นวิหารที่พระพุทธเจ้าและอรหันต์ใหญ่ท่านเข้าประจำครับ โดยเฉพาะในฤดูหนาว ที่หิมะเกาะตัวเปนน้ำเเข็ง อริยสงฆ์หลายองค์ห่มจีวรบางเบา ประชุมกันท่ามกลางหิมะน้ำแข็ง โดยไม่มีใครรู้สึกหนาว เพราะต่างอาศัยวิหารธรรมนี้(อเนญชาสมาบัติ) พวกมันวิพากษ์อะไรออกมาไม่เคยดูสิ่งแวดล้อมที่มาของพระสูตรเลย...นักการเปรตทั้งนั้น...ทุคติ วินิบาต เป็นคติของพวกมัน ช่วยไม่ได้ครับ...

Atthanij Pokkasap  พวกรู้ธรรมะแต่มี ทุคติ วินิบาต เป็นคติในสัมปรายภพ...ใครก็ช่วยไม่ได้...


Atthanij Pokkasap  ในพระสูตรใหญ่ว่าด้วยอเนญชาสมาบัติทั้งหมด เป็นพระสูตรแสดงในฤดูหนาว ที่หิมะเกาะตัวเป็นน้ำแข็งเป็นเทศกาลดอกโกมุทเบ่งบานด้วย....อ่านพระสูตรยังจับใจความภูมิประเทศที่เกิดพระสูตรใหญ่ๆแต่ละพระสูตรก็ไม่ได้ มาอวดภูมิเป็นนักปราชญ์พระพุทธศาสนา...โอยยย.....ทำไมสร้างความสังเวชได้รุนแรงกันขนาดนี้....เปรต..ทั้งหลายเอ๋ยยย....


Mareep Nnag Yakkhanugann   เล่นหลักฐานแบบนี้ก็ตายยกรังสิครับ...ท่านวิชาการทั้งหลาย...


Atthanij Pokkasap  บอกละงัย..ว่า ไม่เคยเป็นกลาง...มีแต่เข้าข้างหลักฐานโบราณคดีตามเป็นจริง เข้าข้างสัจจธรรมหัวชนฝาสนั่นเลย



Wednesday, October 7, 2015

๓๒.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.










*** Atthanij Pokkasap  

ท.วิวัฒนาการมันตกเรื่องกฏอนุรักษกรรมแห่งพลังงานทั้งดุ้น...พลังงานคลื่นจากอายตนะประสาทเป็นพลังงานคลื่นไฟฟ้าเคมีชีวภาพ...ทำให้สัตว์ ต้องมี อายตนะประสาทคล้ายๆกันหมด แล้วแต่สัญชาตญาณ...ศาสนพุทธละเอียดเกินกว่า IQ พวกมันจริงๆต่อให้มันมี IQ ทะลุ 300 ก็ยังไง่ดัดดานเมื่อมาเจอการค้นพบของพระพุทธศาสนา...สรุปเราฉลาดว่ะ....



Atthanij Pokkasap  555


นาคเฝ้าคัมภีร์     ทีแรกว่าจะบรรยายน้อยนะ แต่มัน


นาคเฝ้าคัมภีร์    ไม่ได้วาดภาพแนวนี้ซะนาน หากฝีมือตกไปบ้างต้องกราบขออภัย-/\-


Atthanij Pokkasap  คนมาจากลิง เรา..เล่นโขนแสดงมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถนู้นน...(ปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๐)

Atthanij Pokkasap  รูปอายตนะประสาททั้ง ๕ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย)กลายสภาพ เพราะ...พฤติกรรม พลวัตจากกรรมที่สังเคราะห์รูป เป็นพลวัติในห่วงโมเบียสแห่งกรรม หน้าตาพลวัตกลุ่มนี้ซ่อนตัวอยู่ในปรากฏการณ์นิวเคลียร์สังเคราะห์ธาตุ...ครับ


Atthanij Pokkasap  Vibration ที่มาจากคลื่นพลังงานไฟฟ้าเคมีชีวภาพ จากระบบอายตนะประสาทสัมผัส ถูกอธิบายด้วยศัพท์โบราณ ที่เราเรียกว่า อภิธรรมปิฎก...ครับ แล้ว...รูปของพลังงานสังเคราะห์ธาตุเหล่านี้ ซ่อนอยู่ในปรากฏการณ์นิวเคลียร์สังเคราะห์ธาตุเท่านั้น...ยิ่งกว่านั้นพระพุทธศาสนานำมาออกแบบเป็นประเพณีวัฒนธรรมเกี่ยวกะสังคมด้วย....


Atthanij Pokkasap  อภิธรรมปิฎก ไม่เอา ปรากฏการณ์นิวเคลียร์สังเคราะห์ธาตุ จากภาพถ่ายใน "ห้องฟอง(Bubble Chamber)" ของปรากฏการณ์นิวเคลียร์มาเปรียบเทียบ...แล้วมันจะเกิดแตกต่างกระทั่งเป็นความรู้ได้อย่างไร...ถ้าความรู้ไม่เกิดจากการเปรียบเทียบ มันก็คือ...ไอ้บ้าที่...คิดเอาเอง...ครับ


Atthanij Pokkasap  ไอ้บ้า...เยอะ เลยยย...


Atthanij Pokkasap  ท่านพระสารีบุตร เคยเกิดเป็นลิงต่อเนื่องถึง ๕๐๐ ชาติ...สุดท้ายในชาติพระอรหันต์ใหญ่อัครสาวก...ท่านก็มีนิสัยแบบลิงๆคละปะปนอยู่อยู่เป็นเหตุให้มีพระเกเรหาเรื่องท่านว่าท่านเดินไม่สำรวมทำชายจีวรมาโดนศรีษะ...เป็นอธิกรณ์...เลย....


Atthanij Pokkasap  พลังงานกรรมเหล่านี้อยู่ในสถานะของ 1 = 1+1+1+1+1+....ไม่รู้จบ ด้วยครับ....ปรากฏการณ์นิวเคลียร์สังเคราะห์ธาตุอยู่นอกระบบภาษาสื่อสารของฝรั่ง...มันก็เลยถ่ายทอดไม่ออก.....สุดท้ายมันต้องเอาวิทยาศาสตร์นิวตันมาเล่น...ปรากฏการณ์ทางมิติเวลาเลยเละ...หมด....


Atthanij Pokkasap  การเป็นมนุษย์ เป็นเรื่องของ นายบุญคละ..ครับ เพราะเราล้างกรรมใหญ่ๆตอนที่ยังไม่รู้จักพระพุทธศาสนาแห่งอดีตไม่ได้....


Atthanij Pokkasap  พวกเรียนอภิธรรม แต่ไม่มีความรู้ด้านฟิสิคส์นิวเคลียร์ ตอนปรากฏการณการเกิดอนุภาคใหม่ เข้าประกอบ....ไอ้บ้า...คิดเอาเองทั้งนั้น..ครับ


Atthanij Pokkasap  เป็นปรากฏการณ์ใน...ฌานวิสัย ๑ ใน ๔ อจินไตย ครับ


Mareep Nnag Yakkhanugann    ผมเองก็พวกบ้าตำราเหมือนกัน...ไปอ่านหนังสือเกี่ยวกับพวกควอนตั้มจนเบลอ...มันไม่รู้จบจริงๆ...ปะเดี๋ยวพวกนักวิชาการก็พบเจอไอ้นั่นไอ้นี่...มันลงทุนกันเป็นแสนๆล้านก็หาคำตอบไม่ได้...ขณะเดียวกันก็อ่านพระอภิธรรมตามๆเขาเพราะเห็นเขาว่าต้องเรียน...ไม่งั้นวิปัสสนาไม่ได้...ไปหลงคิดแบบนั้นมานาน...แต่ก็สงสัยอยู่เรื่อยมา...นักการสมัยนี้ที่ว่าเก่งสอบได้ขั้นนั่นนี่ก็ไม่รู้เรื่องหรอกครับ...ได้แต่ท่องจำกันไปแค่นั้นเอง...ไม่ต้องถึงในอภิธรรม 7 คัมภีร์หรอก...เอาแค่อภิธัมมัตถสังคหะของท่านอนุรุทธาจารย์ที่ชอบอ้างกันว่าอ่านง่ายๆกว่า...ผมว่าก็อธิบายกันได้แค่แบบนกแก้วแค่นั้นเอง...


Atthanij Pokkasap  ตอนผลบุญผลกรรมเป็น 1=1+1+1+1+1....ไม่รู้จบ แต่มีช่วงกระเพื่อม...แบบควอนตัม...ผมสังเหตเห็นหลักฐานในคำสอนหลายพระสูตร แต่ยังไม่เคยรวบรวมครับ....


Atthanij Pokkasap  ผมถึงกล้าเทียบ กสิณสังเคราะห์ธาตุ= นิวเคลียร์สังเคราะห์ธาตุ


Mareep Nnag Yakkhanugann    ไอ้ที่อาจารย์ลงไว้นี่แหละครับ 1+1+1+1=1...น่าสนใจมากๆๆ...


Atthanij Pokkasap  แชร์...ลูกโซ่ หรือ ปฏิกิริยาลูกโซ่ ในปรากฏการณ์นิวเคลียร์ พระพุทธศาสนานำมาแสดงเต็มไปหมด...ครับ


Mareep Nnag Yakkhanugann    เคยเจ๊งกะมันไปกะไอ้แชร์เนี่ยมันปฏิกิริยาแห่งโลภะ555...แต่เรื่องลูกโซ่แบบอาจารย์เจ๋งกว่าล้วงตังค์หรือตักข้าวแจกขนมได้ไม่รู้หมด...ได้แบบนี้ล่ะประเสริฐแท้...


Atthanij Pokkasap  ที่เจ๊ง นั่น มันเงา..ค่าย้อนกลับ ดู Torsion Bar ...เหล็กกันโครงรถยนต์ เกลียวบิดที่นำค่าแรงซับกระแทกไปสู่ความเป็น ศูนย์ แต่ค่าเกลียวบิดที่นำจากศุนย์ไปสู่ไร้ขอบเขต...นั่นคือปรากฏการณ์ที่พระพุทธศาสนาบันทึกไว้...ครับ


Mareep Nnag Yakkhanugann    สูญจริงๆเจ้ามือหายหน้าสาปสูญไปเลยพร้อมตังค์ข้าพเจ้า...ชื่อค่าย้อนกลับแต่เจ้ามือนายหน้าไม่ย้อนกลับมาอีกเลย555...


Atthanij Pokkasap   มี..ร่องรอยอยู่ใน ธนาคารแห่งความทรงจำ(Engram Bank)และอวกาศ รอวันสนองกลับคืนมา....อย่าแปลกใจ เพราะจักรวาลแบบปิด ไม่มีการกระทำใดๆที่จะไม่แสดงผล....พร้อม ดอกเบี้ยกรรม สูตรปฏิกิริยาลูกโซ่ ครับ


Mareep Nnag Yakkhanugann    ในอวกาศด้วยรึครับ...ตำแหน่งใดกัน...


Atthanij Pokkasap  ท่านพระนาคเสน ปุจฉาย้อนกลับ คิง เมนันเดอร์ว่า ผลกรรมก็เหมือนเช่น ผลไม้....ที่ปลูกและบำรุงมาดีแล้วแต่ให้บอกว่า ผลมันจะต้องออกที่ตรงนั้นตรงนี้ของต้น คงไม่ได้ แต่เมื่อถึงเวลาที่มันออก มันก็เป็นผล นั่นเทียว...ครับ


Atthanij Pokkasap  รูป ย่อมเกิดบนความว่าง(อวกาศ) ว่างมีขนาดเท่าใด รูปก็มีขนาดเท่านั้น ในปัวเยียกซิ่งกง(พลังเทพปัญญาบารมี)จึงมีเคล็ดว่า รูป คือ ความว่าง ความว่างคือรูป....@_@ 555


Mareep Nnag Yakkhanugann    เหตุการณ์ต่างๆที่เราได้กระทำไปแล้วมันก็มีตำแหน่งบอกชัดอยู่แล้วเหมือนมีพิกัดบอกซึ่งจะส่งผลไปสู่ตำแหน่งในอนาคตอย่างใดออ่างหนึ่ง...ไม่ต่างจากตอนเราเกิดก็สามารถบอกพิกัดจุดกำเนิดและทำนายร่องรอยความน่าจะเป็นในอนาคตของเจ้าของพิกัดกำเนิดนั้นด้วยวิชาพุทธาโหราศาสตร์...มันคือผลสืบเนื่องมาจากการกระทำในอดีตที่ตำแหน่งและเวลาในอดีตนั่นเอง...


Atthanij Pokkasap  ...ฉาด...(ตบหัวเข่าตัวเอง...ถูกใจน่ะ)!!!


Atthanij Pokkasap  ฉะนั้น...อิทธิบาท ๔ ซึ่งปราดไทยไปตัดคำห้อยท้ายออกมันเลยไม่รู้เรื่อง...คำห้อยท้ายของอิทธิบาท ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ คือ (ตย.) ฉันทะสัมปยุตตปธานสังขาร...สัมปยุตตปธานสังขาร คือรูปในร่องรอยอวกาศที่เป็นเสรีไปจากกาล และสนามกาล จึงอยู่เป็นกัปเป็นกัลป์...ท้าเลยว่าปราดทั้งหมดในประเทศนี้ไม่รู้เรื่องอิทธิบาทอยู่เหนือสนามเวลาอย่างไร....


Mareep Nnag Yakkhanugann    ฉาด...ฉาด...ฉาด...(เอาบ้าง)...


Atthanij Pokkasap  โย้ยย...เสียว..กระเด็นมาโดนหน้า นะ


Ren    เฮ้ๆๆ..พูดให้คนประเภทบัวใต้น้ำรู้บ้างซิเฟ้ยยย..


Atthanij Pokkasap  อยู่ใต้น้ำน่ะ ดีแล้ว จะโผล่มาเจอ UV มัยล่ะ...เด๋ว เกรียมหมดเป่าๆ....


Ren    แฮะๆๆ..ไม่กัว..ใช้ขี้ควายทาผิวป้องกันได้ สูตรโบราญนะเนี่ยยย ลองดูดิ