Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label วัตถุ. Show all posts
Showing posts with label วัตถุ. Show all posts

Sunday, January 15, 2017

84.Breaking Dharma PART 83





Breaking Dharma PART 83...!!!
....



วันศุกร์ ที่ ๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๗
เช้าตรู่ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๔


กำเนิด * อานาปานสติสมาธิ * ตอนที่ ๒



ความเดิมตอนที่ ๑ (PART 82)

ภิกษุทั้งหลายแห่งพระนครเวสาลี ได้ปฏิบัติธรรมคืออสุภกัมมัฏฐาน มากมายหลายกระบวน ได้เกิดความเบื่อหน่าย อึดอัด ท้อแท้ รังเกียจ รำคาญต่อสังขารความเป็นอยู่ของตน จึงปลิดปลงชีวิตตน ให้ภิกษุด้วยกันบ้าง ให้ มิคลัณฑิกสมณกุตตกะ บ้างปลิดปลงชีวิตให้ พากันมรณภาพไปเป็นจำนวนมากมาย เมื่อพระศาสดาเสด็จออกจากการปลีกออกเร้น เห็นภิกษุทั้งหลายหายไปเป็นจำนวนมาก จึงตรัสถามท่านพระอานนท์
และเมื่อท่านพระอานนท์ทูลให้ทรงทราบต้นสายปลายเหตุอันเนื่องมาจากการปฏิบัติอสุภกัมมัฏฐาน..จึงทรงรับสั่งให้
เรียกประชุมสงฆ์ขึ้นอย่างเร่งด่วน.


(๑๖๕) ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเข้าสู่อุปัฏฐานศาลาประทับนั่งเหนือพุทธอาสน์ที่จัดไว้ถวายแล้ว
รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า
"ภิกษุทั้งหลาย!
แม้สมาธิในอานาปานสตินี้แล
อันภิกษุอบรมทำให้มากแล้ว
ย่อมเป็นคุณสงบ ประณีต เยือกเย็น อยู่เป็นสุข
และยังบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วๆ
ให้อันตรธานสงบไปโดยฉับพลัน
ดุจละอองและฝุ่นที่ฟุ้งขึ้นในเดือนสุดท้ายฤดูร้อน
แล้วมีฝนใหญ่ที่ตกสมัยมิใช่ฤดูกาล ย่อมยังละอองและฝุ่นนั้นๆ
ให้อันตรธานสงบไปได้ โดยฉับพลัน ฉันนั้น"

"ภิกษุทั้งหลาย!
ก็อานาปานสติสมาธิ อันภิกษุอบรมอย่างไร
ทำให้มากอย่างไร
จึงเป็นคุณสงบ ประณีต เยือกเย็น อยู่เป็นสุข
และยังบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วๆ ให้อันตรธาน
สงบลงไปฉับพลัน?"


(อานาปานสติสมาธิ ปฏิบัติการ กลุ่มที่ ๑)

"ภิกษุทั้งหลาย !
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ อยู่ในป่าก็ตาม
อยู่ ณ โคนไม้ก็ตาม อยู่ในสถานที่สงัดก็ตาม
นั่งคู้บัลลังก์ตั้งกายตรงดำรงสติบ่ายหน้าสู่กัมมัฏฐาน
ภิกษุนั้นย่อมสติ หายใจเข้า
มีสติหายใจออก
เมื่อหายใจเข้ายาว ก็รู้สึกว่าหายใจเข้ายาว
เมื่อหายใจออกยาว ก็รู้สึกว่าหายใจออกยาว
เมื่อหายใจเข้าสั้น ก็รู้สึกว่าหายใจเข้าสั้น
เมื่อหายใจออกสั้น ก็รู้สึกว่าหายใจออกสั้น
...จบ ปฏิบัติการ กลุ่มที่ ๑




ถอดความ ขยายเคล็ด ;

(๑)
ท่านพระสารีบุตร อธิบายไว้ใน ข้อ (๓๘๘) คัมภีร์ ปฏิสัมภิทามรรค ขุททกนิกาย พระไตรปิฎก สยามรัฐ เล่ม ๓๑/๔๕ ว่า
"จิตมั่นคงดีในวัตถุใด สติย่อมปรากฏดีในวัตถุนั้น
สติปรากฏดีในวัตถุใด จิตย่อมมั่นคงดีในวัตถุนั้น"

"ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ชื่อว่า "วัตถุ"
สติ กับ จิต จึงชื่อว่า "รู้เนื่องด้วยกาย (กายานุปัสสนา)"

(๒)
ท่านพระพุทธโฆษาจารย์ผู้รจนาคัมภีร์วิสุทธิมรรค แจงไว้ด้วยว่า
"อานาปานสติสมาธิ ไม่มีอาการสงบด้วยบริกรรม หรืออุปจาร
ความว่าจำเดิมแต่กำหนดทีแรก
ย่อมสงบ และประณีต ตามสภาวะของตนเองฯ"

หมายถึง...เมื่อกำหนดการหายใจเข้า การหายใจออก
อย่า...บริกรรม...!!!!!!!

(๓)
ในมหาสติปัฏฐานสูตร ได้อุปมาไว้ว่า
มีสัมปชัญญะ ตั้งสติเฉพาะหน้า
หายใจแล้ว..
ดุจนายช่างกลึง ผู้ฟั่นกลึงเชือกด้วยชำนาญตั้งใจกระทำต่อเชือก
...โยคีผู้ปฏิบัติการหายใจเข้า หายใจออก...รู้จักความละเอียดและการเข้า การออกของลมหายใจตนเองได้อย่างไร แค่ไหน???!!
จึงจะเสมอกับที่ถูกอุปมาเทียบเสมอนายช่างฟั่นกลึงเชือกผู้ชำนาญ

(๔)
จากการศึกษาระบบกล้ามเนื้อที่ทรหดและแข็งแรงที่สุดของปลาแซลมอน และปลาเทร้าส์
การใช้ออกซิเจนเพื่อการสันดาปพลังงานภายในเซลล์แห่งสรีรร่างอย่างมีคุณภาพ เป็นความสัมพันธ์ระหว่าง....
ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก + เลือด + น้ำดีจากตับที่ผลิตใต้ถุงน้ำดี

(๕)
ทั้ง ๔ ข้อข้างต้น คือที่มาของคัมภีร์นวดแผนโบราณ หรือตำราว่าด้วยจิตสรีรวิภาค ที่สาบสูบไปจากการถ่ายทอดของ
บทกรรมฐานไทยอย่างสิ้นเชิง....
นักศึกษาแพทย์ต้องเรียนวิชาสรีรวิภาค ฉันใด
ผู้ปฏิบัติกรรมฐานในพระพุทธศาสนาก็จำเป็นต้องเรียนวิชาจิตสรีรวิภาค (ตำรานวดแผนโบราณ) ฉันนั้น



ขออภัย.....5555555...ไม่มีนักกรรมฐานหน้าไหนได้เรียนครับ
จบ กำเนิด อานาปานสติสมาธิ ตอนที่ ๒


Atthanij Pokkasap





...จากกำเนิดอานาปานสติสมาธิ...ชัดเจน ว่าอานาปานสติ...คืออาวุธแห่งธรรมในการประหารบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วทั้งหมดที่เป็น หลักการข้อที่ ๑..ปหานปธาน ในสัมมาวายามะ..ความเพียรชอบ !!!

...ลมหายใจที่มีระเบียบวินัย..จะทำให้อายุยืนเท่าที่อยากมีชีวิตอยู่ ที่พระพุทธเจ้ายืนยันคือ ๑ มหากัป 
เทคนิคเรียกว่า อิทธิบาท ๔   แล้วก็จะแข็งเป็นผู้ทรงฤทธิ (ฌานวิสัย)...




...ท่านพระปิณโฑลภารทวาช (Pindolabharadvaja) เมื่อบรรลุธรรมแล้ว ได้เดินออกมาที่หน้ากุฏิของท่านบันลือสีหนาท
กระหึ่มดังไปทั้งสามโลกว่า..
"ผู้ใดสงสัยในธรรม จงถามเรา!!!"

...อสีติสาวกผู้มีชื่อเสียงในการบรรลือสีหนาทสมัยพุทธกาล มี ๒ ท่าน คือ
(๑) ท่านปิณโฑลภารัทวาช (ปินท่อล้อ  ๑ ในรูปหล่อ ๑๘ อรหันต์ตึกตักม้อ ของวัดจีน)
(๒) ท่านจุลปันถก (จูเต้หรือจูหลี ปันโต้วเกีย  ๑ ในรูปหล่อ ๑๘ อรหันต์ตึกตักม้ออีกเหมือนกัน)

...ทั้ง ๒ ท่าน เป็นผู้ชำนาญในการใช้อานุภาพแห่งฤทธิ์ปกป้องพระศาสนา ครับ.

...บรรลือสีหนาท เป็นวิชาสิงโตคำราม (ไซจื้อฮ่อ) ในจินตนิยายากำลังภายในของจีน




...เวลาภายใน (Subjective Time) เวลาภายนอก (เวลาที่ใช้ทั่วไป) สัมพันธ์กันเหมือน 
ธาตุดินภายใน กับธาตุดินภายนอก (ปรากฏการณ์ของแข็ง) ..รวมไปถึงจิตสรีระวิภาค ที่มาของ
อำนาจมหาโลภแห่งโลภะของตัณหา และ มหาปัญญาแห่งการหลุดพ้น ต้องอธิบายด้วย
ปรากฏการณ์พลังงานนิวเคลียร์จึงจะตรงกับที่พระพุทธศาสนาค้นพบ...ไม่มีหน้าไหนเรียน..จริง-จริง

...เพราะการค้นพบทางทฤษฎีควอนตัมสัมพัทธภาพ ...จะทำให้เราเข้าถึงปาฏิหาริย์ต่างๆทั้งหมดของพระพุทธศาสนาแบบวิทยาศาสตร์ได้..แล้วนำมาพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต โดยถีบเทคโนโลยีกาฝากในปัจจุบันของพวกสิ้นคิดให้กระจุยไปได้ 
อย่างเด็ดขาดอีกด้วย





                                                                                                        ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
   
  


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap

Friday, January 13, 2017

64.Breaking Dharma PART 63




Breaking Dharma PART 63...!!!
....


วันนี้ คือ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๒ เป็นวันพระ..จันทร์ครึ่งดวง
ตรงกะ วันจันทร์ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๖
บำเพ็ญ สติ สร้างปาฏิหาริย์
ขับไล่อสัตยชนให้พ้นสังคมไทยกันครับ..!!!


สมาธิ นั้นปรากฏหนักมากใน ความเพียร คือ สัมมัปปธาน ๔
(สังวรปธาน, ปหานปธาน, ภาวนาปธาน และอนุรักขนาปธาน
พระทุกวันนี้สอนอะไร..
จึง ไม่พูดถึง สัมมาวายามะ  คือ สัมมัปปธาน ๔ นี้กันเลย???)
ท่านสัมมัปปธาน ๔ร อัครมหาสาวกผู้เลิศฝ่ายปัญญาแจกอรรถาธิบาย
สติสร้างสมาธิจากลมหายใจเข้า+ลมหายใจออก
เป็นบันทึกใน ปฎิสัมภิทามรรค ไตรปิฎกเล่ม ๓๑/๔๕ ไว้ดังนี้ ;

ข้อ (๓๘๘)
จิต มั่นคงในวัตถุใด สติ ย่อมปรากฏดีในวัตถุนั้น
สติ ปรากฏดีในวัตถุใด จิต ย่อมมั่นคงดีในวัตถุนั้น
ลมหายใจเข้า+ ลมหายใจออก ชื่อว่า "วัตถุ"
สติกับจิต จึงชื่อว่า..รู้เนื่องด้วยกาย (กายานุปัสสนา)


ไม่ใช่มากำหนดจิตเอาเองได้เลยคร้าบบบบบ...!!!


โยคาวจรฝ่ายทิเบต ถ่ายทอดเคล็ดตามๆกันมาว่า...
ลมหายใจเข้า + ลมหายใจออก คือ ม้า
จิต คืออัศวิน ผู้ขี่ม้า
โยคีเมื่อต้องการเผชิญหน้า กับ "จิต"
พึงควบคุม ม้า คือ ลมหายใจเข้า+ลมหายใจออกให้ได้
ก็ย่อมได้พบ อัศวินเจ้าของม้า


บันทึกไสยศาสตร์ไทยตำรับพระยาสีหราชเดโช
๑ ใน ๓ ขุนศึกผู้เฒ่า..
แห่งสมเด็จพระนารายณ์ มหาราชเจ้า (พ.ศ.๒๑๙๙-๒๒๓๑)
ผู้ยับยั้งการเข้ามาล่าอาณานิคมของฝรั่งเศสและอังกฤษได้สำเร็จ
เช่นเดียวกะที่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พ.ศ.๒๑๓๓-๒๑๔๘)
ทรงเคยยุติการเข้ามาล่าอาณานิคมของ โปรตุเกสและฮอลันดาสำเร็จมาแล้ว
ได้ใช้เทคนิคการ อึดกลั้นหายใจ การกำหนดคาบแห่งการร่ายอาคม
ล่องหนหายตัวฝ่าทัพพม่ามาแล้ว  ด้วยเชิงยุทธไม่แตกต่างจากจูล่งในสามก๊ก
เป็นการเรียนรู้ควบคุมลมหายใจ  ทำในสิ่งที่ผู้ไม่รู้จักการหายใจทั้งหลาย
ไม่สามารถเรียนรู้ได้
เป็นอานุภาพเกรียงไกรของกองทัพราชอาณาจักรสยามมาก่อนหน้า....


ขอท่านทั้งหลาย  จงฝึกรู้คุณภาพแห่งลมหายใจ
สร้างสติ และปาฏิหาริย์ เปลี่ยนแปลงคุณภาพสังคม
ไปสู่ความก้าวหน้าอันยิ่งใหญ่  อย่างที่บุรพชนเคยสร้างผลงาน
กันไว้เป็น ความศักดิ์สิทธิ์แห่ง "ร่มพระบรมโพธิสมภาร" กันเถิด

ขอความก้าวหน้าในอานุภาพแห่งธรรมจงคุ้มครองนำท่านทั้งหลาย
ไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองตามเป็นจริง เทอญ


Atthanij Pokkasap ถ่ายทอด จากขอนแก่น
เนื่องในวันพระ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๒
จันทร์ ๒๕ พฤศจิกายน พงศ.๒๕๕๖



...อาชีพหลักเลย คือ นั่งหายใจ...อยากรู้จักอัศวินผู้ขี่ม้า...





                                                                                                                          ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
  
  


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap

Sunday, October 11, 2015

๕๐.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-











*** Atthanij Pokkasap about an hour ago 

ข่าวสาร จาก...ทนไม่ไหวแล่ววว ฟุ้ยยย!!!

ตอน เอะอะก็กำหนดจิต เอะอะก็กำหนดสติ....


...คิดว่า จิต เป็นอะไร? คิดว่าสติ เป็นอะไรกำหนดกันขึ้นมาลอยๆง่ายกันเหลือเกิน......


ข้อ (๓๘๘) ปฏิสัมภิทามัคค์ ขุททกนิกาย บอกว่า...จิต มั่นคงดีในวัตถุใด สติย่อมปรากฏดีในวัตถุนั้น


สติปรากฏดีในวัตถุใด จิต ย่อมมั่นคงดีในวัตถุนั้น!!!

ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก คือ "วัตถุ"  สติ กับ จิต จึงชื่อว่า..รู้เนื่องด้วยกาย!!!!!! !!!!!!!!




Atthanij Pokkasap  ยังหายใจเข้า หายใจออกไม่เป็นเลย มาเที่ยวกำหนดจิต กำหนดสติ....ภาษาไทยทำไมมันลบหลู่ศัพท์สูงของพระพุทธศาสนาขนาดนี้วะ????!


Mareep    ต้องทำความเข้าใจในเรื่องจิตและสติอย่างแท้จริงผ่านการปฏิบัติอย่างเข้มข้นด้วยการเริ่มที่ลมหายใจของตน..


Atthanij Pokkasap  ครับ..จัดระเบียบลมหายใจอย่างที่ปรัชญาฝ่ายโยคะของท่านปตัญชลีว่า...การหายใจเร่งเร็วขึ้นเพียงใด ความสงบของจิตก็ย่อมลดน้อยลงเพียงนั้น และการหายใจสงบลง และละเอียดยิ่งเพียงใด ความสงบของจิตก็ย่อมเพิ่มทวีคูณขึ้นเพียงนั้น...จาก คำอธิบาย สูตรที่ ๓๑ ปฐมบาทกล่าวด้วยสมาธิ(อรรถาธิบายโดย ท่าน สวามี สัตยานันทะ...)


นาคเฝ้าคัมภีร์     ลมหายใจ สติ ม้า อัศวิน


Fu    ในชีวิตประจำวันของคนเราบางครั้งมีการหลงลืมบ้าง หรือมีการทำผิดพลาดพลั้งเผลอ หรือเจอกับอุบัตืเหตุบ้าง เรื่องต่างๆนี้แปลว่าไม่มีสติหรือรึเปล่าครับ


Fu    แล้วสติกับสมาธิที่เค้าแยกกันนี่ก็ผิดใช่บ่ครับ


Atthanij Pokkasap  สติในพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องเดียวกะปัญญาครับ แต่ไอ้คนไทยเอามาพูดมันเอาไปมั่วกับ สัมปชัญญะ-ความรู้สึกตัว....มันลบหลู่ศัพท์สูงของพระพุทธศาสนาสมควรสูญชาติสูญแผ่นดินสมความเนรคุณและลบหลู่คุณท่าน...


Atthanij Pokkasap  ในปฏิบัติและพัฒนาการ สติ ชื่อเต็มก็บอกนี่ครับ...สติปัฏฐาน... คือ สติเป็นฐานของสมาธิ สมาธิเป็นฐานของปัญญา(สัมโพธิ,โพธิจิต)


Atthanij Pokkasap  ใน..อานาปานสติ...ที่กล่าวว่า รู้ชัด..รู้ชัด... ความหมายของ"รู้ชัด"...คือการปรากฏของจิต และสติ แล้ว จึงรู้ชัดเป็น ญาณ เป็นปัญญา การปรากฏก็กลับไปข้างต้น คือ จิต หรือสติ ถูกทำให้มั่นคงโดย..ลมหายใจ ที่มีคุณภาพ...แต่ที่มันสอนกันทุกวันนี้ ข้ามลมหายใจไปกำหนดจิต กำหนดสติได้เลย ...บัดซบลบหลู่ธรรมตรงนี้...ถ้าอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ที่อวดโอหังมาก่อนหน้า..มันอะไรล่ะ???!


Atthanij Pokkasap  เรากำลัง วิพากษ์ กระบวนการ "สจิตฺตปริโยทปนํ" ที่สอนกันอย่างเลอะเทอะในประเทศไทย อาจมีผู้สนใจแต่ดัดจริตรับไม่ได้...ต้องไปเอาปฏิบิติธรรมในหมวดศีล มากลบเกลื่อน อย่าให้ต้องย้อนกลับไปหาการวิพากษ์ศีลที่เป็นฐานของสมาธิเลยนะครับ...ถ้าถือศีลแล้วจิตไม่พัฒนามาเป็นสมาธิมันก็พวกไม่รู้ว่าศีลเค้าปฏิบัติกันตอนไหน....ถึงหาความก้าวหน้าทางธรรมไม่ได้...อีกอยู่ดี เลอะเทอะทั้งฐานรากและเรียราดทั้งบั้นปลาย เป็นชาวพุทธประสาอะไรไม่ทราบ...???! รับความจริงอะไรไม่ได้เลย...สักเรื่อง...ทุเรศนะ


Mareep    ต้องไล่สอนตั้งแต่เรื่องศีลเลยครับ...ปูรากฐานกันใหม่หมดเลย...


Atthanij Pokkasap  ทฤษฎี..ล้างประเทศ นะครับ...ไหวนะ???


Mareep    ก็โดนล้างสมองมากี่รุ่นแล้ว...ล้างก็ต้องล้างบางล่ะครับ...


Atthanij Pokkasap  ถ้าวัยศึกษาเค้าได้จับ ออริจินัล แล้ววิพากษ์อย่างเป็นเสรีในหมู่เดียวกัน บ้านเมืองเราก้าวไกลว่าเยอรมันเสียอีก...น่าเสียดาย... ทุกวันนี้ขนาดคณิตศาสตร์มันยังยัดเยียดพิธีกรรมอย่างเอาเป็นเอาตายเลย...


Mareep    ยังไงครับที่ว่าคณิตศาสตร์ที่มันยังยัดเยียดพิธีกรรมอย่างเอาเป็นเอาตาย...ผมเองห่างการรับรู้ระบบการเรียนสมัยใหม่อะไรของไอ้แต่ละเจ้ากระทรวงทั้งหลาย...แต่ได้ยินพวกนักเรียนมันเบื่อกันมาก...ทั้งด่าทั้งหนีเรียน...


Mareep    รู้แต่มันแจกการบ้านรายงานสารพัด...ส่วนครูแอบไปสอนพิเศษเก็บกะตังข้างนอก...


Atthanij Pokkasap  ขั้นตอนการคิดหาคำตอบต้องตายตัวตามที่ อจ.มันสอนงัยครับ ร้อย อจ. ก็ร้อยวิธี ตายมั้ย...


Atthanij Pokkasap  มันออกกฎหมายให้หมดแล้วครับ ในการแก้เกม...แต่รู้ไปแล้ว ให้ใครล่ะดำเนินการเอาผิดตามกฏหมายที่ออก ผมจึงบอกว่า นักวิชาการที่รับใช้นักการเมือง คือ ตัวชั่วแท้จริง


Fu    ให้ความกระจ่างเยอะเลยครับ


นาคเฝ้าคัมภีร์     วิญญาณก็ไม่ใช่ผี อ.ท่านว่า วิญญาณ มาจาก วิ+ญาณ แปลว่า รู้ยิ่ง!