Thursday, January 19, 2023

พระพุทธเจ้า ๗ พระองค์ ตลอด ๙๒ กัปกัลป์ ของพระพุทธศาสนา

 

อัตถนิชย์ โภคทรัพย์ 

10 สิงหาคม 2017  


   พระพุทธเจ้า ๗ พระองค์ ประกอบไปด้วย

   1. พระวิปัสสีพุทธเจ้า (สารกัปมี พระองค์)

   2. พระสิขีพุทธเจ้า (มัณฑกัปมี พระองค์)

   3. พระเวสสภูพุทธเจ้า

   4. พระกกุสันธพุทธเจ้า (ภัทรกัป พระองค์)

   5. พระโกนาคมนพุทธเจ้า

   6. พระกัสสปพุทธเจ้า

   7. พระโคตมพุทธเจ้า

   (พระเมตไตรยเป็นอนาคตพุทธเจ้าในภัทรกัปนี้)


มี มหาปทานสูตร ต้นเรื่องปฏิจจสมุปปาท

มี มหาสมัยสูตร ต้นเรื่อง..ธรรมอันเป็นเครื่องเห็นอมนุษย์รองรับ ....

นัยะของพระสูตรแสดงถึงรายละเอียดของภูมิทัศน์

ตลอด ๙๒ กัปกัลป์ ของพระพุทธศาสนา

ที่มาของเหล่า "สาโลหิต"..ชนผู้หลงเหลืออยู่นับจาก

ที่มีกุศลกรรมได้ปฏิบัติธรรมร่วมกันมากับพระบรมโพธิสัตว์ องค์ที่ได้มาตรัสรู้ประจำ

พุทธันดรกัปที่ ๔ นี้

ความผูกพันนี้รวมเป็นหมวดเทวดาสังยุตต์ ...

ถึง ๒,๒๐๐ พระสูตร เลยทีเดียว

 

ผู้ศึกษาแล้วจิตสกปรกมีมลทินจะไม่มีวันรู้เรื่อง

ไม่มีวันเข้าใจ และโง่เขลาอย่างอุบาทว์

เมื่อประกาศความโง่เขลาขึ้นมาลบหลู่

ประวัติศาสตร์ในพระสูตรเหล่านี้

อย่างอเน็จอนาถ ใครก็เยียวยาไม่ได้

ตลอดกาล ครับ.


   

   #มิตรดีสหายดีคือทั้งหมดของการบรรลุธรรม

   ท่านพระอานนท์ กราบทูลพระผู้มีพระภาค ว่า...

   "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี นี้.เป็นกึ่งหนึ่งแห่งพรหมจรรย์    

   เทียวนะ พระเจ้่าข้าฯ"

   พระผู้มีพระภาค ตรัสว่า.....

   "ดูกร อานนท์ เธออย่าได้กล่าวอย่างนั้น เธออย่าได้กล่าวอย่างนั้น ก็ความเป็นผู้มีมิตรดี

   มีสหายดี มีเพื่อนดี นี้.เป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้น ทีเดียวฯ...."

   จาก (๔-๕) อุปัฑฒสูตร มหาวารวรรค สังยุตตนิกาย

   พระไตรปิฎก สยามรัฐ เล่ม ๑๙/๔๕

 

   ภาพประกอบโพสต์ :--

   เจ้าชายสิทธัตถราชกุมาร(๒๙ ชันษา) ออกผนวช โดยมีท้าวสักกเทวราช ประธานบดีแห่ง

   พระอินทร์ทั้งหมื่นโลกธาตุ และ ท้าวฆฏิการพรหมผู้คอยถวายบาตรจีวร จอมเทพและ

   มหาพรหมคู่นี้ เป็น #สาโลหิต คือ #เพื่อนผู้เคยร่วมปฏิบัติธรรมกับพระบรมโพธิสัตว์มาใน

   อดีตชาติ #ครั้งสมัยพระกัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้า ในพุทธันดรกัป ที่ ๓ แล้วบรรลุธรรมเป็น

   อริยะเทพ มาก่อนหน้า

   #ปรากฏการณ์สาโลหิต ของพระพุทธเจ้าประจำพุทธันดรกัปที่ ๔ นี้ คือเรื่องเทวดา และ

   พรหมทั้งหมดในบันทึกพระไตรปิฎก ส่วนผู้เลวทรามต่อธรรมที่ร่วมอดีตชาติก็คือ เรื่อง

   เปรต และสัตวนรกที่บันทึกไว้ในพระไตรปิฎกเช่นกัน

   #ผู้ศึกษาธรรมแล้วไม่มีประสบการณ์ เกี่ยวกับ #ปรากฏการณ์เทวดาพรหมสาโลหิต ก็เพราะ

   ปฏิบัติผิดและไม่เคยมีเพื่อนที่ดีร่วมประพฤติธรรมในอดีต คือไม่มีหลักฐานการบ่มปัญญาบารมี

   มาก่อนเลย นั่นเอง( ครับ.)

 

อัตถนิชย์ โภคทรัพย์  จากพระไตรปิฎก อีกหนึ่งหลักฐาน ประจักษพยานแห่งการบรรลุธรรม

ผู้รู้ที่อธิบายเรื่องเทวดาในพระไตรปิฎกไม่ได้ ทั้งบิดเบือนและสงสัย..ก็เช่นกัน

 

Saturday, November 19, 2022

Zen พระพุทธศาสนานิกายโยคาจาร ที่สถาปนาชาติแผ่นดินญี่ปุ่น







Atthanij Pokkasab

6 ธันวาคม 2017 เชียงใหม่ ประเทศไทย, จังหวัดเชียงใหม่ 

Zen พระพุทธศาสนานิกายโยคาจาร
ที่สถาปนาชาติแผ่นดินญี่ปุ่น


เมื่อ 60 ปีก่อน ศจ.ดร.ดี.ที.ซูซูกิ ได้กล่าวไว้ ว่า.....
เมื่อเอา Zen ออกจากญี่ปุ่น ญี่ปุ่นก็จะไม่เหลืออะไร

Zen คือ ฌาน(บาลี) และ ธยาน(สันสกฤต) ในสำเนียงญี่ปุ่น หมายถึงพระพุทธศาสนานิกายโยคาจาร ในอารยธรรมพุทธทวารวดียุคต้น อุบัติขึ้นร่วมกับพระพุทธศาสนานิกายพุทธตันตระและวัชรยาน
ระหว่าง พุทธศตวรรษที่ ๙ ถึง ๑๘

เป็นศาสนาเพื่อการสถาปนาความเป็นปึกแผ่นแห่งสังคมชาติแผ่นดิน ไม่ว่าจีน เกาหลี ญี่ปุ่น สยาม โดย...
พุทธตันตระ...โพธิสารหลวง(Fonan) สยาม-ละโว้ รับไป
วัชรยาน...ธิเบต รับไป
และ..ญี่ปุ่น รับผ่านทั้งสยาม-ละโว้(ก่อนหน้าคือ Fo Nan..แดนพุทธแห่งคาบสมุทรทะเลจีนใต้ ที่ต่อมาเพี้ยนเป็น ฟูนานเพื่อให้เข้ากับคำว่า "พนม" ที่นักประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสอุปาทานขึ้นมา) และจีน โดยจีนรับไปจากเปอร์เซีย(ราชวงศ์ปาร์เธียน) ร่วมกับศาสนามนิคี (Manicheism)

เมื่อเอาZen ออกจากญี่ปุ่น แล้วญี่ปุ่นก็ไม่เหลืออะไร ฉันใด
เมื่อเอา พุทธตันตระ ออกจากสยาม สยามที่กลายพันธุ์เป็นไทยแลนด์ ก็สมควร ไม่เหลืออะไร อีกเช่นกัน ฉันนั้น

***หมายเหตุ
ลัทธิวิทยาศาสตร์ ไม่เคยปรากฏผลงานสร้างสังคมมนุษย์ให้เป็นอาณาจักร นอกจาก ใช้เป็นตรรกะล่าอาณานิคมและปล้นทรัพยากรของสังคมมนุษย์ด้วยกันเอง กับสร้างความแตกแยกในสังคมของมนุษย์ในปัจจุบัน
ที่จนป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่า พระพุทธศาสนา คืออะไรกันแน่

Sunday, August 28, 2022

Mahaved Muay Thai Training Camp In Mythology Of Classic Muay-Thai -1





นิช อัตถนิชย์ โภคทรัพย์ 10 เมษายน 2019  · 


#ทบทวนเท็คนิค '#กักลมอัสมิตา'

#ตอนที่๑ #อาสนะขั้นพื้นฐาน


#ท่าที่๑ หายใจออก(ปัสสาสาสนะ)

ยืนตัวตรง ตั้งอก ตั้งคอตรง

จัดเท้าชิดกัน หรือระยะห่างกันตามถนัด

หงายฝ่ามือ เหยียดแขนตรง วางห่างลำตัวพองาม

ใช้จมูก หายใจออก-หายใจเข้า

ช้าๆนุ่มๆสุดๆ สัก ๔-๕ รอบ

เพื่อประมาณปริมาณลมหายใจ

จากนั้น..หายใจออกเบาๆช้าๆจนสุดพอดีๆ

คือรู้สึกตึงที่บริเวณท้องน้อย

หยุดการหายใจออก กลั้นใจ..

เกร็งท้องน้อยที่กำลังตึง พอดีๆไว้ให้แน่น

แล้วกระจายการเกร็งไปทั่วร่าง

เกร็งตลอดก้านคอ เกร็งตลอดปลายแขน

โดยเอาการเกร็งที่ท้องน้อยเป็นศูนย์กลาง

กลั้นอึดใจ

พร้อมอัดเบ่งภายในสวนการเกร็งให้แน่น

กระโดดเขย่าๆ...

พร้อมนับในใจ..

๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐...๑๑ ..๑๒ ..ฯลฯ

ใหม่ๆจัดที่ ๒๐ นับ พอ

กลับมาหยุดอยู่ในท่าผ่อนคลายยืนตรง

ประมาณ ๓-๕ วินาที

แล้วค่อยๆหายใจเข้าด้วยจมูก ช้าๆนุ่มๆ

 

#ท่าที่๒ หายใจเข้า(อัสสาสาสนะ)

หายใจเข้าด้วยจมูก ช้าๆนุ่มๆจนสุดพอดีๆ

จัดอาการ อกตั้ง ไหล่ผายตึง

พอลมหายใจเข้าสุดเต็มพอดีๆแล้ว

หยุดด้วยการกลั้นใจพร้องเกร็งหน้าอก

และจัดท่าวางแขนวางมือ

โดย..หงายมือกำหมัด พับศอกเข้ามา

ให้แขนขนานแขน และขนานพื้น

พับศอกห่างลำตัวพองาม

เข้าที่ตามภาพแล้ว

เกร็งหมัด และเกร็งพับศอกให้แน่น

ตั้งคอเกร็ง พร้อมขบกรามให้แน่น

อึดลมที่เหลือในร่างทั้งอัดสวนกับการเกร็ง

ในขณะกลั้นลมหายใจเข้าสุดอยู่นั้น

กระโดดเขย่านุ่มๆเบาๆนับ...

๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ..๑๑ ..๑๒ ..ฯลฯ

ใหม่จัดที่ ๒๐ นับ..พอ

แล้วกลับมาหยุด ด้วยท่าผ่อนคลาย ยืนตรง

ค่อยๆหายใจออก(ด้วยจมูก)

จบ การหายใจออก- หายใจเข้า ๑ เซ็ท

เมื่อชำนาญดีแล้ว

ก็ควรขยายเวลาการอึดใจกระโดดเขย่าๆเป็น ๓๐ ๕๐ ๖๐ ๘๐ ..ฯลฯ นับขึ้นไปเรื่อยๆ

เพื่อการค้นพบปรากฏการณ์ภายใน

และภายนอกที่เป็นสัมพัทธภาพ

กับระบบการหายใจตามระดับการค้นพบ

ชั้นสูงของพระพุทธศาสนาต่อไป.

 

#ประสิทธิภาพประสิทธิผลที่ได้รับ :-

๑. ในท่าที่๑ ทำให้ลำไส้เล็ก..โรงงานอาหารและยาที่ดีที่สุดในชีวิตของมนุษย์แต่ละคนทำงานดีขึ้น

๒ ระบบหูรูดทั้งหมดในร่างกาย ช่วงล่างกลับมาแข็งแรงตามธรรมชาติที่ควรเป็น

๓. ขับไล่ ลม- เลือด-น้ำเหลืองเสีย ในช่วงล่างของร่างกายให้มี ลม-เลือด-น้ำเหลืองใหม่เข้าไปหมุนเวียน ยุติการก่อตัวของพื้นที่ที่กำลังก่อโรคทั้งหลาย

๔. ในท่าที่๒ ทำให้ปอด หัวใจ หลอดเลือดกล้ามเนื้อหัวใจ หลอดเลือดที่เกลียวเอ็นคอที่เป็นท่อลำเลียงเลือดขึ้นไปเลี้ยงสมอง มีการยืดหยุ่นขยายตัวตามประสิทธิภาพธรรมชาติที่ควรเป็น และแข็งแรงขึ้นด้วย

๕. อัสสาสาสนะ+ ปัสสาสาสนะ = ๑ เซ็ทนี้ มีประสิทธิภาพที่ดีและเหนือกว่าการออกกำลังกายใดๆในโลกที่ใช้เวลาเป็นชั่วโมง ทั้งสิ้น.


Wednesday, July 13, 2022

the Dharma prayer "Dhammachakkapavattana Sutta" on on Asalha Puja Day




    Asalha Puja Day


ตอน
มาพิสูจน์การสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้าชีวะสูรย์จันทร์ กัน!!!
เท็คนิคกระโดดกักลมอัสมิตา
คือ เท็คนิคการเข้าถึงประสิทธิภาพที่แท้จริงของปอด ในการผลิต Oxigen จากลมหายใจไปเป็น Oxigen ion แล้วเป็น โอโซนที่ไม่เสถียร .. Unstable Ozone และที่สุดเป็น โอโซนผกผัน .. Variant Ozone ป้อนให้กับเซลล์เม็ดเลือดแดงใหม่ ก่อนเข้าสู่ ระบบไหลเวียนของเลือดที่ หัวใจ


การกระโดด ณ อัตรา :-

30/30 ให้กำลังการผลิต Oxigen ion ที่ปอด ป้อนให้กับเซลล์เม็ดเลือดใหม่เพื่อจับคู่กับ DiFerrous ที่เซลล์เม็ดเลือดใหม่นำมาจากลำไส้เล็กขณะแวะเดิมคอเลสเตอรอลสองตัวที่ถุงน้ำดีอย่างแข็งแรง เพียงพอต่อการสลายค่ากลายพันธุ์ของ โปรตีนแห่งเชาว์ปัญญา ที่เป็นโครงสร้างของ RNA. อย่างสบายๆ
ตะกร้าธาตุเหล็ก DiFerrous ..คือเหล็กโมเลกุลสองตัว เพื่อจับกับ Oxigen ion ซึ่งเป็น อ็อกซิเจนประสิทธิภาพสูงประกอบด้วยโมเลกุลสามตัว โดยอีกตัวหนึ่งทำหน้าที่เป็นประจุ ที่สัมพันธ์กับคอเลสเตอรอลสองค่า กระบวนการตะกร้าเดินทางนี้ ไม่ใช่สนิมเหล็ก Ferrous Dioxide อย่างความเข้าใจทั่วๆไปแต่อย่างใด จึงตอบโจทย์ตำนานของช่างตีถลุงเหล็กตีดาบ หล่อระฆังโบราณได้ว่า เหตุใดต้องใช้เลือดบริสุทธิ์ของมนุษย์ลงไปร่วมหล่อร่วมตีด้วย จนเกิดเป็นศัสตราวุธไร้สนิม และระฆังไร้สนิมใดๆที่ให้เสียงเสนาะกังวานอย่างลี้ลับได้

60/60 ให้กำลังการผลิต Oxigen ion เข้มข้นขึ้น เป็น Unstable Ozone ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงใหม่ มีสีส้มใส และมีประสิทธิภาพบำบัดโรคเรื้อรังหลายชนิดได้ ผู้ฝึก ณ อัตรานี้ประจำ จะแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย ผิวพรรณผ่องใส

80/80 , 100/100
ให้กำลังผลิต Oxigen ion ที่เข้มข้นขึ้นๆไปอีก เป็น Variant Ozone ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงใหม่ มีสีส้มใสและจางกว่า ระดับ 60/60 แต่มีประกายมันวาวกว่าด้วยพลาสม่าเทียมเลือดจากเซลล์เม็ดเลือดขาว จากระบบน้ำเหลืองเริ่มเข้ามาเคลือบร่วมด้วย ผู้ฝึกประจำ จะมีผิวกายที่ละเอียดเนียนลื่น ผ่องใส เนื้อแน่น ทรงพลังกว่าปกติทั่วไปมาก

120 +/120 +
อัตรานี้ คือที่มาของ Oxigen ion ที่ก่อตัวเป็น Variant Ozoe อย่างเข้มข้น จนเกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าชีวะสูรย์จันทร์ ในบันทึกวิชานวดแผนโบราณของไทย และเป็น สุรยะอาภา- จันทระอาภา ตาม ชาฏกคาถา ผู้ฝึกประจำจะมีคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้าชีวะที่เข้มข้นรุนแรงจนสามารถรบกวนคลื่นมือถือ คลื่นในวงจรแม่เหล็กไฟฟ้าของอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งอยู่ห่าง ไม่เกิน 1.5 เมตร ให้รวนดับ หรือช็อร์ตไหม้เสียหายได้

นี้..เป็นระดับประสิทธิภาพขั้นสูงของภาคการหายใจภายนอก ที่นับจากปลายจมูก ผ่านหลอดลม ไปสิ้นสุดที่ท่อไซโคลตรอนของเซลล์ถุงลม ซึ่งมีระยะทางถึง 2,400 กิโลเมตรในปอด
และมีกำลังเพียงพอที่จะนำสติไปสู่กระบวนการหายใจภายในเซลล์ หรือที่มหาภูต๔ ของพระพุทธศาสนาเรียกว่า #เตโชธาตุ๔
นำไปสู่การพบอินทรีย์แห่งความทรงจำ ที่พระพุทธศาสนาเรียกว่า #สัญญา หมวดต่างๆ กลุ่มต่างๆ ซึ่งก็คือที่ปัจจุบันเรียกว่า DNA. โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำหน้าที่ืควบคุม เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ สังเคราะห์อาหารในลำไส้เล็กให้เป็นธาตุเชิงเดี่ยว สังเคราะห์ธาตุเชิงเดี่ยวและสารประกอบจากเยื่อและไขกระดูก ให้มาเป็นเซลล์เม็ดเลือดแดง โดยการใช้

ประธานกลุ่ม ที่ควบคุมกระบวนการทำหน้าที่หน้าเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ภายในเซลล์นี้แหละ คือ
และเป็นที่ตั้งของ #อภิญญามาโดยมรรค สูงสุดเป็น วิชชา๘ อภิญญา๖ วิชชา๓ ตามที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสถึงและทรงเปิดเผยเป็น
อาทิกัลยาณัง
มัชเฌกัลยาณัง
ปริโยสานกัลยาณัง
ไว้ดีแล้ว !!!


Sunday, May 15, 2022

you see Buddha -11 : Visakha Puja Day = วิสาขบูชา






Visakha Puja Day


อัตถนิชย์ โภคทรัพย์

25 สิงหาคม เวลา 07:44 น. 
ตอน นิยามแห่งปฐมฌานในขณะจิตได้สมาธิ
ปฐมฌาน หรือ ฌานขั้นที่๑ ในสัมมาสมาธิ
เกิดจากการที่จิตและกายสำเร็จในการหลีกเร้นกาม
(เนกขัมมะ, สงัดกาม)
โดยกระบวนการทางอินทรีย์
ซึ่งสำนวนพระบาลี เรียกว่า
"นามรูป"

กระบวนการทางอินทรีย์ที่รองรับขับเคลื่อน
กามคุณ๕ คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ก็คือ
ปลายทางของระบบประสาท
The Nervous System
มีสำนวนพระบาลีเรียกว่า
"วิสยรูป หรือ โคจรรูป"
อีกชื่อว่า "อายตนะภายนอก"
และต้นทางก็คือ
ตัวของระบบประสาท The Nervous System เอง
เป็น "ปสาทรูป" ประกอบด้วยระยางค์เสาอากาศ
รับและขยายคลื่นผัสสะ
ตา หู จมูก ลิ้น กาย
สำนวนพระบาลีบัญญัติชื่อว่า
"อายตนะภายใน"

โดยวจีสัจจะ
( สำนวนวิชาเรขาคณิตเรียกว่า "สัจพจน์")
ตามกฎอิทัปปัจจยตา/ปฏิจจสมุปบาท
กล่าวไว้ว่า
เมื่ออาหารดับเป็นปัจจัย
กามคุณ๕ ย่อมดับ
นั่นหมายถึงว่า
ข่ายใยประสาททั้งระบบ
หยุดทำงาน เมื่อปราศจากเลือดมาหล่อเลี้ยง
ปกติ ข่ายใยของระบบประสาทเมื่อเลือดมาหล่อเลี้ยง ไม่เพียงพอ หรือขาดเลือด ย่อมเกิดอาการเจ็บป่วย ต่าง ๆ นานา

ดังนี้
เคล็ดลับของเทคนิคกัมมัฏฐาน
โดยการค้นพบของพระพุทธศาสนา
ก็คือ หยุดการทำงาน หรือชลอการทำงานของระบบเลือด เพื่อชลอการทำงานของระบบประสาท โดยร่างกายไม่เสียหาย จึงเกิดสำนวนศัพท์พระบาลีเป็นการเฉพาะว่า
"หลีกเร้นกาม" และ "สงัดกาม" ขึ้น
และผกผันพลังงานจากการผลิตเลือด
พลังงานจากการส่งเลือดไปเลี้ยงระบบประสาท
ขณะข่ายใยของประสาททั้งระบบชลอ
หรือพักหลับ การทำงานของกลุ่มอายตนะภายใน
คือ ตา หู จมูก ลิ้น ลงทั้งหมด
ออกมาเป็น "เจโตสมาธิ" คือ
Mind Over Force Field
จิตเหนือสนามแรงและพลังงานทั้งหลายในทางฟิสคส์
(วัดค่าได้จาก ปริมาณ Oxygen ion ในกระแสเลือด
ที่เลือดลดการไหลเวียนแล้วแต่หัวใจเต้นปกติ
โดยเครื่อง วัดความเข้มข้นของออกซิเจนในกระแสเลือด
.... Pulse Oximeter จะพบค่า PI% ... Perfusion index
คือค่าฟุ้งกระจายของ Oxygen ion ในกระแสเลือดสูงมากกว่าปกติ ทั้งที่เลือดลดปริมาณการทำงานลง)

การที่หัวใจทำงานปกติ
แต่ไม่มีการสูบฉีดเลือด
ไปเลี้ยงและขยายการทำงานของกลุ่มประสาท
ตา หู จมูก ลิ้น กาย นี้เอง
เป็นอาการที่มาของศัพท์พระบาลีเฉพาะ ว่า
"เอกัคคตาจิต"
เป็นต้นกำเนิดของ ปฐมฌาน
ในสัมมาสมาธิ แห่ง "อริยอัฏฐังคิกมัคค์"
มรรค มีองค์๘

จิต
ย่อมเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางอินทรีย์
ของร่างกาย ก็คือ ที่..สำนวนพระปฏิจจสมุปบาท ว่า
"วิญญาณเป็นปัจจัยให้เกิดนามรูป" และ
"นามรูปเป็นปัจจัยให้เกิดวิญญาณ"
......เท่านั้น
เป็นคำสอนแห่งการค้นพบตรงของพระพุทธศาสนา
นอกนี้ไป หาใช่ไม่ !!!

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐