Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label ภูมิจาลสูตร. Show all posts
Showing posts with label ภูมิจาลสูตร. Show all posts

Wednesday, February 3, 2021

เท็คนิคการรักษาอาการเจ็บป่วย จาก "ภูมิจาละสูตร" (สูตรแผ่นดินไหว)

 Atthanij Pokkasap  :-



   นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
   นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
   นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ



พักเรื่อง เทคนิคอิทธิฤทธิทำแผ่นดินไหวไว้...
วิเคราะห์ เท็คนิคการรักษาอาการเจ็บป่วย
จาก สูตร "แผ่นดินไหว(ภูมิจาละสูตร)"
อัฏฐกนิบาต อังคุตตรนิกาย ฯ กันครับ :-

 

ความสัมพันธ์ของธาตุ ๔ มีพระพุทธนิยาม
ตรัสแสดงไว้ ดังนี้

 

อากาศ(ความว่าง)อุ้มลม

> ลม-วาโยธาตุ อุ้มน้ำ

> น้ำ-อาโปธาตุ อุ้มดิน-ปถวีธาตุ                                                                                                                                 

ธาตุดิน-ปถวีธาตุหวั่นไหว (กำเริบ) เพราะธาตุน้ำ                                                                                                

ธาตุน้ำ-อาโปธาตุ หวั่นไหว (กำเริบ) เพราะธาตุลม

 

จากสมุฏฐานวิเคราะห์อาการป่วยไข้ "ตรีธาตุ"
คือ วาตะ-ปิตตะ-เสมหะ
จะเห็น วาตะ คือ ธาตุลม 
ปิตตะ(ดี,น้ำดี)และเสมหะ คือ ธาตุน้ำ
ไม่มี ธาตดิน.. และธาตุไฟ โดยเฉพาะ...ธาตุดิน 
แสดงว่า ๒ ธาตุนี้เป็นปลายเหตุ เป็นธาตุรองรับอาการ ที่ผิดปกติไปแล้ว

เพราะ ธาตุลมกับธาตุน้ำผิดปกติก่อนทั้งหมด

ในหลายตำรับยาไทยที่มีการให้ความสำคัญของธาตุดิน และธาตุไฟ โดยละเว้นความสำคัญของธาตุลม และธาตุน้ำ...
จึงเป็นการมิชอบ ด้วยสมุฏฐานวิเคราะห์
และมิชอบด้วยวิธีการรักษา

♡♡♡♡♡♡♡♡♡

 
   นี้คือ..นัยะ แห่ง วิชาจิตสรีรศาสตร์วิภาคแบบพุทธดั้งเดิม(Analytic Psycho physiology of  

   The Classic Buddhism) ในสายนักรบ (โยธาชีวะ)ของศาสนาแห่งพระชินสีห์(ชินสีหสาสน์) 

   โดยการใช้สูตร มหาภูตรูปทั้ง ๔ ภายในฉันใด มหาภูตรูปทั้ง ๔ ภายนอกก็ฉันนั้น มหาภูตรูป 

   ทั้ง ๔ ภายนอกฉันใด มหาภูตรูปทั้ง ๔ ภายในก็ฉันนั้น ตามเท็คนิคของ อิทธิบาท ๔ ภาวนา 

   (~สมาธิสัมปยุตปธานสังขาร)


   คือการนำลมหายใจเข้า-ลมหายใจออก(อัสสาสปัสสาโส) เข้าควบคุม ธาตุลมทั้ง ๖

   (อุทธังคมาวาต ๑/ อโธคมาวาต ๑/ กุจฉิสยาวาต ๑/ โกฏฐาสยาวาต ๑/

   อังคมังคานุสารีวาต ๑/ อัสสาสปัสสาโส ๑) ที่จัดระเบียบดีแล้ว

   (ปราณ ใน สูรยะกลา (ปิงคลา)- จันทระกลา(อิทา) - สุศุมญา) ไปจัดระเบียบ(บริหารจัดการ)  

   ธาตุน้ำ ๑๒ ธาตุดิน ๒๐ ใน อาการ ๓๒(ทวัตติงสาการ) ตามกฎ ของ "ภูมิจาละสูตร" เป็น

   หลักการที่มาของ นวด ๑๐๘ แม่บทฤๅษีดัดตน ที่ทำให้ พระฤๅษีทั้งหลาย แข็งแรงมีอายุ

   ยืนยาวข้ามกัปกัลปตามหลักอิทธิบาทภาวนา ... รายละเอียดนอกนี้ ต้องหลังไมค์ แล้วครับ..


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


การฝึก ธาตุลม
บริหารจัดการ ธาตุน้ำ และธาตุดิน ภายใน
(อาการ ๓๒ ทวัตติงสาการ) :-

ภูมิจาลสูตร...อัฏฐกนิบาต อังคุตตรนิกาย
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่ม ๒๓/๔๕,
มหาปทานสูตร มหาวรรค ทีฆนิกาย
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่ม ๑๐/๔๕

ว่าด้วยข้อ...ผู้มีฤทธิ(ฌานวิสัย) กระทำให้แผ่นดินไหว นั้น...

กำหนดโครงสร้างทางกายภาพไว้ว่า...
ดิน ตั้งอยู่บนน้ำ/ น้ำตั้งอยู่บนลม/ ลมตั้งอยู่บนอากาศ
เมื่อคุมลมได้ ก็คุมน้ำได้ เมื่อคุมน้ำได้ ก็คุมดินได้

 

นี้เท่ากับเป็นเทคนิคหลักของ...
การกำหนดประสิทธิภาพลมหายใจ
ควบคุมรักษากองลมทั้ง ๕ ที่เหลือ
รวมเป็นลมคุณภาพ ๖ กอง

แล้วขยายผลไป ควบคุมรักษาธาตุน้ำ ที่อาศัยลมตั้งอยู่
จากนั้นจึงเข้าควบคุมธาตุดิน ที่อาศัยน้ำตั้งอยู่
ลมหายใจเข้า-ลมหายใจออก...จึงเป็นที่มาของ...
ปราณรักษา ประสิทธิภาพ อาการ ๓๒ (ทวัตติงสาการ)
โดยภาพภายนอกคือ...อสีติ..๘๐ ท่าแม่บทฤๅษีดัดตน
ครับ...!!!!

 

Friday, December 28, 2018

ตรีธาตุ คือ วาตะ / ปิตตะ / เสมหะ




ตรีธาตุ คือ
วาตะ/ปิตตะ/เสมหะ
ในหลักการแพทย์ดั้งเดิม กล่าวถึง ตรีโทษที่เป็นอาการผิดปกติแล้วไป ตรีทูต
คือปางตาย....สอง ตรี เท่านั้น
ที่ทุกคัมภีร์กระโดดข้ามหาย คือ "ตรีคุณ"...!!!
ที่เป็นปฏิบัติการในกรรมฐาน
ตรีคุณ ในปฏิบัติการโยคะ คือการฝึก
ตามหลักในพระสูตร "ภูมิจาลสูตร" "ลมอุ้มน้ำ, น้ำอุ้มดิน"
ในธาตุ อันเป็นภายใน ท่านหมายเอา วาตะ อุ้ม ปิตตะ และอุ้มเสมหะ
ปรัชญาฝ่ายโยคะ กล่าวถึง วาตะที่อก ว่า ลมที่ให้กำเนิดสมาธิ ชื่อ สมาธิอัสมิตา
พุทธตันตระสยาม จึงเรียกเป็น "กักลมอัสมิตา"
(การหยุดหายใจเป็น สมบัติทางกายภาพของ "ฌาน")
วาตะ อุ้ม ปิตตะ และอุ้มเสมหะ
ก็คือการฝึกให้ลมที่ตกค้างที่ปอดแผ่นซ่านนำลมตกค้างภายในทั้ง 6 กองธาตุ ซึมซาบกระจายไปทั่ว ปิตตะ(แบบไม่เป็นฝัก)
ที่อยู่ร่วมกับ เสมหะเคลือบร่างให้ทรงรูปไว้
ลมอุ้มน้ำ จึงหมายถึง...
ลมจาก ลมในกองธาตุทั้ง 6 เข้าซึมซาบอุ้ม ปิตตะ และเสมหะ ให้มีประสิทธิภาพเคลือบทรงร่างให้แน่นเต็มตึง
และไหลเวียนด้วยพลวัตสูงสุดตามเป็นจริง เพื่อนำร่องให้เม็ดเลือด(โลหิตัง)
นำออกซิเจนจากลม และเกลือแร่จากอาหารเข้าเสริมประสิทธิภาพของธาตุดิน 20 และ
ธาตุน้ำ 12 ได้ประโยชน์สูงสุด..

บทสักกัตวา สังฆะระตะนังฯ
จึงต่อด้วยประสิทธิภาพตามหลักฝึกโยคะนี้ว่า
โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง
...สังฆรัตนะ คือ โอสถอันประเสริฐสูงสุด
อาหุเนยยัง ปาหุเนยัง
..ควรแก่การกราบไหว้ ควรแก่การเข้าใกล้ชิด
สังฆะเตเชนะ โสตถินา
...ด้วยเดช(แห่งการฝึกโยคะสู่ความเป็น)สงฆ์ ที่ถึงความสวัสดี
นัสสันตุปปัททะวา
...ขับอุบาทว์ ทั้งหลายให้ไปปราศ
สัพเพ โรคา วูปะสะเมนตุ.....
...โรคไข้ทั้งหลาย ย่อมปราศนาการไปด้วย...ฯลฯ
ถึงสงฆ์แล้วหมดโรค
พิสูจน์ได้จริง....ครับ


จบในส่วนของวิชาการครับ
ในส่วนที่ 3 คือ การปฏิบัติจริง
ผมอยากให้ทุกคน ณ ที่นี้ ที่เคยทำการกักลมอัสมิตามาแล้ว อธิบายถึงประสบการณ์และผลที่ได้รับจากการกักลมอัสมิตานะครับ
(ทุกความคิดเห็นที่พูดถึงประสบการณ์ของตนเองจากการปฏิบัติจริงรวมถึงผลที่ได้รับจะถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของส่วนของการปฏิบัติจริงนะครับ)
ง่ายๆเลย คือ ได้เป็นส่วนหนึ่งของบทความนี้ด้วยครับ
เริ่มจากประสบการณ์ของกระผมเลยครับ
เริ่มจากระบบภายในก่อนเลย:(ทุกระบบในร่างกายนี้แหละครับ)
ช่วงแรกๆที่ทำจะรู้สึกว่าจะมีอะไรเข้ามาในสมองค่อนข้างมาก โดยเฉพาะตอนกลางคืน และเมื่อทำไปเรื่อยๆก็พบว่า
กระผมสามารถตื่นหลังนาฬิกาปลุก (ก่อนพระอาทิตย์จะจ้านะ) ได้แทบทันที (ต้องกักลมตอนกลางคืนเป็นประจำจึงจะสามารถทำแบบนั้นได้)
และหลังจากนั้นก็กักลมอัสมิตา (ของกระผมจะละเอียด นุ่ม ลึก ปริมาณสูงและมีการใช้น้ำหนัก(กระผมใช้ของหนักๆที่สามารถถือได้ใช้แทนดัมเบลไปก่อนครับ)
ค่อนข้างจะมากพอสมควรครับ ขั้นต่ำของกระผมแค่ 20:20 แต่ก็ย้ำว่าละเอียดมากครับ มากสุดที่เคยทำแต่ไม่ละเอียดเท่าไรนักคือ 80:90 แต่ภายหลังกระผมเน้นความละเอียดจึงลดอัตรา
การกักลมอัสมิตาแบบมือเปล่า
โดยอัตราสูงสุดปัจจุบันคือ 60:80 เท่านั้นครับ ส่วนแบบใช้น้ำหนักนั้นมากที่สุดเลยคือ 40:40 และอัตราต่ำสุดก็คือ 20:20 เท่ากับการกักลมอัสมิตาแบบมือเปล่าครับ
ปรากฏว่า กักลมอัสมิตาเสร็จ หายง่วงทันตาแถมไม่เบลอๆด้วยนะ
ของแถมที่ได้รับเลยคือ น้ำหนักกระผมนั้นลดลง(เนื่องจากมีการจัดระบบให้สมดุลนี้แหละครับ หัวใจหลักของการกักลมอัสมิตาเลยครับ)
ขนาดที่ว่ากระผมมีพฤติกรรมที่ถือได้ว่า มีความเสี่ยงต่อโรคภัยแทบจะมากที่สุดในทุกกรณี

แต่เนื่องจากการกักลมอัสมิตารวมทั้งการนำทฤษฏีของการมีชีวิตอยู่แบบสายกลาง
(ไม่หย่อนโดยการค่อยๆปรับพฤติกรรมที่จะส่งผลต่อร่างกาย ไม่หักดิบจนร่างกายพังนะ
จนตอนนี้กระผมยังหย่อนนิดๆอยู่เลย
แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรตึงเกินไป เพราะร่างกายของมนุษย์โดยธรรมชาติแล้วจะมีกลไกรักษาสมดุลของร่างกายและกลไกกำจัดสารพิษในร่างกาย ประเภทอาหารคลีน แทบไม่ได้ช่วยร่างกายของคุณจริงๆหรอกครับ คุณอาจรู้สึกว่า
ฉันผอมแล้ว น้ำหนักลดแล้ว
แต่ภายในร่างกายกลไกทั้งสองกลับทำงานน้อยมาก

กระผมถามจริง
คุณจะกินอาหารคลีนไปตลอดชีวิตเลยหรือครับ
ถ้าไม่ละก็ หลังจากตอนที่เริ่มกินอาหารปกติ แต่กลไกทั้งสองนี้กลับไม่สามารถทำงานได้ทัน
(ระบบในร่างกายจะรับคำสั่งจากสมองซึ่งจะต้องใช้เวลาพอสมควร)
แล้วช่วงเวลาที่ไม่ทันล่ะ จะเกิดอะไรขิ้น
ก็โรคภัยไข้เจ็บกับน้ำหนักเพิ่มแบบผิดปกติต่อแถวเข้าไปในร่างกายเลยครับ
ฉะนั้นค่อยๆปรับระบบในร่างกายกันดีกว่าครับ กินแบบตามใจปากบ้างเพื่อกระตุ้นกลไกทั้งสองนี้(แต่อย่าบ่อยมากล่ะ) และกินแบบธรรมชาติเพื่อปรับสภาพภายในร่างกายให้มีการผ่อนคลาย
การทำงานเสียบ้างครับ
และก็อย่าลืมหายใจเข้า-ออก สุด เพื่อรักษาสมดุลร่างกายนะครับ



* ...ถ้าท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักธรรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติของพระพุทธศาสนาแบบดั้งเดิมที่แท้จริง...
และเพื่อเพิ่มความเข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนากับประวัติศาสตร์แห่งความเป็นชาติไทย-สยาม...
ผ่านการเรียนรู้ศิลปะมวยไทย/จิตกรรมไทย/นาฏศิลป์ไทยอันแฝงความลึกลับสูงส่งซับซ้อนและงดงามสอดคล้องกับความรู้แห่งการค้นพบแนวความคิดเชิงวิทยาศาสตร์สมัยใหม่อย่างน่าอัศจรรย์ใจ...
อันจะเป็นไปเพื่อการเพิ่มพูนแห่งศรัทธาและความเพียรในพระศาสนานี้และตระหนักใน
อัตลักษณ์ความเป็นตัวตนแห่งความเป็นชนชาติอันยิ่งใหญ่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต่อสังคมโลกอันใหญ่ยิ่ง....

โปรดติดต่อ : อ.อัตถนิช โภคทรัพย์
Tel : 08-0742-5957 / 668-0742-5957

Monday, March 5, 2018

หลักสัมพัทธภาพของวิชาการแพทย์แผนพุทธ เกี่ยวกับ มะเร็ง





*** Atthanij Pokkasap shared ปณิตา ถนอมวงษ์'s photo. 3 hours ago


ตามหลักสัมพัทธภาพของวิชาการแพทย์แผนพุทธ..
มะเร็ง คือ ตะกอนเขม่าที่เกิดจากการการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของกระบวนการสันดาปภายในเซลล์(Metabolism) เป็นความผิดปกติ ๓ ใน ๔ ของธาตุไฟภายใน
(สันตัปปัคคี-ไฟยังกายให้อุ่น, ชีรณัคคี-ไฟเผากายให้เสื่อม และปริณามัคคี-ไฟย่อยอาหาร)
สืบเนื่องมาจากการขาดสมดุลของ ตรีธาตุ คือ ลม(วาตะ)ไม่ไปริมาณเพียงพอต่อการทำงานของ ธาตุน้ำสอง คือ น้ำดี(ปิตตะ) และ เสลด(เสมหะ..หัวกะทิของน้ำเลือด)

..นี้เป็นการวิเคราะห์ตาม กฎ แผ่นดินไหว ในพระสูตร "ภูมิจาลสูตร(Bhumijala Suttra)"
ออกซิเจนที่อยู่ในอากาศ ขณะหายใจเข้าก้ไม่สุด หายใจออกก้ไม่สุด ยังหยาบไม่มีระเบียบวินัยอีกด้วย ปรากฎการณ์เกิดตะกอนนอนเป็นตะกรันพอกพูนขึ้นมาเป็นฝี เป็นเนื้องอก เป็นมะเร็ง เหล่านี้
สมุฏฐานอยู่ที่ ลม(วาตะ)ไม่สัมพันธ์กับประสิทธิภาพที่ น้ำดี(ปิตตะ) ต้องใช้...
เป็นปรากฎการณ์ทางเคมีชีวภาพที่ต้องใช้หลักวิชา Food & Biolgical Chemistry มาวิเคราะห์และอธิบาย จึงจะรู้ว่า ประสบการณ์ค้นพบของพระพุทธศาสนาที่ท่านแสดงด้วยภาษาตามยุคสมัยนั้น ความจริงแล้ว...ละเอียดล้ำลึก นัก.




    การสังเกตุง่ายๆ....อาการมะเร็ง

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิดต่างๆ... (ด้วยตนเอง)

อาการของการเกิดมะเร็งในอวัยวะต่างๆของร่างกาย

1. มะเร็งปากมดลูก  อาการมีเลือดออกจากช่องคลอดทั้งๆที่ไม่ใช่เวลารอบเดือนปกติของคุณอาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์   หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น   การตรวจโดยขูดเนื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าวไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ได้
2. มะเร็งในมดลูก  อาการมีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์  หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการบวมในช่องท้อง

3. มะเร็งรังไข่  อาการประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์
>มีปัญหา เกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย  น้ำหนักลดและมีอาการปวดหลัง

4. มะเร็งในเม็ดเลือด (ลูคีเมีย)  อาการเหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติ   มักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียวหรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุและมักจะเกิดร่วมกับอาการปวด ตามข้อต่างๆทั่วร่างกาย   บางครั้งจะท้องอืดและเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของช่องท้อง

5. มะเร็งปอด  อาการมักมีอาการไอบ่อยๆ  มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลาย   น้ำหนักลดอย่างฮวบฮาบ  เจ็บหน้าอกและหายใจลำบากหรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้งๆที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

6. มะเร็งตับ  อาการปวดในช่องท้อง  เบื่ออาหาร  น้ำหนักลด  ตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ชัด

7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ  อาการมีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ

8. มะเร็งสมอง  อาการปวดศีรษะนานๆและมักมีอาการอื่นร่วมด้วย  เช่นอาเจียนหรือการผิดปกติของการมองเห็น  ตาพร่าและเห็นแสงเขียวๆแดงๆลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ  อ่อนเพลียไม่มีแรง  หรือ การเป็นลมโดยกะทันหัน   อวัยวะบางส่วนของร่างกายหยุดทำงาน  เช่นมีอาการชาและเป็นอัมพาตชั่วคราว   ควรให้ความระวังเป็นพิเศษหากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการเหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย

9. มะเร็งในช่องปาก  อาการมีก้อนบวมอยู่ในปากหรือทีลิ้นเป็นเวลานาน  มีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษาหรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือกเนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำหรือเป็นเวลานาน

10. มะเร็งในลำคอ  อาการเสียงแหบพร่าไปทันที  มีก้อนบวมในทันทีทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบาก  หรือมีการขยายตัวของต่อมในลำคอที่โตขึ้นจนสามารถจับและรู้สึกได้

11. มะเร็งในกระเพาะอาหาร  อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว   อาเจียนออกมาเป็นเลือด  ท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อยบ่อย   รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้องหรือรู้สึกตื้อ  แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ

12. มะเร็งทรวงอก  อาการมีเลือดหรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนม  บวมหรือผิวเนื้อทรวงอกหนาขึ้น   มีก้อนบวมจนจับได้เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้   บางครั้งอาจมีตุ่มหรือสิวเกิดขึ้นที่เต้านมเป็นเวลานาน   ควรระวังเพราะผู้หญิง 9 ใน 10 คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอกโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อมีอายุมากขึ้น    เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่เรียกว่า ซีสต์   ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อนว่าคืออะไรกันแน่

13. มะเร็งลำไส้  อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วมีอาการปวดท้องอย่างมากและระบบการย่อยผิดปกติ  มีเลือดออกปนมากับอุจจาระ
****ซึ่งมีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้วคือ  ถ้าใช้กระดาษทิชชูซับแล้วเลือดมีสีแดงสด  นั่นคืออาการของริดสีดวงทวาร    แต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำ  นั่นคืออาการของโรค
มะเร็งในลำไส้

14. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง  อาการมีก้อนบวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ได้เกิดอาการติดเชื้อในบางส่วนของร่างกาย    มะเร็งผิวหนัง  อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพองที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานาน   ตลอดจนไฝหรือหูดที่โตขึ้นและมีการเปลี่ยนสีหรือรูปร่าง ขนาด    นอกจากนี้อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่า เมลาโนมา (Melanoma)  คือเนื้องอกที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่  เช่น กระจุดด่างหรือไฝถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ดทั่วร่างกาย   หรือมีคนในครอบครัวที่มีประวัติว่าเคยเป็นโรคนี้มาก่อน   คุณจะมีอัตราเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นๆ





Atthanij Pokkasap  โอมการปัดพิษ ในไสยศาสตร์การแพทย์ เรียกชื่อฝี และมะเร็งไว้เพียบ...


Atthanij Pokkasap  เรียนอย่างงมงายโดยไม่ประกอบอุทเทศ นิเทศในพระสูตรที่มีมาในพระไตรปิฎกมาเปรียบเทียบวิเคราะห์..มันก็เป็น งมงาย ตามข้อกล่าวหาของนักวิทยาศาสตร์
ก่อการร้ายทั้งหลาย เป็นธรรมดา


นาคเฝ้าคัมภีร์ นาคพิกลจริต นาคปิโลติ    หนอนในกายยังมีตั้ง ๘๐ ชนิดเลย






มหาสติปัฏฐานสูตร





*** Atthanij Pokkasap 5 hours ago


"ภิกษุทั้งหลาย !
นายช่างกลึง หรือลูกมือนายช่างกลึงผู้ชำนาญ
เมื่อชักเชือกกลึงยาว ก็รู้ชัดว่าชักเชือกกลึงยาว
เมื่อชักเชือกกลึงสั้น ก็รู้ชัดว่า ชักเชือกกลึงสั้น
ฉันใด
ภิกษุทั้งหลาย..เธอ..
เมื่อหายใจยาว ก็รู้ชัดว่า หายใจยาว
เมื่อหายใจสั้น ก็รู้ชัดว่า หายใจสั้น
ฉันนั้น."
(จาก มหาสติปัฏฐานสูตร )
+
ธาตุ ดิน ตั้งอยู่บนน้ำ
ธาตุ น้ำ ตั้งอยู่บนลม
ธาตุ ลม ตั้งอยู่บนความว่าง (บาลี;อากาส/ สันสกฤต;อวกาศ)
(จาก ภูมิจาลสูตร อัฏฐกนิบาต อังคุตตรนิกาย)
+
ตรีธาตุ > ตรีโทษ > ตรีทูต
(บันทึกการแพทย์แผนพุทธ=ปกรณวิเสส คือ Outline Book)
+ วิชาวิทยาศาสตร์โภชนาการ
(Nutrition Science หรือ Food&Biollogical Chemistry)

= นายช่างกลึง หรือลูกมือนายช่างกลึงผู้ชำนาญหรือผู้ชาญฉลาด
(มหาสติปัฏฐานสูตรใช้คำว่า "ภุมกาโรวาสี,ภุมการันเตวาสี"...คือวาสี เหมือนใช้ใน วสี ๕ ที่เป็นประสบการณ์ของการเป็นผู้ชำนาญในการได้มาและเข้าถึงเทคนิคของ "ฌาน" สมาธิ เพื่อการอุบัติของ ปัญญาญาณ)
= การรู้อันเนื่องด้วยกาย (กายานุปัสสนา)

นี่คือ ภาพแห่งความนึกคิด(Thoughtographics)พื้นฐาน
ที่จะทำให้ผู้ปฏิบัติธรรม(โยคาวจร)กระตือรื้อร้นและเข้าถึงความสำคัญของ
ลมหายใจเข้า+ลมหายใจออก
คิดเอาเอง ไม่ได้ และ รู้เอาเองก้ไม่ได้ด้วย ครับ
มันต้องอาศัยความรู้จากโลกปัจจุบันเป็นชะนวนจุดเข้าไป

จากภูมิจาลสูตร(สูตรว่าด้วยเหตุเกิดแผ่นดินไหว)ทำให้เรารู้ว่า ร่างกายที่ประกอบด้วยธาตุ ๔(มหาภูตรูป) มีความว่าง(อากาส,อวกาศ)รองรับ มวลลมและมวลน้ำ
ที่เราจะเข้าใช้ความรู้สึกเข้าไปยึดกุมบริหารจัดการได้ก่อนใครเพื่อน
คือ ลม คือ ธาตุลม
นั่นก็คือ ลมหายใจเข้า + ลมหายใจออก
ตามด้วยการบริหารจัดการน้ำ ธาตุน้ำ ปลายทางสิ้นสุดที่การบริหารจัดการธาตุดิน
ต้องมีกระบวนความรู้ที่จะรองรับความสำคัญของลมหายใจเข้า+ลมหายใจออก ตามนี้เสียก่อน
จะได้กระดุกไม่ต้องไปเป็นพระธาตุ เพราะผลข้างเคียงจากสารพัดยาปฏิชีวนะที่แดร็กเข้าไปตอนเป็น...หรือประเภทตอนมีชีวิตไม่ได้มีความศักดิ์สิทธิ์อะไร
ตอนตายแล้วกระดูกกลายเป็นพระธาตุ เพราะผลข้างเคียงจากยาปฏิชีวนะ แล้วเสือกเรียกว่า
ความศักดิ์สิทธิ์ อย่างที่กำลังเป็นๆกันอยู่

ยังไม่ได้ว่า..นะครับ ยังไม่ได้ว่า...
ทั้งๆที่อยากด่าให้เละ....แง่มๆๆๆๆๆ
(ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาของความศักดิ์สิทธิ์แห่งคนเป็นเว่ยย..ไม่ใช่ศักดิ์สิทธิ์ตอนตาย แมร่งงงงง)