Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label อานาปานสติสมาธิ. Show all posts
Showing posts with label อานาปานสติสมาธิ. Show all posts

Monday, December 17, 2018

๘๐ ท่าบท ฤๅษีดัดตน วัดโพธิ์ ฯ






อารัมภบท...
@ ๘๐ ท่าบท ฤๅษีดัดตน วัดโพธิ์ ฯ/

ฤๅษีดัดตน ในภูมิปัญญาแห่งบรรพชนสยาม เป็นหลักฐานทางวิชาการ ที่เชื่อมต่อระหว่างพระพุทธศาสนาสากลบนเส้นทางสายไหม กับ พระเวทดั้งเดิมบนที่ราบลุ่มตอนเหนือของ
แม่น้ำสินธุ ในระหว่าง พุทธศตวรรษที่ ๒ จนถึง พุทธศตวรรษที่ ๑๐
และในปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๙ พ่อขุนพระญาลิไทย(พ.ศ.๑๘๙๐-๑๙๑๗)ได้ประชุมสังคายนายุบ  สรรพวิทยาการจากอารยธรรมสากลแห่งลุ่มแม่น้ำสินธุ ลงเป็นภูมิปัญญาแห่งชนชาติสยาม เป็นครั้งแรก
ท่าโยคะดัดตน...ระหว่าง โยคะของฝ่ายพระเวท กับพระพุทธศาสนา มีข้อแตกต่างกัน ดังนี้


๑. โยคะของฝ่ายพระเวท 

มีพื้นฐานที่ต้องเรียนรู้ ประกอบด้วย ;

๑.๑ เส้นปธานทั้ง ๑๐

๑.๒ จักระทั้ง ๗

๑.๓ สมาธิแห่งธาตุที่ขับเคลื่อนจักระทั้ง ๗


๒. ฤๅษีดัดตนของฝ่ายพุทธ 

มีพื้นฐานที่ต้องเรียน ประกอบด้วย ;

๒.๑ เส้นปธานทั้ง ๑๐

๒.๒ ลมในกองธาตุ หรือ ธาตุลมภายในทั้ง ๖

๒.๓ อานาปานสติสมาธิ ที่วิเคราะห์...
.....๒.๓.๑ กองลมทั้งปวง เรียกเป็นศัพท์เท็คนิคเฉพาะ "สัพพกาย" ในขั้นที่ ๓ ของ
อานาปานสติสมาธิกถา
.....๒.๓.๒ การบริหารจัดการควบคุมลมหายใจออกลมหายใจเข้า เรียกเป็นศัพท์เทคนิคเฉพาะว่า "การศึกษาการทำกายสังขารสงบรำงับ" เพื่อขับเคลื่อนปัญญาวิจัยไตรลักษณ์
โดย อำนาจแห่งสมาธิที่ได้ รองรับอุตริมนุสสธรรม(ปาฏิหาริย์) ก่อนได้ปัญญาสูงสุดตรงกันทั้ง..ฝ่ายฤๅษีดัดตนของ พระพุทธศาสนาสากล กับฝ่ายโยคะของพระเวท...ต่างเป็นเหตุผลแห่งประจักษ์พยาน เสริมซึ่งกันและกัน ไม่มีส่วนขัดแย้ง


จบ ตอนที่หนึ่ง
ฤๅษีทะเล้น จุก&แกละ กับ ๘๐ ท่าบทฤๅษีดัดตน วัดโพธิ์ แห่งสยาม ฯ/




Yutthana Sirisilp   .....รอตอนที่สองต่อเลย



Takeda Kosae    สองเส้นด้านล่างนี่ถ้าอัดลมลงมาถึงทำให้ฝีเย็บขมิบเองโดยธรรมชาติใช่มั้ยคับ
อาจาร์ย Atthanij Pokkasap



Atthanij Pokkasap  ใช่ครับ...แต่จะให้เกิด หรือดับประสิทธิภาพนั้น ต้องเข้าถึงกองลม พัดลงล่าง พัดขึ้นบน และพัดเคลื่อนทั่วกายเป็นอย่างดีแล้วประกอบด้วย



Takeda Kosae    ยากมากคับ กว่าจะอัดลมลงมาถึง ตอนตื่นเช้าทำยากคับ มม้วนกลับขึ้นมาขัดๆแถวไตด้านหลังปวดเลย แต่ตอนกลางคืนทำได้คล่องดีคับ แปลกเหมือนกัน เหมือนกับว่าตอนเช้าเลือดมันยังไม่เลี้ยงเส้นประสาทอ่ะคับ



Atthanij Pokkasap  พร้อมๆไปกับ ๘๐ ท่าบทฤๅษีดัดตนวัดโพธิ์
จุก&แกละ ฤๅษีทะเล้นตัวน้อยๆ  จะนำแสดง....๑๐๘ ท่าบท ศิลปมวยไทย
หลักสูตร กรมพลศึกษา(กระทรวงธรรมการ) แห่ง ประเทศไทย พ.ศ.๒๔๗๗
ตำรับ บรมครู สุนทร(กิมเส็ง) ทวีสิทธิ์ ที่รวบรวม โดย พ.อ.กฤษณ์ วัชรปราการ
จากเอกสารเนื่องในงาน ฌาปนกิจบรมครูท่าน  แจกจ่าย ณ วันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๔
เตรียมศึกษากันให้ดีนะครับ  ท่านเรียก "ศิลปมวยไทย" เป็นชื่อเต็มๆ
ชื่อดั้งเดิม...ที่ปัจจุบันยุบตัวลงเป็น "มวยไทย"
หาที่มาที่ไปไม่เจอ...ไปแล้ว !!!

นี่คือ ที่จะนำถวาย ท่านครูบาฯ และพร้อมให้ อรรถพล .... เป็นเคล็ดฝึกภายใน.. ของ
หลักวิชาย่างสามขุมพระเจ้าตรึงไตรภพ โดยเฉพาะ ขุมที่ ๒ พระเจ้าบังโลก และ
ขุมที่ ๓ พระเจ้าตรึงไตรภพ.... ครับ



Atthanij Pokkasap  คำตอบที่ว่า ทำไมพระอริยบุคคลชั้นสกทาคามี ขึ้นไป จึงอาจหาญไม่กลัวอาวุธทรงอานุภาพสูงสุดของขุนศึกนักรบชั้นนำของโลกเลย ดังตัวอย่างที่พระนางสามาวดี หยุดและบังคับลูกศรอันทรงอานุภาพแห่งวิชาธนุรเวทของพระจ้าอุเทน...ให้ย้อนกลับหาพระจ้าอุเทนคืนได้ เป็นเหตุให้พระจ้าอุเทนถามหาอาจารย์ของพระนางสามาวดี...เมื่อพระนางตอบ..ทำให้พระจ้าอุเทนประกาศนับถือศาสนาพุทธทันที...



Atthanij Pokkasap  พระนางสามาวดีตรัสตอบว่า..อาจารย์ของพระนางก็คือ บิดา.ของ
พระนางเอง..ชื่อ ว่า "พระพุทธเจ้า"..เป็นบิดาโดยธรรม และสอนธรรมให้พระนางดังที่
พระเจ้าอุเทนทรงได้เห็นอานุภาพธรรมนี้แล้ว...นี่เอง



วิชา พันทัพ    ขออนุญาติ คัดลอกภาพเพื้อใช้ศึกษาครับ



Atthanij Pokkasap  ทำความเข้าใจให้ได้นะครับ...กัก แล้วอัด กับ อัด แล้วกัก....



Atthanij Pokkasap  วิชา พันทัพ... ด้วยความยินดี ครับ ผู้สนใจและพร้อมอนุรักษ์ภูมิปัญญาบรรพชน อันเป็นเท็คนิคจาก "อกาลิโก" ธรรม


อรรถพล อรรถาเพ็ชร    เห็นภาพนี้แล้วเริ่มเข้าใจขึ้นมาล่ะขอรับ,,.กระผมจะลองทบทวน
การ กัก แล้วอัด..กับ อัดแล้ว กัก...เพื่อเตรียมไว้ไปพบท่านอาจารย์และพระครูบาเหนือชัยขอรับ 



ลุงรักชาติ ราชบุรี    สวยงามมากครับ..ขออนุญาตคัดลอกไว้ศึกษาด้วยครับ..



Atthanij Pokkasap  ด้วยความยินดีครับ คุณลุงวี



Atthanij Pokkasap  ระดับ 60/60 ขึ้นไป เข้าถึงเท็คนิคตรงนี้...ตลอดเรือนร่างรับ
การกระหน่ำฟาดจากไม้เบสบอลล์...ไม่สะเทือน ครับ ไม้แหลกกระจุย...



Atthanij Pokkasap  ในภาพเหมือนลมพัดในกระเพาะอัดแผ่ซ่านไปทั้งร่าง.....ความจริง..ไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่ฝึกใหม่ๆ เราจะรู้สึกว่าเป็น... แต่ที่เป็นจริง ลมกุจฉิฯ..เป็นแค่ลมอัด ชี้นำ กองลมส่วนอื่นๆที่ทำหน้าที่อยู่แล้ว ให้ทำหน้าที่ละเอียดขึ้นตามความรู้สึกที่เข้าควบคุมลมในกระเพาะ(กุจฉิฯ) ครับ



Takeda Kosae    ถ้าได้เจอท่านอาจาร์ยคงมีวาสนาเข้าใจบทตอนนี้....เพราะแค่รุ้สึกว่าเป็น แต่ยังไม่จริง แล้วอย่างไรถึงจะเป็นจริงต้องมีการแสดงให้ดูครับ



Sura Roy    อัดแล้วกัก เข้าใจครับ แต่กักแล้วอัดคือยังไงครับ อ.ณิช



Atthanij Pokkasap  ลมเบ่ง...งัยครับ เบ่งแต่ไม่ออก เรียกว่า กักแล้วอัด



Atthanij Pokkasap  อัดแล้วกัก..คือไล่ลม(ออกซิเจนที่เสื่อมสภาพเป็นคาร์บอนไดออกไซด์และความชื้น)ที่ตกค้างให้กระจายออก
กักแล้วอัด...คือรัดให้แน่น เพื่ออัดลมใหม่(ออกซิเจนใหม่)ให้ซ่านเข้าไป



Atthanij Pokkasap  กักลมอัสมิตา...อัด..อัดอะไรให้แน่น

ตอบว่า..
อัด(รัด)อาการ ๓๒ (ดิน ๒๐/น้ำ๑๒)ให้แน่น ไม่ให้กระพื่อม...เมื่อมีการหายใจออก หายใจเข้า ขณะเคลื่อนไหว(เพราะมีชีวิต) เดินทางไปสู่ความไม่สิ้นสุด(อนมตัคคสังสารวัฏ) 
อาการ ๓๒ เป็นสัมภาระที่สัมผัสได้ ชัดเจนกว่า ขันธ์ ๕ (ปัญจขันธ์, เบญจขันธ์)
การเดินทางไกลที่สัมภาระไม่มีการห่อรัดให้แน่น หายนะ ง่ายๆ  ครับผม !!!



Atthanij Pokkasap  หนทางที่ขรุขระ คือ เส้นทางแห่งกิเลส ที่เต็มไปด้วยความไม่ราบเรียบ แห่งอารมณ์...เพิ่งคิด อุปมาได้ในวันนี้เอง ( 1 กุมภาพันธ์ 2559)



Pronsawan Pimpong    ลึกซึ้งมากครับ



Panu Wongpanuvut    ทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ 



Sura Roy    อัดเข้า แล้วกักไว้..




Sunday, April 1, 2018

จงหัดฝึกลมหายใจละเอียด



Atthanij Pokkasap  :









เมื่อรู้ระยะธรรมชาติตามเป็นจริงของลมหายใจยาว ลมหายใจสั้น ตามคุณภาพ ประสิทธิภาพแห่งสรีระร่างกายเฉพาะตนแล้ว
เมือ่ต้องเจอกับบรรยากาศร้อน อบอ้าว หรือแม้แต่ควันไฟ ไอเสียที่เป็นมลภาวะพิษในอากาศ


ก็..จงหัดฝึกลมหายใจละเอียด หัดหายใจรวยรินๆ ต่อเนื่องยาวๆสุดๆไว้
ความแผ่วเบาของลมหายใจที่ฝึกให้หายใจละเอียดมากๆด้วยสติ ด้วยความรู้สึกที่อยากทำให้ประณีตยิ่งๆขึ้น
ผู้ฝึก จะมีอุณหภูมิร่างกายค่อนข้างต่ำและคงที่พอดี ที่ไม่สะเทิ้นร้อน ไม่สะเทิ้นหนาว และไม่สูดเอาไอหมอกอันเป็นมลภาวะพิษเข้าไป...
นี่คืออานุภาพแห่ง ลมหายใจที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ
ตามหลัก.. การรู้เนื่องด้วยกาย(กายานุปัสสนา)อันเป็นผลมาจาก
การฝึก อานาปานสติสมาธิ และ มหาสติปัฏฐานสูตร อย่างถูกต้อง..


เมื่อเข้าใจวิธีการปฏิบัติการหายใจตามนี้แล้ว ต่อไปแค่หายใจยาวๆ หายใจให้สุดๆ ทุกครั้ง ทั้งการหายใจเข้า การหายใจออก แค้นี้ก็มีร่างกายที่แข็งแรงผิดมนุษย์ที่หายใจตามกิเลสทั่วๆไปแล้ว ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงสมองที่ได้รับออกซิเจนจากอากาศอย่างเพียงพอ...





Monday, March 5, 2018

อานาปานสติสมาธิ เป็นปฏิบัติการโยคะสายพุทธ




*** Atthanij Pokkasap about an hour ago


วันนี้ วันพระ วันอุโบสภ แรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๔
ตรงกับวันอาทิตย์ ๓๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๗

อานาปานสติสมาธิ  เป็นปฏิบัติการโยคะสายพุทธ  ปรากฏขึ้นเพื่อแก้ปัญหา ปฏิบัติการโยคะ
แบบอสุภกรรมฐาน   อสุภสัญญาสมาธิ ที่ทำให้นักปฏิบัติการโยคะทั้งหลายปฏิบัติแล้วเกิด
ความเบื่อหน่ายในรูปสังขารที่เป็นชีวิตปัจจุบันจนไม่อาจบรรลุขั้นสูงสุดต้องพากันฆ่าตัวตายบ้าง  วานให้ผู้อื่นฆ่าให้บ้าง จนเลือดนองท้องน้ำแม่น้ำวัคคุมุทา แม่น้ำน้องพระนครเวสาลี แคว้นวัชชี

ผลของอานาปานสติสมาธิในขณะฝึกฝนนั้น  พระศาสดาท่านอุปมาเหมือนฝนในเดือนสุดท้ายแห่งฤดูร้อน ที่ตกลงมาดับฝุ่นแล้งทั้งหลายที่คลุ้งกระจายทั่งบนแผ่นดินและอากาศ

ในการถ่ายทอดที่ผ่านมายังอยู่ในขั้นที่ ๑ ๒ ๓ ๔ คือ มีสติหายใจยาว
มีสติหายใจสั้น เข้าสั้น ออกสั้น เข้ายาวออกยาว และเมื่อประกอบความรู้ในบันทึกทางการแพทย์สายพุทธเข้าไปแล้ว ปรากฏว่า...การมีสติขณะุหายใจยาว หายใจสั้นนี้ ประกอบด้วยความรู้เนื่องด้วยกาย(กายานุปัสสนา)ลึกล้ำ มหัศจรรย์ มากมาย
                                                                                                                     หลายๆท่านคงใจร้อนอยากฝึกในขั้นต่อๆไปตามนิสัยที่ตามใจตนเองเสียเคยตัว เคยชิน.....ทั้งนี้เพราะไม่รู้ว่า...ในขณะที่มีสติ หายใจเข้า-ออก ยาว-สั้น นั้น เมื่อปฏิบัติสะสมไปอย่างต่อเนื่อง ที่สุดของ ๔ ขั้นปฐมแห่งอานาปานสติสมาธินี้ จะเกิดอะไรอย่างไรขึ้นกับร่างกาย

ความรู้อันเป็นที่สุดของ ๔ ขั้นปฐมนี้ เป็นรากฐานของวิชาโหราศาสตร์ไทย ที่ทุกท่านไม่มีความรู้มาก่อนทั้งสิ้น ดังนี้ครับ
เมื่อหายใจอย่างมีระเบียบด้วยสติ.สะสมต่อเนื่อง..เลือด เซลล์เม็ดเลือดจะทำงานอย่างมีคุณภาพเกิดการจัดกระแสแม่เหล็กชีวภาพในร่างกายที่เป็นระเบียบสัมพันธ์กับสนามแม่เหล็กโน้มถ่วงดวงดาวของโลก

เมื่อจิตใจเริ่มปรากฏพื้นฐานของความเป็นระเบียบสัมพันธ์ตามคุณภาพสรีรกายเนื้อ ช่องว่างที่เชื่อมต่อยึดเหนี่ยว ระหว่างจิตใจกับกายเนื้อจะถุกกระทำให้ทะยอยชัดเจนขึ้น ชัดเจนขึ้น
นั่นคือการปรากฏของเส้นปธานทั้ง ๑๐ ตามบันทึกวิชานวดแผนโบราณ
เส้นช่องว่างแห่งการยึดเหนี่ยวคู่แรกที่จะปรากฏ คือ
เส้นสำนึกแห่งเวลาฝ่ายในแบบสุรยคติ ที่เรียกว่า "สูรยะกลา"
และ เส้นสำนึกเวลาภายในแบบจันทรคติ ที่เรียกว่า "จันทระกลา"

ปรากฎการณ์เส้นหรือช่องว่างของสำนึกแห่งเวลาภายในนี้จะทำงานผสานร่วมกับปรากฏการณ์เวลาภายนอก ที่ปฏิทินไทยเราเรียกว่า
เวลาแบบ สุริยคติ และ เวลาแบบจันทรคติ

ในปฏิบัติการโยคะฝ่ายพุทธตันตระนั้น จะเรียกปรากฏการณ์เวลาภายในนี้ในสถานะของ
"สนามเวลา(Time Field)"
คือ เส้น สูรยะกลา จะถุกเรียกในสถานะสนามเวลาว่า
"ปิงคลา นาภี(Pingla Nabhi)"

เส้นจันทระกลา จะถุกเรียกในสถานะสนามเวลาว่า
"อิทา นาภี(Ida Nabhi)"

เมื่อเส้นทั้งสองปรากฏสมบูรณ์ดีแล้ว จะไปเหนี่ยวโน้มให้เกิดปรากฏการณ์ของช่องว่างแห่งสมดุล เป็นที่มาของสถานะพ้นสนามเวลาที่เรียกว่า...
"สุศุมญา นาภี (Sushumna Nabhi)"
สถานะที่รองรับปรากฏเส้น สุศุมญา นาภี นี้ คือ อานาปานสติขั้นที่ ๖ หรือขั้นที่กล่าวว่า
กายสังขารสงบ หายใจเข้า...กายสังขารสงบหายใจออก...(กายสังขารสงบใน จตุตถฌาน ครับ !!!)
ฉะนั้น...อย่าใจร้อน และ...อย่ามั่ว ออฟไซด์ คำสอนท่าน  ในเมื่อท่านไม่รู้รายละเอียดอะไรเลยในระหว่างการปฏิบัติที่เหมือนการเดินทางไปยังถิ่นที่ไม่เคยไปมาก่อน

เพราะเป็น ความรู้เนื่องด้วยกาย(กายานุปัสสนา)รายทางที่ละเอียดอ่อนมาก   จึงยังไม่สามารถถ่ายทอดพรวดๆๆๆๆๆๆ..อย่างที่ท่านผู้(ไม่)รู้(จริง)ในผ้าเหลืองทั้งหลายกระทำ...และจำเป็นต้องพึ่งอาศัยบันทึกวิชานวดแผนโบราณ และวิชาโหราศาสตร์ไทยฝ่ายกายบำบัด(ภาพในฝนังศาลาราย
วัดโพธิ(เชตุพน กรุงเทพฯ)ที่มีภาพแสดงเส้น การกดจุด ที่สัมพันธ์ข้างขึ้นข้างแรม

..... ....
เท่านี้ ก่อน..
ขอความเป็นจริงแห่งธรรม คุ้มรักษาทุกท่านที่สนใจ.เทอญ




Atthanij Pokkasap  ต้องใช้ภาพประกอบที่ลึกลับและละเอียดอ่อนมาก...ไม่อาจหยาบคาย
มักง่ายครับ..อานาปานสติสมาธิเป็นของสูงมาก และหาผู้รู้จริง....ยากมากยิ่งกว่า


Atthanij Pokkasap  อุปกรณ์ไม่พร้อม เครือ่งมือถ่ายทอดล้าหลัง มีปัญหา ครับ ไม่รู้คอมพ์จะน็อคตัดเมื่อใดทำให้การโพสต์ต้องพิมพืไปหวาดระแวงไป...ไม่เรียบร้อย ต้องอขออำภัยเป็นอย่างยิ่งด้วยครับ


ภารต ถิ่นคำ    สาธุๆๆ คับ


ชวลิต หงอเทียด    ขอบพระคุณครับอาจารย์



นาคเฝ้าคัมภีร์ นาคพิกลจริต นาคปิโลติ    สาธุโน ภันเต...






เทคนิคการนับตัวอักษร ขณะมีสติ หายใจเข้า มีสติหายใจออก ในการฝึกอบรมอานาปานสติสมาธิ





*** Atthanij Pokkasap 8 hours ago


เทคนิคการนับตัวอักษร ขณะมีสติ หายใจเข้า มีสติหายใจออก
ในการฝึกอบรมอานาปานสติสมาธิ
ไม่ใช่กำหนดจังหวะการนับได้ตามใจตนเอง
หากแต่ท่านมีจังหวะการนับเป็นจังหวะที่สัมพันธ์กับ..
จังหวะการหมุนของโลก ที่แน่นอน ตายตัว ด้วยครับ

ปัญญาการหยั่งรู้ที่ท่านเรียกว่า รู้เนื่องด้วยกาย(กายานุปัสสนา)
ต้องปรับฐานไปที่ ..
ปัญญาโดยสัญชาตญาณ(จินตามยปัญญา)
ที่เป็นปัญญาแบบเดียวกับที่สัตว์ที่ชาญฉลาดหลายๆพันธุ์
เขามีกัน ไม่ว่าจะเป็นปลวก นกกระจาบ ปลาแซลมอน
นกพิราบ ฯลฯ
คือปัญญาที่ผูกพัน และสัมพันธ์กับสนามแม่เหล็กดวงดาว

ความรู้พื้นฐานเรื่องปรากฏการณ์เวลา
ที่มีรายละเอียด อยู่ใน กัณฑ์ที่ ๙(นวมกัณฑ์)ของไตรภูมิพระร่วง
และมาตรากระจายเวลา ที่ใช้อยู่ในวิชาโหราศาสตร์ไทย
ย่อมไปสอดคล้องกับ เหตุผลที่ว่า..
ทำไม หลักสูตรการศึกษาพุทธตันตระโบราณของไทย
(ไสยศาสตร์ไทย)จึงต้องเริ่มต้นด้วยการศึกษา
* คัมภีร์ปถมัง *
ซึ่งว่าด้วย.. สัญลักษณ์เส้นสายเรขาคณิตของ
จุติ-อุบัติ ของดาราจักรทางช้างเผือก(จักรวาลแสนโกฏิ)

เพราะต้องการจัดระเบียบจิตสำนึกพื้นฐาน
ให้เป็นเอกภาพร่วมกับธรรมชาติของดวงดาว นั่นเอง
เป็นรากฐานที่มาของ การรู้เห็น.. ตามเป็นจริง

ไม่ใช่เอาอุปาทานแห่งความไม่รู้อะไรเลย
ไปเที่ยวกำหนดสร้างขึ้นมาเองอย่างที่
ทุกสำนักกำลังกระทำกันอยู่ ..!!!!




Atthanij Pokkasap  มันจะเหนือโลกได้อย่างไร ในเมื่อไอ้ที่ทำๆ เรียนๆกันอยู่ไม่ได้รู้จัก..โลก เอาเสียเลย !!!


Chanasorn Suadprakon    จารย์อธิบายดีครับ เหมือรในมหาเวทน์มวยไทย แต่ใช้คำว่า
ไสยศาสตร์ มันทำให้คนแอนตี้เอานะครับ


Atthanij Pokkasap  ให้มันแอนตี้ไป ถ้ามันโง่จริง...ไสยศาสตร์ที่มันตั้งความหมายกันเอาเอง...มันได้แสดงความเป็นเผด็จการทางความคิดไปแล้ว ให้..แมร่งโง่ต่อไป...ถือดียังไงมากำหนดความหมายวิทยาการการที่มันเองไม่ได้ศึกษา?


Chanasorn Suadprakon    ครับ และพุทธศาสตร์ กับ ไสยศาสตร์ นี่ต่างกันยังไงครับ ทำไมสมัยพุทธกาลถึงห้ามพระเล่นไสยศาสตร์


Atthanij Pokkasap  ไม่ได้ห้ามเล่นไสย แต่ห้ามใช้เดรัจฉานวิชาแสวงหาลาภสัการะ ไสยศาสตร์ กับเดรัจฉานวิชา ต่างกันตรงที่ไสยศาสตร์ไม่ใช้แสวงหาลาภสักการะ ใครใช้แสวงหา
ลาภสักการะเป็นเดรัจฉานวิชาทันที


Atthanij Pokkasap  วิทยาศาสตร์ก็เหมือนกันใครมันเอาไปรับใช้นายทุน มันก็หมด
ความเป็นวิทยาศาสตร์ไปทันทีเหมือนกัน..ปัจจุบันยังไม่รู้ตัวกันอีกก็คือ มิจฉาทิฏฐิ


Chanasorn Suadprakon    ครับ เก็ทและ ขอบคุณ