Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label Nervous System. Show all posts
Showing posts with label Nervous System. Show all posts

Monday, January 7, 2019

Jagriyanuyoga ; Fundamental Study to Separate the Spirits between the Five Sense from Nervous System and the Sixth Sense from Lymphatic System with Gallbladder to Jhan.



The Buddhism Explorer

เมื่อวานนี้ เวลา 10:13 น.



ชาคริยานุโยค ;
เท็คนิคเพื่อทักษะในการได้ฌาน-สมาธิ-สมาบัติ
ตามหลักคำสอนที่มาในพระไตรปิฎก
Jagriyanuyoga ;
Fundamental Study to Separate the Spirits
between the Five Sense from Nervous System and the Sixth Sense from Lymphatic System with Gallbladder to Jhan[Concentration of Consciousness].

ชาคริยานุโยค
แปลว่า โยคะที่สืบเนื่องด้วยการตื่น หรือทั่วๆไปว่า การตามประกอบด้วยการตื่นให้มาก
ท่านพระสารีบุตร อธิบายไว้ย่อๆว่า
"ความหมายของภิกษุไม่พึงทำความหลับให้มาก คือ ภิกษุพึงแบ่งกลางคืนและกลางวัน เป็น 6 ส่วน โดยตื่นอยู่ 5 ส่วน หลับอยู่ส่วนหนึ่ง
จาก ข้อ(750) มหานิทเทส ขุททกนิกาย
พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ เล่ม 29/45

และแบบอุกฤษฎ์
ซึ่งปรากฏทั่วไปในบันทึกนั้น จะตื่นต่อเนื่องให้เป็นอิสระไปจากสำนึกเวลาภายในจิต ทั้งกลางคืนกลางวัน ดังปรากฏใน "มหัปผลสูตร" ว่าด้วยอิทธิบาทภาวนา ข้อ(1147) มหาวารวรรค สังยุตตนิกาย ซึ่งสามารถบรรลุได้แบบฉับพลัน ตามที่ทรงตรัสรับรองไว้ตอนท้่าย "มหาสติปัฏฐานสูตร" ในมหาวรรค ทีฆนิกาย
เป็นทักษะที่พัฒนามาจากปฏิสัมภิทา คือแตกฉานใน อุปปริกขะ 3 ว่าด้วย ธาตุ, อายตนะ และปฏิจจสมุปปาท ข้อ(124) สัตตัฏฐานสูตร นิทานวรรค สังยุตตนิกาย มาแล้วเป็นอย่างดี เท่านั้น

ในคัมภีร์มิลินทปัญหา เรียกเท็คนิคในการสร้างทักษะเพื่อการตื่น นี้ว่า
"มิทฺธสฺสติวิธา"
แปลว่า วิธีการประคองสติในขณะหลับ
แบ่งออกเป็น 3 ขั้น คือ
1. อาทิมิทฺธสฺสติวิธา
2. มัชฌิมมิทฺธสสติวิธา
3. ปริโยสานมิทฺธสฺสสติวิธา

อย่างไรคือสติ?
อย่างไรคือการหลับ?
ในอาการ32
สติร่วมสัมปชัญญะ..ความรู้สึกตัวทั่วพร้อม
มีรูปธรรมรองรับ คือ
"ปิตตะทั้ง 2"
หมายถึง พัทธปิตตะ;ถุงน้ำดี
อพัทธปิตตะ;ระบบน้ำเหลือง
...Lymphatic System with Gallbladder
ความสามารถในการทำงานสมบูรณ์เต็มที่ตลอดข่ายใยของระบบน้ำเหลืองและถน้ำดี ก็คือที่มาของ
"สติสัมปชัญญะ"

การลดการทำงานของระบบไหลเวียนของโลหิตและหัวใจ.
Circulatory System with Heart
เพื่อให้อินทรีย์5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย พัก เรียกว่า
"การหลับ"
ชาคริยานุโยค
คือการฝึกตื่น และฝึกหลับของ
รูปธรรมสองระบบนี้เอง.
ดังพระพุทธคาถาว่า
๏ ยมกํ นามรูปญฺจ
...รูปนามเป็นของคู่กัน
อุโภ อญฺโญญฺญนิสฺสิตา
...ต่างฝ่ายต่างอาศัยซึ่งกันและกันเป็นคู่สอง
เอกสฺมึ ภิชฺชมานสฺมึ
...เมื่อต้องแตกสลายไปโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
อุโภ ภิชฺชนฺติ ปจฺจยา ฯ
...ย่อมเป็นปัจจัยให้อีกฝ่ายทร่วมเป็นคู่สอง
แตกสลายไปด้วยกัน๚๛

ผู้รู้เท็คนิคบริหารจัดการให้ฝ่ายรูปธรรม คือ
ระบบไหลเวียนของโลหิตโดยหัวใจ
Circulatory System with Heart
พักการรับใช้ระบบอายตนะ โดยหัวใจคงกำลังเข้มแข็ง
ระบบการทำงานของน้ำดี
Lymphatic System with Gallbladder
ที่เป็นรูปธรรมรองรับสติสัมปชัญญะขยายการทำงานแทนระบบไหลเวียนของโลหิต
เป็นที่มาของหัวข้อ ชาคริยานุโยค
แล้วไปสู่เท็คนอคขั้นสูงตามลำดับต่อไป
ก็คืออุบัติการณ์ของการบรรลุฌาน
ตามบันทึกในคัมภีร์ของพระพุทธศาสนา
นั่นเอง.

Monday, December 17, 2018

คำสอนคือตัวแทนของพระศาสดา




"...คำสอนของพระศาสดา
ย่อมงอกงามโอชา แก่สาวกผู้มีศรัทธา
ผู้หยั่งลงในคำสอนของพระศาสดาแล้ว
ประพฤติด้วยตั้งใจว่า
เนื้อและเลือดในสรีระของเรา
จงเหือดแห้งไป จะเหลืออยู่แต่หนัง
เอ็น ไขกระดูก ก็ตามที
เมื้อเรายังไม่บรรลุถึงอิฏฐิผล
ที่จะพึงบรรลุ ด้วยเรี่ยวแรงของบุรุษ
ด้วยความบากบั่นของบุรุษแล้ว
จักคลายความเพียรนั้นเสีย จักไม่มีเลย.
ภิกษุทั้งหลาย!
ผลสองอย่าง คือ
อรหัตตผลในปัจจุบัน
หรือเมื่อขันธปัญจกะ
ที่กรรมกิเลสเข้าไปยึดถือ
เป็นส่วนเหลือ ยังมีอยู่
ความเป็นพระอนาคามีอย่างใดอย่างหนึ่ง
อันสาวกผู้มีศรัทธา
ผู้หยั่งลงในคำสอนของพระศาสดา
แล้วประพฤติ พึงหวังได้.
..... .....
... เมื่อเธอตั้งตนเพื่อความลำบากอยู่
อกุศลธรรมย่อมเสื่อม
กุศลธรรมย่อมเจริญ
เมื่อประโยชน์นั้นของเธอสำเร็จแล้ว
สมัยต่อมา
ก็ไม่ต้องตั้งตน เพื่อความลำบากได้
อย่างนี้ชื่อว่า ความเพียรมีผลฯ"
..... .....
จาก #กีฏาคิริสูตร มัชฌิมปัณณาสก์ มัชฌิมนิกาย พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่ม ๑๓/๔๕
..... ..... .....
"...เปรียบเหมือนรอยนิ้วมือ
รอยนิ้วหัวแม่มือที่ด้ามมีด
ย่อมปรากฏแก่นายช่างไม้
หรือลูกมือนายช่างไม้
แต่เขาไม่รู้อย่างนี้ว่า
วันนี้ ด้ามมีดของเราสึกไปเท่านี้
เมื่อวานนี้สึกไปเท่านี้
เมื่อวานซืนสึกไปเท่านี้
ที่จริง เมื้อด้ามมีดสึกไป
เขาก็รู้ว่า สึกไปนั้นเทียว ฉันใด
ภิกษุทั้งหลาย!
เมื่อภิกษุหมั่นเจริญภาวนาอยู่
ก็ฉันนั้นเหมือนกัน
แม้จะไม่รู้อย่างนี้ว่า
วันนี้ อาสวะของเราสิ้นไปเท่านี้
เมื่อวาน สิ้นไปเท่านี้
หรือ เมื่อวานซืน สิ้นไปเท่านี้
แต่ที่จริง เมื้ออาสวะสิ้นไป
ภิกษุนั้นก็รู้ว่า สิ้นไปนั้นเทียวฯ"
จาก ข้อ(๖๘) สัตตกนิบาต อังคุตตรนิกาย
พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่ม ๒๓/๔๕

..... ..... .....
อย่างไรเรียกว่าหมั่นเจริญภาวนา?
ตอบว่า ...
เจริญภาวนาคือการพยายามอบรม #สติสัมปชัญญะซึ่งเป็นความรู้สึกอาศัยข่ายใยของน้ำดีและระบบน้ำเหลือง(Gallbladder &Lymphatic System) ให้มีกำลังเหนือกว่า และหลุดพ้นไปจากการการครอบงำของ #อินทรีย์๕ คือ ตา-หู-จมูก-ลิ้น-กาย ซึ่งเป็น #ความรู้สึก(เวทนา)#อาศัยข่ายใยของระบบปสาทรูป(Nervous System)เป็นไป
เหตุการณ์พื้นฐานของมีกำลังเหนือกว่าและหลุดพ้นไปจากการครอบงำของอินทรีย์๕ได้ สำนวนในพระไตรปิฎกเรียกว่า
"#กายสังขารสงบระงับ"
คือระบบการไหลเวียนของโลหิต(Circuratory System)เกือบจะหยุดทำงานอย่างสิ้นเชิง
ผู้อบรมตนได้ ต้องมีความรอบรู้ใน
-อาการ๓๒(ทวัตติงสาการ)
-ธาตุ๖
-อินทรีย์๕
-อายตนะ๑๒
-นามรูป
-กายสังเคราะห์จิต
(นามรูปเป็นปัจจัยให้เกิดวิญญาณ)
ได้แก่ จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ
ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ
-จิตสังเคราะห์กาย
(วิญญาณเป็นปัจจัยให้เกิดนามรูป)
ได้แก่ มโนวิญญาณ มโนธาตุวิญญาณ
-ขันธ์๕ และไตรลักษณ์...ที่มี สมาธิ๓..รองรับการพิสูจน์ประสบเห็นเป็นสำคัญ