ย่อมงอกงามโอชา แก่สาวกผู้มีศรัทธา
ผู้หยั่งลงในคำสอนของพระศาสดาแล้ว
ประพฤติด้วยตั้งใจว่า
จงเหือดแห้งไป จะเหลืออยู่แต่หนัง
เอ็น ไขกระดูก ก็ตามที
เมื้อเรายังไม่บรรลุถึงอิฏฐิผล
ที่จะพึงบรรลุ ด้วยเรี่ยวแรงของบุรุษ
ด้วยความบากบั่นของบุรุษแล้ว
จักคลายความเพียรนั้นเสีย จักไม่มีเลย.
ผลสองอย่าง คือ
อรหัตตผลในปัจจุบัน
หรือเมื่อขันธปัญจกะ
ที่กรรมกิเลสเข้าไปยึดถือ
เป็นส่วนเหลือ ยังมีอยู่
ความเป็นพระอนาคามีอย่างใดอย่างหนึ่ง
อันสาวกผู้มีศรัทธา
ผู้หยั่งลงในคำสอนของพระศาสดา
แล้วประพฤติ พึงหวังได้.
..... .....
... เมื่อเธอตั้งตนเพื่อความลำบากอยู่
อกุศลธรรมย่อมเสื่อม
กุศลธรรมย่อมเจริญ
เมื่อประโยชน์นั้นของเธอสำเร็จแล้ว
สมัยต่อมา
ก็ไม่ต้องตั้งตน เพื่อความลำบากได้
อย่างนี้ชื่อว่า ความเพียรมีผลฯ"
..... .....
จาก #กีฏาคิริสูตร มัชฌิมปัณณาสก์ มัชฌิมนิกาย พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่ม ๑๓/๔๕
..... ..... .....
รอยนิ้วหัวแม่มือที่ด้ามมีด
ย่อมปรากฏแก่นายช่างไม้
หรือลูกมือนายช่างไม้
แต่เขาไม่รู้อย่างนี้ว่า
วันนี้ ด้ามมีดของเราสึกไปเท่านี้
เมื่อวานนี้สึกไปเท่านี้
เมื่อวานซืนสึกไปเท่านี้
ที่จริง เมื้อด้ามมีดสึกไป
เขาก็รู้ว่า สึกไปนั้นเทียว ฉันใด
เมื่อภิกษุหมั่นเจริญภาวนาอยู่
ก็ฉันนั้นเหมือนกัน
แม้จะไม่รู้อย่างนี้ว่า
วันนี้ อาสวะของเราสิ้นไปเท่านี้
เมื่อวาน สิ้นไปเท่านี้
หรือ เมื่อวานซืน สิ้นไปเท่านี้
แต่ที่จริง เมื้ออาสวะสิ้นไป
ภิกษุนั้นก็รู้ว่า สิ้นไปนั้นเทียวฯ"
พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่ม ๒๓/๔๕
..... ..... .....
เจริญภาวนาคือการพยายามอบรม #สติสัมปชัญญะซึ่งเป็นความรู้สึกอาศัยข่ายใยของน้ำดีและระบบน้ำเหลือง(Gallbladder &Lymphatic System) ให้มีกำลังเหนือกว่า และหลุดพ้นไปจากการการครอบงำของ #อินทรีย์๕ คือ ตา-หู-จมูก-ลิ้น-กาย ซึ่งเป็น #ความรู้สึก(เวทนา)#อาศัยข่ายใยของระบบปสาทรูป(Nervous System)เป็นไป
"#กายสังขารสงบระงับ"
คือระบบการไหลเวียนของโลหิต(Circuratory System)เกือบจะหยุดทำงานอย่างสิ้นเชิง
-อาการ๓๒(ทวัตติงสาการ)
-ธาตุ๖
-อินทรีย์๕
-อายตนะ๑๒
-นามรูป
-กายสังเคราะห์จิต
(นามรูปเป็นปัจจัยให้เกิดวิญญาณ)
ได้แก่ จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ
ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ
-จิตสังเคราะห์กาย
(วิญญาณเป็นปัจจัยให้เกิดนามรูป)
ได้แก่ มโนวิญญาณ มโนธาตุวิญญาณ
-ขันธ์๕ และไตรลักษณ์...ที่มี สมาธิ๓..รองรับการพิสูจน์ประสบเห็นเป็นสำคัญ
No comments:
Post a Comment