Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label สัมโพธิสุข. Show all posts
Showing posts with label สัมโพธิสุข. Show all posts

Wednesday, January 30, 2019

Brahma over Devata : Part 2


Atthanij Pokkasap



Brahma over Devata : Part 2

พระพรหม สูงกว่า เทวดา ตอนที่ ๒


มรรคา และสถานะแท้จริงของ พรหม นั้นถูกค้นพบและเปิดเผย โดยพระพุทธเจ้า แล้วแสดงต่อ พราหมณ์ ที่อ้างตัวว่า สืบเผ่าพันธ์มาแต่พรหม แต่ ไม่รู้ ที่มาและความเป็นไปของพรหม
พรหม เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูง(มหาชีวิต) ในทฤษฎีวิวัฒนาการทางจิต ตามการค้นพบของพระพุทธศาสนา เป็นสิ่งมีชีวิตที่ประกอบด้วยจิตวิญญาณมีอิสรภาพเหนือประสบการณ์ทางอายตนะสามัญของมนุษย์ปกติ มี ๒ กลุ่มระดับ
ได้แก่ รูปพรหม และ อรูปพรหม
เป็นปรากฏการณ์สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่กับแสงสว่างในแสงสว่าง
ในสถานะของสิ่งมีชีวิต เปรียบเทียบกับปฏิบัติการโยคะเพื่อการพิสูจน์ค้นพบ สามารถเปรียบเทียบได้ ดังนี้


รูปพรหม ชั้นที่ ๑ มหาพรหมา
สถานะของสิ่งมีชีวิต เท่ากับ "กายิกาพรหม(Kayikabrahma)"
แปลว่า "ผู้มีหมู่อันประกอบเป็นรูป"
มีสนามพลังงานรองรับทางกายภาพ เทียบเท่ากับสนามรองรับ
ดาราจักร(Galaxy...แสนโกฏิโลกธาตุ)
มีปริศนา พรหมเพศหญิงในการค้นพบของพระพุทธศาสนา ที่นักการศึกษาไทยละเลยคือ
กลุ่มพรหมเหล่า มนาปกายิกา ที่แสดงถึงสตรีเพศบรรลุสมาธิสูงกว่าบุรุษเพศได้
ในขณะครองเรือนด้วย
= ฌาน ขั้นที่ ๑(ปฐมฌาน)ในสัมมาสมาธิ
(=ผู้ได้ปฐมฌาน ต้องเห็น "กายิกาพรหม" ด้วยตามกฎ "วิโมกข์ ๘" ที่ ผู้มีรูป ย่อมต้องเห็นรูป)
การเข้าสมาบัติในสมาธิชั้นนี้ เรียกว่า
"เนกขัมมสุข"...แปลว่า สุขอันเกิดจากการหลีกเร้นกาม"


รูปพรหม ชั้นที่ ๒ อาภัสสรพรหม(Abhassarabrahma)
แปลว่า " ผู้ยังแสงสว่างให้อุบัติขึ้นด้วยเหตุแห่งการเคลื่อนไหว"
เป็นชั้นลี้ภัยของมนุษย์เมื่อดาราจักร หรือระบบสุริยจักรวาลล่มสลาย ดังคำบอกเล่าของพระพุทธเจ้าใน "อัคคัญญสูตร"
= ฌาน ขั้นที่ ๒(ทุติยฌาน)ในสัมมาสมาธิ
ผู้ได้หรือบรรลุทุติยฌาน ต้องประสบเห็น อาภัสสรพรหมด้วย
การเข้าสมาบัติในสมาธิชั้นนี้ เรียกว่า
"วิเวกสุข"...แปลว่า สุขอันเกิดจากความสงัด


รูปพรหม ชั้นที่ ๓ สุภกิณหพรหม(Subhakinahabrahm)
แปลว่า "ผู้ส่องสว่างรุ่งเรืองด้วยความงดงาม"
= ฌาน ขั้นที่ ๓ (ตติยฌาน)ในสัมมาสมาธิ
ผู้ได้และบรรลุสมาธิชั้นตติยฌาน ต้องประสบเห็น สุภกิณหพรหม นี้ด้วย
การเข้าสมาบัติในสมาธิชั้นนี้ เรียกว่า
"สมาธิสุข"


รูปพรหม ชั้นที่ ๔ เวหัปผลพรหม(Vehapphalabrahma)
แปลว่า "ผู้มีผลส่องสว่างรุ่งเรืองตลอดฟ้า"
คล้ายเป็นพวก...กลุ่มกาแล็กซีขนาดใหญ่..
= ฌาน ขั้นที่ ๔(จตุตถฌาน) ในสัมมาสมาธิ
ผู้ได้และบรรลุจตุตถฌานนี้ ต้องประสบเห็น เวหัปผลพรหม นี้ด้วย เช่นกัน

ในอานาปานสติสูตร... ปรากฏการณ์ทางกายภาพของผู้บรรลุและประสบเวหัปผลพรหม
ก็คือ ขั้นที่ ๔ ของการหายใจที่สูตรกล่าวว่า "กายสังขารสงบรำงับ"...หายใจผ่าน
กระบวนการเมตาโบลิสม์ภายในเซลล์เองได้เองแล้ว
การเข้าสมาบัติในสมาธิชั้นนี้ เรียกว่า
"สัมโพธิสุข"...แปลว่า สุขอันเกิดแต่การรู้แจ้ง

ในสมาธิแต่ละชั้นดังกล่าว..
เป็น "สุขขณะปัจจุบัน" ที่พระพุทธศาสนาพูดถึง
ผู้เข้าสมาบัติได้ในแต่ละชั้น ชื่อว่า
"ทักขิไณยบุคคล"
เพราะ อานุภาพสมาบัติ สามารถบันดาลอานิสงส์บุญทานทั้งหลายของผู้มาทำถวายในขณะออกจากสมาบัติให้ได้ผลตามอธิษฐานสมปรารถนา เมื่อลับตา หรือคล้อยหลัง...ไปแล้วในพริบตานั่นเอง
เมื่อขยายดวงจิตแห่งพรหม จากขนาดใหญ่โดยธรรมชาติ คือ" มหัคคตารัมมณา ธัมมา"
เป็น "อัปปมาณารัมมณา ธัมมา"...ไม่มีขอบเขต ไม่มีประมาณ
ก็จึงเป็นที่มาของ "วิหารแห่งพรหม"..อันเป็นที่ตั้งแห่งความเป็น "ผู้ใหญ่"
ที่ นักปราชญ์กำมะลอของไทย นำมาใช้แอบอ้างสร้างระบบอุปถัมภ์เอาเปรียบสังคมขึ้น

ชื่อเต็มๆของ มหาพรหม ผู้ประกอบด้วยดวงจิตไร้ขอบเขต หาประมาณมิได้นี้คือ
ฌานขั้นที่ ๑. เมตตาเจโตวิมุตติ
แปลว่า จิตอันหลุดพ้นไปจากข้อมูลของระบบอายตนประสาทอย่างสิ้นเชิงแล้วเปี่ยมเต็มไปด้วยความสงสารอ่อนโยนต่อสรรพสัตว์

ฌานขั้นที่ ๒. กรุณาเจโตวิมุตติ
แปลว่า จิตอันหลุดพ้นไปจากข้อมูลของระบบอายตนประสาทอย่างสิ้นเชิง แล้วประกอบไปด้วยความตั้งใจช่วยเหลืออย่างอ่อนโยน ต่อสรรพสัตว์
พระโพธิสัตว์ทั้งหลายที่เป็นสัญลักษณ์อารมณ์ของพระพุทธเจ้า อุบัติไปจาก ฌานของพระพุทธเจ้าชั้นนี้เอง โดยเฉพาะ...พระอวโลกิเตศวร หรือ เจ้าแม่...กวนอิม !!!

ฌาน ขั้นที่ ๓. มุทิตาเจโตวิมุตติ

ฌาน ขั้นที่ ๔. อุเปกขาเจโตวิมุตติ
เจโตวิมุตติ...จิตใหญ่ที่เป็นอิสรภาพเหนือระบบอายตนประสาทปกติ...
ถูกปราชญ์ผู้คิดคด ทรยศคำสอนตรงของพระพุทธเจ้า...
มันตัดออกจนคนรุ่นหลังก็เชื่อตามๆกันมาว่า...
พรหม คือผู้ใหญ่ ประกอบด้วย
เมตตา-กรุณา-มุทิตา-อุเบกขา พอ
ไม่ต้องมีศัพท์เทคนิคต่อท้าย
ก็เพื่อมัน พวกมันจะได้เอามาสร้างระบบอุปถัมภ์อันเลวทราม เอารัด เอาเปรียบสังคมกลุ่มอื่นๆ
จน..ร่มพระบรมโพธิสมภาร วินาศ ฉิบหายวายวอด ในวันนี้ นั่นเอง.
!!!!!




Jaruvat Chanposri    ชัดเจนครับอาจารย์


Prirot Meepa    แสดงธรรมมีปาฏิหารย์ .ครับ


Atthanij Pokkasap  ใช่ครับ "คุณธรรม" ที่ภาษาไทยมันเอาไปใช้ ต่ำเละเทะครับ "คุณธรรม"ในพระพุทธศาสนาท่านหมายถึง การฝึกจิตมาถึงขั้น "เสพสุขอันเป็นปัจจุบัน" คือ...สุขในฌานสมาบัติและอภินิหารจากสมาบัตินี้ต่างหาก ที่พระบาลีเรียกว่า "คุณธรรม"...ครับ


Sura Roy    ท่านกล่าวว่าควรยินดีและชื่นชม...แต่ปัจจุบันมีคนบอกว่าอวดอุตริ....ผิดถึงขั้นปาราชิก.


Atthanij Pokkasap  คนแบบนั้นต้องกำจัดทิ้งด้วยอำนาจ " ฌานวิสัย" เด็ดขาดครับ...เพื่อพิทักษ์ความจริงแห่งธรรม....คุรุที่ไปถ่ายทอดเผยแผ่ธรรมที่ธิเบต..เรียกอำนาจพิทักษ์ความจริงแห่งธรรมนี้ว่า "ยิดัม" ครับ


Atthanij Pokkasap  ตอนนี้ ลองกลับไปอ่าน..ปฐมสมโพธิ ตอน มารพันธปริวัตต์...จะเข้าใจดีขึ้น..พวกนี้เอง คือ "มาร" ที่มาปิดบังธรรม แล้วก็มี มาร ที่บิดเบือนธรรม พวกที่กล่าวร้ายธรรมนั้น ท่านเรียก พวกเดียรถีย์ ครับ !!!


Atthanij Pokkasap  "ผู้ไม่เหินห่างฌาน ได้ชื่อว่า ผู้ปฏิบัติตามคำสอนเราตถาคต"....ยังหา..บทต้นกำเนิดที่มา ไม่เจอ ครับ.. เด๋วคงได้เปิดเผย ตีแผ่... พวกมารปิดบัง.. พวกมารบิดเบือน และพวก..เดียรถีย์ ที่กล่าวให้ร้ายคำสอน กัน ครับ


Chanasorn Suadprakorn    เอาด้วย ๆ ว่าง ๆ อ่านพระไตรปิฏก จากเว็บ 8400 ดีกว่า


Wednesday, January 2, 2019

อริยสงฆ์ในคู่แห่งบุรุษสี่คู่...นับเรียงตัวบุรุษได้ ๘ บุรุษ




Atthanij Pokkasap


โสดาบัน...
สกทาคามี....
สองระดับอริยสงฆ์ในคู่แห่งบุรุษสี่คู่ นับเรียงตัวบุรุษได้ ๘ บุรุษนั้น....
ศีล ๕ มาโดยมรรค...
ไม่ต้องสมาทาน หรือกำหนด...
หากแต่มาโดยอุปนิสัย...ที่การเห็นธรรมพัฒนา
โสดาบันที่ได้สมาบัติจากสมาธิ เรียกว่า
"โกลังโกละโสดาบัน" และ "เอกพีชีโสดาบัน"

สกทาคามีนั้น ได้สมาบัติจากอำนาจสมาธิสูงกว่า และกล้าหาญในการแก้ปัญหาสังคมขนาดใหญ่โดยหน้าที่ตามธรรม...ไม่ลับๆล่อๆ ไม่หลบๆซ่อน และแอบอ้างใดๆทั้งสิ้น

อนาคามี...
ศีล ๘ มาโดยมรรค
คือมาเป็นอุปนิสัยแห่งการถึงธรรม
ที่ถือมื้อเดียว เพราะมีผลต่อมรรควิธีที่ได้สมาบัติจากการบรรลุสมาธิ
(ขึ้นชื่อว่า กวฬิงการาหาร...ย่อมเป็นไปเพื่อกามคุณ ๕...)
อนาคามี เข้าสมาบัติดับกามคุณ ๕ เรียกว่า
"เนกขัมมสุข"...
เข้าสมาบัติดับ ปีติ(เวทนาหาร) เรียกว่า
"สมาธิสุข"
เข้าสมาบัติดับ ฌาน ๔ เรียกว่า
"สัมโพธิสุข" เป็นฐานไปสู่ นิโรธสมาบัติ


มีที่มาใน พระไตรปิฎก พระสูตรใด ฉบับไหน...
ปล่อยยไก่...ออกมาดูสิ....
พวกหมิ่นและดูแคลน
ไม่เอื้อเฟื้อพระธรรมรัตนะ ทั้งหลาย !!!

Saturday, October 10, 2015

๔๕.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.












*** Atthanij Pokkasap a few seconds ago  

ข่าวสาร จาก...พระอรหันต์ (สมัยพุทธกาล)

ตอน...คุณสมบัติของสมาธิในพระพุทธศาสนา

..... .....

๑. สมาธินี้ มีสุขในปัจจุบัน มีสุขเป็นวิบากต่อไป

๒. สมาธินี้เป็นอริยะ ปราศจากอามิส

๓. สมาธินี้ คนเลวเสพมิได้

๔. สมาธินี้ ละเอียด ประณีต ได้ด้วยการสงบระงับ บรรลุได้ด้วยธรรมเอกผุดขึ้น
    ไม่ใช่การข่มธรรมที่เป็นข้าศึก ห้ามกิเลสด้วยจิตอันเป็นสสังขาร

๕. มีสติจึง เข้าสมาธินี้ได้ มีสติจึงออกจากสมาธินี้ได้.


จาก สมาธิสูตร ข้อ(๒๗) ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ไตรปิฎก เล่ม ๒๒/๔๕




Atthanij Pokkasap  แท้จริง สมาธินี้ จะมีคนรู้จักโดยแท้จริงอยู่หรือเปล่าหนอ...??!
เห็น,ประจักษ์ มีการแอบอ้าง และพาดพิงถึงกันเสียเหลือเกิน....


Atthanij Pokkasap  อ่านเข้าถึงขนาดไหนสำนวนชาวพุทธโบราณ สุขในปัจจุบัน ปราศจากอามิส คนเลวเสพมิได้ ละเอียดประณีตด้วยการสงบระงับไม่ใช่ข่ม... มีสติจึงเข้าได้มีสติจึงออกได้....รู้เรื่อง-เข้าถึงจริงแล้วละหรือ??!


Mareep    ไม่รู้แบบนี้แน่นอนเลย...แต่ละคนจ้องแต่จะกำหนดอิริยาบถปัจจุบันแล้วท่องเอานึกเอา...ไม่ก็หายใจ 16 ขั้นเลยทีเดียวจากการอ่านหนังสือเล่มเล็กๆแบบเรียนลัด..


Atthanij Pokkasap  จิต เป็นพลวัตอยู่เบื้องหลังการบริหารจัดการกระบวนการหายใจเข้า หายใจออกทั้งระบบภายนอก(จมูกถึงหัวใจ,ปอด)และระบบภายใน(Metabolism) ยังไม่รู้จักหายใจเลยไปกำหนดจิต...อุปาทานชัดๆๆๆๆๆ


Atthanij Pokkasap  ชี้ขุมทรัพย์ แต่ถูกตอบโต้ด้วยการกระแนะกระแหน แดกดัน..สูงส่งกันเหลือเกิน....


Atthanij Pokkasap  ลามะชั้นสูงของทิเบต ท่านจึงอุปมาไว้ว่า ลมหายใจ คือม้า จิต คืออัศวินผู้ขี่ม้า อยากพบอัศวินผู้ขี่ม้า(จิต) พึงควบคุมม้าเข้าให้ได้เสียก่อน...


Atthanij Pokkasap  ปัทมปาละ..คือชื่อเณรน้อยที่จับเหล่ามหาฤๅษีแห่งฮินดูกูฏ มาบวชในพระศาสนานับสิบๆตนเมื่อกว่า ๑,๒๐๐ ปีก่อนโน้น.....


Atthanij Pokkasap  หนีจากสังคมศาสนาแห่งหิมาลัยมาเกิดอยู่สุวรรณภูมิ จนตาราโพธิสัตว์อวตารมาตามตัวให้กลับคืนพระศาสนา....


Mareep    ก็เพราะไอ้การถือดีว่าของเราต้องแน่...ของเราดีที่สุด...สอนฝังหัวกันมาแบบนี้รุ่นต่อรุ่น...ผมเองเจอคำพูดคำสอนแบบนี้มาตลอด...นี่ล่ะพออาจารย์เทศน์แบบองค์รวม...พวกนี้เขาเลยรับไม่ได้...


Mareep    ตีความแบบไร้ราก...ไม่สนใจประวัติศาสตร์...ผมไปพูดให้เพื่อนฟัง...มันยังย้อนผมเลยว่า...ให้เอาเนื้อๆมาพูด...มันไม่สนใจประวัติศาสตร์...


Atthanij Pokkasap  คัมภีร์ออริจินัลไม่เคยสัมผัส แล้วมาแสดงอหังการ มมังการ ทั้งยกอหังการมมังการของตนให้เป็นของผู้ที่ขัดปัญญามืดบอดของตน....อเวไนย....จริงๆ


Atthanij Pokkasap  มันก็ไม่เอาพ่อเอาแม่มัน ไม่เอาลูกมัน ไม่เอาหำมันด้วย...


Atthanij Pokkasap  อย่างเพื่อนผม Sompong Ren ที่บอกว่าเคลียร์อดีตไม่จบ อดีตกินพื้นที่อนาคต ผมก็เทียบการเดินทางย้อนมิติของคนเหล็กอาร์โนล....งัย...คือต้องแก้โจทย์อดีตให้จบ...


Atthanij Pokkasap  ปัจจุบัน พระพุทธศาสนาล็อคค่าไว้ด้วย (ปฐม)ฌาน ดังที่สิทธัตถราชกุมารทำไว้เป็นหลักฐานงัย จิตปุถุชนไหนจะทันปัจจุบัน มันบ้าแล้ว...


Atthanij Pokkasap  ไม่มีความรู้เรื่องจิต ไม่มีความรู้เรื่องเวลา แล้วใช้อุปาทานกำหนดโครมๆๆๆๆ


Mareep    แต่ของเราเป็นการเดินทางทางจิต...หาใช่กายหยาบ...


Atthanij Pokkasap  ก็..เวลา มันเป็นโครงสร้างของจิต ตามที่ไอน์สไตน์เรียก Sbjectivity of Time งัย


Atthanij Pokkasap  หรือที่ ท่านพระนาคเสนวิสัชนา คิง เมนันเดอร์ว่า เวลา เกิดจากปฏิจจสมุปบาท...หนักเข้าไปอีก


Mareep    ก็อาจารย์เล่นสำนวนไซไฟซะขนาดนี้...พวกเฝ้าคัมภีร์เลยทนไม่ได้...แต่คนละพวกกะคุณนาคเขานะ...


Atthanij Pokkasap  หลักฐานตามเป็นจริง!!! วิทยาศาสตร์นิวตันล้าหลังชัดเจน...ช่วยไม่ได้


Atthanij Pokkasap  โครงสร้างไตรภูมิสร้างจากมิติเวลาต่างกัน ก็แสดงตามข้อมูล สร้างเรื่องขึ้นแต่ที่ไหน ซื่อสัตย์สิ..ซื่อสัตย์ต่อบันทึกโบราณสิ ทำกันไม่ได้ ผมก็ด่าว่าคอร์รัปชั่น ผิดที่ไหนล่ะ


Mareep    บ้านเราเดินตามมันไปเลยเหมือนถอยหลังลงรูลงคลอง...ล้าหลังเกินทน...


Mareep    อำนาจที่นักกินเมืองได้จากเราไปโดยมีไอ้นักวิชาการทั้งหลายสมรู้...ทำลายทุกอย่าง...แม้วัฒนธรรมอย่างมวยไทยยังโดนเอาไปทำปาหี่น่าทุเรศ...


Mareep    หลักวิชาพื้นฐานระดับชาวบ้านในการฝึกฝนพัฒนาจิตสรีระร่างยังโดนเอาไปยำซะเละ...นับประสาอะไรกับภูมิปัญญาชั้นสูงที่ถูกละเลย...


Mareep    ยุคด็อกขี้เท่อครองเมือง...แทะเนื้อหลังตัวเองไปวันๆ..


Atthanij Pokkasap  กูฏเวมานิกเปรต เปรต เปรต....


Mareep    ๔. สมาธินี้ ละเอียด ประณีต ได้ด้วยการสงบระงับ บรรลุได้ด้วยธรรมเอกผุดขึ้น ไม่ใช่การข่มธรรมที่เป็นข้าศึก ห้ามกิเลสด้วยจิตอันเป็นสสังขาร...ตรงนี้พออธิบายได้มั้ยครับ..."บรรลุได้ด้วยธรรมเอกผุดขึ้น ไม่ใช่การข่มธรรมที่เป็นข้าศึก ห้ามกิเลสด้วยจิตอันเป็นสสังขาร"???...


Atthanij Pokkasap  ตามความเข้าใจและประสบการณ์ฝึกจิตของผม นี่หมายถึง สัมมาสมาธิ(รูปฌาน ๔) ครับ รูปฌาน ๔ คือวิธีการพิสูจน์ค่าปัจจุบันที่ประสิทธิภาพสูงสุด คือ สุขที่ไม่อื่นใดเหนือกว่า(โดยเฉพาะ..สัมโพธิสุข) ที่เป็นเส้นทาง ที่พระอรหันต์เข้าแล้วออกสุดท้ายตอนดับขันธปรินิพพานด้วย


Atthanij Pokkasap  ไม่ข่มธรรมก็คือ "เป็นกลาง" ที่ลงในอิทธิบาท ๔ คือ

๑.ไม่ย่อหย่อนเกินไป

๒.ไม่ประคองเกินไป

๓.ไม่หดหู่ในภายใน

๔.ไม่ฟุ้งซ่านไปในภายนอก


Atthanij Pokkasap  นี่เป็นคุณภาพของจิตที่เป็นกลางที่ควรแก่งาน(กรรมฐาน)...บาทแห่งกิจสูงสุดในพระศาสนางัยครับ


Atthanij Pokkasap  คนละเรื่องกับไอ้นั่งสะกดจิตตัวเองด้วยประการทั้งปวง....


Mareep    ไม่ใช่ง่ายๆเลยซะนิด...ไม่ต้องนับเรื่องปฏิบัติให้เข้าถึง...เอาแค่อ่านให้เข้าใจก็สุดๆแล้ว...


Mareep    แต่ก็สมกับเป็นธรรมที่คู่ควรแก่การตรัสรู้ในปัญญาระดับสัมมาสัมโพธิญาณ...


Atthanij Pokkasap  ถ้าผมไม่มีภูมิหลังของอดีตชาติ ผมก็จะไม่รู้เรื่องเลย แต่ผมมีภูมิหลัง และถูก อัสตานิส กัษมาตัม ภิกษุชราจากฮินดูกูฏมาตามตัวถึงเชียงใหม่สะกดจิตถามธรรมขั้นสุดท้ายเพื่อการบรรลุของท่านก่อนดับขันธ์ครับ...ภูมิหลังประสบการณ์ผมเยอะมาก...ไม่มีสำนัก ไม่มีอาจารย์ นอกจากพระศาสดา...


Atthanij Pokkasap  คล้ายท่านหลวงจีนกั๊กเอี๊ยงอาจารย์ของจางซันฟัง...อ่านคัมภีร์ในหอใตรเกลี้ยงแล้วบรรลุไม่รู้ตัว...


Mareep    อาจารย์เนี่ยน่าจะถูกเรียกว่าพุทธทาส(ตัวจริง)มากกว่านะ...


Atthanij Pokkasap  ไม่ครับ ปัทมปาละ..ผู้พิทักษ์ดอกบัวครับ..ถูกต้องแล้ว...


Mareep    ภิกษุหรือนักบวชนานาชาตินี่ภูมิธรรมไม่ธรรมดาเลย...ประสบการณ์ตรงนี้ผมเองยังแทบไม่รู้เรื่องมากนัก...


Atthanij Pokkasap  ท่านอัสตานิส กัษมาตัม เป็นปาทานเผ่ากาลาช ผอมสูงถึงสองเมตร มากับ อวตารของตาราโพธิสัตว์ นำผมไปสะกดจิตย้อนอดีต ...ผมถึงรู้ว่า เณรน้อยกายสิทธิ์ที่เที่ยวทะเลาะเอาชนะมหาฤๅษีนับสิบๆตนให้มาบวชในพระศาสนา ชื่อปัทมปาละ แล้วก็ทิ้งหน้าที่หนีมาเกิดสุวรรณภูมิ...จนอวตารของพระตาราโพธิสัตว์ต้องมาเชิญกลับคืนพระศาสนาจะมีอยู่เป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้....


Atthanij Pokkasap  ผมถึงเขียนประวัติพระพุทธศาสนาในเอเชียกลางไม่เหมือนใครในโลก....


Atthanij Pokkasap  เป็นการเขียนประวัติศาสตร์ที่อ้างถึงความสอดคล้องตามหลักฐานทางโบราณคดีล้วนๆ หรือแม้แต่ในสยามประเทศเอง...


Atthanij Pokkasap  ผมไล่ลำดับราชวงศ์โบราณต่างๆราวกับนับนิ้วเจ้าของ...


Mareep    ถ้าไม่มีภูมิหลังอย่างที่อาจารย์ว่า...คงทำไม่ได้แบบนี้...เพราะหลักฐานมีอยู่ให้ตรวจสอบได้จริง...ผมเลยทึ่งอึ้งเมื่อเจอข้อเขียนของอาจารย์...ไม่ผมคนเดียวหรอก...ผู้อ่านท่านอื่นที่ติดตามอาจารย์ก็คงสนเท่ห์เหมือนกัน...


Atthanij Pokkasap  ครับ...เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผมรักและศรัทธาพระพุทธศาสนาอย่างยิ่งใหญ่จนไม่รู้จะเปรียบกะอะไรดี...ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่า ปกป้อง ปกป้อง ปกป้อง ความสูงส่งของพระศาสนาจะไม่ยอมให้ใครมาดึงให้ตกต่ำเลย...


Mareep    เพียงแต่พวกเขาไม่ได้มาติดตามต่อในเฟซแบบผมและคุณนาคหรือคนอื่นๆ...ผมยังคุยกะคุณ Fu ในเรื่องที่อาจารย์อ่านหนังสือมาเยอะอย่างพระไตรปิฎกจนหมด...มันเหนือคนธรรมดามากๆๆ...เหมือนไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปจะทำได้เลย...


Atthanij Pokkasap  ตามบุคคลิกภาพของ...นาคอสูรพรหม ฤๅษี !!!


Mareep    หน้าที่ของอดีตท่านเณรน้อย...ยังไม่จบสิ้น!!!...


Atthanij Pokkasap  ฉะนั้นพอเห็นคำคมของคนแถวนี้เอะอะ ก็ให้ทิ้งอดีต...เลยทนไม่ได้ ทุกทีไป...


Mareep    เคลียร์อดีตไม่จบ อดีตกินพื้นที่อนาคต...ก็ต้องแก้โจทย์อดีตให้จบ...i see...


Atthanij Pokkasap  ขนาดองค์สมเด็จพระบรมศาสดา...ท่านยังต้องเคลียร์จนชาติภพสุดท้าย กับปุพพกัมมปิโลติเลย ปุถุชนอย่างเราๆท่านๆ เป็นใคร...ยังไม่เศษหนึ่งในหมื่นล้านของเสี้ยวธุลีบาทของท่านเลยยย...


Ren    ไม่แก้แล้วว่ะ เงื่อนไขมันเย๊อะ แก้ไม่ถูกทางมันก็เหมีอนลิงหว่านแห เอาแบบเติมน้ำลงในเกลือมากๆเข้าถึงจะมีเกลืออยู่มันก็ไม่เค็มแล้วไช่ไหม ระวังอย่างเดียวอย่าให้น้ำแห้ง


Atthanij Pokkasap  ไปหา แห้งชาม น้ำชาม มากินดีกว่า ไป๊...


Ren    เอออออ..จะกินด้วยมั๊ย..จะทำเผื่อ..แซบนาาาา


Atthanij Pokkasap  ดี..เพื่อน!!!