Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label มหาปทานสูตร. Show all posts
Showing posts with label มหาปทานสูตร. Show all posts

Monday, January 28, 2019

"อำนาจไสยศาสตร์" แบบ พุทธตันตระ-วัชรยาน




Atthanij Pokkasap 


อธิบาย "อำนาจไสยศาสตร์"
แบบ พุทธตันตระ-วัชรยาน
ครับ :-

ในปฏิจจสมุปปาท มีพระพุทธวจนะ ตรัสไว้ว่า
"เมื่อนามรูปมีอยู่ วิญญาณจึงมี
วิญญาณมีเพราะนามรูปเป็นปัจจัย"
และ...
"วิญญาณนี้ย่อมกลับเวียนมาแต่นามรูป
หาใช่อย่างอื่นไม่ โดยความเป็นไปเพียงเท่านี้
สัตว์โลกพึงเกิดบ้าง พึงแก่บ้าง พึงตายบ้าง
พึงจุติบ้าง พึงอุบัติบ้าง ความเป็นไปนั้นคือ:-
วิญญาณมี เพราะนามรูปเป็นปัจจัย.....(๑)
นามรูปมี เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย.....(๒)
จาก ข้อ(๓๙)มหาปทานสูตร มหาวรรค
ทีฆนิกาย พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่ม ๑๐/๔๕

(๑) วิญญาณมีเพราะนามรูปเป็นปัจจัย
คือที่โพสต์ก่อนๆหน้าเรียกว่า...
"จิต"... ที่เกิดจากการสังเคราะห์ของกาย
(กลุ่มคลื่นพลังงาน ที่มาจากคลื่นสั่นสะเทือนของระบบอายตนประสาท)

(๒) นามรูปมีเพราะวิญญาณ เป็นปัจจัย
คือที่โพสต์ก่อนๆหน้า เรียกว่า...
"จิต"...ที่สังเคราะห์กาย คือสังเคราะห์อินทรียสาร สร้าง "อินทรีย์"ประกอบกายเนื้อที่ตั้งของ
อายตนประสาททั้งระบบขึ้นมา
อวัยวะที่เชื่อมโยงการสังเคราะห์ มี ๓ ตัวหลัก
ได้แก่ หัวใจ(หทยัง)-ดี(ปิตตะ)-ตับ(ยกนัง)
เพราะพระพุทธศาสนาค้นพบรูปร่างทางกายภาพของอวัยวะทั้งสามสัมพันธ์กับ
"สติ" และ "ปัญญา" โดยตรง
(รายละเอียดมีอธิบายอยู่ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค)


อำนาจไสยศาสตร์...
จึงมีสูตรเกิด ๒ สูตร ได้แก่ :-
สูตร ๑.
คือ อำนาจที่มาจากแรงขับเคลื่อนน้ำดี
จาก แรงสั่นสะเทือนของระบบอายตนประสาท
ไปสังเคราะห์ "อินทรียสารสร้างหัวใจ"

สูตร ๒.
คืออำนาจที่มาจากแรงขับเคลื่อนน้ำดี
จากคลื่นความถี่ของหัวใจ ไปสังเคราะห์...
"อินทรียสารสร้างเนื้อเยื่อรองรับอายตนประสาททั้งระบบ"

อำนาจไสยศาสตร์ สูตร ๒.
มีอานุภาพสูงสุด เท่ากับ แรงนิวเคลียร์
ชนิดเข้ม ๑๐,๐๐๐ ล้าน-ล้าน หน่วย
พิสูจน์พบได้ใน ฌาน ขั้นที่ ๔(จตุตถฌาน)
ของสัมมาสมาธิ
พระพุทธศาสนาเรียกคลื่นแสงสว่างจากแรงนิวเคลียร์
(แรงที่ยึดเหนี่ยวโครงสร้างของธาตุคาร์บอน) นี้ว่า "สัมโพธิ"
ค่าสูงสุด ในห้องปฏิบัติการโยคะฝ่ายพุทธนี้
ยกไว้.....


สรุปแบบโลกๆระดับพื้นๆ ว่า
อำนาจไสยศาสตร์ สูตร ๒.
แรงกว่า อำนาจไสยศาสตร์ สูตร ๑.
อย่างเปรียบกันมิได้


ผู้นำแรงสังเคราะห์ ทั้ง ๒ สูตรมาใช้ได้
โบราณ เรียกว่า :-
โยคี, นักสิทธิ์, ฤๅษี, ดาบส, วิทยาธร,..ฯลฯ
ผู้สามารถควบคุม แรงสังเคราะห์ทั้ง ๒ สูตรได้
อย่างชำนาญ(วสี ๕) เรียกว่า
"ฌานวิสัย"...
เป็น หมายเลข ๒ แห่ง อจินไตย ๔
รองจาก "พุทธวิสัย"....
ซึ่งปุถุชนผู้ละเมิด
จะต้องวิบัติฉิบหายวายวอด
ไปทุกภพ ทุกชาติ
ครับ !!!!!

Monday, December 17, 2018

จิตที่พระพุทธศาสนาพิสูจน์พบ



Cr. Atthanij Pokkasab
โพสต์ 19 กรกฎาคม 2018 09:06 น.

วิทยาศาสตร์ทุนนิยมตามพิธีกรรมแบบนิวโตเนียน(Newtonian..ลัทธิวิทยาศาสตร์ภายใต้อิทธิพลการค้นพบของนิวตัน) ไม่มีความรู้เรื่องเกี่ยวกับปรากฏการณ์ของจิต ปรากฏการณ์เวลา และปรากฏการณ์จริยธรรม ที่จิตเป็นไปแต่อย่างใด
ซึ่ง เกี่ยวกับปรากฏการณ์จริยธรรมนั้น คาร์ล มาร์กซ์ก็ได้พิสูจน์ความไม่มีจริยธรรมของวิทยาศาสตร์ทุนนิยมนิวโตเนียนอย่างเด็ดขาดเฉียบแหลมชัดเจนไปแล้วในทฤษฎีมาร์กซิสม์
วิทยาศาสตร์ที่ค้นพบจริยธรรมเป็นปรากฏการณ์ของนิวเคลียร์การสังเคราะห์ธาตุ มีเฉพาะอยู่ในห้องปฏิบัติการนิวเคลียร์ฟิสิคส์ของวิทยาศาสตร์ก้าวหน้า ที่มี ทฤษฎีควอนตัม-สัมพัทธภาพเป็นเสาหลัก กับวิทยาศาสตร์แห่งภูมิปัญญาและการค้นพบของกรีกไอโอเนียนที่อยู่ร่วมสมัยพุทธกาล เท่านั้น แต่...ก็ไม่ได้รู้เรื่องของจิต และเวลา
ฉะนั้นการอ้างอิงวิทยาศาสตร์ตามพิธีกรรมลัทธินิวโตเนียน เกี่ยวกับปรากฏการณ์ของจิต และ/หรือ จริยธรรม นับเป็นความวิปลาศทางจิต วิปริตทางปัญญาของผู้แอบอ้างนั้นๆ ทั้งสิ้น
ข้อแตกต่างพื้นฐาน;
@ วิทยาศาสตร์ลัทธินิวโตเนียน กำหนดแบบมโนให้ผู้วิจัย ผู้ทำวิทยานิพนธ์เป็น "#ผู้สังเกตุการณ์..#Observer" คือเป็นกลางโดยไร้จริยธรรมรับผิดชอบต่องานวิจัยและวิทยานิพนธ์ บูชาความจริงตามรูปแบบที่ตนเองเชื่อเท่านั้น
@ วิทยาศาสตร์เพื่อภูมิปัญญาและการค้นพบของกรีกไอโอเนียน กับ วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าโดยทฤษฎีควอนตัม-สัมพัทธภาพ กำหนดว่า ผู้วิจัย ผู้ทำวิทยานิพนธ์เป็น "#ผู้ร่วมในเหตุการณ์...#Participater" คือต้องประกอบด้วย จริยธรรมและจิตสำนึกสูงสุดในงานวิจัยและวิทยานิพนธ์ที่ส่งผลกับสังคมทั้งหมดด้วย
สรุป วิทยาศาสตร์ทุนนิยมนิวโตเนียน เป็นวิทยาศาสตร์ทางพิธีกรรมของพวกไร้จิตสำนึก ขนาดหนักตอนนี้ถึงกับเชื่อเอาเองเลยว่า "#สมองก็คือจิตหรือมีอำนาจเหนือจิต"
(บุคคลผู้ป่วยหนักมาก...น่ะเอง)
ปรากฏอยู่ในพระสูตร ข้อ(230-234) อัสสุตวตาสูตร นิทานวรรค สังยุตตนิกาย พระไตรปิฎก ฉบับสยามรัฐ เล่ม 16/45
พระพุทธเจ้าทรงตรัสเรียกว่า จิต/ มโน/วิญญาณ พ้นทั้งจากนามธรรมและรูปธรรม แต่ ครอบงำทั้ง นามธรรมและรูปธรรม
ไม่ใช่อย่างที่รู้ที่เข้าใจ ทั่วไปในสังคมปัจจุบันนี้ แต่อย่างใด
ทั้งยังแสดงถึง จิตมี 2 ภาค ไว้ที่ปฏิจจสมุปปาท ใน "#มหาปทานสูตร" มหาวรรค ทีฆนิกาย พระไตรปิฎก ฉบับสยามรัฐ เล่ม 10/45 ด้วยว่า..
สำนักสอนธรรมทั้งหลาย ที่ทั้งละเมิด ทั้งฉ้อฉล จนสาวกทั้งหมดทั้งปวงทุกสำนัก ล้วน ป่วยเรื้อรังสมองขาดอ็อกซิเจน ร่างกายบางส่วนก็ขาดอ็อกซิเจน ยังจะไม่สำนึกกันอีกหรือ ?!!


Thursday, September 8, 2016

๗๗.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.




77.พระพุทธเจ้า - พระธรรม - พระสงฆ์ - วิทยาศาสตร์ - นิยาย - มวยไทย - ประวัติศาสตร์ - โหราศาสตร์ -ไสยศาสตร์ - ศาสนา - ภาษา - คณิตศาสตร์ - จิต - จักรวาล - สมาธิ - โยคะ - ดนตรี - ศิลปะ - เกษตรกรรม - สมุนไพร - อาหาร = สุขภาพและชีวิตที่ดีงาม



























ปฏิบัติการโยคะจากพระโอษฐ์
มาเรียนรู้ "พระกรรมฐาน"จากพระไตรปิฎก
กันครับ.


ตอนที่ ๑. กำเนิด "จิต"

พระพุทธศาสนาเรียก จิต ว่า "มโน"บ้าง
"วิญญาณ"บ้าง เป็นการเรียกตามลักษณะงาน
จิต..คือ แผ่กระจาย ระบายออกไป
มโน..คือ คิดเองได้
วิญญาณ.. คือ รู้ยิ่งเอง
(ญาณ=รู้เอง วิ=ยิ่ง ; วิ + ญาณ = วิญญาณ)

จิต ประกอบด้วย ๒ ภาคส่วน คือ

๑. จิต ที่เกิดจาก กายสังเคราะห์
หมายถึง จิตที่เกิดจากระบบอายตนประสาท คือ อินทรีย์ ๕
(ตา-จักขุนทรีย์ หู-โสตินทรีย์ จมูก-ฆานินทรีย์ ลิ้น-ชิวหินทรีย์ และกาย-กายินทรีย์)
มี ใจ(มนินทรีย์) เป็นที่ ๖

จิตตามความหมายนี้ได้แก่ ;
จักขุวิญญาณ(รู้ยิ่งเองจากประสาทตา)
โสตวิญญาณ(รู้ยิ่งเองจากประสาทหู)
ฆานวิญญาณ(รู้ยิ่งเองทางประสาทหู)
ชิวหาวิญญาณ(รู้ยิ่งเองทางประสาทรับรสของลิ้น)
กายวิญญาณ(รู้ยิ่งเองจากประสาทสัมผัสของผิวกาย)
เป็นจิตที่เกิดจากการกระทบกันระหว่างอายตนประสาทกับสิ่งเร้า(Stimulus)
คือ ตากับรูป หูกับเสียง จมูกกับกลิ่น ลิ้นกับรส กายกับกายสัมผัส(โผฏฐัพพะ)
มีการประมวลผลประสบการณ์เก็บไว้ที่ สมองส่วนล่างหลังกระบอกตา

๒. จิตสังเคราะห์กาย
หมายถึง จิตที่อาศัยหัวใจทำงานร่วมกับอวัยวะภายในต่างๆ
ที่พระกรรมฐานพุทธเรียกว่า "อาการ ๓๒(ทวัตติงสาการ)"
สังเคราะห์สร้างและซ่อมแซมส่วนที่ยังเจริญไม่เต็ม
และส่วนที่ขาดหายไป
พระพุทธศาสนาเรียก จิต ภาคส่วนนี้ว่า
"มโนธาตุ" และ/หรือ "มโนวิญญาณธาตุ"
ตามรู้ได้ด้วยการฝึกหายใจออก หายใจเข้า
ซึ่งมีสมุฏฐาน มาจาก จิตภาคส่วนนี้โดยตรง
(รายละอียดเท็คนิคอยู่ในบทฝึก "กักลมอัสมิตา"ที่เป็นพื้นฐานของ อานาปานสติสมาธิสูตร)


ความสัมพันธ์ของจิตทั้งสองภาคส่วนนี้
เรียกว่า "ความพอใจ(ฉันทะ)"
เกิดจากการเข้าร่วมกันทำงานของสมองส่วนล่างกับหัวใจ ที่เรียกว่า ...
"รู้ยิ่งเองทางใจ(มโนวิญญาณ)"

ใน "ปฏิจจสมุปปาท" มหาปทานสูตร
จิตที่เกิดจากกายสังเคราะห์ มีสำนวนแปลทางพระบาลี                                                                    
(ภาษาที่รักษาคำสอนของพระพุทธเจ้า...เป็นภาษาชาวแคว้นอวันตี                                                 
ออกแบบหลักไวยากรณ์โดยท่านพระมหากัจจายนะ
แล้ว นักการศึกษาส่วนใหญ่เอาไปมั่ว ว่าเป็นภาษาม คธ)....ว่า...
"นามรูป"เป็นปัจจัยให้เกิด "วิญญาณ"
และ เรียกจิตที่สังเคราะห์กายว่า...
"วิญญาณ" เป็นปัจจัยให้เกิด "นามรูป"


ปัญหาหายนะที่ทำลายการคำสอน
แห่งการค้นพบของพระพุทธเจ้า
คือ นักปราชญ์ไทยทั้งหมด
จัดเอา "วิญญาณ" ไปอยู่ในกลุ่ม "นาม"ของ "นามรูป"
และเชื่อตามฝรั่งที่ฝรั่งเชื่อตามตรรกะของโสเครติส
ว่า จิตเกิดจากกาย โดยส่วนเดียว
กรรมฐานทุกสำนักเกจิอาจารย์ไทยๆ
จึงออกทะเล ไปมหาสมุทรอินเดียไปไกลลิบๆ
ด้วยประการฉะนี้แล ฯ


                                                                                            ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap