Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label Force Field. Show all posts
Showing posts with label Force Field. Show all posts

Monday, December 17, 2018

การดับของอายตนะ...นั่นเอง คือ นิพพาน






"อายตนะ ..นิพพาน"

ที่ปาราชิกใหญ่เอามาแต่งเป็นเรื่อง

บิดเบือนเหยียบย่ำพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแห่งพระศาสดา ครับ

อ่านพระสูตรนี้แล้ว...

ท่านควรมีความรู้ว่าอย่างไร..เอ่ย?!!
                                      




Panu Wongpanuvut    ย้ำอีกทีกับสภาวะของ"นิพพาน"(ชอบมั่วกันดีนัก) 




   699090303553448&set=a.112349908894160.9411.100003574546762&type=
   3&theater



Atthanij Pokkasap  ทัศนะส่วนตัว ผมคือ..จิต ที่เป็นอิสระไปจากอายตนะประสาททั้งระบบ และพ้นไปจากสมาธิที่ต้องอาศัยข้อมูลอิงประสบการณ์อายตนประสาททั้งระบบไปแล้วครับ.(อันนี้เจโตวิมุตติ)..จึงเรียกว่า สมาธิเพื่อปัญญาหลุดพ้น(อันนี้ปัญญาวิมุตติ)..ออกจากวิมุตติทั้งสอง แล้วไม่หวนกลับมา..จึง....นิพพาน !!!



Atthanij Pokkasap  การดับของอายตนะ...นั่นเอง คือนิพพาน ไม่ใช่ดับเพราะตาย แต่ดับเพราไม่มีที่ให้กิเลสตัณหาเจริญงอกงามได้อีก เพราะ อายตนะ แปลว่า แดนอาศัย...ตรงกับ "สนามแรง(Force Field)" ในวิชาฟิสิคส์



Atthanij Pokkasap  คือ Free Will..เจตจำนงเสรี ในวิชาปรัชญาที่ตะวันตกรับอิทธิพลไปจากกรีก นั่นเอง



Airay Dana    "อายตนะ ..นิพพาน"
ที่ปาราชิกใหญ่เอามาแต่งเป็นเรื่อง
บิดเบือนเหยียบย่ำพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแห่งพระศาสดา ครับ.." แต่งอย่างไร บิดเบือนอย่างไรครับ อาจารย์



Atthanij Pokkasap  คำสอนจานบิน...หาเองเถอะครับ ได้โปรด...Please...



Airay Dana    กับสำนักนี้รู้ทราบมานานแล้วครับ แต่....อยากทราบความคิดเห็นของอาจารย์ที่มีต่อสำนักอื่น สายอื่น ครับ(เผื่อมี)



Atthanij Pokkasap  แสดงไว้หลายโพสต์แล้วครับ
จนต้องมาตั้งต้นกับสังคมการแพทย์แผนไทยรุ่นใหม่ๆ...เพื่อให้รู้ว่า "จิต" ตามพระพุทธนิยาม(อัสสุตวตาสูตร..สูตรทะเลสังสารวัฏแห่งน้ำตา)...นั้นคืออะไร...ที่เรียนรู้ตามๆกันมาทั้งหมด มันไม่ใช่...



Chanasorn Suadprakorn    สายหลวงพ่อสด บอก
อายตนะ = ที่อาศัย ที่ดึงดูด
นิพพาน = พระนิพพาน หรือกายธรรมที่ตรัสรู้
รวมแล้ว อายตนนิพพาน คือ ที่อยู่ของพระนิพพาน ผู้บรรลุแล้ว จะมีธรรมกายดูดสู่อายตนะนิพพาน เป็นกายนั่งสมาธิ วนล้อมกัน พระพุทธเจ้า หรือต้นธาตุจะอยู่ตรงกลาง เหล่าสาวก จะนั่งล้อมเป็นวงกลมรอบ เป็นกลางธาตุ ปลายธาตุ ไปตามอันดับ



Chanasorn Suadprakorn    รู้อย่างนี้ จะนับถือหลวงพ่อสด และสายที่เกี่ยวข้องลงได้อย่างไร



Tan Thaimassage    เหตุนี้หรือเปล่า ถึงมีโลโก้เป็นจานบิน



Chanasorn Suadprakorn    อายตนนิพพาน มาจากหลวงพ่อสด



Atthanij Pokkasap  พวกเหยียบย่ำ บิดเบือน พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแห่งพระศาสดา..นี่ ทุคติ วินิบาต อบาย และนรก...ทั้งนั้นนะ..



Atthanij Pokkasap  อัตตวาทุปาทาน...ก็สัสสตทิฏฐิ..ไปแล้ว...พุทธซะที่ไหน...



Chanasorn Suadprakorn    เลิกนับถือ เลิกศึกษาเลย เจองี้



Atthanij Pokkasap  ทิฏฐุปาทาน.. สีลัพพตุปาทาน.. อัตตวาทุปาทาน อย่างหนาาาา...เลยล่ะ เป็นเปรตจีวรไหม้ไฟเรียบร้อยโรงเรียนกรรมไปแล้วครับ



กระบี่แห่งความกล้าหาญ หย่งเจี้ยน    มีทางเข้า ไม่มีทางออก (ทางออกคือทางเข้า) ความหมายคือไรครับ


Atthanij Pokkasap  นิพพาน
ศรัทธา และมุ่งมั่นเพียรแล้ว ไม่หวนคืนกลับ



Thursday, December 29, 2016

๙๖.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.



96.พระพุทธเจ้า - พระธรรม - พระสงฆ์ - วิทยาศาสตร์ - นิยาย - มวยไทย - ประวัติศาสตร์ - โหราศาสตร์ -ไสยศาสตร์ - ศาสนา - ภาษา - คณิตศาสตร์ - จิต - จักรวาล - สมาธิ - โยคะ - ดนตรี - ศิลปะ - เกษตรกรรม - สมุนไพร - อาหาร = สุขภาพและชีวิตที่ดีงาม








Atthanij Pokkasap  :




ข่าวสาร จาก...พุทธกาลตอน
ปรากฏการณ์ ล็อค เวลา
... ... ...


ปรากฏการณ์ ล็อคเวลา ในบันทึกของชาวพุทธโบราณ มีมากมายหลายสิบครั้ง  แต่ครั้งสำคัญที่สุด มี ๒ ครั้ง..

ครั้งที่ ๑ เจ้าชายสิทธัตถราชกุมาร ตอน ชันษา ๗ ขวบ กำลังนั่งดูราชพิธีแรกนาขวัญ จิตเกิดเป็นสมาธิชั้น ปฐมฌาน ได้ ล็อคเวลา คือมณฑล ที่เป็นควงเงาต้นหว้าที่พระองค์ประทับนั่งอยู่ เวลาภายในปริมณฑลร่มเงาต้นหว้า  ถูกล็อคไว้จากเที่ยงถึงยามเย็นจนราชพิธีเสด็จ  เป็นเหตุให้พระบิดาพระองค์ต้องอัญชลีไหว้ราชกุมารพระองค์เองเป็นครั้งที่ ๒

...และประสบการณ์อันสูงส่งในวัยเด็กอันนี้เองที่ทำให้ท่านหวนคิดถึงเป็นเส้นทางสู่การตรัสรู้
พระอนุตตรสัมมาสัมโพธญาณ...


ครั้งที่ ๒ บัณฑิตสามเณร เณรน้อยอายุ ๗ ขวบ ในสัทธาวิหาริกของท่านพระสารีบุตร  บำเพ็ญ
สมณะธรรมช่วงที่เชื่อมต่อระหว่าง อนาคามิผลกับอรหัตผล   ปรากฏการณ์ล็อคเวลาขณะที่
บัญฑิตสามเณรกำลังบำเพ็ญสมณะธรรม  ทำให้ช่วงเวลาเช้าจนถึงบ่ายของชมพูทวีปชะงักคงที่เป็นเวลาร่วมๆ ๖ ชั่วโมง จนสามเณรท่านบรรลุพะอรหัตผล  เวลาก็เปลี่ยนจากเช้ามาเป็นบ่ายทันที....

...ในบันทึก เรื่องบัณฑิตสามเณร บัณฑิตวรรค วรรณนา พระธัมมปทัฏฐกถาแปล ภาค ๔ บรรยายไว้แต่เพียงว่า....

...ท้าวสักกะเทวราชตรัสเรียกมหาราชทั้ง ๔ มาตรัสว่า 
"พวกท่านจงไปไล่นกที่บินจอแจอยู่ในป่าใกล้วิหารให้หนีไป  แล้วยึดอารักขาไว้โดยรอบ"

ตรัสกะจันทระเทพบุตรว่า 
" ท่านจงฉุดรั้งมณฑลแห่งพระจันทร์เอาไว้"

ตรัสกะสุริยะเทพบุตรว่า 
" ท่านจงฉุดรั้งมณฑลแห่งพระอาทิตย์เอาไว้"..

ดังนี้แล้วแม้ท้าวสักกะเทวราชเอง  ได้เสด็จไปประทับยืนอารักขาอยู่ที่สายยู....

...เด็ก อายุ ๗ ขวบ บวชแล้ว ในวันที่ ๘ บรรลุพระอรหัตเหมือนดอกปทุมที่แย้มแล้ว  ในขณะนั้นเอง ได้นั่งพิจารณาที่เป็นที่ใส่ภัตร ทำภัตกิจแล้ว  ในขณะที่เธอล้างบาตรเก็บไว้  จันทระเทพบุตรก็ปล่อยมณฑลแห่งพระจันทร์  สุริยะเทพบุตรก็ปล่อยมณฑลแห่งพระอาทิตย์  ท้าวมหาราชทั้ง ๔ ปล่อยอารักขาทั้ง ๔ ทิศ  ท้าวสักกะเทวราชเลิกอารักขาที่สายยู  พระอาทิตย์ได้เคลื่อนคล้อยไปแล้วจากที่ท่ามกลาง (คือเลยเวลาเที่ยงตรงไปแล้ว...

...ภิกษุทั้งหลายโพทนาว่า 
"เงา บ่ายเกินประมาณแล้ว  พระอาทิตย์เคลื่อนคล้อยไปจากที่ท่ามกลาง  ก็สามเณรฉันเสร็จเดี๋ยวนี้เอง  นี่! เรื่องอะไรกันหนอ...??!"




...Subjectivity of Time  ควบคุมโดยจริยธรรมระดับสวรรค์ชั้นดาวดึงส์!!!
Participater..ที่วิทยาศาสตร์สัมพัทธภาพแห่งคริสตศตวรรษที่ ๒๐ ค้นพบ   มีอธิบายเฉพาะในประสบการณ์ทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น...วิทยาการทุกสาขาของโลกทุกวันนี้ยังติดอยู่ในอยู่ระบบผู้วิจัยเป็น Observer...กลางอุปโลกน์ ที่ไม่มีอยู่จริง!!!

สจิตฺตปริโยทปนํ...การทำจิตให้ขาวรอบในประสบการณ์การค้นพบของพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องปรากฏการณ์เวลาล้วนๆ....ที่แสดงให้เห็นว่า...ใครก็ไม่รู้จริง!!!    ไม่มีนักปราชญ์สมัยใหม่คนไหนขยายผล อัทธานปัญหาที่ท่านพระนาคเสนวิสัชนาคิงเมนันเดอร์ เมื่อ พ.ศ.๓๙๒ ได้เลยว่า   เหตุใดเวลา จึงเกิดจาก ปฏิจจสมุปปาท....!!!    เรา...กำลังตกอยู่ท่ามกลาง...ความรู้ลวงโลก ทั้งหมด!!!

จริยะธรรมของระดับสวรรค์ดาวดึงส์งัย....แต่ของเจ้าชายสิทธัตถะ เป็นอำนาจปฐมฌาน (รูปพรหมขั้นที่ ๑..กายิกาพรหม   มีสนามเวลารองรับอายุขัยเท่าดาราจักรทางช้างเผือก..)จริยะธรรมที่พระพุทธศาสนาประยุกต์อยู่ในประเพณี    เป็นปรากฏการณ์จิตแบบเดียวกะปรากฏการณ์พลังงานยึดอนุภาคในนิวเคลียร์...สังคมจะพัฒนาเป็นจักรวรรดิ..ถ้ายึดมั่นในจริยะธรรมที่พระพุทธศาสนาประยุกต์มาดีแล้วจากปรากฏการณ์พลังงานยึดอนุภาคในปรากฏการณ์นิวเคลียร์     ฉะนั้นที่สังคมมันแตกแยกเป็นเสี่ยงๆ    เพราะมันทำลายกฏเกณฑ์ธรรมชาติกัน...จากความรู้ลวงโลกนั้นๆนั่นเอง!!!

....ปรากฏการณ์ล็อคเวลาและย้ายมิติ...มีเต็มคัมภีร์พระพุทธศาสนา...เรียนพระพุทธศาสนาแบบวิทยาศาสตร์ภาษาอะไร   ไม่มีความคิดเป็นวิทยาศาสตร์กันเลย...ปาฏิหาริย์ในพระพุทธศาสนาเค้าเล่นกันในสนามเวลาและสนามแรง (Time Field and Force Field) กันทั้งนั้น....เป็นภาคปฏิบัติการของ สจิตฺตปริโยทปนํ ล้วนๆด้วย...พระไม่รู้หน้าที่นำเสนอและนำพิสูจน์...มัวแต่ไปเรียนทางโลก...คอร์รัปชั่นเวลานักบวชกันทั้งนั้น...

ภูมิศาสตร์สนามแรงและสนามเวลา  ก็คือ ภาพจักรวาลไตรภูมิ...ไม่เรียนกัน..ไม่ยอมทำความเข้าใจกันอีก...วิทยาศาสตร์ระดับนิวเคลียร์ฟิสิคส์ล้วนๆเลย

....เห็นแสดงภูมิอธิบายภาพมัณฑละคลาสสิค (ลิขสิทธิของพระพุทธศาสนานิกายสรรวาสติวาทตั้งแต่สมัยพุทธกาล)...ปฏิจจสมุปปาทกันโครมๆ ...แต่ไม่เคยเชื่อมโยงถึงวิสัชนาที่ท่านพระนาคเสนตรัสต่อคิงเมนันเดอร์ (พ.ศ.๓๙๒) เลยว่า ปฏิจจสมุปปาทเป็นต้นกำเนิดของกาลเวลาได้อย่างไร....โมเม...นี่...ไม่ใช่การจับผิดครับ    แต่บอกว่า  ท่านไม่รู้เรื่องเลยเกี่ยวกะรหัสนัยของ ...เหตุเกิดเเห่งทุกข์ (ทุกขสมุทัย)!!!

เริ่มต้น อริยะมรรค ๔  ทุกข ทุกขสมุทัย...ก็ไปไม่เป็นแล้ววว....สนามเวลา...เป็นทุกขสมุทัย...ไม่เคยมีนักปราชญ์ใหนในโลกอธิบายออกมาให้สอดคล้องกับที่ ท่านพระนาคเสนวิสัชชนาไว้เมื่อ พ.ศ.๓๙๒  และที่ท่านพระพุทธโฆษาจารย์รจนาไว้ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค ได้เลย....ไม่รู้เรื่องอะไรในหน้าที่กันเลยนี่หว่า...



                                                                                                 ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
  

* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap