Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label ธรรม. Show all posts
Showing posts with label ธรรม. Show all posts

Tuesday, February 22, 2022

สติ ตามการค้นพบของพระพุทธเจ้า

 

สติ คือ อาการรู้สึกระลึกได้
เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางอินทรีย์อย่างซับซ้อน เพื่อเข้าถึงประสิทธิภาพของสติ พระพุทธเจ้าจึงทรงเปิดเผยถึงกระบวนการทางอินทรีย์ที่รองรับขับเคลื่อนอาการของสติไว้อย่างเป็นขั้นตอน เพื่อการฝึกฝนให้เข้าถึงจากเบื้องต้นสุด ไปสู่เบื้องปลายสูงสุด
หลักสูตรการฝึกฝนสติ เรียกว่า
หลักสูตรสูงสุดของสติ เรียกว่า
แปลว่า ญาณ(วิทยะ)แห่งสติอันเนื่องด้วยการย้อนอดีตที่มาของตน แปลเป็นไทยอย่างกระชับห้วนๆ ว่า ญาณเครื่องระลึกชาติ
เป็นคุณสมบัติ ๑ ใน ๓ สูงสุด
ของอริยบุคคล (เตวิชชา..วิชชา๓)
เป็นคุณสมบัติ ๑ ใน ๖ สูงสุด
ของอริยบุคคล (ฉฬาภิญญา..อภิญญา๖)
เป็นคุณสมบัติ ๑ ใน๘ สูงสุด
ของอริยบุคคล
(อัฏฐกวิชชา...วิชชา๘)

หลักสูตรพื้นฐานในการฝึกสติของพระพุทธศาสนา คืออันที่เรียกว่า สติปัฏฐาน๔ นั้น เป็นกิจสำคัญที่สุดของพุทธศาสนิกชน ประกอบด้วย
การเห็นยิ่งในภายในอันเนื่องด้วยกาย
การเห็นยิ่งในภายในอันเนื่องด้วยเวทนา
การเห็นยิ่งในภายในอันเนื่องด้วยจิต
การเห็นยิ่งในภายในอัันเนื่องด้วยธรรม

สติ คือ
#กาย- #เวทนา- #จิต- #ธรรม ที่ชัดเจน

กาย มีผู้สร้าง (Creator) เรียกว่า
หมายถึง ลมหายใจออก-ลมหายใจเข้า

เวทนา หมายถึง
#ความรู้สึกที่ถูกจัดระเบียบไว้ชัดเจนแล้ว (อาการรู้สึกมีอินทรีย์รองรับขับเคลื่อน คือ #ปสาทรูป หรือระบบประสาท..Nervous System )
อาการรู้สึกนั้นมาจาก
#ผัสสะ...การกระทบแล้วเกิด #คลื่นสั่นสะเทือน (Vibration)ระหว่าง #อายตนะภายใน ( ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) กับ #อายตนะภายนอก ( รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธัมมารมณ์)
เวทนานุปัสสนาของพระพุทธศาสนา เป็นการตามศึกษาเห็นภายในขนาดนี้ เป็นที่มาของ
สรุปย่อๆว่า
#ทวัตติงสาการ... อาการ ๓๒

จิต มีผู้สร้าง (Creator)๒ ได้แก่
เวทนา
สัญญา
พระพุทธศาสนาจึงเรียกรวมสองเหตุการณ์เข้าด้วยกันนี้ว่า
"จิตสังขาร"
เวทนา ดังแสดงข้างต้นแล้ว
คือ มีอินทรีย์ขับเคลื่อน ประกอบด้วย
ปสาทรูป...Nervous System กับ...
อพัทธปิิตตะ.. Lymphatic System
สัญญา คือ โหมดความทรงจำ
มีอินทรีย์รองรับขับเคลื่อน เฉพาะในการค้นพบในภาษาต่างประเทศ เรียกว่า
Engram Bank ...
เป็นธนาคารทรงจำภายในแต่ละเซลล์ประกอบด้วย สายขนด ดีเอ็นเอ. มีขนาดเป็นความยาวค่ามโหฬารเป็นร้อยๆล้านกิโลเมตรสอดคล้องกับ หน่วยวัดค่า ในประสบการณ์ทางพระพุทธศาสนาที่เรียกหน่วยวัดค่าความจำนี้ ว่า
"กัป-กัลป์"

ธัมมานุปัสสนา ยกไว้
ไม่ขอนำมาอธิบาย
เพราะจะย้อนแย้งกับคำสอน
ในลัทธิไทยทุกสำนักนิกาย

สติ ในประสบการณ์
ของปัญญาแห่งการค้นพบ
ของพระพุทธศาสนา
ในส่วนของกระบวนการอินทรีย์
ที่รองรับการขับเคลื่อน
มีหลักฐานการค้นพบทั้งหมดอยู่ใน
พระสุตตันตปิฎก หมวด
สังยุตตนิกาย คือ
พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ
เล่มที่ ๑๕, ๑๖, ๑๗, ๑๘ และ๑๙/๔๕
อินทรีย์เหล่านี้ทั้งหมด
คือ " กาย " ซึ่งคู่กับ " จิต"
ตามบันทึกทั้งหมดของ
"พระอภิธรรมปิฎก'
ไม่ใช่ "สติ" ที่นำมากล่าวอย่างพร่ำเพรื่อ
เป็นก้อนคำในประสาไทยทั่วๆไป แต่ประการใด ทั้งสิ้น !!!

ที่บริษัทพุทธไทย ป่วยหนัก ป่วยเรื้อรัง จากรุ่นสู่รุ่น ก็เพราะ ก้อนคำพูด..ที่ว่าตนรู้ๆนั้น มันไม่ตรงกับกระบวนการอินทรีย์ที่สร้างตน-ชีวิตตน ซึ่งกำลังดำเนินไป นั่นเอง ไม่ตรงและเข้ากันไม่ได้แม้แต่นิดเดียว หนักเข้าก็ลวงตนลวงโลกไปเลยว่า 
ทุกอย่างมันคือมายา ไม่มีอะไรจริง แม้แต่ร่างกายก็ไปยืมเขามา...
แล้ว...สังคมขี้โรคที่เต็มไปด้วยการเล่นลิ้นแบบศรีธนญชัย ต้องสังคมไทย นี้เอง.


***************************


นิช อัตถนิชย์ โภคทรัพย์

Monday, December 17, 2018

ศีลธรรม ประจำวันพระขึ้น ๘ ค่ำ เดือน อ้าย



Atthanij Pokkasab

15 ธันวาคม เวลา 09:30 น.


วันนี้..วันพระจันทร์ครึ่งดวง
เป็นวันพระขึ้น ๘ ค่ำ เดือน อ้าย

ศีล แปลว่า "มั่นคง"
เกิดมีขึ้นมาได้เพราะการอยู่ร่วมกัน
สังคมใดมีศีล สังคมนั้นย่อมมั่นคงมั่งคั่ง
สังคมใดไม่มั่นคง ไม่มั่งคั่ง
เพราะสังคมนั้นๆเกลื่อนกลาดด้วยชนผู้ทุศีล

ธรรม แปลว่า "ตั้งไว้ซึ่งหน้่าที่ของความเป็นมนุษย์"
ไม่รู้หน้าที่ของมนุษย์ ก็ไม่ใช่มนุษย์

ศีลธรรม ไม่เกี่ยวกับกฎหมาย..ทุกวันนี้
เพราะกฎหมายทุกวันนี้..
เกิดจากบทเพ้อเจ้อของพวกอมนุษย์ (เปรตาสูร)


Friday, December 14, 2018

การดูจิต ??????...




    วิธีการแบบนั้นจะให้เรียกว่าอะไร

    การดูจิตนั้นอาจจะเป็นการใช้คำที่ผิดพลาดสักหน่อยของผู้ที่เรียกขานกันแบบนั้น  ถ้าให้ผม 
    มองตามรูปการแล้วก็น่าจะพออนุโลมเรียกได้ว่า   ดูสภาวะอารมณ์ที่มากระทบจิต   น่าจะ
    เหมาะกว่านะครับ
    แต่ปัญหาก็ยังมีว่า  แล้ววิธีนี้เป็นวิธีที่จะพาให้พ้นทุกข์ถึงพระนิพพานได้จริงอย่างที่หลายคน
    มุ่งหวังหรือไม่

    ตามนัยแห่งพระสูตรแล้วกล่าวว่า   วิธีนี้เป็นหนึ่งในหมวดทั้งสี่ของมหาสติปัฏฐานสูตรอันว่า
    ด้วยหมวดจิต   ซึ่งมหาสติปัฏฐานนั้นแบ่งเป็น หมวดกาย เวทนา จิต และธรรม
    ในการปฏิบัตินั้นส่วนใหญ่ก็เริ่มกันที่หมวดกายอย่างพวกใช้อานาปานสติ   ก็ได้ชื่อว่าเจริญ
    มหาสติปัฏฐานในหมวดกายแล้ว.   ซึ่งจากอดีตทีผ่านมาก็ยังไม่เห็นใครที่จะเริ่มเจริญภาวนา 
    ด้วยหมวดของจิต  ทำไมล่ะ  ก็เพราะกำลังจิตไม่เพียงพอที่จะไปพิจารณาดูจิตหรือสำรวจจิต
    ว่าขณะนัน  จิตมีราคะโทสะหรือไม่หรือจิตปราศจากราคะโทสะ หรือจิตเป็นจิตที่ใหญ่
    เป็นมหรคจิตที่ควรแก่งานหรือไม่    ส่วนใหญ่จึงเริ่มที่หมวดกายฝึกหมวดกายจนชำนาญพอ
    ได้ฌานเป็นบาทฐานจึงพิจาณาธรรมหมวดอื่นได้   ก็จะได้ผลเร็วและดีกว่าพวกที่ขาดกำลัง
    มาพิจารณา   การที่เราขาดจิตที่เข้มแข็งทรงพลังแล้วเอาสติไปดูสภาวะอารมณ์มันจะเกิด
    ประโยชน์อะไร

    สาวกนักดูจิตทั้งหลายหนอ...จงไตรตรองวัตรปฏิปทาของท่านดูเอาเถิด   ว่าหนทางนี้เป็น
    หนทางตรงสู่บรมสุขหรือไม่



Atthanij Pokkasap  สามารถใช้เป็นบทนำ หรืออารัมภบท ก่อนเสนอ "ปฏิบัติการโยคะ จาก พระโอษฐ์" ที่เปิดปริศนาการฝึกจิตในพระพุทธศาสนาที่ทันสมัยที่สุด ได้เลยครับ