Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label ตรีโทษ. Show all posts
Showing posts with label ตรีโทษ. Show all posts

Friday, January 11, 2019

เหตุที่ทำให้ "ตรีธาตุ" เปลี่ยนสถานะ จาก "ตรีคุณ" (ธาตุที่ให้คุณทั้ง ๓) เป็น "ตรีโทษ"




Atthanij Pokkasap 


หลักฐานจาก "พระบาลี"
พระพุทธวจนะ ที่มา
ของ การแพทย์แผนไทยดั้งเดิม
สมุฏฐานกำเนิดโรค
ที่มีหัวข้อเรียกว่า "ตรีธาตุ(ธาตุทั้ง ๓)" ประกอบด้วย :-
"ปิตตะ(ดี)-เสมหะ(เสลด)-วาตะ(ลม)" 

กับ เหตุที่ทำให้ ตรีธาตุ เปลี่ยนสถานะ
จาก ตรีคุณ(ธาตุที่ให้คุณทั้ง ๓) เป็น
ตรีโทษ(ธาตุที่ให้โทษ ทั้ง ๓)...สภาวะที่เกิดโรค
และหนักสุดท้ายเป็น "ตรีทูต"...
อาการเจ็บป่วยที่กำลังไปสู่การตาย
จาก...เหตุ ๕ ประการ คือ

๑. สันนิบาต ;
การให้โทษร่วมกัน ของ "ตรีธาตุ"

๒. อุตุ หรือ ฤดู สิ่งแวดล้อม

๓. การบริหารไม่เสมอ
คือ การไม่รักษาความเป็นปกติของอิริยาบท ตลอดจนการดื่มการกินในชีวิตประจำวัน

๔. ความชรา
การร่วงโรยของสุขภาพ ตามอายุกาล

๕. ผลกรรม
คือ โรค(วิปาก)กรรม


พื้นฐานทั้งหมด เหล่านี้
เป็น พระพุทธวจนะ ที่ยืนยันถึง สรรพนานาศาสตร์ที่มีอยู่จริง เป็นหลักฐานตั้งแต่ ชั้นพระบาลี คือ คัมภีร์ชั้นออริจินัล ของพระพุทธศาสนา ซึ่ง อัปปัสสุตชน...ผู้ไร้การศึกษา ทั้งหลาย ไม่ได้มีศักยภาพทางปัญญามาเรียนรู้ แล้วกล่าวร้าย บิดเบือน ไปทั่ว อย่างไร้ความละอาย และบ้างก็ด่วนย่อสรุป....เอาตามตวามคับแคบ ตามสติปัญญาที่ต่ำทรามของตนเอง
เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง
อละเป็นความป่าเถื่อน ไร้มารยาททางปัญญา
อย่างเลวทรามที่สุด
สมุฏฐานแห่ง ตรีธาตุ และเหตุทั้ง ๕ ข้างต้น
เป็น รายละเอียดใน "ภูมิทัศน์" ประกอบ ธาตุ ๔ (ดิน-ปถวีธาตุ, น้ำ-อาโปธาตุ, ลม-วาโยธาตุ, ไฟ -เตโชธาตุ) ของอาการ ๓๒ จัดเป็น วิชา จิตสรีรศาสตร์วิภาค พื้นฐานของห้องปฏิบัติการโยคะ หรือห้องกรรมฐานของพระพุทธศาสนาที่ถูก ละเลย มาตลอด ร่วม ๑,๕๐๐ ปี แล้ว
รายละเอียดในคัมภีร์โบราณของการแพทย์แผนไทย เป็นรายละเอียดขยายความ
วิชาจิตสรีรศาสตร์วิภาค ที่มีหัวข้อ(อุเทศ) มาแต่พระพุทธวจนะ ไม่แตกต่างคัมภีร์ชั้น อรรถกถา(พระบาลีที่ขยายความพระไตรปิฎกหมวดต่างๆ) ที่... แต่ดั้งเดิม มีการสอนการถ่ายทอดอยู่ภายในวัด...แล้วค่อยๆเลือนหายไป ตามการเพิ่มจำนวนของพวกเหล่า "อัปปัสสุตชน"...ผู้ให้ร้าย และบีบนิยามศาสนาให้แคบและสกปรก ที่ มากเพิ่มขึ้น ๆ
คงไม่มี ผู้ใดมีสติปัญญา...


แสดงความชัดเจน แห่งวิชา จิตสรีรศาสตร์วิภาค อันเป็นคัมภีร์พื้นฐานของห้องปฏิบัติการโยคะก้าวหน้า ระดับ "อกาลิโก"
อย่างนั้นแล้วหรือ ?
การแพทย์แผนไทย.
ตื่นตัว และรู้ สาระ ความเป็น "อกาลิโก"
ที่สูงส่งกว่า วิชาการแพทย์เชิงวิทยาศาสตร์
ของปัจจุบัน.. กัน เพียงไหน
อย่างไร กันบ้าง
ไม่ทราบ...?!!!
ฤๅจักต้องให้....
ผู้ไร้ใบรับรองความรู้ใดๆ...คนหนึ่งนี้...
ออกมากระชากหน้ากากแห่งอุปาทาน
กัน อย่างนั้น เลย..กระนั้น หรือ ?!!!




Atthanij Pokkasap  ยังไม่ขยายความ..
"ฌาน ๔ เครื่องอยู่สบายอันมีในจิตยิ่ง"...ปริศนา ความสุขอันเป็นปัจจุบัน...ที่นิยาม "ปัจจุบัน" ตามการค้นพบของพระพุทธศาสนา ออกมานะครับ...เพราะปัจจุบันๆ..ทีพูดกันอยู่และจำนั้น...อุปาทาน เพ้อเจ้อ ไร้ความเป็นวิทยาศาสตร์ล้วนๆ ครับ

Monday, March 5, 2018

ตรีโทษ





*** Atthanij Pokkasap posted to Chanasorn Suadprakon


ทูตทั้งสาม(ตรีทูต)นั้น มีที่มาคือเป็นศัพท์เทคนิคอยู่ในวิชาการแพทย์แผนพุทธ(หรือแต่ก่อนเรียกว่า แพทย์แผนโบราณ ไอ้ที่เรียกแพทย์แผนไทย เป็นเรื่องอำนาจมืดจาก ก.สาธารณสุข)ดังนี้...
- ผิดปกติ เรียกว่า "ตรีโทษ"
- สาหัส เรียกว่า "ตรีทูต"

ตรีโทษ มากจาก สมุฏฐาน ๓ คือ

๑. ลม (วาตะ) ที่มาของอาการเจ็บ ปวด

๒. น้ำดี (ปิตตะ) ที่มาของอาการตัวร้อน ไข้ขึ้น

๓. เสลด(เสมหะ) การกลายสภาพของเลือดที่เกิดจากการปกป้องสิ่งผิดปกติในร่างกาย...ที่มาของ "หนอง" น่ะแหละ  แต่อาการที่ไวที่สุด คือ การกลายเป็นเสลด น้ำลาย...สมุฏฐานที่มาของโรคทั้งหมดนี้หมดสภาพเยียวยาแก้ไข ท่านจึงเรียกว่า "ตรีทูต"

สารานุกรมไทย, พจนานุกรมไทย...ไอ้คณะผู้จัดทำมันไม่รู้เรื่องหรอก  เพราะพวกมันอ่านภาษาไทยที่วัดโพธิ ไม่ออก...
ติทูตัง นิฏฐิตัง. ^ ^




Chanasorn Suadprakon    สาธุ


Mareep Nnag Yakkhanugann    จัดหนัก...




มหาสติปัฏฐานสูตร





*** Atthanij Pokkasap 5 hours ago


"ภิกษุทั้งหลาย !
นายช่างกลึง หรือลูกมือนายช่างกลึงผู้ชำนาญ
เมื่อชักเชือกกลึงยาว ก็รู้ชัดว่าชักเชือกกลึงยาว
เมื่อชักเชือกกลึงสั้น ก็รู้ชัดว่า ชักเชือกกลึงสั้น
ฉันใด
ภิกษุทั้งหลาย..เธอ..
เมื่อหายใจยาว ก็รู้ชัดว่า หายใจยาว
เมื่อหายใจสั้น ก็รู้ชัดว่า หายใจสั้น
ฉันนั้น."
(จาก มหาสติปัฏฐานสูตร )
+
ธาตุ ดิน ตั้งอยู่บนน้ำ
ธาตุ น้ำ ตั้งอยู่บนลม
ธาตุ ลม ตั้งอยู่บนความว่าง (บาลี;อากาส/ สันสกฤต;อวกาศ)
(จาก ภูมิจาลสูตร อัฏฐกนิบาต อังคุตตรนิกาย)
+
ตรีธาตุ > ตรีโทษ > ตรีทูต
(บันทึกการแพทย์แผนพุทธ=ปกรณวิเสส คือ Outline Book)
+ วิชาวิทยาศาสตร์โภชนาการ
(Nutrition Science หรือ Food&Biollogical Chemistry)

= นายช่างกลึง หรือลูกมือนายช่างกลึงผู้ชำนาญหรือผู้ชาญฉลาด
(มหาสติปัฏฐานสูตรใช้คำว่า "ภุมกาโรวาสี,ภุมการันเตวาสี"...คือวาสี เหมือนใช้ใน วสี ๕ ที่เป็นประสบการณ์ของการเป็นผู้ชำนาญในการได้มาและเข้าถึงเทคนิคของ "ฌาน" สมาธิ เพื่อการอุบัติของ ปัญญาญาณ)
= การรู้อันเนื่องด้วยกาย (กายานุปัสสนา)

นี่คือ ภาพแห่งความนึกคิด(Thoughtographics)พื้นฐาน
ที่จะทำให้ผู้ปฏิบัติธรรม(โยคาวจร)กระตือรื้อร้นและเข้าถึงความสำคัญของ
ลมหายใจเข้า+ลมหายใจออก
คิดเอาเอง ไม่ได้ และ รู้เอาเองก้ไม่ได้ด้วย ครับ
มันต้องอาศัยความรู้จากโลกปัจจุบันเป็นชะนวนจุดเข้าไป

จากภูมิจาลสูตร(สูตรว่าด้วยเหตุเกิดแผ่นดินไหว)ทำให้เรารู้ว่า ร่างกายที่ประกอบด้วยธาตุ ๔(มหาภูตรูป) มีความว่าง(อากาส,อวกาศ)รองรับ มวลลมและมวลน้ำ
ที่เราจะเข้าใช้ความรู้สึกเข้าไปยึดกุมบริหารจัดการได้ก่อนใครเพื่อน
คือ ลม คือ ธาตุลม
นั่นก็คือ ลมหายใจเข้า + ลมหายใจออก
ตามด้วยการบริหารจัดการน้ำ ธาตุน้ำ ปลายทางสิ้นสุดที่การบริหารจัดการธาตุดิน
ต้องมีกระบวนความรู้ที่จะรองรับความสำคัญของลมหายใจเข้า+ลมหายใจออก ตามนี้เสียก่อน
จะได้กระดุกไม่ต้องไปเป็นพระธาตุ เพราะผลข้างเคียงจากสารพัดยาปฏิชีวนะที่แดร็กเข้าไปตอนเป็น...หรือประเภทตอนมีชีวิตไม่ได้มีความศักดิ์สิทธิ์อะไร
ตอนตายแล้วกระดูกกลายเป็นพระธาตุ เพราะผลข้างเคียงจากยาปฏิชีวนะ แล้วเสือกเรียกว่า
ความศักดิ์สิทธิ์ อย่างที่กำลังเป็นๆกันอยู่

ยังไม่ได้ว่า..นะครับ ยังไม่ได้ว่า...
ทั้งๆที่อยากด่าให้เละ....แง่มๆๆๆๆๆ
(ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาของความศักดิ์สิทธิ์แห่งคนเป็นเว่ยย..ไม่ใช่ศักดิ์สิทธิ์ตอนตาย แมร่งงงงง)