Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label สัมพัทธภาพ. Show all posts
Showing posts with label สัมพัทธภาพ. Show all posts

Sunday, January 20, 2019

อายตนนิพพาน และ การตามประกอบการตื่นให้มาก (ชาคริยานุโยค)




โยคีขยะ - ฤษีป่าคอนกรีต 

March 25 at 10:39am 


พระสูตรที่มาของ...
"อายตนะนิพพาน"
ที่..ลัทธิ "ค้อนทอง-เคาะแล้วรวย " และ ลัทธิลูกแก้วสว่างใต้สะดือ ประกาศว่า..
คือแดนนิพพาน...สวนทางคำสอนของพระพุทธเจ้า...ทั้งบิดเบือนกล่าวร้ายว่า พระพุทธเจ้า ค้นพบมาไม่สูงส่งจริง เท่าที่พวกมันค้นพบ !!!
ในเนื้อความของพระสูตร
(อุทาน ปาฏลิคามิยวรรคที่ ๘ )

"ดูกร ภิกษุทั้งหลาย
อายตนะนั้นมีอยู่
ดิน น้ำ ไฟ ลม อากาสานัญจายตนะ
วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ
เนวสัญญานาสัญญายตนะ
โลกนี้ โลกหน้า
พระจันทร์และพระอาทิตย์ทั้งสอง
ย่อมไม่มีในอายตนะนั้น ....ฯลฯ
...อายตนะนั้น หาที่ตั้งไม่ได้
มิได้เป็นไปตามอารมณ์มิได้
นี้แลเป็นที่สุดแห่งทุกข์"


มัน...ไม่เข้าใจ มัน...ไม่รู้เรื่อง มันก็เลยเรียกเป็น
"อายตนะนิพพาน ที่พระพุทธเจ้าไม่รู้(เท่ามัน)" ไปเสียเลย !!!
ตามเนื้อความ...ก็คือ ตามภาพ "Relativity(สัมพัทธภาพ)" ที่เขียนโดย
Maurits Cornelis Escher จิตรกรชาวดัชท์ผู้ใช้ภาพจิตรกรรมอธิบาย ทฤษฎีสัมพัทธภาพ ที่ประกาศการค้นพบ เมื่อ ค.ศ.1904 หมายถึง...
...ไม่มีมาตรฐานที่แน่นอนใดๆ ที่มนุษย์สามารถกำหนดและตัดสินได้ ด้วยระบบของ
อายตนประสาท ที่มนุษย์ มีอยู่ หรือ...
ด้วยระบบ อายตนประสาทรับรู้ที่จำกัดและสับสน... มนุษย์ ไม่สามารถเข้าถึง การเคลื่อนไหว "สัมบูรณ์" ของระบบที่กำลังเคลื่อนไหวได้
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ แสดงถึงการค้นพบ "กฎอนิจจัง" ที่ความรู้ผ่านระบบอายตนประสาทของมนุษย์ ก็คือ อุปาทาน นั่นเอง ....
พระพุทธเจ้า ทรงค้นพบเท็คนิคการก้าวข้ามความสับสนทางอายตนะ ได้ จึงแสดงผ่าน
"นิพพานสูตร" ...ว่าด้วยเหตุที่ อายตนะ...ถึงการตั้งอยู่ไม่ได้...
แต่..ลัทธิสัสสตทิฏฐิทั้งสองสาย...
มันอ่านภาษาไทยสำนวนพุทธ ไม่รู้เรื่อง
มันเลยเรียกเป็น "อายตนนิพพาน" ไปเสียเลย


ในปฏิบัติการโยคะฝ่ายพุทธ
คือ ตอนที่ฝึก การตามประกอบการตื่นให้มาก(ชาคริยานุโยค)...เป็นการฝึกปลดปล่อยจิตให้เป็นอิสระไปจากข้อมูลของระบบอายตนประสาทที่มีหน่วยประเมินผลอยู่บริเวณสมองส่วนล่างหลังกระบอกตา ซึ่งทำงานไม่มีพักตลอดชีวิต ร่วมกับหัวใจ...
การฝึกลดการใช้ข้อมูลของระบบอายตนประสาท...ที่เก็บไว้บริเวณสมองส่วนล่าง
มีแต่ต้องเพิ่ม..สติเสริมเข้าไปให้แก่หัวใจที่เข้มแข็งเท่านั้น...เป็นที่มาของเทคนิคต่างๆที่ซ่อนอยู่ใน "อานาปานสติกรรมฐาน" ในขั้น...
"ชาคริยานุโยค"...
ครับ
เพราะ... ในขณะที่ อายตนประสาททั้งระบบหลับไป สมองส่วนประเมินผลกับหัวใจยังทำงานประสานกันอยู่...
"ผู้เห็น"ที่เกิดขึ้นในขณะที่อวัยวะทั้งสองทำงาน คือ "ภวังคจิต"
"สิ่งที่ถูกเห็น" คือ "ความฝัน"
แต่โดยการฝึก "ชาคริยานุโยค"
"ผู้เห็น" คือ สติ (ที่ต้องฝึกปลูกฝังลงไปในภวังคจิต)
"สิ่งที่ถูกเห็น" คือ "นิมิต"
เป็นที่มาของปฏิบัติการ...ก้าวข้ามข้อมูลประสบการณ์ของอายตนประสาททั้งระบบ


นี่คือจุดประสงค์...
การฝึกจิตให้ขาวสว่างรอบ..."สจิตฺตปริโยทปนํ(Sacittapariyodapanam)"
ของพระพุทธศาสนา
ครับ !!!!


Wednesday, January 2, 2019

พระสูตรที่มาของ "อายตนะนิพพาน"




Atthanij Pokkasap


พระสูตรที่มาของ...
"อายตนะนิพพาน"
ที่..ลัทธิ "ค้อนทอง-เคาะแล้วรวย " และ ลัทธิลูกแก้วสว่างใต้สะดือ ประกาศว่า..
คือแดนนิพพาน...สวนทางคำสอนของพระพุทธเจ้า...ทั้งบิดเบือนกล่าวร้ายว่า พระพุทธเจ้า ค้นพบมาไม่สูงส่งจริง เท่าที่พวกมันค้นพบ !!!
ในเนื้อความของพระสูตร
(อุทาน ปาฏลิคามิยวรรคที่ ๘ )

"ดูกร ภิกษุทั้งหลาย
อายตนะนั้นมีอยู่
ดิน น้ำ ไฟ ลม อากาสานัญจายตนะ
วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ
เนวสัญญานาสัญญายตนะ
โลกนี้ โลกหน้า
พระจันทร์และพระอาทิตย์ทั้งสอง
ย่อมไม่มีในอายตนะนั้น ....ฯลฯ


...อายตนะนั้น หาที่ตั้งไม่ได้
มิได้เป็นไปตามอารมณ์มิได้
นี้แลเป็นที่สุดแห่งทุกข์"
มัน...ไม่เข้าใจ มัน...ไม่รู้เรื่อง มันก็เลยเรียกเป็น "อายตนะนิพพาน ที่พระพุทธเจ้าไม่รู้(เท่ามัน)" ไปเสียเลย !!!


ตามเนื้อความ...ก็คือ ตามภาพ "Relativity(สัมพัทธภาพ)" ที่เขียนโดย Maurits Cornelis Escher จิตรกรชาวดัชท์ผู้ใช้ภาพจิตรกรรมอธิบาย ทฤษฎีสัมพัทธภาพ ที่ประกาศการค้นพบ เมื่อ ค.ศ.1904 หมายถึง...
...ไม่มีมาตรฐานที่แน่นอนใดๆ ที่มนุษย์สามารถกำหนดและตัดสินได้ ด้วยระบบของอายตนประสาท ที่มนุษย์ มีอยู่ หรือ...
ด้วยระบบ อายตนประสาทรับรู้ที่จำกัดและสับสน... มนุษย์ ไม่สามารถเข้าถึง การเคลื่อนไหว "สัมบูรณ์" ของระบบที่กำลังเคลื่อนไหวได้

ทฤษฎีสัมพัทธภาพ แสดงถึงการค้นพบ "กฎอนิจจัง" ที่ความรู้ผ่านระบบอายตนประสาทของมนุษย์ ก็คือ อุปาทาน นั่นเอง ....


พระพุทธเจ้า ทรงค้นพบเท็คนิคการก้าวข้ามความสับสนทางอายตนะ ได้ จึงแสดงผ่าน "นิพพานสูตร" ...ว่าด้วยเหตุที่ อายตนะ...ถึงการตั้งอยู่ไม่ได้...
แต่..ลัทธิสัสสตทิฏฐิทั้งสองสาย...
มันอ่านภาษาไทยสำนวนพุทธ ไม่รู้เรื่อง
มันเลยเรียกเป็น "อายตนนิพพาน" ไปเสียเลย
ในปฏิบัติการโยคะฝ่ายพุทธ
คือ ตอนที่ฝึก การตามประกอบการตื่นให้มาก(ชาคริยานุโยค)...เป็นการฝึกปลดปล่อยจิตให้เป็นอิสระไปจากข้อมูลของระบบอายตนประสาทที่มีหน่วยประเมินผลอยู่บริเวณสมองส่วนล่างหลังกระบอกตา ซึ่งทำงานไม่มีพักตลอดชีวิต ร่วมกับหัวใจ...


การฝึกลดการใช้ข้อมูลของระบบอายตนประสาท...ที่เก็บไว้บริเวณสมองส่วนล่าง
มีแต่ต้องเพิ่ม..สติเสริมเข้าไปให้แก่หัวใจที่เข้มแข็งเท่านั้น...เป็นที่มาของเทคนิคต่างๆที่ซ่อนอยู่
ใน "อานาปานสติกรรมฐาน" ในขั้น...
"ชาคริยานุโยค"...
ครับ


เพราะ... ในขณะที่ อายตนประสาททั้งระบบหลับไป สมองส่วนประเมินผลกับหัวใจยังทำงานประสานกันอยู่...
"ผู้เห็น"ที่เกิดขึ้นในขณะที่อวัยวะทั้งสองทำงาน คือ "ภวังคจิต"
"สิ่งที่ถูกเห็น" คือ "ความฝัน"
แต่โดยการฝึก "ชาคริยานุโยค"


"ผู้เห็น" คือ สติ (ที่ต้องฝึกปลูกฝังลงไปในภวังคจิต)
"สิ่งที่ถูกเห็น" คือ "นิมิต"
เป็นที่มาของปฏิบัติการ...ก้าวข้ามข้อมูลประสบการณ์ของอายตนประสาททั้งระบบ
นี่คือจุดประสงค์...
การฝึกจิตให้ขาวสว่างรอบ..."สจิตฺตปริโยทปนํ(Sacittapariyodapanam)"
ของพระพุทธศาสนา
ครับ !!!!


Monday, September 12, 2016

๘๐.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.




80.พระพุทธเจ้า - พระธรรม - พระสงฆ์ - วิทยาศาสตร์ - นิยาย - มวยไทย - ประวัติศาสตร์ - โหราศาสตร์ -ไสยศาสตร์ - ศาสนา - ภาษา - คณิตศาสตร์ - จิต - จักรวาล - สมาธิ - โยคะ - ดนตรี - ศิลปะ - เกษตรกรรม - สมุนไพร - อาหาร = สุขภาพและชีวิตที่ดีงาม
















ปรากฏการณ์ถักซ้อน
(สัมพัทธภาพ... Relativity & Interpenetration)
ของเวลา ๕ ระบบ
ที่ทำให้รู้ว่า วิชาโหราศาสตร์ไทย คือ
ภาคคำนวณของจักรวาล "ไตรภูมิ"
จักรวาลแห่งการสอดประสานของเวลา...
ซึ่งค้นพบโดยพระพุทธศาสนา ในขณะวิเคราะห์ปรากฏการณ์ของ
"จิต"..เหตุเกิดแห่งทุกข์(ทุกขสมุทัย) ที่มีศัพท์เทคนิคเฉพาะว่า "ปฏิจจสมุปปาท"
(ปฏิจจสมุปปาท คือสมุฏฐาน..การเกิดเวลา
ในอิทธิบาท ๔ ภาวนา พระโยคาวจรจะต้องก้าวข้ามให้พ้น สมมติบัญญัติแห่งเวลาในจิต
ที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของปรากฏการณ์เวลา ไปให้ได้...)


โหราศาสตร์ไทย จึงมีปฐมบรมครูนามว่า..
"ท่านพระอัญญาโกณฑัญญะ"
...ปราชญ์ต้นพุทธกาลหนึ่งเดียวผู้รู้ประวัติศาสตร์การอุบัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า.ชัดเจน..ถึงขนาดออกบวชเป็นฤๅษีรอ และยืนยันความรู้จริงของตนเองถึง 29+6 ปี..เมื่อได้เข้าพยากรณ์เจ้าชายสิทธัตถราชกุมาร ขณะเป็นทารกน้อย

"ท่านพระวังคีสะ"
....ปราชญ์ผู้จับคลื่นความหนาแน่นของกระโหลกศรีษะคนตายก็สามารถพยากรณ์ได้ว่า
อดีตเจ้าของกระโหลกศรีษะนี้ ตายแล้วไปไหน


ผู้ศึกษาโหราศาสตร์ไทย แล้วไม่รู้เรื่องปฏิบัติการโยคะของพระพุทธศาสนา
ว่าด้วยการก้าวข้ามสนามเวลา
รวมทั้งผู้ศึกษาพระพุทธศาสนาแล้ว ไม่รู้เรื่องปรากฏการณ์เวลาที่จิตสังเคราะห์ขึ้นมา...
กรุณาพิจารณา อุปาทานแห่งการลวงโลกตามประสาทายาท...บอดคลำช้าง ๙ สายพันธุ์
ด่วน...ครับ

แพทย์แผนไทย นวดแผนไทย
ที่เข้าไม่ถึง ปรากฏการณ์เวลาในระบบทักษา...
ที่บรรจุเวลา ๓ ระบบ( วัน เดือน ปี)ถักประสาน
เข้าด้วยกันเป็นภูมิทัศน์ของลมหายใจเข้าออก
(สุริยคติ-สูรยกลา จันทรคติ-จันทระกลา เรียกรวมๆว่า เส้น"สูรย์จันทร์")
ก็...ลวงโลกไม่ต่างจากสองพวกแรก
จงสูบโรคร้ายเข้ามาใส่ตัว
แล้วไปตาย..เถอะครับ.
!!!


                                                                                                      ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap