Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label จินตามยปัญญา. Show all posts
Showing posts with label จินตามยปัญญา. Show all posts

Monday, February 14, 2022

ปฏิบัติการเพื่อให้ได้มาซึ่งปัญญาแบบพระพุทธศาสนา

 

ปัญญา แปลว่า รู้รอบ, รู้ทะลุปรุโปร่ง ( ป+ ญา)
ปัญญาแบบพระพุทธศาสนา มี ๓ ระดับ ด้วยกัน
(แปลตามปฏิบัติการโยคะ ไม่แปลตามพระปริยัติ)
คือ....

ระดับที่ ๑ เรียกว่า #จินตามยปัญญา
หมายถึง #ปัญญาที่สำเร็จจากจิตโดยสัญชาตญาณ หรือ #ปัญญาโดยสัญชาตญาณ พบได้ในทารกวัยหัดเรียนรู้ จนถึงวัยเด็ก ในสัตว์หลายๆชนิด เช่น นกกระจาบ ปลาซาดีน ปลวก มด ฯลฯ
ปัญญาชนิดแรกนี้ เป็น ผลึกที่มาจาก จิตเพื่อการอยู่รอดโดยธรรมชาติ กรองตกออกมา
ในมนุษย์ปัจจุบัน ปัญญาโดยสัญชาตญาณนี้ ถูกทำลายโดยระบบการเรียนรู้แบบลัทธิความเชื่อในพิธีกรรมทางวิทยาศาสตร์ แทบหมดสิ้นแล้ว จะพบได้ก็เฉพาะเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษา เป็นส่วนใหญ่

ระดับที่ ๒. เรียกว่า #สุตมยปัญญา
#หมายถึงปัญญาที่สำเร็จไปจากประสบการณ์ หรือ ปัญญาโดยประสบการณ์ พบได้ในสัตว์ ที่มีอายุยืนยาวเกินคาบอายุปกติเป็นพิเศษ เช่น งูจงอาง งูหลาม ปลาเจ้าสระ แม่ช้างจ่าฝูง นกอินทรีย์ ฯลฯ
ในมนุษย์ปัจจุบัน ปัญญาโดยประสบการณ์ถูกทำลายโดยหลักสูตรการศึกษาที่ใช้ใบกระดาษแผ่นเดียวรับรอง
หลักสูตรง่ายที่สุดของปัญญาที่สำเร็จโดยประสบการณ์ ก็คือ การท่องจำ ซึ่งก็ได้รับการปฏิเสธไปแล้วแทบสิ้นเชิงงจากพวกมนุษย์ที่เชื่อว่าใบกระดาษรับรองมีค่ามากกว่า
ในปฏิบัติการโยคะ สุตะ โดยศัพท์พระบาลี แปลว่าการฟัง แต่โดยศัพท์สันสกฤต คือศรุต คือโศรตรีย
หมายถึงประสบการณ์ทางกายเนื้อที่มีจิตเข้าร่วมด้วยอย่างเต็มที่ เป็นประสบการณ์ของกายเนื้อที่มีจิตวิญญาณ แห่งการดิ้นรนแก้ปัญหาเพื่อการอยู่รอด อยู่ให้ดีกว่าเดิม เป็นประสบการณ์ของตัวชีวิตที่หวังความเจริญก้าวหน้ากว่าที่ผ่านมา เมื่อชีวิตยังมีและยังดำรงอยู่ ซึ่งก็คือ ประสบการณ์อันประกอบด้วยความมุ่งมั่น และใส่ใจความรู้สึกทุ่มเทลงไป นั่นเอง แล้วเท็คนิคก็พัฒนาไปสู่...ปัญญาขั้นที่ ๓ สุดท้าย

ระดับที่ ๓ เรียกว่า #ภาวนามยปัญญา
หมายถึง #ปัญญาที่สำเร็จจากการอบรมจิต ด้วยเท็คนิคพิเศษเฉพาะตามการค้นพบและเปิดเผยไว้ดีแล้วของพระพุทธเจ้า หมวดคำสอนที่ ๓ คือ #สจิตฺตปริโยทปนํ -การทำจิตให้ขาวสว่างรอบ ซึ่งผ่านขั้นตอน สองขั้นต้นอย่างเข้มข้นมาก่อนคือ หมวดคำสอนที่ ๑ #สพฺพปาปสฺสอกรณํ-การไม่ทำบาปทั้งปวง(มักแปลอย่างคับแคบและตื้นๆว่า "ไม่ทำชั่ว") และหมวดคำสอนที่ ๒ #กุสลสฺสูปสมฺปทา-การยังกุศลให้ถึงพร้อม(มักแปลอย่างแคบๆตื้นๆว่า "ทำความดี" โดยตัดเท็คนิคความเพียรและการแยกแยะด้วยสติปัญญา ที่ประกอบเป็นความหมายใน "กุศล"ออกเกลี้ยง)
การอบรมจิตและกายพร้อมกันที่เรียกว่า #ภาวนา เป็นโยคะที่โดดเด่น ชัดเจน ลึกซึ้งอย่างสูงส่ง ของพระพุทธศาสนา ตั้งแต่ พุทธนิยาม ความหมายของจิต พุทธนิยาม ความหมายของนามรูป ที่เป็นเหตุปัจจัยร่วมซึ่งกันและกัน ระหว่างจิต กับนามรูป สะท้อนผ่าน อาการ ๓๒ อินทรีย์ ๕ อายตนะ ๖ ที่เป็นสัตวบุคคลประกอบความรู้สึกว่ามีมีชีวิต ที่กำลังดำรง และดำเนิน เป็นไปอยู่
เมื่อศึกษาเข้าใจถึง โครงสร้าง แห่งจิตสรีรวิภาคในกายตน ตามการค้นพบและเปิดเผยดีแล้วของคำสอนในพระพุทธศาสนา จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนที่เรียกว่า ภาวนา และเป็นบทอบรมจิตให้ขาวสว่างรอบ ได้
ปรากฏการณ์ในปัญญาขั้นที่ ๓ นี้เป็น อุตริมนุสสธรรมทั้งหมด
เป็นปาฏิหาริย์ทั้งหมดแห่งคำสอนในพระพุทธศาสนาด้วย
เป็นสมรรถนะของจิตและกายเนื้อสูงสุดของมนุษยภาวะด้วย ประกอบด้วย....
การประสบเห็นแสงสว่าง(โอภาส) ...ปรากฏการณ์ที่จิตแสดงสถานะเป็น Mind over Force Field เมื่อเผยตัวเป็นอิสระไปจากประสบการณ์ของอายตนประสาททั้งระบบ
การประสบเห็นนิมิต( รูปชีวิตละเอียด-Astral Body)
และเรื่องราวต่างๆที่เป็นเนื้อหาละเอียดประกอบภูมิทัศน์ ทั้งของแสงสว่าง(โอภาส) และของรูปนิมิต
เหตุการณ์แรกที่นักปฏิบัติการโยคะในพระพุทธศาสนาพึงประจักษ์ตามขั้นตอนการอบรมแห่งองค์พระศาสดา คือการประจักษ์สาโลหิต-มิตรสหายใกล้ชิดผู้เคยปฏิบัติธรรมร่วมกันมาแต่ปางบรรพ์ แล้วท่านเหล่านั้น ได้บรรลุธรรมมาล่วงหน้าก่อน หรือ ผูกพันใกล้ชิดตนมากมาก่อนในปางบรรพ์นั้นๆ
ปรากฏการณ์เทวดาทั้งหมดในพระไตรปิฎก
ก็คือสาโลหิตที่เคยร่วมปฏิบัติธรรมในอดีตทั้งหมดของพระบรมโพธิสัตว์เจ้า ผู้มาอุบัติเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่าน และท่านเหล่านั้นบรรลุธรรม กับติดอยู่ในธรรมล่วงหน้ามาก่อนทั้งสิ้น
พวกปฏิบัติแล้วประสบเห็นนอกลู่นอกมรรคา ที่พระบรมศาสดาทรงวางแนวทางไว้ให้...
ยืนยัน ณ ที่นี้ครับว่า...
ทั้งปัญญาล้วนวิปริต ทั้งดวงจิตล้วนวิปลาศ
กันทั้งหมด....ครับ.



************************

Friday, December 14, 2018

จิตวิญญาณบกพร่อง หรือ ถูกแทรก (ผีเข้า)







โรคที่อุบัติขึ้นกับ...หัวใจ ๑, ตับ ๑

ถุงน้ำดีทั้งแบบเป็นฝัก และไม่เป็นฝัก อีก ๑ (แบบไม่เป็นฝัก มักเข้าใจว่า เลือดเป็นปัญหา)

มีสมุฏฐานมาจาก จิตวิญญาณ บกพร่อง หรือ "ถูกแทรก" ทั้งสิ้น (ที่มาของ แพทย์ไสย)

"นายขยะ" Atthanij Pokkasap  ให้ข้อสังเกตแบบสรุป ไว้เอง !!!



เฉลิม แสน    "จิตวิณญาณบกพร่อง" "ถูกแทรก" ?


หมอ สุวิ    ถูกต้องครับ ยืนยันอีกเสียง เป็นไปตามที่นายขยะพูด


Klueydip Mackchay    จิตวิญญาณถูกแทรกคืออะไรค่ะ


Atthanij Pokkasap  ภาษาชาวบ้านเรียก ผีเข้า ครับ


Yutthana Sirisilp    แล้ว...จะ...รักษายังไงครับ


Klueydip Mackchay    แต่จริงๆใช่ผีเข้าปะค่ะหรือคืออาการป่วย


Atthanij Pokkasap  อยู่ที่ข้อมูลการศึกษาพื้นฐานที่จะมามอง
ส่วนบนของฟอร์ม


Atthanij Pokkasap  ตกหายตรง...ลมหายใจออกลมหายใจเข้า ท่านว่า มีสมุฏฐานมาจาก "จิต"...แสดงว่า
อัตราการปั๊มป์เพื่อสูบฉีดเลือด ๑ ,
การจ่ายค่าประจุไฟฟ้า(ค่าลบ)ให้เม็ดเลือดเพื่อการเดินทางไปเลี้ยงเซลล์ทั่วร่างกายอีก ๑
กับฝ่ายส่งเสบียงฉุกเฉิน(น้ำดีที่ไม่เป็นฝัก)เป็นข้อมูลสำคัญมากที่ขาดหายไป...จากการศึกษา ทั้งการแพทย์ และกรรมฐานครับ


Atthanij Pokkasap  โครงสร้างของจิตตามการค้นพบของพระพุทธศาสนา ประกอบด้วย...
เวทนา-สัญญา-วิญญาณ-ปัญญา (มีรายละเอียดเรียกว่า วิญญาณกิจ ๑๔) ปัญญาจากสมองนั้น...เป็นปัญญาจาก ข้อมูลของระบบอายตนประสาทที่มีสมองส่วนล่างเป็นตัวประเมินผล...ใช้กับจิตที่เกิดจาก "กายสังเคราะห์"(พวกจักขุวิญญาณ...โสตวิญญาณ...ฯลฯ) แต่ปัญญาที่พระพุทธศาสนากล่าวถึงในห้องปฏิบัติการโยคะ(กรรมฐาน) คือปัญญา ของจิต ที่เป็น "จิตสังเคราะห์กาย"...คือปฏิจจสมุปปาท ครับ
พระพุทธศาสนาจึงแยกปัญญาออกเป็น ปัญญา ๓  คือ...
๑.จินตามยปัญญา...ควรหมายถึงปัญญาโดยสัญชาตญาณ เป็นปัญญาจากจิต พื้นฐานธรรมชาติ
๒.สุตมยปัญญา...ควรหมายถึงปัญญาจากประสบการณ์...ปัญญาทีตกผลึกมาจาก ประสบการณ์ทางอายตนะประสาท...ของสมอง
๓. ภาวนามยปัญญา...ปัญญาที่มาจากจิต จากหัวใจ ครับ อันนี้


Atthanij Pokkasap  ซึ่งถ้าไม่เข้าถึงที่สุดของขอบเขตแห่งปัญญาข้อที่ ๒.(สุตมยปัญญา) จะมาไม่ถึงปัญญาจากจิต(สัมโพธิ)ได้เลย...


ปณิตา ถนอมวงษ์    ตรงนี้เก็บไว้สอนในชั้นค่ะ แยก ๒ ส่วนจริงค่ะ มัตตถเกกับมัตตถลุงคัง สอนการกระทบผ่านอายตนะ แต่ครูอาจารย์ท่านมาเตือนให้สอนแบบง่ายๆ ปัญหาคือพยายามถึงที่สุดที่จะทำให้ง่าย อ.ก็ทราบว่าไม่ง่ายเลย


Atthanij Pokkasap  ศาสนาพุทธเป็นศาสนาของผู้มีปัญญาครับ ไม่มีทางเป็นศาสนาของคนมักง่าย(อย่างไทยตอนนี้)เด็ดขาด ครับ


Atthanij Pokkasap  และโรคที่ป่วยกันมาก ก็คือโรคที่หมอศิริมงคล กำลังเผชิญ หน้าในตอนนี้อยู่... เป็นจิตป่วย...ทั้งสองส่วน ครับ


Atthanij Pokkasap  ภาษาบ้านๆเรียกว่า ผีเข้า น่ะเอง


Atthanij Pokkasap  กลับไปศึกษาเรื่อง แม่ซื้อ...ว่าทำไม ขวัญและแม่ซื้อจึงเกิดแต่กับเด็กๆ เพราะปัญญาข้อที่ ๑....คือ จินตามยปัญญา งัยครับ


Atthanij Pokkasap  คนใหญ่...ผีเข้า เพราะ จิตสองส่วนไม่เกื้อกูลกัน ครับ(ไม่มีความรู้ตามที่พระพุทธศาสนาค้นพบนั่นเอง)


ปณิตา ถนอมวงษ์    รู้แระวันที่ ๖ ไปถามเรื่องแม่ซื้อดีกว่า..อิอิ




Thursday, December 29, 2016

1.Breaking Dharma PART 1





Breaking Dharma PART 1...!!!
.... ....




สอนแต่ให้มี สติ มีสติ...

รู้กันบ้างหรือไม่? ..สติตามการค้นพบ ของพระพุทธศาสนา มีถึง ๑๗ ชนิด ๑๗ ประเภท!!!


๑. อภิชานโต                สติ  คือสติเป็นไปเพื่อการระลึกชาติ

๒. กุฏุมพิกาย               สติ  คือการทรงจำเฉพาะสมบัติข้าวของมีค่าที่ตนผูกพัน

๓. โอฬาริกวิญาณโต    สติ  คือสติของผู้ได้  "ดวงตาเห็นธรรม" แล้ว

๔. หิตวิญฺญาณโต        สติ  คือสติที่ระลึกได้ถึงแต่ความสุขที่เคยได้

๕. อหิตวิญญาณโต      สติ  คือสติที่ระลึกได้แต่เรื่องทุกข์ๆ ที่ผ่านมา

๖. สภาคนิมิตฺตโต         สติ  คือสติที่คิดเห็นแต่เรื่อง ตายๆๆๆๆ เห็นการตายของสิ่งหนึ่งก็คิดถึง
                                          การตายของอีกสิ่งหนึ่ง..

๗. วิสภาคนิมิตฺโต         สติ  คือสติที่เกิดจากการสัมผัสกลิ่น  สี  รสสิ่งของแล้วก็จะระลึกได้ถึง 
                                           ประสบการณ์ทางผัสสะที่ตนเองเคยได้รับ

๘. กถาภิญญาณโต       สติ  คือสติที่จากการคิดได้ ระลึกได้เพราะมี บุคคลอื่นเตือน

๙. ลกฺขณโต                 สติ  คือสติที่จะระลึกได้ต่อเมื่อเห็นเครื่องหมายที่ตนเคยทำเอาไว้

๑๐. สรณโต                  สติ  คือสติที่ระลึกได้เพราะมีบุคคล มาเตือน

๑๑. มุทฺธโต                  สติ  คือสติที่ระลึกได้เพราะตยได้มีการบันทึกเอาไว้

๑๒. คณนาโต               สติ  คือสติในการระลึกของจำนวนต่างๆมากมายได้ด้วยการจัดลำดับไว้

๑๓. ธารณโต                สติ  คือสติในการระลึกสิ่งต่างๆ ที่เคยจดจำด้วยความอุตสาหะ ที่จะจดจะจำให้ได้ 
                                           (เช่นการท่องจำอย่างหนัก  การผ่านตาซ้ำซากอย่างหนัก)

๑๔. ภาวนาโต               สติ  คือสติที่เกิดจากการฝึกจิต  ฝึกสมาธิ  ได้แก่ การระลึกชาติที่ 
                                           พระพุทธศาสนาเรียกว่า วิชชา  คือ บุพเพนิวาสานุสสติญาณ

๑๕. โปต์ถกนิพนฺธนโต   สติ  คือสติในการระลึกถึงบันทึก จารึกที่มีหลักฐานต่างๆอยู่

๑๖. อุปนิกฺเขปนโต         สติ  คือสติที่ต้องเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ก่อน  หรือเห็นสิ่งของใดๆเสียก่อน  
                                            จึงจะนึกถึงรายละเอียดต่างๆได้

๑๗. อนุภูตโต                สติ  คือสติในการที่สามารถทรงจำสัมผัสทางอายตนะทั้ง ๖ ได้ อย่าง
                                            ละเอียดในอดีตทั้งหมดที่เคยมีประสบการณ์มา


จาก สติอาการปัญหา  สัตตมวรรค  มิลินทปัญหา


(คัมภีร์มิลินทปัญหา  เกิดขึ้นเป็นภาษาสันสกฤตก่อนในพุทธศตวรรษที่ ๕ จากการเผชิญหน้ากันระหว่าง ราชามิลินทะ หรือ คิง Menander ในปี พ.ศ.๓๙๒  กับท่านพระนาคเสน   และถูกถอดความเป็นภาษามคธในพุทธศตวรรษที่ ๖ ฉบับแปลภาคภาษาไทยสมัยรัชกาลที่ ๓ ราชวงศ์จักรี  ถือเป็นฉบับแปลที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก....   
เมื่อมีการพบว่า  ต้นฉบับโบราณทั้ง ภาษาสันสกฤตและมคธ สาบสูญหายไปหมดแล้ว   จึงมีการนำฉบับแปลเป็นภาษาไทยสมัยในรัชกาลที่ ๓ แห่งรัตนโกสินทร์นี้   แปลกลับคืนเป็นภาษามคธ....)





...สติระลึกชาติโดยธรรมชาติก็ส่วนหนึ่ง  สติภาวนาเพื่อปัญญาญาณในการระลึกชาติก็ส่วนหนึ่ง...ส่วนตัวของผม  ได้สติถึง ๑๓ ข้อ...แบบเต็มๆ...

มันมีแบบธรรมชาติโดยธรรมชาติ  ธรรมชาติโดยการฝึก และการฝึกโดยธรรมชาติ...ครับ  เหมือนเสาแห่งเหตุการณ์ของนิพพานที่มี สามมิติ..สติ จะมี ๑๗ มิติ...

เสาต้นเดียวกัน   แต่จะพูดเพียงด้านเดียวไม่ได้ครับ...เพราะเสานี้อยู่ในมิติแห่งกาลเวลา...ไม่ใช่วัตถุ...

เป็นปริศนาเช่นเดียวกะ  เส้นสุศุมญา....ที่ต้องทำให้สูรยะกลา นาภี และจันทระกลา นาภี  เต็มก่อน    สุศุมญา จึงจะปรากฏโดยธรรมชาติ...





...ย้อนไปที่หมวดธรรม ปัญญา ๓ ครับ :

๑.จินตามยปัญญา   ที่นายขยะแปลว่า   ปัญญาโดยสัญชาตญาณ(เพราะมีกับสัตว์หลายชนิด)เป็นปัญญาที่สัมพันธ์กับคลื่นต่างๆของจักรวาลระดับหนึ่ง

๒.สุตมยปัญญา  ที่นายขยะแปลว่า   ปัญญาที่ตกผลึกมาจากการสั่งสมประสบการณ์หรือปัญญาจากประสบการณ์

๓.ภาวนามยปัญญา   ปัญญาที่สำเร็จมาจากอำนาจสมาธิที่ฝึกมาดีแล้ว

สติ ทั้ง ๑๗ รูปแบบลักษณะ  เกี่ยวข้องกับระดับปัญญาเหล่านี้ ครับ.(ต้องเปรียบเทียบและแยกแยะเอง...เพราะถ้าอธิบาย   ยืดยาวมากเรื่อง..มากกก..)

ภาวนามยปัญญา   ต้องหยั่งย้อนไปใน สุตมปัญญา   แล้วลึกไปถึง จินตามยปัญญา...จึงจะเกิดปัญญาที่เป็น "สัมโพธิญาณ" ครับ...ไม่ฝึกไม่รู้  คิดเอาเองไม่ได้..ครับ     แล้วจะเข้าใจว่า ทำไมพระพุทธเจ้าจึงทรงตรัสกับช้างนาฬาคิริง   แล้วช้างรู้เรื่อง...






...สัญญา  เป็นโครงสร้างหนึ่งของจิต   ไม่แยกจาก ปัญญา วิญญาณ เวทนา    ผลัดกันกินพื้นที่ความเป็นจิต   ชนิดมึงมั่งกูมั่ง...ครับ   และเนื้อที่ส่วนใหญ่จะถูกสลายเป็น ปัญญา ในระดับสูงๆครับ

...การรู้เรื่องเหล่านี้   เป็นคำพูดหรืออักขระไม่จบครับ  ทะเลาะเถียงกันจน เป็นหินยาน มหายาน เละเทะเลย...โยคาจาร  ต้องอุบัติขึ้นเพราะปฏิเสธปริยัติครับ...

ผมจำมาจากที่ท่านพระสารีบุตร   อธิบายเอาไว้ใน มหานิทเทส  ขุททกนิกาย  ไตรปิฎก เล่ม ที่ ๒๙/๔๕ และ จุฬนิทเทส เล่ม ที่ ๓๐/๔๕ ครับ ...

ดูเฉพาะ เถระคาถา เถรีคาถา และอัปทาน  ขุททกนิกายที่   อัญเชิญมาถ่ายทอดกันแค่เล็กๆ
น้อย   นักปราชญ์เมืองไทยมีแผลเหวอะหวะเละเทะเลย...




                                                                                                      ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
  

* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap