Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label พระอรหันต์. Show all posts
Showing posts with label พระอรหันต์. Show all posts

Thursday, November 14, 2024

Thursday, March 7, 2024

ข่าวสารจากพระอรหันต์ ตอน มารู้จักพุทธตันตระกันเถอะ ตอนพิเศษ ที่ ๑




ข่าวสารจากพระอรหันต์สมัยพุทธกาล  
ตอน มารู้จักพุทธตันตระกันเถอะ ตอนพิเศษ ที่ ๑


Friday, December 28, 2018

เรื่องเปรตญาติของพระเจ้าพิมพิสาร



Atthanij Pokkasab

6 ตุลาคม 2013
เรื่องเปรตๆ ครับ ;
เปรตญาติพระเจ้าพิมพิสารนั้น
กระทำการกินอาหารที่เตรียมถวายพระอรหันต์
ที่มีพระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นองค์ประธาน 
เมื่อ ๙๒ กัลป์ ก่อน
ครั้งนั้นเจ้าภาพเตรียมอาหาร คือ
เจ้าชาย ๓ พี่น้อง
(มาเกิดเป้น ชฎิลกัสสปะ ๓ พี่น้อง)
สมุห์บัญชี มาเกิดเป็นพระเจ้าพิมพิสาร ครับ
๙๒ กัลป์ ไม่ได้เป็นเปรตทั้ง ๙๒ กัลป์ นะครับ
เพราะ..ต้องผ่านยุค ประลัยกัลป์ ๙๒ ครั้งด้วย
เลยได้ลี้ภัยไปเกิดเป็นอาภัสสรพรหมก็ทุกกัลป์ที่เกิดมีการประลัยกัลป์ขึ้น
แต่ถึงกัลป์ที่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติ..
พวกนี้จะต้องมาเกิดเป็นเปรต
รอการชดใช้กรรมโดยสมุห์บัญชี
ที่เป็นต้นเรื่องของการละเมิด
พระเปรต และโยมเปรตทั้งหลาย
สามารถมีสุขปนทุกข์ได้
ด้วยประการ ฉะนี้แล
สำหรับพวกไม่เชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิด..
ท่านไม่ได้ห้าม
แต่อย่ามาละเมิดความเชื่อของพวกที่เชื่อครับ
เพราะพวกที่เชื่อจะมีปัญญากว้างกว่าลึกกว่า
้เพราะนั่นคือการหยั่งรู้ถึง พลังงานแห่งไวเบรชั่น
จากระบบอายตนประสาทที่นำไปสู่การสังเคราะห์รูปนามตัวใหม่..
พวกที่เชื่อ จะมีความเป็นวิทยาศาสตร์กว่าพวกไม่เชื่อ...ตรงนี้ครับ.

Monday, December 17, 2018

เรื่องสังกิจจสามเณร และ กิมกังปุ้กหวยถี่...วัชระไม่หวนคืนกลับ จาก มังกรหยก ภาค ๔





ข่าวสาร จาก พระอรหันต์ ตอนพิสดาร
ว่าด้วยวิชา กิมกังปุ้กหวยถี่...วัชระไม่หวนคืนกลับ
จาก มังกรหยก ภาค ๔

.......

..หลวงจีนคงเกี้ยนไต้ซือ แห่งเสียวลิ้มยี่ขอบิณฑบาตรพญาสิงโตขนทอง-เจี่ยซุน ๑ ใน ๔ อ๋องยิ่งใหญ่ของพรรคเม้งก้าให้ยุติการฆ่าคนโดยยอมทนรับหมัดบาดเจ็บ ๗ประการของเจี่ยซุนแบบไม่ตอบโต้...ซึ่งก็รับได้แล้วสองหมัด เจี่ยซุนรู้ว่าแพ้แน่เลยใช้เล่ห์ ยกหมัดจะทุบกระหม่อมตัวเองให้ตาย หลวงจีนท่านปราดเข้าห้ามทำให้เจียซุนได้โอกาสต่อยหมัดที่สามออกไป ท่านหลวงจีนคงเกี้ยนเตรียมพลังไม่ทันจึงได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้วมรณภาพ...
วิชาคงกระพันที่ท่านหลวงจีนคงเกี้ยนใช้ เรียกว่า วัชระไม่หวนคืนกลับ..กิมกังปุ้กหวยถี่....

..ผุ้แสดงต้นแบบวิชาวัชระไม่หวนคืนกลับในสมัยพุทธกาลคือ..
สังกิจจะสามเณรน้อยวัย ๗ ขวบแห่งสำนักท่านพระสารีบุตร!!!
เรื่องเล่าไว้ว่า...กุลบุตร ๓๐ คนแห่งกรุงสาวัตถี บวชแล้วในสำนักพระศาสดา ครบ ๕ พรรษาจึงทูลลาพระศาสดาไปสู่ป่าเพื่อเร่งสมณะธรรมให้บรรลุสุดท้าย พระศาสดาหยั่งรู้ภัยล่วงหน้า รู้ว่าผู้จะคลี่คลายภัยข้างหน้าแก่ภิกษุ ๓๐ รูปนี้ได้มีแต่ สังกิจจะสามเณรแห่งสำนักท่านพระสารีบุตรเท่านั้น จึงให้ภิกษุทั้ง ๓๐ ไปขอสามเณรจากสำนักท่านพระสารีบุตร แล้วพากันเดินทางไปไกลจากวิหารเชตวันเป็นระยะทาง ๑๒๐ โยชน์(ประมาณ ๒,๐๐๐ กิโลเมตร)เป็นป่าในอิทธิพลของ โจร ๕๐๐ ที่มีพิธีฆ่าคนบูชาอารักข์ของโจรเองในการออกปล้นหรือสู้กับทัพหลวงของกษัตริย์
...
ในการเผชิญหน้ากับโจร สามเณรสังกิจจะ เสนอชีวิตตัวเองแทนภิกษุ ๓๐ รูป ธัมมปทัฏฐกถา (ภาค ๔)บรรยายไว้ดังนี้...
..ในเวลาเสร็จกิจ หัวหน้าโจรชักดาบเดินเข้าไปหาสามเณร สามเณรเมื่อนั่งก็นั่งเข้าฌานมั่น หัวหน้าโจรแกว่งดาบฟันลงที่คอสามเณร ดาบงอเอาคมกระทบคม หัวหน้าโจรนั้นสำคัญว่า "เราประหารไม่ดี" จึงดัดดาบนั้นให้ตรงแล้วประหารอีก คราวใหม่นี้ดาบเป็นดังใบตาลที่ม้วน ได้ร่นถึงโคนด้ามดาบ แท้จริง บุคคลแม้จะเอาภูเขาสิเนรุทับสามเณรในเวลานั้น ชื่อว่าจะสามารถให้สามเณรตายไม่มีเลย จะป่วยกล่าวไปใยถึงว่าจะเอาดาบฟันให้ตาย
.
...หัวหน้าโจรเห็นปาฏิหาริย์นั้นแล้วคิดว่า "เมื่อก่อนดาบของเรา ย่อมตัดเสาหิน หรือตอไม้ตะเคียนเหมือนหยวกกล้วย บัดนี้ดาบเรางอไปแล้วคราวหนึ่ง อีกคราวหนึ่งก็เกิดเป็นดังใบตาลม้วน ดาบชื่อนี้ แม้ไม่มีเจตนา ยังรู้คุณของสามเณร เรามีเจตนายังไม่รู้..."
จาก เรื่องสังกิจจสามเณร สหัสวรรควรรณนา ธัมมปทัฏฐกถาแปล ภาค ๔
ครับ..สามเณรสังกิจจะเลยได้ โจร ๕๐๐ มาเป็นสามเณรบริวารไปพบกลุ่มภิกษุ ๓๐ เพื่อให้กำลังใจในการบำเพ็ญสมณธรรมสุดท้ายแล้วพาบรรดาบริวารเณรอดีตโจร ๕๐๐ กลับสำนักพระศาสดา...
..ชั่วขณะเข้าเฝ้าพระศาสดา ภิกษุ ๓๐ รูปที่อยู่ห่างไกล ไป ๑๒๐ โยชน์ก็พากันบรรลุพระอรหัตผลเช่่นกัน
นี่คือ กำเนิดของวิชาคงกระพัน..วัชระไม่หวนคืนกลับ..กิมกังปุ้กหวยถี่ ที่ปราชญ์จีนแสดงความซื่อสัตย์เอาไว้ต่อปาฏิหาริย์ในพระพุทธศาสนา...แต่ปราดประเทศทุยยยย์...งุบงิบ..งุบงิบ...!!!


Sunday, April 1, 2018

กรรมของวัฏฏะ



Atthanij Pokkasap  :



12:30 น.ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๖
วันอาทิตย์ ที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๗
มาดู.."กรรมของวัฏฏะ" กันครับ;


พระอรหันต์(พระติสสะเถระผู้คุ้นการเข้าบ้าน)องค์หนึ่ง..
คุ้นเคยกับช่างแก้วอัญมณี(มณีการ)
พระราชาปเสนทิได้แก้วอัญมณีน้ำงามมาลูกหนึ่ง
สั่งให้ราชบุรุษนำมาให้ช่างแก้วอัญมณี
จัดการทำแก้วเครื่องประดับพระราชา


ในวันนั้น..
เป็นวันที่พระอรหันต์องค์นี้วิสาสะเข้าไปในบ้าน
ช่างแก้ว...และเป็นวันที่ช่างแก้วปล่อยให้นกกระเรียนเลี้ยง
ออกมาจากกรงเดินเล่นทั่วบ้าน
ช่างแก้วกำลังเถือเนื้อ วางแก้วมณีน้ำงามลงข้างเนื้อที่เถือ..
แก้วมณีน้ำงามจึงเปื้อนน้ำเลือดจากเนื้อที่เถือ
นกกระเรียนเห็นเข้าจึงจิกกลืนเข้าไปในกระเพาะ..

ช่างแก้วย้อนกลับมาหาแก้วมณีไม่พบ...
ไม่มีใครอยู่ขณะนั้นนอกจาก ตน นกกระเรียน และพระอรหันต์
จึงเชื่อเอาเองว่า..พระอรหันต์เป็นผู้ลักแก้วมณี

ด้วยอารมณ์โทสะถามพระอรหันต์ๆก็ตอบว่าท่านไม่ได้เอาไป
แม้ท่านจะเห็นอยู่ว่านกกะเรียนจิกกลืนลงไป
แต่เพราะกรุณานกกระเรียนเพราะถ้าพระอรหันต์บอกออกไป
นกกระเรียนก็จะต้องถูกนายช่างแก้วมณีฆ่า..

นายช่างแก้วมณีปักใจว่าผู้เอาแก้วมณีไปคือพระอรหันต์
เมื่อท่านปฏิเสธ ก็ไม่เชื่อใช้เชือกรัดศรีษะขันชะเนาะท่าน...ปางตาย
นกกระเรียนเห็นเลือดออกจากปากและศรีษะพระอรหันต์
จึงเดินเข้าจิกกิน..
นายช่างเตะนกกระเรียนกระเพาะแตก..นกกระเรียนตาย..
แก้วมณีพระราชากลิ้งออกจากกระเพาะนกกระเรียน

นายช่างแก้วมณีเห็นเหตการณ์ดังนั้นก็ตกใจรีบคลายชะเนาะ
ที่ขันรัดศรีษะพระอรหันต์กราบขอขมา

พระอรหันต์กล่าวว่า..ไม่มีใครผิด..เป็นกรรมของวัฏฏะ
เราอดโทษให้นายช่าง..
นายช่างแก้วขอโอกาสนิมนต์ท่านมาฉันภัตราหารในวันรุ่งขึ้น
แต่ท่านปฏิเสธ...

กลับไปดับขันธ์ปรินิพพานที่วัดในตอนค่ำนั้นเอง...
หลังการดับขันธ์นายช่างแก้วมณีก็ประสบทุกข์ร้อนเป็นอันมาก
กินไม่ได้นอนไม่หลับทุรนทุราย..สิ้นใจตามพระอรหันต์ไป...
ในเวลาไล่ๆกัน...

ความกรุณาของพระอรหันต์..นำมาซึ่งความตาย
ของทุกฝ่าย.....ไม่ว่าตัวท่านเอง นกกระเรียนที่ท่านกรุณาเอง
หรือแม้แต่นายช่างแก้วมณีที่ท่านถือวิสาสะคุ้นเคยด้วย..


กรุณาที่ไร้ปัญญา...เป็น "กรรมของวัฏฏะ"..
ตายโหงตายห่าตามกันหมด..ด้วยประการฉะนี้แล ฯ

"นายขยะ"
Atthanij Pokkasap





Atthanij Pokkasap  เมตตากรุณาโดยไม่คำนึงถึงกฎหมาย จารีตประเพณีกันต่อไปนะครับ...จะได้ตายกันให้หมดๆเสียที...


Ananya Navarak    มันเป็นเช่นนี้เอง


Mareep Nnag Yakkhanugann    อ่านไปมาทำไมมันดูแปลกจัง...คิดอย่างผมก็ว่าแม้พระอรหันต์ก็ตัดสินใจผิดหรือ...


Pam Intrara    อ่านครั้งเดียวเข้าใจว่า ความเมตตาค้ำจุนโลกา ได้พยายามรักษาชีวิต อื่น ด้วยชีวิตตนเอง เพื่อให้ความเมตตาคงอยู่ ส่วนอีกสองชีวิต คือ กรรม ??


Atthanij Pokkasap  เป็นกรรมผูกพัน...กรรมบางอย่างน่าจะใช้สติปัญญาแก้ไขได้แต่ไม่อาจทำได้...ทั้งที่สามารถ...ตามเนื้อหาถัดมาว่า นกกระเรียนมาเกิดในครรภ์ภรรยานายมณีการ...ด้วย.


Atthanij Pokkasap  แต่ที่ใช่ไปแล้ว..คือเก่งกันละ..อ่านแล้วเกิดปัญญาคิดตาม ครับ


Atthanij Pokkasap  พระอรหันต์ท่านก็ผิดพลาดได้ในสภาวะมนุษย์(อรหันต์เป็นตอนเข้าสมาบัต-อย่าลืม)ท่านวิสาสะเข้ามาคลุกคลีในบ้านมากไปด้วยครับ...ก่อนดับขันธ์ท่านเองก็กล่าวโทษการคลุกคลีบ้าน คลุกคลีปุถุชนด้วยครับ.


Ananya Navarak    ถ้างั้นต้องอยู่แบบสันโดษ หรือต่ะถึงจะไม่สมาบัด


Atthanij Pokkasap  สภาวะมนุษย์..ของพระอรหันต์ก็เป็นเช่นมนุษย์ธรรมดา...มีเจ็บมีป่วยได้..ท่านไม่ได้เข้าสมาธิเพื่อการได้สมาบัติ(ความเป็นพระอรหันต์ต้องเข้าสมาบัติในขณะสมาธิเท่านั้น)ตลอดทั้งวันเวลาที่เหลือ...เว้นแต่จะเข้า แบบ ๗ วัน ๗ คืนเอาอานิสงส์(ทำบุญได้ทันตาเห็น)มาแจกให้มนุษย์ที่ด้อยโอกาสที่สุดในสังคมที่ท่านอยู่...และความเก่งในการเข้าสมาบัติไม่ใช่จะคล่องและถนัดไปทุกองค์...ด้วย...ตรงนี้เป็นเรื่องที่ชาวพุทธปัจจุบันไม่มีการศึกษาเลย...และปฏิเสธที่จะศึกษาค้นคว้าด้วย...เพราะจะไปขัดแย้งกับการโฆษณาหลอกลวงของกลุ่มผลประโยชน์มากมายที่ใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือหากิน..ไม่เว้นแม้แต่...เถรสมาคมเอง..!!!


วิษณุ สุดี    ผมเห็นฟ้องกับอาจารย์ครับในหัวข้อสภาวะมนุษย์..ของพระอรหันต์/ คำสอนที่เผยแพร่กันทั่วไปยังมีหลายเรื่องที่ตกสำรวจ วันนี้ผมกระจ่างมาก ขอบคุณอาจารย์ครับ


นาคเฝ้าคัมภีร์ นาคพิกลจริต นาคปิโลติ    เคยได้ยินว่ามีนกกาขโมยกินอาหารที่จะใส่บาจรเลยตกนรก(ไม่แน่ใจว่าขุมไหน) อันนี้เป็นกรรมรึเปล่าครับ?


Mareep Nnag Yakkhanugann    มันเป็นอย่างนี้เอง...ส่วนใหญ่ก็จะเข้าใจว่าเมื่อบรรลุขั้นสูงแล้ว...บุคคลนั้นก็จะดำรงค์สภาวะความเป็นพระอรหันต์ดุจผู้วิเศษอยู่ตลอดเวลา...แต่ก็จะสังเกตว่าหลายๆๆท่านก็ยังมีประวัติเจ็บป่วยหรือมีอาการเฉกเช่นคนธรรมดาทั่วไป...มีบางอย่างที่ผิดพลาดไปบ้าง...อย่างพระสารีบุตรยังให้กรรมฐานไม่ถูกจริตกับนายช่างทอง...พระสาคตะก็ดื่มสุราจากญาติโยมที่มาถวายให้เมื่อเสร็จศึกจากการปราบพญานาคจนเมามายนอนสลบ...แม้พระผู้มีพระภาคก็ทรงมีอาการเมื่อยเหมือนกัน(ได้ฟังจากพระไตรปิฎกตอนที่พระองค์ท่านทรงยืนฟังเหล่าสาวกคุยกันแล้วพระองค์ทรงกล่าวเปรยออกมาว่าเมื่อยหลัง)...


นาคเฝ้าคัมภีร์ นาคพิกลจริต นาคปิโลติ    ก็ไทยมัน...


Atthanij Pokkasap  ท่านก็ยกย่องไว้ชัดเจนเอตทัคคะผู้เลิศในการอยู่สุญญตสมาธิและเป็นเลิศในทักษิณาทาน(ทักขิไณยบคคล)คือ ท่าน สุภูติ...อันนี้แหละที่ท่านดำรงตนอยู่ในสภาวะอรหันต์มากที่สุดสมัยพุทธกาล...การศึกษาแบบไทยมันไม่ขยายอรรถ...นะ...เพราะไม่ถูกจริต...เพื่อการตลาด


Atthanij Pokkasap  เรื่องนกกาชิงอาหารนั้น..มันไปชิงจากบาตรพระอรหันต์ครับ...ไม่ใช่ชิงจากบาตรพระอลัชชี...


นาคเฝ้าคัมภีร์ นาคพิกลจริต นาคปิโลติ    ถึงไม่รู้ก็ผิด


Atthanij Pokkasap  ใช่แน่นอน..เนื้อหาข้างบน...พระอรหันต์ท่านผิดท่านจึงดับขันธ์ก่อนเวลาอันควร...ส่วนสัตว์ที่ท่านเมตตาคือ นกกระเรียน..และอุบาสิกาเมียนางช่างแก้ว...ผู้ห้ามผัวไมให้ทำร้ายท่านก็ได้ไปดีได้เป็นแม่ลูกกัน...ไป   ส่วนนายช่างแก้วก็ลงนรกไป...ครับ






Monday, December 26, 2016

๘๔.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.



84.พระพุทธเจ้า - พระธรรม - พระสงฆ์ - วิทยาศาสตร์ - นิยาย - มวยไทย - ประวัติศาสตร์ - โหราศาสตร์ -ไสยศาสตร์ - ศาสนา - ภาษา - คณิตศาสตร์ - จิต - จักรวาล - สมาธิ - โยคะ - ดนตรี - ศิลปะ - เกษตรกรรม - สมุนไพร - อาหาร = สุขภาพและชีวิตที่ดีงาม





Atthanij Pokkasap  :
  


ข่าวสาร จาก...พระอรหันต์ (สมัยพุทธกาล)
ตอน...คุณสมบัติของสมาธิในพระพุทธศาสนา
..... .....


๑. สมาธินี้ มีสุขในปัจจุบัน มีสุขเป็นวิบากต่อไป

๒. สมาธินี้เป็นอริยะ ปราศจากอามิส

๓. สมาธินี้ คนเลวเสพมิได้

๔. สมาธินี้ ละเอียด ประณีต ได้ด้วยการสงบระงับ บรรลุได้ด้วยธรรมเอกผุดขึ้น 
ไม่ใช่การข่มธรรมที่เป็นข้าศึก ห้ามกิเลสด้วยจิตอันเป็นสสังขาร

๕. มีสติจึง เข้าสมาธินี้ได้ มีสติจึงออกจากสมาธินี้ได้.


จาก สมาธิสูตร ข้อ(๒๗) ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ไตรปิฎก เล่ม ๒๒/๔๕




แท้จริงสมาธินี้  จะมีคนรู้จักโดยแท้จริงอยู่หรือเปล่าหนอ...??!     

เห็น, ประจักษ์   มีการแอบอ้างและพาดพิงถึงกันเสียเหลือเกิน....อ่านเข้าถึงขนาดไหนสำนวนชาวพุทธโบราณ   สุขในปัจจุบัน ปราศจากอามิส   คนเลวเสพมิได้   ละเอียดประณีตด้วยการสงบระงับไม่ใช่ข่ม... มีสติจึงเข้าได้มีสติจึงออกได้....รู้เรื่อง-เข้าถึงจริงแล้วละหรือ??!


จิต เป็นพลวัตอยู่เบื้องหลังการบริหารจัดการกระบวนการหายใจเข้า หายใจออกทั้งระบบภายนอก(จมูกถึงหัวใจ,ปอด)และระบบภายใน(Metabolism) 


ยังไม่รู้จักหายใจเลยไปกำหนดจิต...อุปาทานชัดๆๆๆๆๆ    
ชี้ขุมทรัพย์   แต่ถูกตอบโต้ด้วยการกระแนะกระแหน แดกดัน..สูงส่งกันเหลือเกิน....



ลามะชั้นสูงของทิเบต  ท่านจึงอุปมาไว้ว่า  

ลมหายใจคือม้า  จิตคืออัศวินผู้ขี่ม้า
อยากพบอัศวินผู้ขี่ม้า(จิต)  พึงควบคุมม้าเข้าให้ได้เสียก่อน



....คัมภีร์ออริจินัลไม่เคยสัมผัส   แล้วมาแสดงอหังการ มมังการ   ทั้งยกอหังการมมังการของตนให้เป็นของผู้ที่ขัดปัญญามืดบอดของตน....อเวไนย....จริงๆ ...ไม่มีความรู้เรื่องจิต  ไม่มีความรู้เรื่องเวลา  แล้วใช้อุปาทานกำหนดโครมๆๆๆๆ   


...เคลียร์อดีตไม่จบ  อดีตกินพื้นที่อนาคต   ผมก็เทียบการเดินทางย้อนมิติของคนเหล็กอาร์โนล....งัย...คือต้องแก้โจทย์อดีตให้จบ


...ปัจจุบัน  พระพุทธศาสนาล็อคค่าไว้ด้วย (ปฐม)ฌาน    ดังที่สิทธัตถราชกุมารทำไว้เป็นหลักฐาน   
จิตปุถุชนไหนจะทันปัจจุบัน   


ก็..เวลา มันเป็นโครงสร้างของจิต ตามที่ไอน์สไตน์เรียก Sbjectivity of Time    
หรือที่ท่านพระนาคเสนวิสัชนา คิง เมนันเดอร์ว่า   เวลาเกิดจากปฏิจจสมุปปาท...หนักเข้าไปอีก
หลักฐานตามเป็นจริง!!!    วิทยาศาสตร์นิวตันล้าหลังชัดเจน...ช่วยไม่ได้


โครงสร้างไตรภูมิสร้างจากมิติเวลาต่างกัน  ก็แสดงตามข้อมูล  สร้างเรื่องขึ้นแต่ที่ไหน 
ซื่อสัตย์ต่อบันทึกโบราณสิ   





รูปฌาน ๔ คือ วิธีการพิสูจน์ค่าปัจจุบันที่ประสิทธิภาพสูงสุด   
คือ สุขที่ไม่อื่นใดเหนือกว่า(โดยเฉพาะ..สัมโพธิสุข)    
ที่เป็นเส้นทางที่พระอรหันต์เข้าแล้วออกสุดท้ายตอนดับขันธปรินิพพานด้วย

ไม่ข่มธรรมก็คือ "เป็นกลาง"  ที่ลงในอิทธิบาท ๔ คือ
๑.ไม่ย่อหย่อนเกินไป
๒.ไม่ประคองเกินไป
๓.ไม่หดหู่ในภายใน
๔.ไม่ฟุ้งซ่านไปในภายนอก

นี่เป็นคุณภาพของจิตที่เป็นกลางที่ควรแก่งาน(กรรมฐาน)...บาทแห่งกิจสูงสุดในพระศาสนางัยครับ  คนละเรื่องกับการนั่งสะกดจิตตัวเองด้วยประการทั้งปวง



                                                                                        ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap