Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label อันโตนาที. Show all posts
Showing posts with label อันโตนาที. Show all posts

Monday, March 5, 2018

การอ่าน ค่าสัมพัทธ ระหว่าง โลกภายนอก และ โลกภายใน




*** Atthanij Pokkasap 4 hours ago


อีกครั้งหนึ่งครับ...
การอ่าน ค่าสัมพัทธ ระหว่างโลกภายนอก และโลกภายใน
คือเวลาภายใน(อันโตนาที) สัมพันธ์กับเวลาภายนอก(พหินาที,พหิรนาที) ;

๑๐ ตัวอักษร เป็น ๑ ปราณ
๖ ปราณ เป็น ๑ พืช
๑๕ พืช เป็น ๑ บาท
๔ บาท เป็น ๑ นาที
๖๐ นาที เป็น ๑ วัน

ถอดความขยายเคล็ด ;
หมายถึง หายใจเข้า หายใจออกได้อย่างละ ๖ ครั้ง(คือ ๖ ปราณ) เงาหัวของเรา(อ่านจาก
แสงตะวัน)ทอดยาวออก หรือหดสั้นเข้า เท่ากับ ๑ เมล็ดข้าวเปลือก
เรียกว่า ๑ พืช

และเมื่อเงาหัวเราทอดยาวได้เท่ากับ รอยฝ่าเท้าหนึ่ง..
ท่านเรียกว่า ๑ บาท
ที่ท่านค้นพบแล้ว..เช่น..
อาทิตย์โคจรโดยเฉลี่ย วันละ ๑ องศา(คือ ๖๐ ลิปดา)
ท่านคิดเป็นระยะทางโคจรของดวงอาทิตย์ใน ๑ วัน
คือ ๖๐ มหานาที
จะเห็นได้ว่า ดวงอาทิตย์โคจรไปได้ ๑ ลิปดา= ๑ มหานาที
( ๑ มหานาที = ๒๔ นาทีที่ใช้ในปัจจุบัน)
ดังนั้น...
ดวงอาทิตย์ โคจรไปได้ ๑ ลิปดา = ๒๔ นาทีปัจจุบัน

นี่คือหลักฐานความมหัศจรรย์การค้นพบของพระพุทธศาสนาที่พัฒนาขึ้นมาเป็น
วิชาโหราศาสตร์ไทยขณะฝึกอบรม..อานาปานสติสมาธิ

และยืนยันการค้นพบว่า โลกหมุนรอบตัวเอง พร้อมกับหมุนรอบดวงอาทิตย์ นับระยะทางเป็นองศาได้ จากการสังเกตกับกลุ่มดาวบนท้องฟ้าไตรภูมิ(ท้องฟ้าในจิต) ๒ กลุ่ม คือ..
กลุ่มดาวนักขัตรฤกษ์ และกลุ่มดาวราศี
โดยสร้างสูตรคำนวณจาก โมเดล ของ เงาหัวที่เกิดจากแสงดวงอาทิตย์

เป็นการค้นพบโครงสร้างพื้นฐานของปรากฏการณ์เวลา
ที่แม้แต่วิทยาศาสตร์ปัจจุบันก็ยังไม่รู้วิธีการค้นพบเลย
สรรพวิทยาการปัจจุบัน ไม่มีความรู้เรื่องเวลา มันจึงเป็นศาสตร์
ตอแหล สะสมสร้างความเสียหายให้กับธรรมชาติของสติปัญญา
อันบริสุทธิ์ของมนุษย์...อย่างต่อเนื่อง...
รู้ไว้ใหม่ ให้ถูกต้องกันด้วย...
อย่ามาวิพากษ์พระพุทธศาสนาแบบไม่รู้อะไรเลยอย่าที่กำลังกระทำกันอยู่...ยุติความเลวแห่ง
การไม่รู้จริงกันเสียบ้าง.


Atthanij Pokkasap
เปิดเผยรหัสนัยในปฏิบัติการโยคะเพื่อการค้นพบของพระพุทธศาสนา แบบพูดเองเออเอง.. !!!





Saturday, January 14, 2017

78.Breaking Dharma PART 77





Breaking Dharma PART 77...!!!
....


ตอน มาตรา เวลาสัมพัทธ์


เคยบอกเล่าไว้แล้วในหลายๆที่ ว่า พระพุทธศาสนา..
คือศาสตร์ว่าด้วยการค้นพบปรากฏการณ์เวลา
และรู้เทคโนโลยีว่าด้วยการควบคุมสนามเวลา
โหราศาสตร์ไทย คือภาคคำนวณของพระพุทธศาสนา
ที่คำนวณมาจากโครงสร้างปรากฏการณ์บนท้องฟ้าในไตรภูมิ
ไม่ใช่ท้องฟ้า ตามความรู้แบบดาราศาสตร์สากลทั่วไป

ฉะนั้น..จึงขอน้อมเตือนว่า...
นอกจากวิทยาศาสตร์สัมพัทธภาพ แห่งคริสต์ศตวรรษที่ 20 แล้ว
อย่าได้เอาวิทยาการที่ล้าหลังไปกว่านี้มาเปรียบเทียบการค้นพบ
ของพระพุทธศาสนา อย่างเด็ดขาด

ในเทคนิคปฏิบัติการโยคะ ว่าด้วย อิทธิบาท ๔
ประโยคหนึ่งมีว่า.. กลางวันฉันใด กลางคืนก็ฉันนั้น
กลางคืนฉันใด กลางวันก็ฉันนั้น

สัมพัทธภาพระหว่างเวลาในภายในจิตของมนุษย์
กับเวลาในภายนอกของโลก ที่ภูมิปัญญาโบราณสร้างไว้เป็นระบบ
ที่เรียกว่า สุริยคติ และจันทรคติ นั้น มี...

มาตรากระจายค่าสัมพัทธ์ระหว่าง เวลาภายใน (อันโตนาที)
และเวลาภายนอก (พหินาที, พหิรนาที) ว่าไว้ดังนี้

๑๐ อักษร เป็น ๑ ปราณ
๖ ปราณ เป็น ๑ พืช
๑๕ พืช เป็น ๑ บาท
๔ บาท เป็น ๑ นาที
๖๐ นาที เป็น ๑ วัน


ไม่เคยรู้จักกันเลย ใช่ม้ะล่าาา.....!!!!!
เป็นมาตราที่เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติติดกะตัวของมนุษย์นี้เอง
คือ...ปรากฏการณ์ เงาหัว กะฝ่าตีน ครับ!!!
อธิบาย...
๑๐ อักษร ก็เหมือนกะที่ กรรมการนับ ๑ ถึง ๑๐ บนเวทีมวยครับ
๑ ปราณ คือ จำนวนการหายใจเข้า+ออก ๑ ครั้ง
๑ พืช คือ ความยาวของเมล็ดข้าว (เปลือก)
๑ บาท คือ ความยาว ๑ ฝ่าตีน
๑ นาที ของโบราณนี้ จะเท่ากับ ๒๔ นาที ของปัจจุบัน


เคยมีการถกเถียงว่า เมล็ดข้าวเปลือกต่างยุคต่างกาลมีขนาดไม่เท่ากัน
และฝ่าตีนของมนุษย์ต่างยุคต่างกาล ต่างบุคคล ก้ไม่เท่ากัน
ใครที่สงสัยความต่างเรื่องนี้ วิทยาศาสตร์สัมพัทธภาพมีคำตอบครับ
ไปขวนขวายหาอ่านกันดูให้สมยุคสมสมัยกันบ้าง....
อย่าโง่เหวอะหวะดันทุรังอย่างที่หลายกลุ่ม
หลายๆบุคคลกำลังเป็นกันอยู่ทั่วไปในขณะนี้เลย
โดยเฉพาะ ผีห่าซาตานพวก Agnostics
ที่ยกตัวเองเป็นนักการศึกษาเสรีชนในหลายๆสถาบัน.....
สัมพัทธภาพแห่งเวลาภายในและภายนอก ยังไม่รู้จัก
ปฏิบัติการโยคะในพระพุทธศาสนาก็ไม่มีใครเข้าถึง เช่นกันครับ

ขอท้าทาย....


Atthanij Pokkasap เปิดเผยเทคโนโลยีแห่งชาวพุทธโบราณ
11:44 น.ศุกร์ ๑๗ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๗





...อันโตนาที คือ อัตราส่วนเวลาที่ดวงอาทิตย์โคจรผ่านราศีต่างๆๆกัน...ซึ่งพื้นที่ระยะทางของแต่ละราศีก็ไม่เท่ากัน...ความหมายของอันโตนาทีนี้ใช่อย่างเดียวกันหรือเปล่า ???...

...อันโตนาที..แปลว่า เวลาในภายใน  มีใช้ เป็น "ภายใน" หลายเหตุการณ์ครับ  
เฉพาะที่ถามมานั้น หมายถึงเวลาที่โลกหมุนรอบตัวเองในรอบ ๑ วัน (๒๔ ชม.) ครับ   
เมื่อโหราจารย์ท่านหยั่งรู้ ท่านจึงมองไปบนท้องฟ้า (ถ้าเอากล้องถ่ายรูปจับทิ้งไว้ ๒๔ ชม.จะเห็นเป็นวงกลม) 
ใช้ ๑๒ ราศี เป็นการกำหนดพิกัดในแต่ละองศา (๓๖๐ องศา)  
ขณะที่โลกหมุนรอบตัวเอง ก็จะโคจรรอบดวงอาทิตย์ไปด้วย   
อันที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ก็อาศัยพิกัดจาก ๑๒ ราศี เหมือนกัน (อันรอบดวงอาทิตยฺ์  เป็นพหินาที..เวลาในภายนอก)   
ในขณะเดียวกันอีกเช่นกันก็หมุนโคจรรอบซึ่งกันและกันกับดวงจันทร์ (เป็นการค้นพบของ วิทยาศาสตร์สัมพัทธภาพ)  



...เพื่อให้แตกต่าง จึงกำหนดพิกัดที่ ๒๗ กลุ่มดาวนักขัตรฤกษ์ที่อยู่ซ้อนกับ หมู่ดาว ๑๒ ราศีนั้นเอง   
การสังเกตุพิกัดบนท้องฟ้านั้น กระทำพร้อมๆกับ การสังเกตุ "เงาหัว" ของผู้สังเกตไปพร้อม  ตามบันทึกที่ปรากฏใน 
นวมกัณฑ์ (กัณฑ์ที่ ๙ ไตรภูมิพระร่วง) ตัวอย่างบันทึก ;

...พอเถิงเดือน ๙ ด้วยว่าไกลเขายุคุนธรได้ ๒๒๕,๐๐๐ โยชน์ ดูเงาเราออกจากตัวเราได้ฝ่าตีน ๑ แล เมื่อดังนั้น 
กลางวัน ๑๗ นาที กลางคืน ๑๓ นาที ถ้วน ๓๐ วัน พระอาทิตย์ไปไกลเขายุคุนธร ๔๕๐,๐๐๐ โยชน์ พอเถิงมัชฌิมมณฑลใน
นาควิถีดูเงาเราคลาดจากตัวเราสองฝ่าตีน เมื่อดังนั้น กลางวันได้ ๑๖ นาที กลางคืนได้ ๑๔ นาที ถ้วน ๓๐ วันแล ฯ...ฯลฯ..



..พิกัดบนท้องฟ้า (๑๒ ราศี) สัมพันธ์กับ เงาหัวที่วัดด้วยฝ่าตีน แล้วซอยหน่วยย่อยของฝ่าตีนเป็นหน่วยเมล็ดข้าวเปลือกสัมพันธ์กับลมหายใจ (ปราณ)  แล้วปราณก็ไปสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลง ดินน้ำลมไฟ ภายนอกตามฤดูกาล  
เป็นที่มาของ โหราศาสตร์การแพทย์โดยบันทึกข้อมูลลงในเวลาระบบจันทรคติอีกที่ครับ....

...วิธีการคำนวณเวลาแบบสัมพัทธภาพเป็นไปตามที่ไอน์สไตน์ท่านอธิบายไว้ในวิทยาศาสตร์สัมพัทธภาพทุกขั้นตอนครับ มหัศจรรย์ทันสมัยมาก...ไม่น่าเอาระบบนิวโตเนียนมาเผยอเทียบ...

...แล้วก็เป็นการคำนวณระยะทางสั้นยาว (เงาหัว) ที่สัมพันธ์กับขนาดของเวลา ...ระยะทาง กับเวลา.....
เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์สัมพัทธภาพเท่านั้นที่อธิบายได้





                                                                                                     ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
  
  


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap

Tuesday, January 10, 2017

53.Breaking Dharma PART 52




Breaking Dharma PART 52...!!!
....

ความรู้เรื่อง โหราศาสตร์ไทย ว่าด้วยการคำนวณหาลัคนา

นักการศึกษาทั้งหมด ไม่เคยมีใครรู้ว่า  วิชาโหราศาสตร์ไทยนั้นเป็น
วิทยาการที่สำเร็จมาจากภาคคำนวณของท้องฟ้าในไตรภูมิ   
ไม่ใช่ท้องฟ้าที่มองเห็นด้วยตาเปล่าอย่างดาราศาสตร์ทั้งหลาย
ท้องฟ้าในไตรภูมิ  กล่าวถึงการหมุนโคจรของโลกที่มีมากอย่างน้อย ๖ ระบบ
ซึ่งเป็นการหมุนที่ต้องหาค่าเฉลี่ยแบบการหา ครน.
จึงมีสมมติ ให้ เขาพระสุเมรุ  เป็นค่าเฉลี่ยของการหมุนอย่างน้อย ๖ ระบบนั้น

การวางกราฟดวงดาวเป็นตาตาราง ๑๒ ราศีในรูปกราฟวงกลม
จึงมีศูนย์กลางของกราฟวงกลมหรือดวงอีแปะ   เรียกว่า เขาพระสุเมรุ!!!
(เป็นค่ามาตรฐานจากดวงจิตในขณะเป็น อรูปพรหม  ค่าสูงสุด คือ 84,000 หน่วย )
ลัคนา  คือพิกัด ตำแหน่งเกิดของบุคคลบนพื้นผิวโลกในขณะที่โลกหมุนรอบตัวเอง ๒๔ ชม.
จึงต้องคำนวณหาว่า ณ.เวลาตกฟาก  คือเวลาเกิดนั้น   บริเวณที่เกิดโลกกำลังหมุน
ไปรับกับราศีไหนใน ๑๒ ราศี เรียกการคำนวณหาพิกัดนี้ว่า  * การหาสมผุส ลัคนา *

เวลาที่โลกหมุนรอบตัวเองแล้วหันพื้นผิวเข้าหาราศีทั้ง ๑๒ บนท้องฟ้านั้น
มีค่าเวลาหมุนเคลื่อนผ่านแต่ละราศี  ตามที่กำหนดกันไว้ทั่วไป  เรียกว่า
เวลาอันเป็นภาย หรือ *อันโตนาที* ดังนี้

๑. ราศีเมษ      เป็นเวลา  ๑๒๐ นาที
๒. ราศีพฤษภ   เป็นเวลา  ๙๖ นาที
๓. ราศีเมถุน     เป็นเวลา  ๗๒ นาที
๔. ราศีกรกฎ    เป็นเวลา  ๑๒๐ นาที
๕. ราศีสิงห์      เป็นเวลา  ๑๔๔ นาที
๖. ราศีกันย์      เป็นเวลา  ๑๖๘ นาที
๗. ราศีตุล       เป็นเวลา  ๑๖๘ นาที
๘. ราศีพิจิก     เป็นเวลา  ๑๔๔ นาที
๙. ราศีธนู        เป็นเวลา  ๑๒๐ นาที
๑๐. ราศีมกร     เป็นเวลา  ๗๒ นาที
๑๑. ราศีกุมภ์    เป็นเวลา  ๙๖ นาที
๑๒. ราศีมีน      เป็นเวลา  ๑๒๐ นาที

(ยังมีอีกชุดหนึ่ง เรียกว่า อันโตนาทีสารัมภ์  ซึ่งใช้คำนวณอุปราคา
ระหว่างอาทิตย์ จันทร์ และโลก ที่สามารถนำมาใช้ได้ด้วยแต่ ณ ที่นี้ ขอยกไว้ก่อน)



ตย. "นายขยะ" เกิด วันจันทร์ ที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๖
ตอนดึกเวลา ๐๐.๕๐ น.  ถ้าคติของยุค ป.เป็นนายก ถือว่าเป็นวันอังคารที่ ๑๐
แต่ตามคติพุทธศาสนาถือเป็นคืนของวันจันทร์  โหราศาสตร์ไทยเป็นวิทยาการของพระพุทธศาสนา 
จึงถือตามพระพุทธศาสนา

* วันจันทร์ที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ ณ เวลา 00.50 น.นั้น
ตามปฏิทินโหราศาสตร์ของอาจารย์ทองเจือ อ่างแก้ว..
ดวงอาทิตย์ โคจรเข้าสู่ราศีตุลมาแล้ว ....๒๓.๔๕ วัน


ฉะนั้น

(๑) อันโตนาที ที่ผิวโลกหมุนผ่านราศีตุล ...๑๖๘ นาที
(บางทีเรียกว่า  อันโตนาทีอาทิตย์สถิตราศีตุล  ให้งงเล่นดี)
ท่านให้เอา ๑๖๘ X ๒๓.๔๕ = ๓๙๓๙.๖๐ นาที
เรียกว่า  รวมเวลาอาทิตย์ยก ๓๙๓๙.๖๐ นาที


(๒) ท่านให้เอา องศาของราศี คือ ๓๐ ํ ไป หาร ผลลัพธ์ในข้อ(๑)
คือ ๓๙๓๙.๖๐ หาร ๓๐ = ๑๓๑.๓๒ นาที
เรียก ผลลัพธ์นี้ว่า * อดีตอาทิตย์อุทัย * ไปแล้ว ๑๓๑.๓๒ นาที
คือเวลาที่โลกได้เคลื่อนหมุนผ่านราศีตุลไปแล้ว ๑๓๑.๓๒ นาที
ฉะนั้น ยังเหลือเวลาที่จะโคจรให้สุดราศีตุลอยู่อีก =๑๖๘-๑๓๑.๓๒
เป็นเวลา อนาคตอาทิตย์อุทัย = ๓๖.๖๘ นาที


(๓) "นายขยะ" เกิดเวลา ๐๐.๕๐ น. ที่จังหวัดบุรีรัมย์
ดวงอาทิตย์ ขึ้นที่โขงเจียม เมื่อวันที่ ๙ พย. เวลา ๐๖.๑๔ น.
ฉะนั้น เวลาที่ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็น 06: 21 น.
นับเวลาจากพระอาทิตย์ขึ้น มาถึงเวลาเกิด =
๐๖.๑๔ น.>>>๐๐.๕๐ น. = ๑๘ ชั่วโมง ๓๒ นาที=๑๑๑๒ นาที


(๔) นำเอาผลลัพธ์ข้อ(๓) ลบ ข้อ (๒) คือ ๑๑๑๒-๓๖.๖๘= ๙๗๙.๓๒
ได้ผลลัพธ์ ข้อ(๔) คือ ๙๗๙.๓๒ นาที


(๕) นำเอา ๙๗๙.๓๒ ตั้ง

ลบ อันโตนาที  ราศีพิจิก    ๑๔๔
ลบ อันโตนาที  ราศีธนู      ๑๒๐
ลบ อันโตนาที  ราศีมกร     ๗๒
ลบ อันโตนาที  ราศีกุมภ์    ๙๖
ลบ อันโตนาที  ราศีมีน      ๑๒๐
ลบ อันโตนาที  ราศีเมษ     ๑๒๐
ลบ อันโตนาที  ราศีพฤษภ  ๙๖
ลบ อันโตนาที  ราศีเมถุน    ๗๒
ลบ อันโตนาที  ราศีกรกฎ    ๑๒๐

ได้ผล ลัพธ์ = ๑๑๙.๓๒


(๖) ราศีสิงห์ อันโตนาทีมี ๑๔๔ >>> ๑๑๙.๓๒ X ๓๐ ํ =๓๕๗.๙๖
นำเอา ๓๕๗.๙๖ หาร ๑๔๔ =๒๔.๘๖ >> >24 ํ 51 ลิปดา


(๗) นั่นคือ นายขยะ เกิด วันจันทร์ ที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๖
เวลา ตกฟาก ๐๐.๕๐ น. มีลัคนาสถิตราศีสิงห์ ที่ ๒๔ ํ ๕๑ ลิปดา
สถิตนวางค์อังคาร(พิจิก) มหัทธโนฤกษ์(ดาวบุรพผลคุณี) จักเป็นมหาโจรใหญ่  
ฉิบหายเพราะญาติพี่น้องแล...
(อาจมีคลาดเคลื่อนบางจุด  เพราะพิมพ์ลงแบบไม่มีการตรวจปรู๊พ  ผิดตกยกไว้)


สรุปคือดวงชาตา นายขยะ ที่เกิด เดือน พฤศจิกายน มีลัคนาสถิต ราศีสิงห์
มีดาวพฤหัสบดี(๕) โยคหลังราศีเมถุน  มีอังคารอยู่ราศีกันย์  มีดาวอาทิตย์ (๑)  พุธ (๔)  ศุกร์ (๖)  เสาร์ (๗)  
โยคหน้าจับกลุ่มสถิตราศีตุล  มีจันทร์สถิตต้นราศีธนู และราหูสถิตต้นราศีมกร
ได้เสาร์มหาอุจเป็นเสาร์วิทยาพิสิฐ เจ้าแห่งวิทยาการลี้ลับ
ได้ราหูมหาจักร บุญฤทธิ์สิทธิเดช โคตรโคตรมหาดื้อ...
เป็นดวงโยค ทีใครนักก็ยากจักทักทำนายได้...


Atthanij Pokkasap ถ่ายทอด การคำนวณวางลัคนาโหราศาสตร์ไทย
16:00 น. ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๑๑ อังคารที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๖





...ครับ...๐๖.๑๔ น.>>>๐๐.๕๐ น. = ๑๘ ชั่วโมง ๓๒ นาที=๑๑๑๒ นาที...ผมลองคำนวณดูมันน่าจะเป็น...
18 ชม. 36 นาที...รวม 1116 นาที หรือเปล่า???...
ครับ  เพราะผมเร่งแบบสดๆ  คิดว่าต้องมีที่ผิดแต่ก็พิมพ์ลงๆ งัย   ตามว่าเลยครับ..ก็ปรับไล่เป็นลูกระนาดใหม่ละกัน...เพราะถึงจะเพิ่มมาอีก ๔ นาที  มันก็คงไม่เคลื่อนออกจากนวางค์อังคารในราศีสิงห์ครับ..ผมเป็นมหาโจรทางปัญญา จริงๆ

...ถ้ามีภาพประกอบหรือถ่ายทอดเฉพาะหน้าเนี่ย ๑๕ นาทีก็จะเข้าใจได้ง่ายแต่อย่างที่บอก อุปกรณ์ผม ไม่พร้อมเลย...



...อย่าเอาโหราศาตร์ไทยไปมั่วกะโหราศาสตร์สากลหรือยูเรเนียนอะไรนั่น เพราะรากฐานโหราศาตร์ไทยพัฒนาไปจากท้องฟ้าในไตรภูมิ..ที่ไม่มีใครรู้จัก...ใครละเมิด ไม่ตายดี

...โหราศาสตร์ไดนามิคส์  ไม่ใช่โหราศาสตร์ สะแตติคส์
สัมพันธ์กับทักษา..ว่าด้วยเรื่องดาวเสวยอายุ และ ธาตุที่ประกอบขึ้นเป็นร่างกายตามเป็นจริง...




...ตรงอาทิตย์สถิตราศีตุลมันจะซ้อนสองความหมาย คือ
๑.ดาวอาทิตย์โคจรผ่านราศีตุล (ตามระยะเวลา ๑ เดือน )  มันไปแล้ว 23 ํ..
๒.โลกหมุนรอบตัวเองทำให้อาทิตย์ในรอบวัน ณ ราศีตุลมันเลื่อนไปแล้ว  ๑๓๑.๓๒ นาที
มันเป็น สองซ้อน...ครับ

...ระบบเวลามันซ้อนกัน...มีหลายระบบให้เราเปรียบเทียบ...ผมจำเป็นต้องสร้างความรู้สึกเปรียบเทียบขึ้นมาเพื่อให้เข้าใจมากกว่าขึ้นกว่าเดิมนะนี่...นี่แหละคือปัญหาล่ะ...เวลาสมผุสของดาวอาทิตย์ในปฏิทินของ อ.ทองเจือ อ่างแก้ว เป็น 6.00 น.  มีที่มาจากการคำนวณผ่านคัมภีร์สุริยยาตรที่เป็นหลักของโหราศาสตร์ไทยโดยตรง

...แค่ โครงสร้างการคำนวณเวลา  จะเห็นได้ว่า ปราชญ์โบราณ...
*เอาโลกเป็นศูนย์กลาง ของการสังเกตุการณ์* ครับ
ไม่ใช่เอาโลก  เป็นศูนย์กลางจักรวาลอย่างที่พวกไอ้บ้าก่อนหน้ามันกล่าวหา
นั่น..มันกล่าวหาตามความเข้าใจ(ไม่ถึง)ของมันเอง
หลักธรรมในพระพุทธศาสนาก็เจอการกล่าวหาแบบนี้เหมือนกัน
ขนาดสังเกตการณ์บนโลก  ยังเห็น ค่าสัมพัทธ์..ระหว่างการหมุนรอบตัวเอง
กับการหมุนรอบดวงอาทิตย์ ไปพร้อมกันด้วย
การหา "สมผุส" ดวงดาวในระบบสุริยจักรวาลเอง และ พิกัดสังเกตุ
การณ์ของผู้สังเกตเอง  ยังมีการคำนวณเลย..

...หลักการพิสูจน์พิกัดตนเองนี้ ไม่มีในวิทยาการทุกสาขาที่มีอยู่ตอนนี้..พวกมันเริ่มต้นด้วยการสมมติตัวเองทันทีว่า 
มันเป็นกลางเลย...นี่คือที่มาของความฉิบหายทั้งหมดในวันนี้ครับ..
วิชาการปัจจุบัน  มันโกหกตั้งแต่เริ่มต้น คือ พิสูจน์พิกัดความมีอยู่จริงในสังคมไม่ได้   
เมื่อวางแผนออกมา   มันจึงสร้างความฉิบหายต่อเนื่อง..

เท่ากับ..*วิทยาการโบราณมีลักษณะเป็นวิทยาศาสตร์สัมพัทธภาพ*
การกล่าวหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นเกิดจากความล้าหลังของพวกมัน นั่นเอง.




...จาก..วิธีการคำนวณหาลัคนา หรือพิกัดตำแหน่งเกิดของเจ้าชาตา
บนพื้นผิวโลก ของวิชา โหราศาสตร์ไทย
สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่า
มีการคำนวณ ระบบเวลาที่ ซ้อนกัน ๒ ระบบคือ..

๑. เวลาที่ โลกกำลังโคจร รอบดวงอาทิตย์โดยคำนวณจากการ
เคลื่อนผ่าน ๑๒ ราศี บนท้องฟ้า

๒. เวลาที่โลกกำลังหมุนรอบตัวเองโดย เคลื่อนพื้นผิวโลกผ่าน ๑๒ ราศี บนท้องฟ้า
เป็นหลักการคำนวณ แบบ *วิทยาศาสตร์สัมพัทธภาพ* แห่งคริสตศตวรรษที่ 20 ครับ

ในขณะที่ วิทยาการปัจจุบันที่แอบอ้างหลักการทางวิทยาศาสตร์
ไม่มีทฤษฎีพิสูจน์พิกัดตัวเองในสังคมโลก ครับ
เริ่มต้นด้วยการสมมตินักวิชาการผู้สังเกตการณ์ เป็นกลางเอาเองเลย...
แผนงานทางวิชาการที่ออกมามันจึงลวงโลกตั้งแต่แรก
สะสมสร้างปัญหาให้กับสังคมของมนุษย์มาอย่างต่อเนื่อง
เป็นศาสตร์เพื่อการล่มสลายของสังคมมนุษย์โดยแท้...
เราจึงได้เห็น ดร. ผศ. ศจ....ที่พูดอะไรออกมาแบบโง่ๆอย่าง
ไม่น่าเชื่อว่าเป็นคำพูดออกมาจากมนุษย์ที่มีการศึกษา
เต็มสังคมมนุษย์วันนี้มากขึ้นๆ....อาเมน!

...ระบบการศึกษาที่ถ่อยและเสื่อมถอย....เกิดจากบุคคลเพิ่มความโง่ด้วยหลักการวิทยาศาสตร์ที่ล้าหลัง...




                                                                                                   ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

  


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap