Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label อินทรียสังวร. Show all posts
Showing posts with label อินทรียสังวร. Show all posts

Thursday, December 20, 2018

สันโดษ ของคนจน คือการมีปัญญา ประยุกต์สิ่งที่มีอยู่แล้วรอบๆตัวให้เกิดคุณค่า และประสิทธิภาพสูงสุดกับชีวิตประจำวัน




Atthanij Pokkasap  



สันโดษ ของคนจน


คือการมีปัญญา ประยุกต์สิ่งที่มีอยู่แล้วรอบๆตัวให้เกิดคุณค่า และประสิทธิภาพสูงสุดกับชีวิตประจำวัน

(ขยายความจาก สันโดษของพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ท่านให้ครองครองเพียง ไตรจีวรและบาตร 

แล้วทำให้เกิดคุณค่า กับประสิทธิภาพสูงสุดต่อทุกๆชีวิต ในชีวิตประจำวันของท่าน...ใน 

"คณกโมคคัลลานสูตร"...มัชฌิมปัณณาสก์ มัชฌิมนิกาย พระไตรปิฎก เล่ม ๑๔/๔๕... สันโดษ เป็นธรรมปฏิบัติสูงกว่าศีล 

และศีล อยู่สูงกว่า "ศรัทธา" ซึ่งหากไม่มีสันโดษ การสำรวมอินทรีย์..หรืออินทรียสังวร ก็ยากที่จะเกิดขึ้นได้)





Panu Wongpanuvut    แม้แต่สัตว์ก็มีความสันโดษตามสัญชาตญาณ 

Nuntachaborn Ramayasmita    สุดยอด

Monday, December 17, 2018

"สนฺตุฏฐี ปรมํ ธนํ (Santutthi paramam dhanam)" = ความสันโดษฐ์ เป็นทรัพย์อันยิ่ง






อีกครั้ง...กับ...

ศาสตร์แห่งการแสวงหาที่สุดแห่งทรัพย์

"สนฺตุฏฐี ปรมํ ธนํ (Santutthi paramam dhanam)"

...ความสันโดษฐ์ เป็นทรัพย์อันยิ่ง

ไม่ต้องไปขอจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆเลย






Yutthana Sirisilp    อยากมีทรัพย์....มั่ง



Atthanij Pokkasap  เคารพ อ่อนน้อมต่อการให้(ทาน) ต่อการถือ(ศีล)ของตนให้อ่อนโยนลึกสุดความรู้สึกได้เมื่อไหร่...ทรัพย์สมปรารถนามาเองตอนนั้นครับ


Panu Wongpanuvut    งั้นผมมักน้อยละ รู้ศักยภาพตัวเอง 

   ชีวเตวาปิ สปฺปญฺโญ อปิ วิตฺตปริกฺขยา
   ปญฺญาย จ อลาเภน วิตฺตวาปิ น ชีวติ
   ถึงสิ้นทรัพย์ ผู้มีปัญญาก็เป็นอยู่ได้
   แต่อับปัญญา แม้มีทรัพย์ ก็เป็นอยู่ไม่ได้


Takeda Kosae    จิตจะสงบระงับ มาจากกายที่สงบระงับ กายที่สงบระงับมาจากลมหายใจเข้า ออกสุดตามสรีระแท้ นุ่มลึกแผ่วเบา ลำดับดังนี้รึป่าวคับ
จิตที่กำลังพูดถึงในหัวข้อสนทนานี้คือจิตที่มาจากกายสังเคราะห์จิตใช่มั้ยครับอาจาร์ย



Atthanij Pokkasap  เราต้องเจอจิตที่เกิดจากกายสังเคราะห์(พวกจักขุวิญญาณ
โสตวิญญาณ...ฯลฯ ก่อน และการมิกซ์เข้ามาของจิตที่สังเคราะห์กาย เป็น "มโนวิญญาณ"...ที่เราดับตามคำสอนพระพุทธองค์..คือมโนวิญญาณ..)แต่...อานาปานสติ..จะทำให้เราเข้าพบ...มโนธาตุ..ตัวกำเนิด มโนวิญญาณได้เลย โดยผ่านกองลมทั้งหก การควบคุมกองลมได้ คือ
การพรากกายออกจากจิต และพรากจิตออกจากกาย ครับ


Atthanij Pokkasap  ที่เราฝึก..คือ การดัดสันดาน(พฤติ)ของพวก จักขุวิญญาณ...ฯลฯ เพื่อให้ "มโนวิญญาณ" หยุดพร่านตามใจกิเลส...ทำให้มโนวิญญาณ มีกำลังบริสุทธิ์..ให้ กำลังมาเติมเต็มความปรารถนา...โดยกลายเป็นจิตที่..(กำลังถูกฝึก)ให้ดีแล้วงัยครับ


Atthanij Pokkasap  ความลับที่อยู่เบื้องหลัง...การสำรวมอินทรีย์(อินทรียสังวร)...ทำให้เห็นเป็นรูปธรรมต่อมาคือ...อยากอาหารน้อยลง(โภชเนมัตตัญญุตา)....ครับ
ส่วนล่างของฟอร์ม



Thursday, December 29, 2016

4.Breaking Dharma PART 4





Breaking Dharma PART 4...!!!
....


ขั้นตอน ปฏิบัติการโยคะ (สจิตฺตปริโยทปนํ) ของพระพุทธศาสนา ;


ขั้นที่ ๑. ต้องมีความเชื่อ เคารพ ต่อประสบการณ์การค้นพบทั้งหลายของ
พระพุทธศาสนา (***สัทธา, ศรัทธา***)


ขั้นที่ ๒. ต้องสมาทาน รับ และ/หรือเรียนรู้ **ศีล**
ตามเหมาะสมแก่ธรรมในหน้าที่ขณะนั้น  ทั่วไปหมายถึง ศีล ๕  ศีล ๘   
ทั่วไปแก่ธรรมในหน้าที่  หมายถึง..

โลกาธิปไตยศีล (ความดี ตามจารีต ระเบียบสังคมที่ตนอยู่)
อัตตาธิปไตยศีล (ความดี ตามหน้าที่ที่ตนยึดมั่นถือมั่นในสังคมส่วนตน)  และ
ธรรมาธิปไตยศีล (ความดี หน้าที่ปกติที่แยกแยะได้ด้วยปัญญาเฉพาะตนแล้วกลมกลืนกับหลักธรรมในพระศาสนา)


ขั้นที่ ๓. ต้องศึกษาและพัฒนาสถานภาพตนให้ดำรงอยู่ในความ **สันโดษ **
หมายถึง  พอใจในสิ่งที่มี และสามารถสร้างปัญญานำสิ่งที่มีมาสร้างให้เกิดประโยชน์สูงสุด  ทั้งแก่ตนและสังคมส่วนตนได้


ขั้นที่ ๔. เรียกว่า*** อินทรียสังวร***
หมายถึง  การฝึกความรู้สึกตัว อยู่กับ อิริยาบถการเคลื่อนไหวต่างๆของร่างกาย   ตลอดจนรับรู้ เหตุการณ์ต่างๆรอบตัวด้วยความตั้งใจและระมัดระวัง

ที่สุดของอินทรียสังวร   หรือที่แปลกันทั่วไปว่า การสำรวมอินทรีย์   คือความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนที่สามารถสัมผัสถึง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเคมีชีวภาพ (Vibrations) ในกระบวนการทำงานของระบบ อายตนะประสาท ทั้ง ๖ ได้อย่างอ่อนๆ


ขั้นที่ ๕. เรียกว่า***โภชเนมัตตัญญุตา***
หมายถึง  การควบคุมอาหารที่รับประทานในแต่ละมื้อ  ของแต่ละวัน (Dietary)   ให้มีการนำพลังงานไปใช้ที่สัมพันธ์กับการการสร้างพลังงานในสัมผัสของอายตนะประสาททั้ง ๖ ระบบ โดยสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพที่สุด

ตามการค้นพบของพระพุทธศาสนา  หมายถึง การรับประทานอาหารมื้อเดียวต่อวันในขณะหวังผลในการฝึกจิต   ที่ประกอบด้วยการย่อยของกระเพาะอาหารที่มีประสิทธิภาพ (ไม่เหลือกาก)  เพราะกากที่เหลือในลำไส้เล็กก็ดี  ลำไส้ใหญ่ก็ดี..จะไปหน่วงเลือดลงอวัยวะเบื้องต่ำ  เป็นที่มาของความกำหนัดในกามคุณ ๕

จึงมีคำสอนยืนยันการค้นพบไว้ว่า..

ชื่อว่าอาหารอันเป็นคำหยาบ  ต้องเคี้ยวแล้วกลืนกิน (กวฬิงการาหาร) ย่อมเป็นไปเพื่อกามคุณ ๕
อาหารดับ = กามคุณ ๕ ดับ
กามคุณ ๕ ดับ = ย่อมได้สมาธิ  คือ ฌาน
(นปหาย  มุนิ  กาเม..มุนีผู้ประหารกามไม่ได้    เนกฺกตฺตมุปปชฺชติ...ย่อมเข้าฌานไม่ได้)

การที่จะทำประสบความสำเร็จในการรับประทานอาหารมื้อเดียวอย่างมีประสิทธิภาพ   อยู่ที่การจัดระเบียบลมหายที่สม่ำเสมอ  ลึก  ยาวมั่นคงต่อเนื่อง    ทำให้ร่างกายมีการนำออกซิเจนจากอากาศที่หายใจเข้าไป    ไปใช้เพื่อการเผาผลาญภายใน (Metabolism) อย่างมีประสิทธิภาพ


ขั้นที่ ๖. เรียกว่า ***ชาคริยานุโยค***
หมายถึง  การประกอบด้วยการตื่น (ให้มาก)  คือ ควบคุมการนอนให้สม่ำเสมอที่ เวลา 22.00 น ถึง 02.00 น. ต่อวัน
แต่ในสายฝึกหนักแบบทุ่มเทหวังผล   จะถือการนั่งเป็นวัตร ไม่หลับ (เนสัชชิกังคธุดงค์)

การกำหนดการตื่น (แบบผ่อนคลาย ไม่เพ่ง) ต่อเนื่อง  จะเข้มแข็งเป็นระเบียบสม่ำเสมอหวังผลได้นั้น  ก็เช่นเดียววิธีการในขั้นตอน***โภชเนมัตตัญญุตา***    คือ จะมั่นคงสำเร็จขั้นนี้ได้  ต้องอาศัยลมหายใจที่เป็นระเบียบ ลุ่มลึกดีแล้วเท่านั้น    จึงจะทำให้การตื่นตัวแบบไม่ทรมานตนเอง...พัฒนาไปด้วยดี

เหตุผลสำคัญที่ท่านให้ฝึก ชาคริยานุโยค  ก็เพื่อจะได้ให้จิตใต้สำนึก หรือจิตที่ทำงานตอนกลางคืน กลมกลืนเป็นเอกภาพกับจิตที่ทำงานตอนกลางวัน  จิตที่มีเวลาต่างกันนี้เมื่อกลมกลืนเป็นเอกภาพ
ผู้ปฏิบัติจะเริ่มสัมผัส...แสงสว่างตามธรรมชาติของจิต (จิตเดิมแท้ นี้เป็นปภัสสร แต่เศร้าหมองด้วยอุปกิเลส ที่จรมา)

ไม่ใช่ไปกำหนดแสงสว่างมาบังคับจิต อย่างที่สอนที่ทำๆกันโดยทั่วไปซึ่งปราศจากขั้นตอน ไม่ใช่
คำสอนในพระพุทธศาสนา...


ขั้นตอนที่ ๗. ***โยนิโสมนสิการ***
แปลแบบปริยัติทั่วไปว่า   การคิดโดยแยบคาย    แต่เมื่อพิจารณาตามขั้นตอนที่มาจนถึงโยนิโสมนสิการจริงๆแล้วไม่ใช่    การแปลนั้นเป็นการแปลตามศัพท์ของผู้ไม่มีความรู้ในขั้นตอนการปฏิบัติเลย...

โยนิโสมนสิการ ณ ที่นี้  จะคล้าย "พาหุสัจจะ" และ "พหูสูตร"   คือต้องเรียนรู้ธรรมแห่งการค้นพบในประสบการณ์การค้นพบของพระพุทธศาสนามาอย่างกว้างขวางและละเอียดลึกซึ้ง  แล้วแยกแยะวิเคราะห์ออกมา  นำมาใช้ให้เหมาะสมกับประสบการณ์เฉพาะตนของแต่ละบุคคลตามความเหมาะสมตามธรรม  ตามกาลและตามเวลา


ขั้นตอนที่ ๘. ***วิเวก***
หมายถึง "สงัด"  เป็นขั้นตอนพัฒนาจิตที่ฝึกมาตามลำดับไปสู่ความสงัด  คือ สงัดจากกามคุณ ๕ อย่างเด็ดขาด   เป็นที่มาของการได้..ฌานตามมาตรฐานของสัมมาสมาธิ
  
เนื่องมาจากประสบการณ์ในขั้นก่อนหน้าที่สัมผัสแสงสว่างตามธรรมชาติของจิตที่ถูกแยกและตัดตอนออกจากการเข้าร่วมผสมกับพลังงานคลื่นในระบบอายตนะประสาทส่วนต่างๆ    แสงสว่างตามธรรมชาติของจิตจะนำไปสู่การสัมผัสเห็นมิติที่ซับซ้อนเข้าไปในโลกแห่งกาลเวลาและการเคลื่อนไหวของรูปภาวะทั้งหลาย....ที่เหตุการณ์เหล่านั้นต้องมาเป็นเรื่องปรัมปราแล้วถูกนำมาเล่านำมาถ่ายทอดอย่างสับสนจนกระทั่งจับต้นชนปลายไม่ถูกในปัจจุบัน

สัมมาสมาธิ  คือ ปฐมฌาน (ฌาน ๑), ทุติยฌาน (ฌาน ๒), ติตยฌาน (ฌาน ๓) และ จตุตถฌาน (ฌาน ๔)..ที่เป็นฐานรองรับ วิชา ๓ (เตวิชชา) ปฏิสัมภิทามรรค ๔ และ อภิญญา ๖   ตลอดจน วิชชา ๘   เป็นพัฒนาการสัมผัสเห็นของจิตในระดับนี้   โดยเข้าผสมกับ "อาโลกสัญญา (แสงสว่าง)" และ/ หรือ "อธิษฐานทิวาสัญญา (แสงสว่างของจิตกลางวัน)"

ลำดับหัวขอปฏิบัติธรรมฝึกจิต  จาก คณกโมคคัลลานสูตร ข้อ(๙๔)  หมวด อุปริปัณณาสก์  มัชฌิมนิกาย   ไตรปิฎก เล่ม ๑๔/๔๕
ขยายความโดยประสบการณ์เฉพาะตน ของ Atthanij Pokkasap

ขอความเข้าใจ ธรรม ที่เป็นไปเพื่อความเคารพอย่างสูงส่ง ต่อพระสัมธรรม  ไม่ใช่พูดเองรู้เองโดย
ไม่สนใจต่อหลักการในคัมภีร์...ได้โปรด ประสิทธิ์ มงคล และความสวัสดีอันสูงส่งแก่ทุกท่านที่สนใจด้วย เทอญ.




...อาเทสนาปาฏิหาริย์ คือ  พระพุทธวจนะตรัสแสดงถึงขั้นตอนกันทำปาฏิหาริย์แห่งจิตที่ฝึกให้ได้ดีแล้วอย่างมีลำดับขั้นตอน...ไม่ใช่คำเทศนาที่เป็นปาฏิหาริย์ตามการแปลแบบปริยัติทั่วไป...ขอบิณฑบาตร  เข้าใจให้ถูกต้องชัดเจนด้วย...ได้เวลาทำนาและขับรถศึกแห่งธรรมกันแล้ว...

กลับไปดูอริยมรรคองค์ ๘ ครับ   อันแรกเลย  คือ สัมมาทิฏฐิ!!!   คนมีศรัทธา ได้สัมมาทิฏฐิ ไปแล้วมากน้อย   ที่วิจารณ์กันเป็นเรื่องของพวก..หลงทาง ครับ

รากฐานข้อมูลที่ผมต้องเชื่อมโยงตามกฏ พุทธคุณ ธรรมคุณ และสังฆคุณ...ตลอดเวลา   
จึงกล้าคิด  กล้าทำและกล้าท้าพิสูจน์...ตรรกะของพระพุทธศาสนา   ท่านเชื่อมโยงถักซ้อนยันกันไว้หลายชั้นมาก...เป็นเรื่องของสติปัญญาสุดๆ....

ในแง่ของอธิปไตย ๓  ผมเข้าถึงหน้าที่อัตตาธิปไตยศีลและหน้าที่ตามธรรมในธรรมาธิปไตยศีลแล้ว ต้องลงมาทำหน้าที่รักษาขอบเขตของโลกาธิปไตยศีลด้วย

...พระอรหันต์หลายองค์อย่างเช่นท่านพระอุปคุต  ที่ต้องถูกปรับอาบัติ    ก็เพราะไม่มาทำหน้าที่สอดส่องขอบเขตของโลกาธิปไตยศีล ครับ.




                                                                                                  ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
  

* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap