Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label สมาธิ. Show all posts
Showing posts with label สมาธิ. Show all posts

Thursday, November 14, 2024

Wednesday, July 13, 2022

the Dharma prayer "Dhammachakkapavattana Sutta" on on Asalha Puja Day




    Asalha Puja Day


ตอน
มาพิสูจน์การสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้าชีวะสูรย์จันทร์ กัน!!!
เท็คนิคกระโดดกักลมอัสมิตา
คือ เท็คนิคการเข้าถึงประสิทธิภาพที่แท้จริงของปอด ในการผลิต Oxigen จากลมหายใจไปเป็น Oxigen ion แล้วเป็น โอโซนที่ไม่เสถียร .. Unstable Ozone และที่สุดเป็น โอโซนผกผัน .. Variant Ozone ป้อนให้กับเซลล์เม็ดเลือดแดงใหม่ ก่อนเข้าสู่ ระบบไหลเวียนของเลือดที่ หัวใจ


การกระโดด ณ อัตรา :-

30/30 ให้กำลังการผลิต Oxigen ion ที่ปอด ป้อนให้กับเซลล์เม็ดเลือดใหม่เพื่อจับคู่กับ DiFerrous ที่เซลล์เม็ดเลือดใหม่นำมาจากลำไส้เล็กขณะแวะเดิมคอเลสเตอรอลสองตัวที่ถุงน้ำดีอย่างแข็งแรง เพียงพอต่อการสลายค่ากลายพันธุ์ของ โปรตีนแห่งเชาว์ปัญญา ที่เป็นโครงสร้างของ RNA. อย่างสบายๆ
ตะกร้าธาตุเหล็ก DiFerrous ..คือเหล็กโมเลกุลสองตัว เพื่อจับกับ Oxigen ion ซึ่งเป็น อ็อกซิเจนประสิทธิภาพสูงประกอบด้วยโมเลกุลสามตัว โดยอีกตัวหนึ่งทำหน้าที่เป็นประจุ ที่สัมพันธ์กับคอเลสเตอรอลสองค่า กระบวนการตะกร้าเดินทางนี้ ไม่ใช่สนิมเหล็ก Ferrous Dioxide อย่างความเข้าใจทั่วๆไปแต่อย่างใด จึงตอบโจทย์ตำนานของช่างตีถลุงเหล็กตีดาบ หล่อระฆังโบราณได้ว่า เหตุใดต้องใช้เลือดบริสุทธิ์ของมนุษย์ลงไปร่วมหล่อร่วมตีด้วย จนเกิดเป็นศัสตราวุธไร้สนิม และระฆังไร้สนิมใดๆที่ให้เสียงเสนาะกังวานอย่างลี้ลับได้

60/60 ให้กำลังการผลิต Oxigen ion เข้มข้นขึ้น เป็น Unstable Ozone ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงใหม่ มีสีส้มใส และมีประสิทธิภาพบำบัดโรคเรื้อรังหลายชนิดได้ ผู้ฝึก ณ อัตรานี้ประจำ จะแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย ผิวพรรณผ่องใส

80/80 , 100/100
ให้กำลังผลิต Oxigen ion ที่เข้มข้นขึ้นๆไปอีก เป็น Variant Ozone ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงใหม่ มีสีส้มใสและจางกว่า ระดับ 60/60 แต่มีประกายมันวาวกว่าด้วยพลาสม่าเทียมเลือดจากเซลล์เม็ดเลือดขาว จากระบบน้ำเหลืองเริ่มเข้ามาเคลือบร่วมด้วย ผู้ฝึกประจำ จะมีผิวกายที่ละเอียดเนียนลื่น ผ่องใส เนื้อแน่น ทรงพลังกว่าปกติทั่วไปมาก

120 +/120 +
อัตรานี้ คือที่มาของ Oxigen ion ที่ก่อตัวเป็น Variant Ozoe อย่างเข้มข้น จนเกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าชีวะสูรย์จันทร์ ในบันทึกวิชานวดแผนโบราณของไทย และเป็น สุรยะอาภา- จันทระอาภา ตาม ชาฏกคาถา ผู้ฝึกประจำจะมีคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้าชีวะที่เข้มข้นรุนแรงจนสามารถรบกวนคลื่นมือถือ คลื่นในวงจรแม่เหล็กไฟฟ้าของอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งอยู่ห่าง ไม่เกิน 1.5 เมตร ให้รวนดับ หรือช็อร์ตไหม้เสียหายได้

นี้..เป็นระดับประสิทธิภาพขั้นสูงของภาคการหายใจภายนอก ที่นับจากปลายจมูก ผ่านหลอดลม ไปสิ้นสุดที่ท่อไซโคลตรอนของเซลล์ถุงลม ซึ่งมีระยะทางถึง 2,400 กิโลเมตรในปอด
และมีกำลังเพียงพอที่จะนำสติไปสู่กระบวนการหายใจภายในเซลล์ หรือที่มหาภูต๔ ของพระพุทธศาสนาเรียกว่า #เตโชธาตุ๔
นำไปสู่การพบอินทรีย์แห่งความทรงจำ ที่พระพุทธศาสนาเรียกว่า #สัญญา หมวดต่างๆ กลุ่มต่างๆ ซึ่งก็คือที่ปัจจุบันเรียกว่า DNA. โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำหน้าที่ืควบคุม เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ สังเคราะห์อาหารในลำไส้เล็กให้เป็นธาตุเชิงเดี่ยว สังเคราะห์ธาตุเชิงเดี่ยวและสารประกอบจากเยื่อและไขกระดูก ให้มาเป็นเซลล์เม็ดเลือดแดง โดยการใช้

ประธานกลุ่ม ที่ควบคุมกระบวนการทำหน้าที่หน้าเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ภายในเซลล์นี้แหละ คือ
และเป็นที่ตั้งของ #อภิญญามาโดยมรรค สูงสุดเป็น วิชชา๘ อภิญญา๖ วิชชา๓ ตามที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสถึงและทรงเปิดเผยเป็น
อาทิกัลยาณัง
มัชเฌกัลยาณัง
ปริโยสานกัลยาณัง
ไว้ดีแล้ว !!!


Sunday, May 8, 2022

THE SECRET OF TANTRA BUDDHISM MEDITATION

  

เคล็ดลับสมาธิ...

<THE SECRET OF TANTRA BUDDHISM MEDITATION>

Breaking Dharma PART 19 ..!!!
ตอบ คุณ Pee Yakkhanugann...
เรื่อง สายปฏิบัติการโยคะของพระพุทธศาสนา ครับ.
จากขั้นตอนการฝึก ใน ข้อ (๙๔) คณกโมคคัลลานสูตร อุปริปัณณาสก์ มัชฌิมนิกาย พระไตรปิฎก เล่ม ๑๔/๔๕ ท่านลำดับ ไว้อย่างนี่....
๏ สัทธา > ศีล > สันโดษ > อินทรียสังวร > โภชเนมัตตัญญุตา > ชาคริยานุโยค
> โยนิโสมนสิการ > วิเวก ฯ๛
ตอบว่า สายปฏิบัติการนั้น ไปแยก ที่ระดับ * โยนิโสมนสิการ * ครับ !!!
(นิพพานที่เป็นสมาบัตินิโรธ มี ๔ ระดับ สมาบัติ ;
๑.เนกขัมมสุขสมาบัติ (ดับวิญญาณ ที่ ฌาน ๑)
๒.วิเวกสุขสมาบัติ (ดับวิญญาณ ที่ ฌาน ๒ ที่มาของ เจ้าแม่กวนอิม,พระอวโลกิเตศวร ฯลฯ)
๓.สมาธิสุขสมาบัติ (ดับวิญญาณที่ ฌาน ๓)
๔.สัมโพธิสุขสมาบัติ (ดับวิญญาณที่ ฌาน ๔)
(ระดับ นิโรธสมาบัติ ๑. ถึง ๓. นั้น เป็นของ เหล่า อนาคามี)
๏ ปฏิบัติการตอน อินทรียสังวร ที่แปลกันทั่วไปว่า สำรวมอินทรีย์นั้น คือการฝึกแยก กลุ่มคลื่นอายตนะทั้ง ทั้ง ๕ ออกจาก การเข้ามา มิกซ์ ของคลื่นอายตนะที่ ๖ (ที่มาของ เห็น สักแต่ว่าเห็น...แต่ยังควบคุมคลื่นVibrations ของอายตนะไม่ได้ ต้องไปจัดระเบียบลมหายใจก่อน)ฯ๛
๏ โภชเนมัตตัญญุตา นั้น จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่จัดลมหายใจให้เป็นระเบียบ คือ ลึก ยาว หยาบ(การหายใจปกติ ถือว่า หยาบมาก) แต่สม่ำเสมอ
...เมื่อสามารถจัดระเบียบลมหายใจหยาบปกติให้ยาวสม่ำเสมอได้ ระบบการย่อยอาหาร และการทำงานของล่ำไส้ ย่อมมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ครับ.๚๛
(ลมหายใจอย่าไปกำหนดอุปาทานว่า จะต้องหายใจลึก เท่านั้นเท่านี้ เพราะ ลมหายใจหยาบ จะมีที่สุดระดับหนึ่ง ลมหายใจที่ละเอียดขึ้นมาก็จะมีที่สุดของความลึกอีกระดับหนึ่ง เป็นระดับความลึกที่สัมพันธ์กับระดับความละเอียด ครับ...การไปกำหนด ก็คือ การสร้างอุปาทาน...หลอกตัวเองตั้งแต่เริ่มต้น...บ้าครับ!!!)
๏ ชาคริยานุโยค ที่หมายถึง การประกอบการตื่นให้มาก คือ นอนเพียง ไม่เกินวันละ ๔ ชม.( ๒๒๐๐ น.-๐๒๐๐ น) จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อ ลมหายใจเป็นระเบียบ คือ ลึก ยาว ละเอียดปานกลาง คือ อย่างน้อยก็ละเอียดกว่าขั้นแรกๆขึ้นมา(อันที่เราจะสามารถทำให้ละเอียดที่สุดขณะปัจจุบันน่ะล่ะครับ...แต่ยังไม่ใช่ละเอียดสุดท้าย...เรายังจะต้องพัฒนาต่อไป..)
คำอธิบาย คือ ลมหายใจที่ละเอียด ลึก ดึงอากาศที่มีออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายเพิมขึ้น ในปริมาณอย่างน้อย ก็เท่ากับที่เราเคยใช้พลังงาน "มากที่สุด "ในตอนตื่นทำกิจกรรมต่างๆ ประจำวัน แต่เมื่อลมหายใจละเอียดมากๆ ออกวิเจนจะถูกดึงไปใช้มายมายกว่าหายใจหยาบหลายๆเท่าทำให้ร่างกายตื่นตัวกระฉับกระเฉง...แทบไม่ต้องหลับนอนก็อยู่ได้....๚๛
๏ ก่อนสิ้นสุด ชาคริยานุโยค ไปสู่ สัมมาสมาธิ(ปฐมฌาน > จตุตถฌาน) เป็นเรื่องของการเฟ้นหาเทคนิคเฉพาะตัว ตามวาสนาที่สั่งสมมา เป็นที่มาของการเกิดสายปฏิบัติการ(นิกาย) มีเหตุ ดังนี้ ๚๛
๏ จิตมั่นคงดี ใน "วัตถุ" ใด สติย่อมปรากฏดีใน "วัตถุ" นั้น๚๛
๏...สติ ปรากฏดีใน "วัตถุ" ใด จิตย่อมมั่นคงดีใน "วัตถุ" นั้น ๚๛
๏ ลมหายใจเข้า+ลมหายใจออก ชื่อว่า "วัตถุ" เป็น "กายสังขาร" ๚๛
๏ จับใจความวรรคนี้ให้ดีๆ นะครับ...
" สติ สัมพันธ์กับ จิต ดังนี้ ชื่อว่า "รู้เนื่องด้วยกาย(กายานุปัสสนา)"
จาก ข้อ( ๓๘๘ ) มหานิทเทส ขุททกนิกาย พระไตรปิฎก เล่ม ๒๙/๔๕ ๚๛
๏ หมายความว่า ถ้ายังเชื่อมโยง สติ ให้กับกับ จิต อย่างมั่นคง ไม่ได้ คุณไม่มีโอกาสเกิด "ความรู้" ได้เลย และ...
วัตถุ ที่เป็นตัวเชื่อมโยง สติกับ จิต ก็คือ "ลมหายใจเข้า+ลมหายใจออก" ครับ ๚๛
๏ พวกที่สอนกันทุกวันนี้ เหยียบข้าม วัตถุเชื่อมโยง ทั้งหมดทุกสำนักครับ!!!
เริ่มต้นก็บังคับจิตกันให้รู้...เห็นมั้ยครับ อุปาทาน บ้าๆ ทั้งนั้น...๚๛
๏ และ...สำคัญมาก ความลึก ของลมหายใจนั้น ตัวกำหนด คือ ความละเอียด ครับ ยิ่งละเอียดเท่าใดก็ยิ่งลึกเท่านั้น...จะมากำหนดเองแบบลุแก่อำนาจอย่างที่สอนกันทั่วไปไม่ได้ครับ... กำหนดเอาเองอย่างนั้นโรคเรื้อรังสารพัดถามหาในบั้นปลาย ไม่มีใครตายดีครับ. เพราะ...บทสักกัตวา ท่านแสดงไว้ชัดเจน ว่า
๏ สักกัตวา สังฆรัตนัง โอสถัง อุตตมัง วรัง ...พระสงฆ์ คือ ยาอันประเสริฐสูงสุด ๚๛
๏ อาหุเนยยัง ปาหุเนยยัง สังฆเตเชนะ...ด้วยเดชแห่งการถึงสงฆ์ผู้เป็น ผู้ควรกราบไหว้ ผู้ควรเข้าใกล้ชิด
โสตถินา นัสสันตุปปทวา ขอความสวัสดี ขอความปราศจากไปจาก..๚๛
๏ สัพเพ โรคา วูปสเมนตุ เต...โรคทั้งหมาย พึงมีแก่ ท่านทั้งหลาย๚๛
๏ สรุป คือ ถึงพุทธ หมด ทุกข์ ถึงธรรม หมดภัย และ ถึงสงฆ์หมดโรค ครับ
แล้วพระสงฆ์ป่วยเป็นสารพัดโรคก่อนตาย คืออะไร? ...ผู้ทำลาย บทสวดบทนี้นะสิครับ ๚๛
๏ ขอความเจริญในอริยธรรมตามเป็นจริง จงมีแก่ท่านผู้สนใจและไต่ถามมา ทั้งอยากรู้ได้อ่านตาม ทั่วหน้ากัน เทอญ ๚๛

Atthanij Pokkasap
๙.๒๐ น. วัน พุธ ที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๖

Friday, February 25, 2022

จุดประสงค์ในการฝึกสมาธิตามคำสอนของพระพุทธศาสนา

 


#จุดประสงค์ในการฝึกสมาธิตามคำสอน
#ของพระพุทธศาสนา :-
๑. สมาธิภาวนานี้ อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไป
๒. สมาธิภาวนานี้ อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไป
๓. สมาธิภาวนานี้ อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไป
๔. สมาธิภาวนานี้ อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย้อมเป็นไป
ที่มา
ข้อ (๔๑) #สมาธิสูตร
ว่าด้วยสมาธิภาวนา ๔ ประการ
โรหิตัสสวรรค จตุกกนิบาต
อังคุตตรนิกาย
พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ เล่ม ๒๑/๔๕


อรรถาธิบาย :-

ข้อที่ ๑.-๒.
เพื่อความอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน หมายถึง ที่สุดของรูปฌานทั้ง ๔ ขั้น เป็นสมาบัติ ๔ ระดับของ #สัมมาสมาธิ

ฌานขั้นที่ ๑ ปฐมฌาน มีสมาบัติชื่อ
#เนกขัมมสุข สุขเกิดจาการหลีกเร้นกาม หรือ เหนือการครอบงำของประสบการณ์ทางอายตนประสาท( #ปสาทรูป)
มีปรากฏการณ์มหาชีวิต ชื่อ

ฌานขั้นที่ ๒ ทุติยฌาน มีสมาบัติชื่อ
#วิเวกสุข สุขเกิดจากความสงัด หรือ ประสบการณ์ทางอายตนประสาท (ปสาทรูป)ที่รองรับกามคุณ ๕ นิ่งสนิท
(ปรากฏการณ์สูรย์จันทร์ดับวิตกวิจาร)
มีปรากฏการณ์มหาชีวิต ชื่อ

ฌานขั้นที่ ๓ ตติยฌาน มีสมาบัติ ชื่อ
#สมาธิสุข สุขเกิดแต่สมาธิ
สมาธิชั้นนี้ ท่านใช้เป็นบาทฐานรองรับ อรูปฌาน๔ เพื่อการเข้า
ป้องกันและบำบัดภัยมนุษย์ สัตว์ ธรรมชาติหลายระดับ
มีปรากฏการณ์มหาชีวิต ชื่อ

ฌานขั้นที่ ๔ จตุตถฌาน มีสมาบัติ ชื่อ
#สัมโพธิสุข สุขเกิดแต่การรู้แจ้ง
มีเท็คนิคเกี่ยวพันกับจุดประสงค์ข้อที่๒ คือการเข้าถึง #ญาณทัสสนะในสรรพวิทยาการอันเลิศทั้งหลาย #ตามเป็นจริงเหนือขอบเขตอายตนประสาท
เท็คนิคนี้ เป็นเนื้อหาเดียวกับ เท็คนิคการฝึกอบรม #อิทธิบาท ๔ ภาวนา ที่ว่า
โดยการมนสิการถึง #อาโลกสัญญา หรือ #อธิษฐานทิวาสัญญา แสงสว่างเหนือข้อมูลประสบการณ์ของระบบอายตนะประสาท คือ..การเข้าถึงโหมดแสงสว่างในตัวเองของ ดีเอ็นเอ.ที่ควบคุมเตาปฏิกรณ์ปรมาณู สังเคราะห์อาหารเป็นธาตุ สังเคราะห์ธาตุเป็นโปรตีนเนื้อเยื่อ ในกระบวนการหายใจภายใน หรือ เตโชธาตุ ๔
จตุตถฌาน มีปรากฏการณ์มหาชีวิต ชื่อ

*หมายเหตุ
ฌานที่ทำให้ได้เผชิญหน้ามหาชีวิตแห่งรูปพรหม เป็นกลุ่มฌานสาย...
"อารมณูปนิชฌาน"
และ..ฌานที่ทำให้บรรลุการพิสูจน์ให้สิ้นไปในอาวะแห่งขันธ์ ๕ โดยตรง เป็นกลุ่มฌานสาย...
"ลักขณูปนิชฌาน"


ข้อที่ ๓
เพื่อสติสัมปชัญญะ คือการเข้าถึง #องค์ประกอบ๒ประการแห่งจิตสังขาร คือ เวทนา และสัญญา...เป็นข้อมูลใน ธนาคารทรงจำ ..Engram Bank ที่ ดีเอ็นเอ.บันทึกทั้งหมดไว้ภายในเซลล์ทุกเซลล์ ที่ประกอบเป็นร่างกายและจิตใจเป็นๆของมนุษย์นี้เอง ที่สุดของสติสัมปชัญญะ...พระพุทธศาสนาบัญญัติการค้นพบนี้ไว้แล้ว คือ
แปลประสาไทยห้วนๆ ว่า
ญาณเครื่องระลึกอดีตชาติ


ข้อที่ ๔
เพื่อความสิ้นอาสสะ
ก็คือ การเห็นกระบวนการ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ชราทรุดโทรม และแปรปรวนสลายไป (#ลักขณรูป ๔ ในอุปาทายรูป ๒๔ ) ของ ขันธ์ ๕ และ อุปาทานขันธ์ ๕ ตามทฤษฎีแห่งปัญญาการค้นพบของพระพุทธเจ้า คือ #สัมมาทิฏฐิ...โดยทฤษฎี คืออริยสัจจ์ ๔ การรู้อย่างมั่นคงไม่เลื่อนลอยในทฤษฎี ท่านเรียกว่า #ธัมมฐิติญาณ ที่ทรงแสดงไว้ใน #สุสิมสูตร นิทานวรรค สังยุตตนิกาย และการพิสูจน์ทฤษฎีของสัมมาทิฏฐิ ย่อมต้องอาศัย สัมมาสมาธิ ตามที่ทรงบัญญัติและอัญเชิญมาแสดงเป็นเนื้อหาของโพสต์นี้ นั่นเอง.



****************

นิช อัตถนิชย์ โภคทรัพย์ 10 มีนาคม 2021 ·

Friday, February 18, 2022

ความสุข ๒ อย่าง ๑๓ นัย

 



๑. สุขของคฤหัสถ์
สุขเกิดแต่บรรพชา

๒. สุขเกิดจากกาม (กามสุข)
สุขเกิดแต่การหลีกเร้นกาม
(เนกขัมมสุข)

๓. สุขเจือกิเลส
สุขไม่เจือกิเลส

๔. สุขมีอาสวะ
สุขไม่มีอาสวะ

๕. สุขอิงอามิส
สุขไม่อิงอามิส

๖. สุขของพระอริยเจ้า
สุขของปุถุชน

๗. สุขทางกาย (กายิกสุข)
สุขทางจิต (เจตสิกสุข)

๘. สุขอันเกิดแต่ฌานมีปีติ
สุขอันเกิดแต่ฌานไม่มีปีติ

๙. สุขเกิดแต่ความยินดี
สุขเกิดแต่ความวางเฉย

๑๐. สุขที่ถึงสมาธิ
สุขที่ไม่ถึงสมาธิ

๑๑. สุขเกิดแต่ฌานมีปีติเป็นอารมณ์
สุขเกิดแต่ฌานไม่มีปีติเป็นอารมณ์

๑๒. สุขที่มีความยินดีเป็นอารมณ์
สุขที่มีความวางเฉยเป็นอารมณ์

๑๓. สุขที่มีรูปเป็นอารมณ์
สุขที่ไม่มีรูปเป็นอารมณ์

ที่มา
ข้อ (๓๐๙-๓๒๑) #ทุติยปัณณาสก์
ทุกนิบาต อังคุตตรนิกาย
ไตร.ฉบับหลวง เล่ม ๒๐/๔๕


ใคร กล่าวตู่ว่า
พระพุทธเจ้าสอนแต่ทุกข์ เรื่องเดียว
ก็จงรับกรรมแห่งการฉ้อฉล
ตัดต่อ บิดเบือน กล่าวตู่ ปรามาส
หมิ่นประมาท พระพุทธศาสนา
ไปเต็มๆ นะครับ.



****************


Friday, February 11, 2022

กายคันธะ : กลิ่นหอมแห่งกาย

 

#กายคันธะ : กลิ่นหอมแห่งกาย
ในปฏิบัติการโยคะสูตร #นั่งธูป ของชาวกักลมอัสมิตา ที่เสถียร ณ ระดับ 80/80 ขึ้นไป

ใน ปฏิบัติการโยคะ ดับกวฬิงการาหาร เพื่อดับกามคุณ๕ คือ การหยุดอาหาร ไม่กิน ไม่ดื่ม เพื่อให้ได้มาซึ่งสมาธิที่บันทึกในพระบาลีว่า #กายสังขารสงบระงับ หรือ #ขั้นที่๔ในพระอานาปานสติสูตร ที่กล่าวว่า...
ปัสสัมภะยัง กายะสังขารัง อัสสะปัสสะสามีติ สิกขะติ,
...เธอนั้น ย่อมทำในบทศึกษาว่า เราเป็นผู้ทำกายสังขารให้สงบรำงับอยู่ จักหายใจออกหายใจเข้า ดังนี้.

นั้น...จากการสามารถฝึกกักลมถึงระดับ 80/80 นับขึ้นไปได้ ทำให้สามารถหายใจด้วยลมหายใจละเอียดประณีตลึกได้ คือหายใจออก-หายใจเข้า อย่างละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 90 วินาที-200 วินาที( จากมาตรฐานตามมาตราเวลา ในคัมภีร์สุริยยาตร์-ภาคคำนวณของท้องฟ้าในไตรภูมิพระร่วง) เป็นปกตินิสัย ก็จะสามารถปฏิบัติการโยคะต่อเนื่องโดยไม่ต้อง กินหรือดื่มอาหารใดๆได้ตลอด 7 วัน 7 คืน
เพื่อพิสูจน์ จิตสังเคราะห์กาย( วิญญาณเป็นปัจจัยให้เกิดนามรูป หมายถึง มโนธาตุ/ มโนวิญญาณธาตุ ที่ไปร่วมกับจิตที่เกิดจากกายสังเคราะห์จิต แล้วเป็น "มโนวิญญาณ" )เป็นเสรีไปจาก จิตที่เกิดจากกายสังเคราะห์จิต(นามรูปเป็นปัจจัยให้เกิดวิญญาณ หมายถึง จักขุวิญญาณ, โสตวิญญาณ, ฆานวิญญาณ,...ฯลฯ) ได้

ปฏิกิริยาทางเคมีชีวภาพที่เกิดกับกายเนื้อ
ในระหว่าง 7 วัน 7 คืนที่อดน้ำอดอาหาร
ด้วยการหายใจละเอียดประณีตลึก ออก-ออกสุด เข้า-เข้าสุด ต่อเนื่อง คือ
3 วัน 3 คืน แรก จะเป็นช่วงที่ร่างกาย ใช้เสมหะ กากมูกมันในกระเพาะ และลำไส้ใหญ่ มาย่อยเป็นกำลังในการทรงกายให้ตั้งอยู่ จะมีกลิ่นของน้ำลายรุนแรงและขมในคอ ทุกครั้งที่มีอาการคิดถึงการอยากน้ำอยากอาหาร
วันที่ 4-5
กลิ่นสาบสางของกลิ่นน้ำลายจางหายไป กลิ่นแอสโตรเย่นของฮอร์โมนเพศจะถูกขับออกมาแทนกลิ่นน้ำลาย มีกลิ่นหอมจางๆ คล้ายกลิ่นน้ำมะพร้าว และเข้มข้นขึ้นเป็นกลิ่นหอมคล้่ายกลิ่นหอมของดอกมะพร้าว กลิ่นหอมของดอกมะละกอ โดยจะหอมอุ่ยทั้งกายเนื้อตลอดตัว
วันที่ 5-6
กลิ่นหอมคล้ายดอกมะพร้าว หรือดอกมะละกอจางลง เพราะแอสโตรเย่นในกายเนื้อปรับสมดุลเข้าที่้ เกิดกลิ่นกายหอมอ่อนๆขึ้น เป็นกลิ่นหอมจางๆเหมือนกลิ่นดอกบัว ในยามเช้า ชนิดกลิ่นบัว( บัวสัตตบุษ บัวขาบ บัวขาว-บุณฑริก บัวหลวง-ปทุม) แสดงอุ่ยจากกายเนื้อออกมา ตามบุพเพวาสนาของแต่ละผู้ปฏิบัติเอง
วันที่ 6-7
ได้สมาธิ และสร้างความคุ้นเคย( #วสี๕)กับสมาธิ คือความที่จิตสังเคราะห์กาย เป็นเสรีไปจาก จิตที่เกิดจากกายสังเคราะห์ ชัดเจน สถานะนี้ใน พระบาลีเรียกว่า #โยนิโสมนสิการ ซึ่งจะมีเท็คนิคสำคัญเฉพาะเรื่อง ไปสู่วิธีการเข้า.....
สมาบัติในปฐมฌาน(เนกขัมมสุข)
สมาบัติในทุติยฌาน(วิเวกสุข)
สมาบัติในตติยฌาน(สมาธิสุข)
สมาบัติในการรู้แจ้ง(สัมโพธิสุข)
ตามบันทึกในพระบาลี และพระพุทธดำรัสใน พระ #มหาสติปัฏฐานสูตร ต่อไป.

ตอนนี้ เปิดเผยแค่ กลิ่นหอมแห่ง ศีลและธรรมขณะปฏิบัติการโยคะ..แห่งลมหายใจ -ปรากฏการณ์ที่เชื่อมโยง รูปธรรมนามธรรมของกายเนื้อกับ จิต/วิญญาณ/ มโนวิญญาณ
แต่เพียงนี้ก่อน ครับ.

ปัจฉิมลิขิต :
.....คำสอนของพระศาสดา ย่อมงอกงามโอชาแก่สาวกผู้มีศรัทธา ผู้หยั่งลงในคำสอนของพระศาสดาแล้วประพฤติ ด้วยตั้งใจว่า #เนื้อและเลือดในสรีระของเราจงเหือดแห้งไป จะเหลืออยู่แต่ หนัง เอ็น และ กระดูกก็ตามที #เมื่อเรายังไม่บรรลุอิฏฐผลที่พึงบรรลุ ด้วยเรี่ยวแรงของบุรุษ ด้วยความบากบั่นของบุรุษแล้ว จักคลายความเพียรนั้นเสีย จักไม่มีเลย ภิกษุทั้งหลาย ผลสองอย่าง คือ อรหัตตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อขันธปัญจกะ ที่กรรมกิเลสเข้าไปยึดถือเป็นส่วนเหลือยังมีอยู่ ความเป็นพระอนาคามีอย่างใดอย่างหนึ่ง อันสาวกผู้ศรัทธา ผู้หยั่งลงในคำสอนของพระศาสดาแล้วประพฤติ #พึงหวังได้
...... .....
.....เมื่อเรายังถอนลูกศร คือตัณหา ขึ้นไม่ได้ #เราจักไม่กิน #จักไม่ดื่ม #จักไม่ออกจากวิหาร จักไม่เอนกายลงนอน.....
..... ..... ..
....#เมื่อเธอเริ่มตั้งตนให้ลำบากอยู่ #อกุศลธรรมย่อมเสื่อม #กุศลธรรมย่อมเจริญ เมื่อประโยชน์นั้นของเธอสำเร็จแล้ว สมัยต่อมา ก็ไม่ต้องตั้งตน เพื่อความลำบากได้ #อย่างนี้ชื่อว่าความเพียรมีผล.
จาก...๏ #กีฏาคิริสูตร ๚๛ มัชฌิมปัณณาสก์ มัชฌิมนิกาย สูตรที่ ๒๐ พระไตรปิฎก สยามรัฐ เล่ม ๑๓/๔๕



********************************