Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Sunday, May 8, 2022

THE SECRET OF TANTRA BUDDHISM MEDITATION

  

เคล็ดลับสมาธิ...

<THE SECRET OF TANTRA BUDDHISM MEDITATION>

Breaking Dharma PART 19 ..!!!
ตอบ คุณ Pee Yakkhanugann...
เรื่อง สายปฏิบัติการโยคะของพระพุทธศาสนา ครับ.
จากขั้นตอนการฝึก ใน ข้อ (๙๔) คณกโมคคัลลานสูตร อุปริปัณณาสก์ มัชฌิมนิกาย พระไตรปิฎก เล่ม ๑๔/๔๕ ท่านลำดับ ไว้อย่างนี่....
๏ สัทธา > ศีล > สันโดษ > อินทรียสังวร > โภชเนมัตตัญญุตา > ชาคริยานุโยค
> โยนิโสมนสิการ > วิเวก ฯ๛
ตอบว่า สายปฏิบัติการนั้น ไปแยก ที่ระดับ * โยนิโสมนสิการ * ครับ !!!
(นิพพานที่เป็นสมาบัตินิโรธ มี ๔ ระดับ สมาบัติ ;
๑.เนกขัมมสุขสมาบัติ (ดับวิญญาณ ที่ ฌาน ๑)
๒.วิเวกสุขสมาบัติ (ดับวิญญาณ ที่ ฌาน ๒ ที่มาของ เจ้าแม่กวนอิม,พระอวโลกิเตศวร ฯลฯ)
๓.สมาธิสุขสมาบัติ (ดับวิญญาณที่ ฌาน ๓)
๔.สัมโพธิสุขสมาบัติ (ดับวิญญาณที่ ฌาน ๔)
(ระดับ นิโรธสมาบัติ ๑. ถึง ๓. นั้น เป็นของ เหล่า อนาคามี)
๏ ปฏิบัติการตอน อินทรียสังวร ที่แปลกันทั่วไปว่า สำรวมอินทรีย์นั้น คือการฝึกแยก กลุ่มคลื่นอายตนะทั้ง ทั้ง ๕ ออกจาก การเข้ามา มิกซ์ ของคลื่นอายตนะที่ ๖ (ที่มาของ เห็น สักแต่ว่าเห็น...แต่ยังควบคุมคลื่นVibrations ของอายตนะไม่ได้ ต้องไปจัดระเบียบลมหายใจก่อน)ฯ๛
๏ โภชเนมัตตัญญุตา นั้น จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่จัดลมหายใจให้เป็นระเบียบ คือ ลึก ยาว หยาบ(การหายใจปกติ ถือว่า หยาบมาก) แต่สม่ำเสมอ
...เมื่อสามารถจัดระเบียบลมหายใจหยาบปกติให้ยาวสม่ำเสมอได้ ระบบการย่อยอาหาร และการทำงานของล่ำไส้ ย่อมมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ครับ.๚๛
(ลมหายใจอย่าไปกำหนดอุปาทานว่า จะต้องหายใจลึก เท่านั้นเท่านี้ เพราะ ลมหายใจหยาบ จะมีที่สุดระดับหนึ่ง ลมหายใจที่ละเอียดขึ้นมาก็จะมีที่สุดของความลึกอีกระดับหนึ่ง เป็นระดับความลึกที่สัมพันธ์กับระดับความละเอียด ครับ...การไปกำหนด ก็คือ การสร้างอุปาทาน...หลอกตัวเองตั้งแต่เริ่มต้น...บ้าครับ!!!)
๏ ชาคริยานุโยค ที่หมายถึง การประกอบการตื่นให้มาก คือ นอนเพียง ไม่เกินวันละ ๔ ชม.( ๒๒๐๐ น.-๐๒๐๐ น) จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อ ลมหายใจเป็นระเบียบ คือ ลึก ยาว ละเอียดปานกลาง คือ อย่างน้อยก็ละเอียดกว่าขั้นแรกๆขึ้นมา(อันที่เราจะสามารถทำให้ละเอียดที่สุดขณะปัจจุบันน่ะล่ะครับ...แต่ยังไม่ใช่ละเอียดสุดท้าย...เรายังจะต้องพัฒนาต่อไป..)
คำอธิบาย คือ ลมหายใจที่ละเอียด ลึก ดึงอากาศที่มีออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายเพิมขึ้น ในปริมาณอย่างน้อย ก็เท่ากับที่เราเคยใช้พลังงาน "มากที่สุด "ในตอนตื่นทำกิจกรรมต่างๆ ประจำวัน แต่เมื่อลมหายใจละเอียดมากๆ ออกวิเจนจะถูกดึงไปใช้มายมายกว่าหายใจหยาบหลายๆเท่าทำให้ร่างกายตื่นตัวกระฉับกระเฉง...แทบไม่ต้องหลับนอนก็อยู่ได้....๚๛
๏ ก่อนสิ้นสุด ชาคริยานุโยค ไปสู่ สัมมาสมาธิ(ปฐมฌาน > จตุตถฌาน) เป็นเรื่องของการเฟ้นหาเทคนิคเฉพาะตัว ตามวาสนาที่สั่งสมมา เป็นที่มาของการเกิดสายปฏิบัติการ(นิกาย) มีเหตุ ดังนี้ ๚๛
๏ จิตมั่นคงดี ใน "วัตถุ" ใด สติย่อมปรากฏดีใน "วัตถุ" นั้น๚๛
๏...สติ ปรากฏดีใน "วัตถุ" ใด จิตย่อมมั่นคงดีใน "วัตถุ" นั้น ๚๛
๏ ลมหายใจเข้า+ลมหายใจออก ชื่อว่า "วัตถุ" เป็น "กายสังขาร" ๚๛
๏ จับใจความวรรคนี้ให้ดีๆ นะครับ...
" สติ สัมพันธ์กับ จิต ดังนี้ ชื่อว่า "รู้เนื่องด้วยกาย(กายานุปัสสนา)"
จาก ข้อ( ๓๘๘ ) มหานิทเทส ขุททกนิกาย พระไตรปิฎก เล่ม ๒๙/๔๕ ๚๛
๏ หมายความว่า ถ้ายังเชื่อมโยง สติ ให้กับกับ จิต อย่างมั่นคง ไม่ได้ คุณไม่มีโอกาสเกิด "ความรู้" ได้เลย และ...
วัตถุ ที่เป็นตัวเชื่อมโยง สติกับ จิต ก็คือ "ลมหายใจเข้า+ลมหายใจออก" ครับ ๚๛
๏ พวกที่สอนกันทุกวันนี้ เหยียบข้าม วัตถุเชื่อมโยง ทั้งหมดทุกสำนักครับ!!!
เริ่มต้นก็บังคับจิตกันให้รู้...เห็นมั้ยครับ อุปาทาน บ้าๆ ทั้งนั้น...๚๛
๏ และ...สำคัญมาก ความลึก ของลมหายใจนั้น ตัวกำหนด คือ ความละเอียด ครับ ยิ่งละเอียดเท่าใดก็ยิ่งลึกเท่านั้น...จะมากำหนดเองแบบลุแก่อำนาจอย่างที่สอนกันทั่วไปไม่ได้ครับ... กำหนดเอาเองอย่างนั้นโรคเรื้อรังสารพัดถามหาในบั้นปลาย ไม่มีใครตายดีครับ. เพราะ...บทสักกัตวา ท่านแสดงไว้ชัดเจน ว่า
๏ สักกัตวา สังฆรัตนัง โอสถัง อุตตมัง วรัง ...พระสงฆ์ คือ ยาอันประเสริฐสูงสุด ๚๛
๏ อาหุเนยยัง ปาหุเนยยัง สังฆเตเชนะ...ด้วยเดชแห่งการถึงสงฆ์ผู้เป็น ผู้ควรกราบไหว้ ผู้ควรเข้าใกล้ชิด
โสตถินา นัสสันตุปปทวา ขอความสวัสดี ขอความปราศจากไปจาก..๚๛
๏ สัพเพ โรคา วูปสเมนตุ เต...โรคทั้งหมาย พึงมีแก่ ท่านทั้งหลาย๚๛
๏ สรุป คือ ถึงพุทธ หมด ทุกข์ ถึงธรรม หมดภัย และ ถึงสงฆ์หมดโรค ครับ
แล้วพระสงฆ์ป่วยเป็นสารพัดโรคก่อนตาย คืออะไร? ...ผู้ทำลาย บทสวดบทนี้นะสิครับ ๚๛
๏ ขอความเจริญในอริยธรรมตามเป็นจริง จงมีแก่ท่านผู้สนใจและไต่ถามมา ทั้งอยากรู้ได้อ่านตาม ทั่วหน้ากัน เทอญ ๚๛

Atthanij Pokkasap
๙.๒๐ น. วัน พุธ ที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๖

No comments: