Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label ทุกขสมุทัย. Show all posts
Showing posts with label ทุกขสมุทัย. Show all posts

Saturday, January 5, 2019

พุทธนิยามความหมายของ "จิต" ที่อยู่ใน "อัสสุตวตาสูตร..Assutavatasutr"



Atthanij Pokkasap




(ตอกย้ำ....)

พุทธนิยาม ความหมายของ "จิต"
ที่ชาวพุทธปัจจุบัน ไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่องด้วย
อยู่ใน "อัสสุตวตาสูตร..Assutavatasutr"
...พระสูตรว่าด้วย
"ทะลทุกข์อันท่วมท้นไปด้วยน้ำตาแห่งสังสารวัฏ"
จากหมวดนิทานวรรค สังยุตตนิกาย
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่ม ๑๖/๔๕
เป็นเหตุให้การเรียนสรรพศาสตร์เชิงพุทธ ในปัจจุบัน บิดเบี้ยว เลอะเทอะไปทั้งหมด
แม้แต่กรรมฐาน !!!



รายละเอียดของ "ภาพภูมิทัศน์" ที่ประกอบร่วมอยู่ใน "ปฏิจจสมุปปาท"...เหตุเกิดแห่งทุกข์(ทุกขสมุทัย) คือพวงมาลัยแห่งธรรม ที่ประกอบด้วย ดอกไม้ จำนวนถึง ๘๔,๐๐๐ ดอก คือ
พระสูตรที่ ร้อยประสาน เป็น ๙ หมู่องค์คำสอน(นวางคสัตถุสาสน์) ถักทอ เป็น รูปตะกร้า ๓ ใบ
(ไตรปิฎก) สานผูกเป็น "พวงมาลัยแห่งธรรม" พวงมหึมา
ถูกพวก "ช่างกระจอก" รื้อกระจุยกระจาย ออกมาแล้วร้อยกลับเข้าพวงดังเดิมไม่ได้.... แล้ว
ช่างกระจอกเหล่านั้น ต่างประกาศว่า...
เพราะมีการคัดลอกผ่านกาลเวลา ยาวนาน มีการแต่งเติม ตัดต่อ แปลกปลอมเข้าไป บ้างละ
กูจะเอาแต่พระพุทธวจนะบ้างละ
กูจะชื่อแต่กาลามสูตรบ้างละ...
กูฝ่ายปฏิบัติ ไม่ยึดมั่นถือมั่นในตำรา บ้างละ



นี่คือ "อัสสุวตาสูตร"... บทนิยามแห่งจิต 
ที่เชื่อมโยงกำเนิดมนุษย์ ระหว่าง เกิดแต่ครรภ์ ตาม อินทกสูตร ข้อ (๘๐๒-๘๐๓)
สคาถวรรค สังยุตตนิกาย เข้ากับ การจุติมาจากอาภัสสรพรหม แห่งอัคคัญญสูตร
ปาฏิกวรรค ทีฆนิกาย ....บุปผา ๘๔,๐๐๐ ดอก ที่เหล่าพระขีณาสพ ๕๐๐ องค์
ร่วมกันร้อยเรียง จนเกิดเป็น พวงมาลัยแห่งธรรม พวงใหญ่ที่วิจิตรมั่นคง
ถามตัวเองด้วยเถอะ...
มึงรื้อดอกไม้ดอกไหนออกมา...
แล้วที่มึงใส่เข้าที่เก่าคืนไม่ได้...
ความกระจอก สิ้นคิด สิ้นปัญญาของมึง คือความผิดของ เหล่าพระขีณาสพเจ้า กับ
บัณฑิตผู้ทำการคัดลอก ภาพพวงมาลัยแห่งธรรมออกมา..
อย่างนั้นหรือ...?!!!

คัมภีร์โบราณของการแพทย์แผนไทยล้วนมีรายละเอียดของ ธาตุ ๔ อาการ ๓๒ จาก
หัวข้อ(อุเทศ)...ขยายนัยพระพุทธวจนะ
มากกว่า คัมภีร์กรรมฐาน ปฐม ก.กา ของพวกกรรมฐานลวงโลก...ทั้งสิ้น
ได้เวลาเปิดเผยเพื่อปกป้อง...
พระธรรมรัตนะอย่างเต็มตัวกันเสียที



อย่าให้คำสอนแห่งพระศาสนาถูกพวกสิ้นคิด พวกช่างกระจอก รื้อทำลายมากไปกว่านีอีกเลย
ไม่รู้กำเนิด อุบัติ-จุติ ของจิต ตามพระพุทธนิยาม...ของพระศาสดาที่ทรงเรียกพระองค์เองว่า "ศัลยแพทย์" ...คนแรกของโลก...เรียนแพทย์ยังไง ..ก็ไปไม่ถึงไหนหรอก..
เพราะ มันก็แค่...
อุปาทาน.....
ที่มีแผ่นกระดาษรับรองการอุปโลกน์
เท่านั้น เอง
กำหนด "ธรรม" ขึ้นตามความคิดตนเอง
= พวกมึง ที่เอาโพสต์กูไปด่า ` ไง !!!
กำหนดความคิด ให้ตรงตาม"ธรรม"
ตามหลักฐานดั้งเดิม
= กู ที่โพสต์ปกป้องธรรม ที่มึงและพวกด่าอยู่นี่ `ไง !!!


"นายขยะ"Atthanij Pokkassap
14:30 น.แรม ๗ ค่ำ เดือน ๔
อังคาร ๒๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๙



Wednesday, January 2, 2019

จริยธรรมที่สะท้อนมาจากปรากฏการณ์ "นิวเคลียร์สังเคราะห์ธาตุ"




Atthanij Pokkasap



จริยธรรม ที่สะท้อนมา จากปรากฏการณ์
นิวเคลียร์สังเคราะห์ธาตุ....

"อนุภาคเกิดใหม่แต่ละตัว ต่างพากันไปช่วยอนุภาคเกิดใหม่ตัวอื่นๆ
เพื่อให้ตัวอื่นๆนั้นมีกำลังมาช่วยตัวมัน"
เป็นปรากฏการณ์...
"สอดประสานสัมพันธ์(Interpenetration)"

ตรงกับที่พระพุทธศาสนาค้นพบ...
"ยะมะกัง นามะรูปัญจะ...ฯ"
ที่เรียกว่า....
ปรากฏการณ์เกิดแห่งทุกข์
(ทุกขสมุทัย) ที่มีชื่อเฉพาะว่า...
"ปฏิจจสมุปปาท(Paticcasamuppada)"
...คือเกิดขึ้นพร้อมกันเพราะอาศัยกันและกัน !!!      

                                                    
แล้วถูกนำมาออกแบบเป็น ขนบประเพณี  ของชาวพุทธโบราณดั้งเดิมด้วย !!!
(การช่วยเหลือผู้อื่นเพื่อให้บารมีตนเปี่ยมเต็ม)
กล้า..ลงทุนเป็นชาวพุทธกันจริงรึเปล่า...
ฮู่ววววว.....





ข้าฯ สยาม    ถูกนำมาออกแบบเป็น ขนบประเพณีเกี่ยวกับอะไรครับ?? อาจารย์


Atthanij Pokkasap  ทาน...ทานสมัยก่อนในงานศพ ในงานเทศกาลรวมญาติ...ญาติหรือสหายที่จนที่สุดคือผู้สมควรได้รับเงินกองกลางจากงานบุญไป


Atthanij Pokkasap  และเป็นวิธีแจกทานของขาวพุทธโบราณด้วย...ทำให้คนไทย สมัยก่อน ไม่เห็นแก่เงิน ..เกิดคำว่า..."แล้วแต่จะให้" ขึ้น
วิถีแห่งพุทธ...ปารมีแห่งพระโพธิสัตว์ และผู้แสวงหาปัญญา...ล้วนถือปฏิบัติตามจริยธรรมที่เป็นวิทยาศาสตร์นี้ทั้งสิ้น...


บุ๊ง ฟิสิกส์    ขอบคุณครับ วิธีในการให้ทาน


Panu Wongpanuvut    แล้วแต่จะให้ ไม่ค่อยได้ยินจากปากคนอายุต่ำกว่า๕๐-๖๐ซักเท่าไหร่ 


Monday, December 31, 2018

กำเนิดมนุษย์ โดยการค้นพบของพระพุทธศาสนามี ๒ ภาค




Atthanij Pokkasap 



กำเนิดมนุษย์
โดยการค้นพบของพระพุทธศาสนา
มี ๒ ภาค


ภาคที่ ๑ 
กำเนิด ๔ หรือหมวดธรรมที่เรียกว่า "โยนิ ๔" ปัจจุบันรู้จักสถานภาพเดียว.. คือ การถือกำเนิดจากครรภ์(ชลาพุชะ) เป็นกำเนิดระดับที่ ๓
ระดับที่ ๑ สูงสุด เรียกว่า โอปปาติกะ
ระดับที่ ๒ เรียก "สังเสทชะ" ที่แปลผิดพลาดมาตลอดหลายชั่วคนแล้ว
และ ระดับ ๔ เรียก "อัณฑชะ" คือ กำเนิดจากไข่
ระดับ ๑, ๒ และ ๔ นั้น ความรู้ทางธรรมภาคไทยคลาดเคลื่อนทั้งหมด
ในกำเนิดแบบ "ชลาพุชะ" มีรายละเอียดเป็นพระพุทธวจนะ เรียกว่า "อินทกสูตร"
อยู่ข้อ (๘๐๒-๘๐๓)สคาถวรรค สังยุตตนิกาย พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่ม ๑๕/๔๕
ผู้สนใจจริง เสิร์ช จากคอมพ์ฯ ศึกษารายละเอียดได้


ภาคที่ ๒
กำเนิดแบบ "จุติ-อุบัติ"จาก "ธุลีธาตุแสงสว่างแห่งดวงดาว" ที่ศัพท์เทคนิคพระพุทธศาสนาเรียกเป็นการเฉพาะว่า "อาภัสสรพรหม" ลงมากินง้วนดิน.....
รายละเอียด เป็นพระพุทธวจนะ อยู่ใน "อัคคัญญสูตร" ปาฏิกกวรรค ทีฆนิกาย
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่ม ๑๑/๔๕

ความรู้ที่พอจะทำให้เข้าใจพระพุทธวจนะใน "อัคคัญญสูตร" ได้ คือ วิชา "เซลล์วิทยา"...ตอน แรงไฟฟ้าเคมีชีวภาพ ๑ หน่วยจากกระบวนการลมหายใจภายใน(หัวใจสู่เซลล์เม็ดเลือด) ที่ต้องเข้าไปควบคุม. ..แรงนิวเคลียร์ชนิดเข้มภายในธาตุคาร์บอน ๑๐๐ หน่วย เพื่อสังเคราะห์เป็นอินทรียสารพื้นฐาน(กรดอมิโน)สร้างอินทรียสารกลุ่มตัวชีวิตขึ้นมาชนิดวินาทีต่อวินาที



วิชาจิตสรีรศาสตร์ฝ่ายพุทธ...
ที่ซ่อนอยู่ใน "เหตุเกิดแห่งทุกข์(ทุกขสมุทัย)"
ในอริยสัจจ์ ๔ ไม่ใช่มีแต่เพียง หัวข้อ...
ให้มักง่ายโดยท่องแบบนกแก้วนกขุนทอง
แล้วบรรลุธรรมกันเป็นฝูงๆ...
ครับ !!!





Atthanij Pokkasap  จิต และความรู้สึก...พี่ไทยยังใช้มั่วผสมสิบไม่เลิกวง อยู่นะครับ...


Atthanij Pokkasap  และพวกที่เอาความไม่มีสมองของตัวมันเอง ไปยัดเยียดว่าผู้อื่นเขา
งมงายอย่างหนึ่ง ไม่รู้สาระแท้ของศาสนาอีกอย่างหนึ่ง...พวก อัปปัสสุตชน...พวกไม่มีการศึกษาล้วนๆ แล้วอุปโลกน์ตัวเองกัน..ทั้งนั้น ครับ


Monday, December 24, 2018

กำเนิดมนุษย์ โดยการค้นพบของพระพุทธศาสนา



Atthanij Pokkasab

13 มีนาคม 2016
กำเนิดมนุษย์
โดยการค้นพบของพระพุทธศาสนา

มี ๒ ภาค

ภาคที่ ๑ 
กำเนิด ๔ หรือหมวดธรรมที่เรียกว่า "โยนิ ๔" ปัจจุบันรู้จักสถานภาพเดียว.. คือ การถือกำเนิดจากครรภ์(ชลาพุชะ) เป็นกำเนิดระดับที่ ๓
ระดับที่ ๑ สูงสุด เรียกว่า โอปปาติกะ
ระดับที่ ๒ เรียก "สังเสทชะ" ที่แปลผิดพลาดมาตลอดหลายชั่วคนแล้ว
และ ระดับ ๔ เรียก "อัณฑชะ" คือ กำเนิดจากไข่
ระดับ ๑, ๒ และ ๔ นั้น ความรู้ทางธรรมภาคไทยคลาดเคลื่อนทั้งหมด
ในกำเนิดแบบ "ชลาพุชะ" มีรายละเอียดเป็นพระพุทธวจนะ เรียกว่า "อินทกสูตร" อยู่ข้อ (๘๐๒-๘๐๓)สคาถวรรค สังยุตตนิกาย พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่ม ๑๕/๔๕
ผู้สนใจจริง เสิร์ช จากคอมพ์ฯ ศึกษารายละเอียดได้

ภาคที่ ๒
กำเนิดแบบ "จุติ-อุบัติ"จาก "ธุลีธาตุแสงสว่างแห่งดวงดาว" ที่ศัพท์เทคนิคพระพุทธศาสนาเรียกเป็นการเฉพาะว่า "อาภัสสรพรหม" ลงมากินง้วนดิน.....
รายละเอียด เป็นพระพุทธวจนะ อยู่ใน "อัคคัญญสูตร" ปาฏิกกวรรค ทีฆนิกาย พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่ม ๑๑/๔๕

ความรู้ที่พอจะทำให้เข้าใจพระพุทธวจนะใน "อัคคัญญสูตร" ได้ คือ วิชา "เซลล์วิทยา"...ตอน แรงไฟฟ้าเคมีชีวภาพ ๑ หน่วยจากกระบวนการลมหายใจภายใน(หัวใจสู่เซลล์เม็ดเลือด) ที่ต้องเข้าไปควบคุม. ..แรงนิวเคลียร์ชนิดเข้มภายในธาตุคาร์บอน ๑๐๐ หน่วย เพื่อสังเคราะห์เป็นอินทรียสารพื้นฐาน(กรดอมิโน)สร้างอินทรียสารกลุ่มตัวชีวิตขึ้นมาชนิดวินาทีต่อวินาที


วิชาจิตสรีรศาสตร์ฝ่ายพุทธ...
ที่ซ่อนอยู่ใน "เหตุเกิดแห่งทุกข์(ทุกขสมุทัย)"
ในอริยสัจจ์ ๔ ไม่ใช่มีแต่เพียง หัวข้อ...
ให้มักง่ายโดยท่องแบบนกแก้วนกขุนทอง
แล้วบรรลุธรรมกันเป็นฝูงๆ...
ครับ !!!

Saturday, December 22, 2018

Phenomena of Time Experienced By Participater not by Observer



Phenomena of Time Experienced
By Participater not by Observer

ปรากฏการณ์เวลาตามการพิสูจน์พบของพระพุทธศาสนา เป็นรายละเอียดอยู่ใน "#เหตุเกิดแห่งทุกข์(#ทุกขสมุทัย) ของ "#อริยสัจจ์4"
มีศัพท์เท็คนิคเฉพาะว่า
"#ปฏิจจสมุปปาท"
มีอุบัติการณ์เวลาเป็นโครงสร้างสำคัญเรียกว่า
"#ภวจักร"
ลักษณะเป็นสัมพัทธภาพระหว่าง โลกแห่งวัตถุ และโลกแห่งจิต มีรายละเอียดถูกรวบรวมเป็นภาคทฤษฎีไว้โดย พระราชานักปราชญ์แห่งสยาม คือ พ่อขุนพระญาลิไทย(พ.ศ.1890-1917) เป็นบทที่ 9 (นวมกัณฑ์) ชื่อว่า บท "#อวินิพโภครูป"
แะภาคคำนวณ ชื่อ "#คัมภีร์สุริยยาตร์"
Book of Solar Orbit with Mind
ประกอบด้วยการคำนวณหาพิกัดดวงดาวในระบบสุริยจักรวาล เป็นสัมพัทธภาพ 5 ระบบด้วยกัน คือ
1. ระบบการหมุนรอบตัวเองของโลก
(วัน/24ชั่วโมง)
2. ระบบการหมุนรอบซึ่งกันและกัน
ระหว่างโลกกับดวงจันทร์
(เดือน)
3. ระบบการหมุนรอบดวงอาทิตย์ของโลก
(ปี)
4. ระบบการหมุนแกว่งของโลก
โดยสุริยจักรวาลรอบแกนดาวเหนือ
(ทักษา)
5.ระบบสัมพัทธภาพระหว่าง
วัตถุวิสัย(Objective)และจิตวิสัย(Subjective)
ที่มาของท้องฟ้าไตรภูมิ ซึ่งมีเขาพระสุเมรุ
เป็นศูนย์กลาง
ในการคำนวณหาวิถีโคจรของดวงอาทิตย์(รวิมรรค)
ใช้พิกัดหมู่ดาว 12 ราศี เป็นจุดนิ่งเพื่อกำหนดพิกัดดวงอาทิตย์ในแต่ละรอบ วัน/เดือน/ปี
ในการคำนวณหาวิถีโคจรของดวงจันทร์(จันทรมรรค) ใช้พิกัดหมู่ดาวนักขัตรฤกษ์ 27 กลุ่ม เป็นจุดนิ่งเพื่อกำหนด พิกัดดวงจันทร์ในแต่ละรอบ วัน/เดือน/ปี
โดยพิกัดเริ่มต้นที่ตำแหน่งซ้อนทับกันพอดีของระวิมรรคกับจันทรมรรค อยู่ที่กลุ่มดาวราศีเมษและหมู่ดาวอัศวินีฤกษ์ คือเดือนเมษายน
เดือนเมษายนจึงเป็นเดือนเริ่มต้นของการจัดระบบรวมของสัมพัทธภาพแห่งเวลาขนาดต่างๆที่ประกอบกันขึ้นมา
สัมพัทธภาพระหว่างเหตุการณ์อันเป็นโลกแห่งวัตถุ และโลกแห่งจิต ใช้ค่า จุติ-อุบัติ สูงสุดของปรมาตมันแห่งจิต คือ อรูปฌานที่4..เนวสัญญานาสัญญายตนะซึ่งเป็นตัวเลข 84,000 มหากัปป์ มากระจายเป็นอัตราอนุกรมเรขาคณิต แล้วใช้เป็นหน่วยนับลำดับเหตุการณ์
ในปรากฏการณ์เวลาส่วนที่เป็นโลกแห่งวัตถุ
เรียกเวลาจากการโคจรของดวงอาทิตย์ว่า
"#ระบบสุริยคติ"
ในส่วนที่เป็นโลกแห่งจิตว่า
"#สูรยกลา..Solar Plexus"
เรียกเวลาจากการโคจรของดวงจันทร์
ในส่วนที่เป็นโลกแห่งวัตถุ ว่า
"#ระบบจันทรคติ"
ในส่วนที่เป็นโลกแห่งจิต ว่า
"#จันทรกลา..Lunar Plexus"
นักปราชญ์ในยุคพระพุทธศาสนาเป็นเสาหลักอารยธรรมโลกตั้งแต่สมัยพุทธกาลจนถึงยุคทวารวดีที่สร้างอารยธรรมสากลบนลุ่มแม่น้ำสินธุ ล้วนคุ้นเคยชำนาญหลักการทางคณิตศาสตร์สัมพัทธภาพ นี้..ก่อนการค้นพบวิทยาศาสตร์สัมพัทธภาพของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นับพันๆปี เลยทีเดียว.


Thursday, December 20, 2018

ความหมายของ "จิต" หรือ "จิต-มโน-วิญญาณ" ตามหลัก "พระพุทธนิยาม"



Atthanij Pokkasap 



ความหมายของ "จิต" หรือ "จิต-มโน-วิญญาณ"  ตามหลัก "พระพุทธนิยาม"
ข้อ(๒๓๐-๒๓๙) อัสสุตวตาสูตร นิทานวรรค 
สังยุตตรนิกาย พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่ม ๑๖/๔๕
ที่ไม่เคยมีผู้รู้ใดๆ(หรือ...ศึกษาไม่รู้เรื่องกันแน่...) นำมาเปิดเผย ได้เลย....


จิต ที่มีโครงสร้าง จุติ-อุบัติ ตามการค้นพบเฉพาะ ที่พระพุทธศาสนาเรียกเป็นศัพท์เท็คนิคเฉพาะว่า "ปฎิจจสมุปปาท"...มีหัวข้อเฉพาะว่า "เหตุเกิดแห่งทุกข์(ทุกขสมุทัย)" เป็น
ตัวกำเนิดเวลา ตามอัทธานปัญหา แห่งคัมภีร์มิลินทปัญหา ด้วย...
เผชิญหน้ากับคำสอนดั้งเดิมแท้สักตั้งกันได้ไหม...ว่า พวกท่านทั้งหมด ไม่เคยรู้จัก "จิต" ตามพระพุทธนิยาม ใน อัสสุตวตาสูตร นี้ กันเลย !!!


อ่าน &ศึกษา ดูครับ "อัสสุตวตาสูตร"...พระสูตรว่าด้วย"ทะลทุกข์แห่งน้ำตา" ...พระพุทธนิยามว่าด้วยจิต ที่..ใครก็ไม่รู้เรื่อง...เพราะบิดเบือนการค้นพบของพระพุทธองค์มานานนับพันปี....
( ปฏิจจสมุปปาท = Interpenetration..การสอดประสานสัมพันธ์..ในปรากฏการณ์
นิวเคลียร์สังเคราะห์ธาตุ ในห้องปฏิบัติการนิวเคลียร์ฟิสิคส์ที่ทันสมัยที่สุดในโลก และ
= Subjectivity of Time ...จิตวิสัยแห่งเวลา ตามความฉงนฉงาย ของ ดร.ไอร์สไตน์ด้วย)




Atthanij Pokkasap  จิต มีสองส่วน..คือ...
๑. จิต ที่เกิดจากการสังเคราะห์ของกายเนื้อและระบบอาตนประสาท
๒. จิต ที่ทำหน้าที่สังเคราะห์อารมณ์ให้จิตข้อที่ ๑. และเป็นจิตสังเคราะห์กายด้วย มีกำเนิดอยูที่ หัวใจ


ส่วนบนของฟอร์ม
ไก่แจ้ เอ๊กอี้เอ๊ก    ผมชอบเรื่อง คาถา ยันต์ กับการเชื่อมโยงคณิตศาสตร์มากเลยครับ ไม่เคยได้ยินมาก่อนจริงๆ


Atthanij Pokkasap  ประสบการณ์จากชีวิตในวัยเรียน มอปลาย ครับ  จาก ที่สามารถพิสูจน์ โจทย์เรขาคณิตได้โดยยังไม่ต้องเขียนภาพลงในสมุด...ทำให้เห็นข้อสอบคณิตศาสตร์ล่วงหน้าได้ทั้งหมด...เลยแสวงหาคำตอบ....จิต-ตัวเลข-เวลา เป็นเรื่องเดียวกัน ครับ


Atthanij Pokkasap  ไม่เคยเรียนไสยศาสตร์นะ...
แต่เรียนเรื่องจิตหลังการหลับ ทำให้รู้ว่า...พวกที่กล่าวให้ร้ายไสยศาสตร์...ล้วนเป็นพวกเอาความโง่ ความไม่รู้ของตัวมันเองทั้งนั้นไปยัดเยียด...ว่าร้ายไสยศาสตร์...


Panu Wongpanuvut   ศาสตร์แห่งการหลับ(ไสยาส) 


Atthanij Pokkasap  ไม่ใช่...หลับ หลับนั้น บาลีใช้ นิทรา และ มิทธา..
ไสยะ...ไสยา แปลว่านอน ไม่ได้แปลว่าหลับ..ไอ้พวกกล่าวให้ร้ายเขา..มันมั่วด้วยอคติล้วนๆ


Atthanij Pokkasap  บิดเบือนความหมายศัพท์รองรับสันดานโฉดชัดเจน


Panu Wongpanuvut    รับทราบๆๆ มีคนตรอมใจตายเพราะเคยสาดเสียให้ร้ายไสยศาสตร์ซะยกใหญ่มาแล้ว 


Atthanij Pokkasap  ไอ้อีพวก "อนุสวนะ"...ว่าตามๆกันมา ใน กาลามสูตร ที่มันชอบอ้างกันนะแหละ 


Panu Wongpanuvut    จีวรไฟเยอร์ 


Panu Wongpanuvut    ฝรั่งสแกนสมุดยันตร์โบราณแจกฟรีในเน็ตเป็นเล่มๆตามไปด่ามันสิ


Atthanij Pokkasap  จิตตามความหมายของฝรั่งนั้น คือ อาเจียนที่ฝรั่งกินปรัชญากรีก แล้วไม่ย่อย ครับ ทั้งอ้วกแตก และขี้แตก..แล้วนักวิชาการเอเซีย ไปแดกอ้วก แดกขี้ฝรั่งมาครับ


Atthanij Pokkasap  จิตที่เกิดจากกาย...เป็นอนุมานของอริสโตเติ้ล...ที่ ซักถามลบล้างกับซิมเบียส..ที่เชื่อเรื่อง จิตสังเคราะห์กาย...แต่ไม่มีตรรกะโต้อริสโตเติ้ลครับ


Atthanij Pokkasap  อะไรๆที่เกินมนุษย์ทั่วไป...
ฝรั่งยกให้เป็น มนุษย์ต่างดาวไปทั่ว
แสดงว่า..ฝรั่งขาดความมั่นใจในความเป็นมนุษยโลกนี้..มาก

                                 
Takeda Kosae   เทพพิทักศาสนาอิสลาม มีชื่อเรียกมั้ยครับ


Atthanij Pokkasap  มีครับ แต่จำชื่อไม่ได้...ปีศาจค้างคาวยักษ์ดีๆนี่เอง
เหมือนควายธนูเลย... แต่เป็นค้างคาวผี ม่กับพายุ   มากับพายุ
ผู้ทรยศต่อมัน..มันจะตามล่าเอาชีวิตทั้งบ้านทั้งตระกูล


Atthanij Pokkasap  เคยเห็นเทพพิทักษ์ศาสนาอิสลามมาแระ...แวมไพร์...ดีๆ นี่เอง

แต่ของจริงมันน่าสพรึงอยู่นะ...ครับ...บอกว่า รายละเอียดเยอะมาก ไม่ขอตอบครับ...พอ!!!



Takeda Kosae   โฮ่ๆ มาแนวสยอง


Atthanij Pokkasap  ใช่..ความลี้ลับในศาสนาอิสลาม...ไม่ธรรมดา


Takeda Kosae   เดิมผมเข้าใจว่า เป็นสัญลัษณ์ จิตวิญญานฝ่ายเนื้อหนัง(ซาตาน)
เจ้าแห่งย่านฟ้าอากาศ  อันเดียวกันรึป่าวคับ


Atthanij Pokkasap  ความเชื่อของมนุษย์ทำให้มันปรากฏตัว เห็นด้วยตาเนื้อๆ เลยครับ


Atthanij Pokkasap  หูค้างคาว..ก็ซาตาน  หูสป๊อร์ค...


Takeda Kosae   555  อย่างสัมภเวสี นี่ส่วนหนึ่งคือบุคคลในแดนคนตายมาปรากฎตัว บ้างก็เป็นวิญญานชั่วจากพระเจ้า (ตรงนี้อาจเป็นที่อ.บอกว่าน้ำดีเสีย) สรุปเป็นไปได้ทั้งหมดรึป่าวคับ
ในพระคัมภีรไบเบิลนี่น่าจะเป็น อาการน้ำดีบกพร่อง ไปซะส่วนใหญ่นะคับ
555  เหนมีซีนในการไล่ผีบ่อยจัง


Atthanij Pokkasap  แน่นอน...วิเคราะห์ได้จากเรื่องกำเนิด ท้าวพกาพรหม ครับ
ชาวทะเลทราย เปรตและอสุรกายเยอะมากครับ..ในบันทึกชั้นพระไตรปิฎก


Takeda Kosae   ค่าเวลาที่ต่างกันกับภพของเรา เรียกว่าแดนคนตายรวมๆได้มั้ยคับ


Atthanij Pokkasap  เกิดแล้วครับ เปรต และอสุรกาย ..หน้าตากลายพันธุ์เพราอารมณ์จากกิเลส เหมือน ยักษ์ นาค ครุฑ ที่ร่วมกลุ่มเทวะในจาตุมหาราชิกา..แต่หนักกว่าเยอะ


Takeda Kosae   ออ ถือว่าเป็นแดนเกิดใหม่
งั้นแดนคนตาย ค่าเวลาไม่มี และที่สำคัญ "สติ"ไม่มีแน่ๆ ไร้กาลเวลา ไร้สติ เพราะกายที่สังเคราะห์จิตดับสูญ คงเหลือข้อมูลเดิมไว้ที่จิตเดิมแท้ ที่ยังไม่ขยับสร้างปรากฎการเวลาใหม่....เข้าใจอย่างนี้ถูกมั้ยคับ


Atthanij Pokkasap  ชีวิตหลังความตาย งัย


Atthanij Pokkasap  มีค่าเวลา.. เป็นอัตรา..สัดส่วนกับฉกามาจพรภูมิที่แน่นอนอยู่ครับ


Takeda Kosae   คับ ขอบคุณครับอาจาร์ย
งั้นผมเข้าใจผิดเอาสภาวะการตาย ไปเหมารวมกับแดนคนตาย 555


Atthanij Pokkasap  ส่วนใหญ่เข้าใจเป็นก้อนๆอย่างนี้ทั้งนั้นครับ


Chanasorn Suadprakorn    Atthanij Pokkasap  งี้ก็ฆ่าตัวตายอะดิ


    "พระภิกษุญี่ปุ่นสังขารไม่เน่าเปื่อย มรณะภาพในท่านั่งดอกบัว" 
    การทำตัวเองให้เป็นมัมมี่ ของพระญี่ปุ่นนั้น  เป็นพิธีกรรมเก่าแก่ ที่สืบต่อกันมานาน ใน
    ประเทศญี่ปุ่นจนกระทั้งถึง ช่วงปลายปี 1800 -1900   จึงกลายมาเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
    มัมมี่แบบนี้ โดยส่วนมากจะนิยมทำกันในหมู่ของนักบวชศาสนาพุทธ

    วิธีทำ คือ นักบวชจะเอาไขมันทั้งหมด ออกจากร่างกาย   โดยการฉันเฉพาะเมล็ดธัญพืช
     1,000 วัน  แล้วหลังจากนั้น  นักบวชก็จะเอาน้ำออกจากร่างกายให้ได้มากที่สุด  โดยการฉัน
    เฉพาะเปลือกไม้และรากไม้จากต้นสน ต่อไปอีก 1,000 วัน

    หลักจากลดไขมัน  ลดน้ำในร่างกายแล้ว  ก็จะดื่มชาชนิดพิเศษ   ซึ่งชาที่ว่านี้  แท้จริงแล้วก็
    คือ ยาพิษชนิดที่รุนแรง ที่กลั่นมาจากน้ำเลี้ยงของต้นอุรุชิ   หลังจากดื่มชาแล้ว นักบวชก็จะ
    พาตัวเองไปอยู่ในห้องหินเล็กๆหรือภายในถ้ำแคบๆ  แคบเท่าพอที่จะนั่งท่าดอกบัว  รอความ
    ตายได้  แล้วท่านก็จะได้มรณภาพ  รอเฝ้าพระศรีอาริยเมตตรัย  สมใจปราณา 

    สรุปว่าขั้นตอนการทำมัมมี่แบบพระญี่ปุ่นนั้น  ใช้เวลาในการทำทั้งหมด 2,000 กว่าวัน


Atthanij Pokkasap  ศรัทธาของมนุษย์ที่ถวายชีวิตเป็นพุทธบูชา..ตามกำลังปัญญาของตน...เราไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็นก้าวล่วง นะ


Chanasorn Suadprakorn    ครับ


Sun Sunshine    พระนิตยโพธิสัตว์ทั้งหลาย ผู้ใช้ชีวิตตนเป็น พุทธบูชา ทุกพระองค์เมื่อ
ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า จะมีพระชนมายุถึง แสนปีทั้งสิ้นครับ สาธุ


Chanasorn Suadprakorn    ผมเองเห็นในรูป ตอนแรกยังมิทราบ ว่า ท่านทำไปทำไม เพราะไม่มีใครบอกรายละเอียดชัดเจน   ขออภัยด้วยครับ


Atthanij Pokkasap  ความยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนา...
มีแต่...ผู้มีสติปัญญาเป็นปราชญ์ทั้งทางโลกและทางธรรมจริงเท่านั้น...ที่ "ถึง" !!!


Chanasorn Suadprakorn    พระมังคลพุทธเจ้า สมัยเป็นโพธิสัตว์ จุดไฟเผาตัวเองเป็นพุทธบูชา ทำให้ท่านตอนตรัสรู้มีรัศมีกว้าง หมื่นโลกธาตุ


Panu Wongpanuvut    พระพุทธเจ้าที่มีมาแล้วในอดีต แต่แตกต่างกับแบบ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรงที่ พระปัจเจกพุทธเจ้ามีจำนวนสูงสุดได้ถึง ๕๐๐ องค์ในอายุขัยจักรวาลเดียวกัน(ปัจเจก)รึอาจน้อยกว่านั้น และพระปัจเจกพุทธเจ้าจะไม่มีการเผยแพร่คำสอนแบบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าครับ ผมก็จำไม่ค่อยจะได้ คงต้องให้อาจารย์ท่านว่าเรื่องรายละเอียดอีกที ผมกลัวพลาด 


Ronnawat Sangvaree    สมเด็จท่านจะหมายถึงที่อยู่วัดแถวปทุมเลป่าหนอ 555+


Panu Wongpanuvut    ป่อยแกโหตุไปเถอะครับ ดอกไม้ยังเดินเหยียบเล่นมาแล้ว


Panu Wongpanuvut    เป็นยุคๆไปครับ


Pee Yakkhanugann    พระปัจเจกพุทธเจ้ามีจำนวนสูงสุดได้ถึง ๕๐๐ องค์ใน
อายุขัยจักรวาล???...ตรงนี้ใช่หรือ...


Panu Wongpanuvut    ก็นั่นนะสิครับ ช่วงนี้ผมยิ่งหลงๆอยู่ แต่เท่าที่เห็น ในยุคที่มี
พระปัจเจกฯจะไม่มีพระสัมมาฯ และในยุคที่มีพระสัมมาฯก็จะไม่มีพระปัจเจกฯครับ แต่จะมี
พระปัจเจกฯได้เป็นระยะในจักรวาลเดียวเกิน ๕๐๐ รึไม่ก็ไม่ทราบ ผมคงใช้คำว่า ยุค กับ
อายุขัยจักรวาล สลับกันอีกแล้ว 


Atthanij Pokkasap  การพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก ...เป็นทุกข์...
น้ำตาแห่งความเสียใจที่หลั่งให้กับการพลัดพราก..ครั้งแล้วครั้งเล่าในสังสารวัฏ...มีปริมาณมากกว่าน้ำในมหาสมุทร.........จาก ...อนมตัคคสังสารวัฏฏวรรค
วรรคว่าด้วยการเดินทางอันหาที่สิ้นสุดมิได้    หมวดนิทานวรค สังยุตตนิกาย...


Atthanij Pokkasap  การเดินทางอันหาที่สิ้นสุดมิได้(อนมตัคคสังสารวัฏ)..ครับ
ถ้าไม่มีบุญ ไม่มีวาสนากับคำสอนของพระพุทธเจ้า