Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label กัลป์. Show all posts
Showing posts with label กัลป์. Show all posts

Saturday, September 16, 2023

SEVEN BUDDHAS IN THE UNIVERSES : "พระพุทธเจ้า ๗ พระองค์"

 




Atthanij Pokkasap  :


"พระพุทธเจ้า ๗ พระองค์"


เพราะอะไร

ทำไม ?!!

 

ท้าวเวสสุวัณ หรือท้าวกุเวร เทพเจ้าประจำทิศเหนือ ของ จาตุมหาราชิกา สรวงสวรรค์ของเหล่าเทพเจ้า

ผู้พิทักษ์โลกด้วย "โลกบาลธรรม (หิริ-โอตตัปปะ)" จัดเป็น "สาโลหิต"ของพระพุทธเจ้า อีกองค์หนึ่ง

(สาโลหิต คือ ผู้เคยปฏิบัติธรรมร่วมและคุ้นเคยกันมาในอดีตชาติ 

แล้วบรรลุเป็น อริยะบุคคลล่วงหน้ามาก่อน จัดเป็นบุคคลประกอบภูมิทัศน์ในระหว่างการพิสูจน์ทุกขสมุทัย 

คือ "ปฏิจจสมุปปาท" บนเส้นทางของ "บุพเพนิวาสานุสสติญาณ" ของพระพุทธเจ้า)

 

ท้าวเวสสุวัณ ได้แสดง บทพระปริตร ชื่อ "อาฏานาฏิยปริตร"..คือกล่าวทบทวนบุญกุศลที่ร่วมอดีตชาติ

มากับพระพุทธเจ้า นั่นเอง นับจาก พระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้า ย้อนหลังไป ๙๑ กัปกัลป์ 

เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่... "เปรตเครือญาติพระจ้าพิมพิสารคอร์รัปชั่นของสงฆ์" ด้วย

 

การนับกัปกัลป์ หรือ ช่วงเวลาขนาดมหึมาของพระพุทธศาสนา ต้องเข้าใจด้วยว่า กัป

(บาลี..กปฺป สันสกฤต..กลฺป ไทยนำมาใช้คู่กันได้เลยเป็น "กัปกัลป์) เป็นหน่วยนับเวลาค่ามโหฬาร 

ที่ใช้นับเวลาบนเส้นทาง เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย จุติ-อุบัติ ของเหตุการณ์ใน

"ญาณอันเป็นเครื่องระลึกอดีตชาติ (บุพเพนิวาสานุสติญาณ)".... เป็นเหตุและส่งถึงผล คือ

ญาณอันเป็นเครื่องเห็น จุติ-อุบัติทั้งหลาย ( จุตูปปาตญาณ) ที่ประมวล 

การพิสูจน์ กฎแห่งกรรม นับ ล้าน-ล้าน-ล้าน-ล้าน-ฯลฯครั้ง เป็นที่มาของ ธรรมอันเป็น "อกาลิโก" ครับ

 

"พระเจ้า ๗ พระองค์" ที่ไสยศาสตร์ไทยเรียก ก็คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้ง ๗ พระองค์ ที่

ท้าวเวสสุวัณตรัสถึง ในพระอาฏานาฏิยปริตรนี้ ซึ่งก็มี..พระวิปัสสี พระสิขี พระเวสสภู

พระกกุสันธะ พระโกนาคมนะ พระกัสสปะ และพระอังคีรสผู้โคตมโคตร องค์ปัจจุบัน....

หมายถึง...เหล่าอริยเทวา ผู้เป็นสาโลหิตของพระพุทธเจ้า คือ 

ผู้เคยปฏิบัติธรรมร่วมพระพุทธเจ้าแต่เมื่อครั้งพระพุทธเจ้ายังทรงเป็นพระบรมโพธิสัตว์ 

แล้วบรรลุธรรมชั้นอริยะล่วงหน้าพระบรมโพธิสัตว์มาก่อน..

ทั้งหมดส่วนใหญ่นั้น...เคยเป็นสาวกประกอบอยู่ในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้ง ๗ ยุคนี้ นั่นเอง

การนับหน่วยเวลาค่ามโหฬาร...ที่เรียกว่า กัป และกัลป์ ในพระพุทธศาสนา 

นอกจากใช้นับช่วงเวลาเกิดเหตุการณ์ของอดีตชาติที่ได้สัมพันธ์กับพระพุทธศาสนาในแต่ละยุคของ

พระสัมมาสัมสัมพุทธเองเจ้า แล้ว ยังเกี่ยวข้องกับ จุติ-อุบัติ ของ สุริยจักรวาล และ

ดาราจักรทางช้างเผือก (แสนโกฏิโลกธาตุ)โดยตรงด้วย

 

แสดงถึง..


การค้นพบ ปรากฏการณ์เวลา ของพระพุทธศาสนา เกิดจาก

วิชาการระลึกชาติ (อตีตังสญาณ ;บุพเพนิวาสานุสสติญาณ) และ

การวิเคราะห์โครงสร้างของเหตุเกิดแห่งทุกข์ (ทุกขสมุทัย) คือ "ปฏิจจสมุปปาท"

(หลักฐาน เวลาเกิดไปจากจิต ที่เรียกว่า "ปฏิจจสมุปปาท" อยู่ในอัทธานปัญหา คัมภีร์มิลินทปัญหา)                                                                 

และ คำว่า "ไฟประลัยกัลป์" ...หมายถึง

ไฟที่เผาทำลายโครงสร้างเวลาขนาดใหญ่

เป็นคำทันสมัยเกินไปสำหรับวิทยาศาสตร์ที่ยังพัฒนามาไม่ถึงการพิสูจน์ค้นพบว่า

เวลาเกิดจากอะไร ครับ

 

วิทยาศาสตร์ที่ไม่สามารถค้นพบและพิสูจน์ได้ว่า เวลาเกิดจากอะไร ทำไม เพราะอะไร


หยุดแทรกแซงคำสอนของพระพุทธศาสนา ด่วนเลย


เพราะ ท่านโง่มาก กับการแสดงความเสือก


แตะต้องศาสนาที่ค้นพบในสิ่งที่ท่านไม่สามารถ ค้นพบตามได้ !!!

 

 

Atthanij Pokkasap  แสนโกฏิจักรวาล คือ หมู่ดาว ๑๐ แสนล้านดวง

ปัจจุบัน ดาราศาสตร์ เชื่อว่า ดาราจักรทางช้างเผือก มีดวงดาวเป็นสมาชิกอยู่ 4 แสนล้านดวง 

ขณะที่พระพุทธศาสนา นับเป็นจำนวนเต็มที่ ๑๐ ล้านดวง


สนามรองรับดาราจักรทางช้างเผือกนี้เอง...ที่พระพุทธศาสนากำหนดเป็นคาบชีวิต ๑ กัป (กัลป์)


แล้วนำไปเป็นหน่วยนับ...การ เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย จุติ-อุบัติ ของ "จิต"

ตามโครงสร้างปฏิจจสมุปปาท.


Atthanij Pokkasap  การนับหน่วยเวลาค่ามโหฬารของ กัป (กัลป์) พระพุทธศาสนาจัดให้อยู่ในรูปของคลื่น


Atthanij Pokkasap  คลื่น จุติ-อุบัติ รอบใหญ่ของดาราจักรทางช้างเผือก

ที่มาของการประกาศการค้นพบทั้งหมดของพระพุทธศาสนาว่า เป็น "อกาลิโก"...คือ

ไม่จำกัดกาล แสดงถึงการพิสูจน์การค้นพบ นับเป็น ล้าน-ล้าน-ล้าน-ล้าน-ฯลฯ ครั้ง ด้วยกันตามรูปคลื่นนี้

ยุคของพระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้า ผ่านมา ๙๑ กัป ก็คือ ดาราจักรทางช้างเผือก จุติ-อุบัติ มาแล้ว 

๙๐ รอบ โดยรอบที่ ๙๑ ก็คือยุคของ พระโคตมสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์ปัจจุบัน.


Panu Wongpanuvut    พุทธประวัติศาสตร์ข้ามภพข้ามชาติข้ามกัปกัลป์


Atthanij Pokkasap  ศาสนาประจำดาราจักร


Atthanij Pokkasap  เพราะ สำนวนโบราณว่า...

โลกธาตุแสนโกฏิรองรับพระอาชญา(อาญาเขต)แห่งพระปริตร..

หมายความว่า อำนาจพระปริตรแผ่ไปตลอดดาราจักรทางช้างเผือก 

ก็คือกฎการค้นพบธรรมของพระพุทธศาสนา...มีแสนโกฏโลกธาตุ..รองรับ.. น่ะเอง


 

 * Thank you for the pictures from Google.com


Thursday, January 19, 2023

พระพุทธเจ้า ๗ พระองค์ ตลอด ๙๒ กัปกัลป์ ของพระพุทธศาสนา

 

อัตถนิชย์ โภคทรัพย์ 

10 สิงหาคม 2017  


   พระพุทธเจ้า ๗ พระองค์ ประกอบไปด้วย

   1. พระวิปัสสีพุทธเจ้า (สารกัปมี พระองค์)

   2. พระสิขีพุทธเจ้า (มัณฑกัปมี พระองค์)

   3. พระเวสสภูพุทธเจ้า

   4. พระกกุสันธพุทธเจ้า (ภัทรกัป พระองค์)

   5. พระโกนาคมนพุทธเจ้า

   6. พระกัสสปพุทธเจ้า

   7. พระโคตมพุทธเจ้า

   (พระเมตไตรยเป็นอนาคตพุทธเจ้าในภัทรกัปนี้)


มี มหาปทานสูตร ต้นเรื่องปฏิจจสมุปปาท

มี มหาสมัยสูตร ต้นเรื่อง..ธรรมอันเป็นเครื่องเห็นอมนุษย์รองรับ ....

นัยะของพระสูตรแสดงถึงรายละเอียดของภูมิทัศน์

ตลอด ๙๒ กัปกัลป์ ของพระพุทธศาสนา

ที่มาของเหล่า "สาโลหิต"..ชนผู้หลงเหลืออยู่นับจาก

ที่มีกุศลกรรมได้ปฏิบัติธรรมร่วมกันมากับพระบรมโพธิสัตว์ องค์ที่ได้มาตรัสรู้ประจำ

พุทธันดรกัปที่ ๔ นี้

ความผูกพันนี้รวมเป็นหมวดเทวดาสังยุตต์ ...

ถึง ๒,๒๐๐ พระสูตร เลยทีเดียว

 

ผู้ศึกษาแล้วจิตสกปรกมีมลทินจะไม่มีวันรู้เรื่อง

ไม่มีวันเข้าใจ และโง่เขลาอย่างอุบาทว์

เมื่อประกาศความโง่เขลาขึ้นมาลบหลู่

ประวัติศาสตร์ในพระสูตรเหล่านี้

อย่างอเน็จอนาถ ใครก็เยียวยาไม่ได้

ตลอดกาล ครับ.


   

   #มิตรดีสหายดีคือทั้งหมดของการบรรลุธรรม

   ท่านพระอานนท์ กราบทูลพระผู้มีพระภาค ว่า...

   "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี นี้.เป็นกึ่งหนึ่งแห่งพรหมจรรย์    

   เทียวนะ พระเจ้่าข้าฯ"

   พระผู้มีพระภาค ตรัสว่า.....

   "ดูกร อานนท์ เธออย่าได้กล่าวอย่างนั้น เธออย่าได้กล่าวอย่างนั้น ก็ความเป็นผู้มีมิตรดี

   มีสหายดี มีเพื่อนดี นี้.เป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้น ทีเดียวฯ...."

   จาก (๔-๕) อุปัฑฒสูตร มหาวารวรรค สังยุตตนิกาย

   พระไตรปิฎก สยามรัฐ เล่ม ๑๙/๔๕

 

   ภาพประกอบโพสต์ :--

   เจ้าชายสิทธัตถราชกุมาร(๒๙ ชันษา) ออกผนวช โดยมีท้าวสักกเทวราช ประธานบดีแห่ง

   พระอินทร์ทั้งหมื่นโลกธาตุ และ ท้าวฆฏิการพรหมผู้คอยถวายบาตรจีวร จอมเทพและ

   มหาพรหมคู่นี้ เป็น #สาโลหิต คือ #เพื่อนผู้เคยร่วมปฏิบัติธรรมกับพระบรมโพธิสัตว์มาใน

   อดีตชาติ #ครั้งสมัยพระกัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้า ในพุทธันดรกัป ที่ ๓ แล้วบรรลุธรรมเป็น

   อริยะเทพ มาก่อนหน้า

   #ปรากฏการณ์สาโลหิต ของพระพุทธเจ้าประจำพุทธันดรกัปที่ ๔ นี้ คือเรื่องเทวดา และ

   พรหมทั้งหมดในบันทึกพระไตรปิฎก ส่วนผู้เลวทรามต่อธรรมที่ร่วมอดีตชาติก็คือ เรื่อง

   เปรต และสัตวนรกที่บันทึกไว้ในพระไตรปิฎกเช่นกัน

   #ผู้ศึกษาธรรมแล้วไม่มีประสบการณ์ เกี่ยวกับ #ปรากฏการณ์เทวดาพรหมสาโลหิต ก็เพราะ

   ปฏิบัติผิดและไม่เคยมีเพื่อนที่ดีร่วมประพฤติธรรมในอดีต คือไม่มีหลักฐานการบ่มปัญญาบารมี

   มาก่อนเลย นั่นเอง( ครับ.)

 

อัตถนิชย์ โภคทรัพย์  จากพระไตรปิฎก อีกหนึ่งหลักฐาน ประจักษพยานแห่งการบรรลุธรรม

ผู้รู้ที่อธิบายเรื่องเทวดาในพระไตรปิฎกไม่ได้ ทั้งบิดเบือนและสงสัย..ก็เช่นกัน