...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me
...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me
Friday, September 26, 2025
Saturday, August 9, 2025
ข่าวสารจากพระอรหันต์ ตอน กําเนิดโยคะฝัน
Sunday, April 27, 2025
ข่าวสารจากพระอรหันต์ ตอน หลักสูตรพุทธตันตระ
Wednesday, February 12, 2025
"Itipiso" On Magha Puja Day 🙏 🙏 🙏 * การค้นพบโลกของพระพุทธศาสนา *
อ.อัตถนิชย์ โภคทรัพย์
12 กุมภาพันธ์ 2018 ·
#การค้นพบโลกของพระพุทธศาสนา
๏ เมื่ออายตนะภายใน และภายนอกเกิดขึ้น
โลกจึงเกิดขึ้น
๏ โลก ย่อมกระทำการเชยชิดในอายตนะภายใน และภายนอกฯ
๏ โลก เดือดร้อน เพราะยึดถืออายตนะภายใน และภายนอกฯ
๏ อุปาทานที่เป็นเหตุเดือดร้อนในโลก คือ กามคุณ ๕ มีใจ
เป็นที่ ๖ฯ
๏ การคลายความพอใจในกามคุณ ๕ ย่อมพ้นทุกข์ เป็นธรรมชาติ
เครื่องออกจากโลก ๚๛
จาก ข้อ (๓๐๙) ๏ #เหมวตสูตร ๚๛ สุตตนิบาต ขุททกนิกาย พระไตรปิฎก สยามรัฐ เล่ม ๒๕/๔๕
ขยายความศัพท์เท็คนิค แบบ Bio-Quantum Physics :--
1. #อายตนะภายใน
อายตนะ แปลว่า สนามแรง (Force Field) คือ
พื้นที่-ที่เกิดคลื่นพลังงานสั่นสะเทือน (Vibration) ภายใน ได้แก่
ตา-จักขุ หู-โสต จมูก-ฆานะ ลิ้น-ชิวหา กาย-กายะ
พลังงานที่เกิด เรียกว่า
อาการรู้ทางตา-จักขุวิญญาณ
อาการรู้ทางหู-โสตวิญญาณ
อาการรู้ทางจมูก-ฆานวิญญาณ
อาการรู้ทางลิ้น-ชิวหาวิญญาณ
อาการรู้ทางกาย-กายวิญญาณ
เมื่อเรียกโดยขอบเขตหน้าที่การทำงานด้วยระบบประสาท พระพุทธศาสนาเรียกว่า
"#อินทรีย์ทั้ง๕"..
เป็นที่มาของ #กายสังเคราะห์จิต (นามรูปเป็นปัจจัยให้เกิดวิญญาณในวงจรปฏิจจสมุปปาท) และการสร้างพลังงานรู้สึก ที่เรียกว่า #กามคุณ๕
มีใจเป็นที่ ๖ ( มโนวิญญาณ) ซึ่งเป็นอุปาทาน..อุบัติพร้อมๆกับ จักขุวิญญาณ โสต~...ฯลฯ
เป็นตัวสร้างอำนาจเกาะเกี่ยว ที่มาของอุปมา #จิตเหมือนลิง
2. #อายตนะภายนอก ตรงกับศัพท์จิตวิทยาที่ว่า #สิ่งเร้า(Stimulus) ได้แก่ รูป-เสียง-กลิ่น-รส-โผฏฐัพพะ(สัมผัสทางกาย) ไม่ใช่ตัวกาม
แต่เป็นเพียง #วัตถุกาม ที่ก่อให้เกิด #กิเลสกาม...
คือ ความพอใจ-ไม่พอใจ-พอใจก็ไม่ใช่-ไม่พอใจก็ไม่ใช่
เป็นที่มาของอำนาจความคิดเชื่อมโยง แก่ #มโนวิญญาณ..
ใน #วิญญาณเป็นปัจจัยให้เกิดนามรูป โครงสร้างสำคัญของ #ปฏิจจสมุปปาท
3. การคลายความพอใจในกามคุณ ๕
จึงจำเป็นต้องเข้าถึง จุดกำเนิดของสนามพลังงาน
คืออายตนะภายในทั้ง ๕ กับ ใจที่ตั้งของ มโนธาตุ/มโนวิญญาณธาตุ
คือ #มนายตนะ ( Mind over Force Field) ที่มาของมโนวิญญาณ
ที่เกิดพร้อม จักขุวิญาณ-โสตวิญญาณ-ฆานวิญญาณ-ชิวหาวิญญาณ-กายวิญญาณ
#ปัญญาญาณตรงนี้ต้องอาศัยจิตบริสุทธิ์ที่ทรงพลัง
คือ มนายตนะที่ถูกตัดตอนไม่ให้เกิดมโนวิญญาณขึ้นมาพร้อมกับ วิญญาณของอายตนะภายในทั้ง ๕ ความสามารถตัดตอนได้
จึงเป็นที่มาของ #อุตริมนุสสธรรม กับโลกแห่งความแท้จริง ตามที่ปรัชญาวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าแห่งคริสตศตวรรษที่ 20 ฉงนฉงาย
และชาวพุทธโบราณเรียกการสื่อสารนอกขอบเขตอายตนะเหล่านี้ว่า #ปรมัตถสัจจบัญญัติ
(ในขอบเขต เรียกว่า #สมมุติสัจจบัญญัติ)
Thursday, January 9, 2025
ข่าวสารจากพระอรหันต์ ตอน ตันตระ...ตันตระ...ตันตระ
Thursday, November 14, 2024
ข่าวสารจากพระอรหันต์ ตอน คุณสมบัติของสมาธิในพระพุทธศาสนา
Tuesday, October 1, 2024
ข่าวสารจากพระอรหันต์ ตอน ความเป็นกลางของจิตที่ควรแก่การงานตามคําสอนของพระพุทธศาสนา
Thursday, March 7, 2024
ข่าวสารจากพระอรหันต์ ตอน มารู้จักพุทธตันตระกันเถอะ ตอนพิเศษ ที่ ๑
Saturday, February 24, 2024
The Dharma prayer "Ovadha Patimokha" on Magha Puja Day
The Dharma prayer "Itipiso" on Magha Puja Day
Tuesday, December 26, 2023
Traibhumikatha : Buddhism's Legendary in Space and Time
Wednesday, May 6, 2020
Visakha Puja Day is one of the greatest religious holidays in Thailand, around the world and the Universe.
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
เป็น วันประสูติ
วันตรัสรู้
วันเสด็จดับขันธปรินิพพาน
แห่งองค์พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้นำพระพุทธศาสนาสร้างอารยธรรมสากลนับจากสมัยพุทธกาล ชี้นำอารยธรรมโลกอย่างต่อเนื่องมากกว่า ๒,๐๐๐ ปี
พระนครสาวัตถีในสมัยพุทธกาลรุ่งเรืองอย่างยิ่งใหญ่ มีผู้คนกล่นเกลื่อน ถึง ๗๐ ล้าน คน มีชาวทะเลทราย(อาระเบีย) ขี่อูฐเดินทางมาขายแรงงานอย่างมากมายต่อเนื่องในพระนคร จนเป็นที่มาของคำด่า คนหยาบคาย ของชาวพระนครสาวัตถี ว่า "แก-ไอ้อูฐ(เห-กาเมลโกสิ)"
ที่หลักฐานในบันทึกภาษาบาลี
กลับไม่มีชาวพุทธในปัจุบันใดๆ
ค้นคว้าศึกษาไปถึง
ช่างเป็นวันวิสาขาบูชารำลึก
ที่น่าสลดใจยิ่งนัก..ปีแล้วปีเล่า
Friday, January 3, 2020
The Fundamental Buddhism's Doctrines for Mind over Force Field : The Advanced Study of Sacittapariyodapanam
ฌานและปัญญาเป็นเหตุปัจจัยซึ่งกันและกัน ไม่แยกกัน ไม่อาจแยกขาดจากกัน
มีพระพุทธคาถาตรัสรับรองในธรรมบท ว่า
Natthijhanam apannassa,
...ไม่มีปัญญา ก็ไม่มีฌาน
Pannanatthi ajhayino.
...ฌานไม่มี ปัญญาก็ไม่มีฯ
ฌาน โดยการเปิดเผยเพื่อพิสูจน์และค้นพบของพระพุทธเจ้า มีอยู่สอง คือ
๒.๑ ลักขณูปนิชฌาน
๒.๒ อารัมณูปนิชฌาน
เป็นฌานเพื่อปัญญา(หลุดพ้น) มีสามลักษณะ คือ
๑. #อนิมิตสมาธิ
เป็นฌานเข้าสมาบัติเพื่อการประสบ(experienced) ...
"สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา"
ออกจากสมาบัติ เรียกว่า
#อนิมิตวิโมกข์
เป็นฌานเข้าสมาบัติเพื่อการประสบ(experienced)...
"สพฺเพ สงฺขารา ทุกขา"
ออกจากสมาบัติ เรียกว่า
"#อัปณิหิตวิโมกข์"
เป็นฌานเข้าสมาบัติเพื่อการประสบ(experienced)
"สพเพ ธมฺมา อนตฺตา"
ออกจากสมาบัติ เรียกว่า
"#สุญญตวิโมกข์"
ปัญญาในการเห็น #ไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง-ทุกขัง-อนัตตา ของขันธ์๕ และแม้แต่ขันธ์๕เอง..ไม่ใช่เกิดจากการท่องจำหรือบริกรรมใดๆ แต่มีจิตที่ฝึกอบรมดีแล้วเป็น ฌานสมาบัติรองรับการประสบ ซึ่ง เป็นไปตามพระพุทธโอวาท ว่า
Samadhim bhikkhave bhavetha.
...ภิกษุทั้งหลาย เธอจงเจริญสมาธิฯ
Samahitassa bhikkave bhikkhuno yathabhutam okkayati.
...เพราะเมื่อภิกษุมีจิตตั้งมั่น(ในสมาธิ)แล้ว สิ่งทั้งปวงย่อมปรากฏตามเป็นจริงฯ
สฬายตนวรรค สังยุตตนิกาย
พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ เล่ม๑๘/๔๕
เป็นฌานเพื่อแสดงคุณ(แห่ง)ธรรม และอานุภาพพระศาสนา ยืนยัน
#อานิสงส์แห่งมนุษยธรรม และ
#อานิสงส์แห่งอุตริมนุสสธรรม
Mind over Force Field ทั้งหมด
เมตตาเจโตวิมุตติ
กรุณาเจโตวิมุตติ
มุทิตาเจโตวิมุตตื
อุเปกขาเจโตวิมุตต
ซึ่งมีการเรียกเฉพาะ ว่า
"#พรหมวิหาร๔"
ไม่อาจแยกขาดจากกัน เพราะ...
*ราคานุสัย คือรากเหง้าของ อภิชฌา ที่มาของ #ราคะ-#โลภะ ปฐมฌานจึงมีชื่อสมาบัติว่า
๏ #เนกขัมมสุข ๚๛
จากการหลีกเร้นกาม
จากการพ้นเหนือไปจากกามคุณ๕
จากการพ้นการครอบงำของข้อมูลประสบการณ์ของ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ที่ก่อตัวเป็นระบบปสาทรูป(Nervous System)อันดับ๑ ของ รูปอาศัย;อุปาทายรูป๒๔
*ปฏิฆานุสัย คือ รากเหง้า พยาบาท ที่มาของ #โทสะ
และ วิโมกข์ตั้งอยู่บทบาทของตติยฌาน ซึ้งมีชื่อเป็นศัพท์เท็คนิคเฉพาะว่า
"#สุภกิณหพรหม"
มีชื่อสมาบัติว่า
๏ #สมาธิสุข ๚๛
*อวิชชานุสัย คือรากเหง้าของ อัสมิมานะ ที่มาของ โมหะ เป็นปรากฏการณตามที่มีพระพุทธบัญญัติไว้เป็นพระสูตรชื่อ
"หิมวันตสูตร"
และ จตุตถฌาน (ฌานที่๔) นี้ มีชื่อสมาบัติว่า...
๏ สัมโพธิสุข๚๛
*#อุปริกขะ๓* ได้แก่....
"ธาตุอุปริกขะ"
คือ ต้องมีความรู้แตกฉานในโครงสร้างของ อาการ๓๒ ที่เป็นธาตุดิน๒๐ ธาตุน้ำ๑๒ ธาตุไฟ๔ ธาตุลม๖ อากาสธาตุ๑ วิญญาณธาตุอีก๑.. ตามพระพุทธบัญัติที่ทรงมีนิยามบัญญัติไว้ ในหลายๆพระสูตร ชัดเจนขึ้นใจ
"อายตนอุปริกขะ"
คือ ต้องมีความรอบรู้แตกฉานในโครงสร้างของอายตนะ๖ ทั้งรูปธรรม ได้แก่ จักขวายตนะ โสตายตนะ ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ มนายตนะ(มนายตนะประกอบด้วย มโนวิญญาณ และมโนธาตุวิญญาณ) และนามธรรมคือ เวทนา-สัญญา-เจตนา-ผัสสะ-มนสิการ ซึ่งเป็น Survival Dynamic และ/หรือ Vitality Force ตามพระพุทธบัญญัติเป็นนิยามไว้หลายมิติในพระสูตรต่างๆ
"ปฏิจจสมุปปาทอุปริกขะ"
คือ ต้องมีความรอบรู้แตกฉานในโครงสร้างของพระปฏิจจสมุปปาท ทั้งในส่วนที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม ที่มีพระพุทธบัญญัติให้นิยามความหมายไว้ในหลายๆพระสูตร อย่างกลมกลืนเสริมกัน ไม่มีขัดแย้งกัน
นวกนิบาต อังคุตตรนิกาย
พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ เล่ม ๑๖/๔๕
๏ ลักขณูปนิชฌาน เป็นสมาธิของจิตที่รองรับ
"ปัญญาวิมุตติ"
"เจโตวิมุตติ"
"สัญญาเวทยิตนิโรธ"
ซึ่งเป็น....
"อุปาทิเสสนิพพาน"
คือการเข้า นิพพานในขณะที่ยังมีชีวิตดำรงอยู่
เสมอกัน !!!!!
ภาพที่๑.
แสดง หัวใจและตับ เป็นรูปธรรมรองรับ จิตที่เป็นกำลังของปัญญา และปัญญาหลุดพ้น หัวใจสัมพันธ์กับการหายใจที่ต้องสร้างสารอาหารจากลำไส้เล็กที่อาศัยน้ำย่อยจากตับซึ่งพักไว้ที่ถุงน้ำดีที่ทำงานร่วมกับระบบน้ำเหลือง และอาศัยออกซิเจนจากปอด เป็นไป
แสดงระบบปสาทรูป(Nervous System) กับระบบการไหลเวียนของโลหิต(Circulatory System) รองรับความรู้สึกที่พระพุทธศาสนาเรียกเฉพาะว่า "เวทนา" ซึ่งการดัับสนิทของกระบวนการเวทนาคือเป้าหมายสูงสุดของการฝึกอบรมจิตของพระพุทธศาสนาดังเวทนาที่ปรากฏในศัพท์เท็คนิคว่า
"สัญญาเวทยิตนิโรธ" ตรง "เวทยิต"
แสดงข่ายใยของระบบน้ำเหลือง(Lymphatic System) ซึ่่งพระพุทธศาสนารวมเอา "ถุงน้ำดี(Gallbladder) เข้าไว้ด้วยกันกับระบบน้ำเหลืองเรียกรวมว่า "ปิตตะ"
ในหลักสูตรอบรมจิต ปิตตะเป็นรูปธรรมรองรับการทำงานของ "สติสัมปชัญญะ" ที่ตั้งของ
"หิริ-โอตตัปปะ"
แสดง บันทึกความทรงจำภายในเซลล์ที่เรียกว่า Engram Bank ซึ่งมีข้อมูล ๕,๐๐๐ ล้านบิท ต่อหนึ่งเซลล์ และพระพุทธศาสนามีหน่วยวัดปริมาณเหตุการณ์ในความทรงจำที่บรรจุภายในเซลล์นี้เรียกว่า "กัปป์-กัลป์"
และเรียกกลุ่มความทรงจำนี้ว่า "สัญญา"
แสดงพลังงานไฟฟ้าเคมีที่เข้าไปเกี่ยวข้องพลังงานนิวเคลียร์ที่ยึดเหนี่ยวโมเลกุลของธาตุคาร์บอน แต่จิตสามารถใช้แรงไฟฟ้าเคมีชีวภาพจากกระบวนการในลมหายใจ (Respiratory System) เข้าไปควบคุมแรงนิวเคลียร์ในธาตุคาร์บอนจากสารอาหารให้เกิดการสังเคราะห์อินทรียสารสร้างชีวิตของสัตวบุคคลขึ้นมาได้.
การนั่งสมาธิที่สำนวนโบราณของชาวพุทธเรียกว่า นั่งคู้บัลลังก์ตั้งกายตรง เพื่ออ่านค่าสนามแม่เหล็กไฟฟ้าเคมีชีวภาพ จากการไหลโคจรของระบบเลือด ที่สัมพันธ์กับการไหลโคจรของระบบน้ำเหลือง และสุดท้ายให้ระบบน้ำเหลืองเข้าทำงานแทนที่ระบบไหลเวียนของโลหิตทั้งหมด เป็นที่มาของอาการฉ่ำเย็นตลอดทั้งร่างที่เรียกว่า "ปีติ" ระดับต่างๆขณะจิตเป็นอิสระไปจากข้อมูลของอายตนประสาท เพราะ เลือดและอายตนประสาทหยุดทำงาน โดยระบบน้ำเหลืองซึ่งส่วนใหญ่เป็นประจุอิสระค่าบวก ทำงานแทนที่เกือบทั้งหมดแล้ว ซึ่งเมื่อสัมพัทธ์กับสนามโน้มถ่วงดวงดาวของโลกและจักรวาล ก็จะเกิดปรากฏการณ์ของ อุตริมนุสสธรรมทั้งหลายขึ้น ตามบันทึกทั้งหมดในพระไตรปิฎก.