Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label การหายใจ. Show all posts
Showing posts with label การหายใจ. Show all posts

Friday, January 11, 2019

บทฝึกกักลมอัสมิตา...มีโครงสร้าง ๓ ระดับ




   บทฝึก กักลมอัสมิตา

    กักลมอัสมิตา นั้น มีโครงสร้าง ๓ ระดับ


ระดับที่ ๑. เบื้องต้นสุด
เป็นการฝึกใช้ลมหายใจอย่างทีประสิทธิภาพที่สุด ของกระบวนการหายใจภายนอก
กระบวนการหายใจภายนอก ได้แก่ การหายใจจากปลายจมูก ไปสิ้นสุดที่ปอด

ปอด ของมนุษย์ มีพื้นที่ เป็น ๑ ตารางวาของเจ้าของปอด
ทุกๆครั้งที่มีการหายใจ ออก/เข้า ๑ รอบ จะมีลมหายใจตกค้างอยู่ในปอด 5/6 ส่วน ถูกปล่อยคายออกมา เพียง 1/6ส่วน เท่านั้น

ทำอย่างไร จึงจะกระจายลมหายใจที่ตกค้าง 5/6 ส่วนนั้นออกมาให้ได้ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ เท่าที่สรีระร่างกายตามธรรมชาติของมนุษย์คนหนึ่งๆพึงพัฒนาไปถึง
เป็นที่มาของ การกระโดดเขย่าๆ เมื่อ กักและอัดขับภายในแล้ว



ระดับที่ ๒. เป็นเบื้องกลาง มีความละเอียดประณีตในการหายใจเพิ่มมากขึ้น
เป็นการฝึกกระบวนการหายใจ..ภายในเบื้องต้น จาก ปอด สู่หัวใจ
ลมหายใจที้ตกค้างในปอด 5/6 ส่วน ทุกรอบการหายใจ ออก/เข้า ๑ รอบ

หัวใจ ต้องการ ลมหายใจไปสร้างประจุไฟฟ้าอิสระ ๑ หน่วยติดไปกับเซลล์เม็ดเลือด เป็น
ไฟฟ้าเคมีชีวภาพ ๑หน่วยพิเศษ ที่มีอิทธิพลต่อการควบคุมพลังงานนิวเคลียร์ในธาตุคาร์บอน(C) จำนวน ๑๐๐ หน่วย เพื่อให้เกิดการสังเคราะห์เป็นเนื้อเยื่อของอินทรียสารที่มาของอาการ ๓๒(ทวัตติงสาการ)

การสังเคราะห์อินทรียสารจากธาตุคาร์บอนที่ร่างกายได้มาจากอาหาร จะต้องแม่นยำ ด้วย อัตรา ไฟฟ้าเคมีชีวภาพจากลมหายใจ/แรงนิวเคลียร์ยึดเหนี่ยวภายในธาตุคาบอน = 1/100 อย่างแม่นยำเที่ยงตรงที่สุด

การอัดเขย่าขณะกักลมในช่วงนี้จะต้องแน่น ประณีต ลึกด้วยเทคนิคพิเศษเฉพาะธรรมชาคิของแต่ละสรีระ จึงต้องมีการเรียนรู้ ลมในกองธาตุ หรือธาตุลมภายใน ๖ กองตามการค้นพบในกรรมฐานพุทธ อย้างแม่นยำชัดเจนเสียก่อน



ระดับที่ ๓. เป็นเบื้องสูง มีความละเอียด ประณีต และลึกล้ำที่สุด
เป็นการฝึกบริหารจัดการ กระบวนการหายใจภายใน จากหัวใจ ผ่านเซลล์เม็ดเลือดไปสู่
การทำงานภายในเซลล์ที่สร้างเนื้อเยื่อขึ้นเป็นอาการ ๓๒ ประกอบขึ้นเป็นสรีระร่างกายทั้งหมด ที่มีจำนวนประมาณ ๑๐๐ ล้าน-ล้าน เซลล์ แต่ละเซลล์สื่อสารในระหว่างกันผ่านช่องว่างเรียกว่า
ซินแนปส์(synapse)ด้วยคลื่นความถี่ ตั้งแต่ 20 hz ถึง 1000 hz.และมากกว่า

ในระดับนี้ กองธาตุลมภายในทั้ง ๖ จะประสานงานกับ น้ำดี(ปิตตะ) ทั้งแบบเป็นฝักที่อยู่ตอนล่างส่วนกลางของตับ กับแบบที่ไม่เป็นฝักที่เคลือบอาบตลอดสรีระร่าง

โดยเฉพาะน้ำดีแบบที่ไม่เป็นฝักที่กรรมฐานพุทธค้นพบว่าเคลือบอาบตลอดร่างเพื่อทำหน้าที่ส่งเสบียงฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง คือลม(ออกซิเจน)และอาหารพร้อมเกลือแร่..ที่เม็ดเลือดต้องการอย่างต่อเนื่องในการสังเคราะห์ธาตุคาร์บอนเป็นอินทรียสารพื้นฐานของตัวชีวิตที่ทรงประสิทธิภาพอย่างสมบูรณ์ที่สุดตามธรรมชาติ

สรีระที่มีประสิทธิภาพสมบูรณ์ที่สุดตามธรรมชาติของมนุษย์เท่านั้น ที่จะสามารถรองรับปัญญาสูงสุด ตามที่พระพุทธศาสนาได้ค้นคว้าและพิสูจน์พบแล้ว เรียกว่า "อุตริมนุสธรรม" ได้ หาใช่เรื่องปกติของกิเลสตัณหาทั่วๆไปจะมาค้นพบหรือพิสูจน์ได้ แต่อย่างใดไม่



อัสมิตา เอกะวัคคะปกิณกัง นิฏฐิตัง ฯ


Cr. "นายขยะ" Atthanij Pokkasap


Friday, December 28, 2018

การค้นพบตนเองชุดที่ 1 : เรื่อง การหายใจที่ถูกวิธีและประณีต




การค้นพบตนเองชุดที่ 1
เรื่อง:การหายใจที่ถูกวิธีและประณีต

(ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ณ วันที่ 7 มีนาคม
ปีพุทธศักราช 2559)ซึ่งจะมีเนื้อหาเพิ่มเติมมากขิ้น โดยมีดังนี้


1.ปรับปรุงในส่วนการเรียบเรียงให้ละเอียดกว่าเดิมยิ่งขิ้น


2.มีการแบ่งเป็น 3 ส่วนชัดเจน คือ

2.1. ส่วนของบทสรุป(แยกหมวดจากเดิมจะอยู่ที่ส่วนวิชาการ เพื่อให้มือใหม่จะได้ศึกษาข้อมูลสรุปก่อนครับ)

2.2. ส่วนของวิชาการ

2.3.ส่วนส่วนของการปฏิบัติจริง(ส่วนนี้จะเพิ่มเติมในส่วนของประสบการณ์ของตัวกระผมเองนี้แหละครับ)


3.ในส่วนวิชาการจะมีการเพิ่มเติมดังนี้

3.1.มีการเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การใช้น้ำหนักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ (เช่น ดัมเบล แต่ถ้าไม่มีก็ใช้อย่างอื่นได้)

3.2.อธิบายในส่วนวิชาการต่างๆ ให้เข้าใจง่ายกว่าเดิม
รวมถึงมีการอธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างกักลมอัสมิตากับหัวใจเช่นกันครับ

3.3.เพิ่มรูปภาพประกอบให้มากขิ้น(ที่จริงอยากเพิ่มตั้งแต่เพิ่มเติมครั้งที่ 1 แล้วแต่ระบบเฟสยังให้เพิ่มไม่ได้ ตอนนี้เพิ่มได้ เลยเพิ่มรูปภาพจากเดิม 5 รูปเป็น 15 รูปครับ)

3.4.มีการเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างระบบน้ำเหลืองกับร่างกาย รวมถึงผลจากการหายใจอย่างถูกวิธี

3.5.เพิ่มเติมเกี่ยวกับประสบการณ์ของกระผมเดิมให้ครบถ้วน (จากเดิมที่ยังเขียนไว้ไม่ครบถ้วนครับ)


4.มีการเพิ่มเวอร์ชั่นแปลภาคภาษาอังกฤษเพื่อเป็นวิทยาทานให้ชาวต่างชาติที่อาจยังไม่สามารถอ่านภาษาไทยได้นั้นได้ศึกษา เรียนรู้และปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ
(เนื่องจากมีชาวต่างชาติเป็นจำนวนมากได้สนใจในเรื่อง การกักลมอัสมิตา นี้จึงได้เพิ่มเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาครับ)


5.มีการเพิ่มรายละเอียดในส่วนของการติดต่อทั้งในส่วนของ อ.นิช และในส่วนของค่ายมหาเวทย์มวยไทยเทรนนิ่งแคมป์ที่ จ.ภูเก็ต
(มีเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ของค่ายมหาเวทย์มวยไทยเทรนนิ่งแคมป์ที่ จ.ภูเก็ต เช่นกันครับ)
ก่อนที่จะเข้าสู่ปฐมบทของเรื่องราวการค้นพบตน ตอนที่ 1 นั้น จะขอประกาศดังนี้ว่า
อาจมีการเพิ่มเติมเนื้อหาให้มากขิ้นและครบถ้วนให้มากกว่าในทุกๆครั้งที่มีการแก้ไขและเพิ่มเติม (ไม่ได้หมายถึงว่าครั้งก่อนๆหน้านั้นผิด แต่มีความสมบูรณ์น้อยกว่าครั้งที่้เพิ่มเติมล่าสุดครับ)
ฉะนั้น ในอนาคตอาจมีการเพิ่มเติมอีกครับ แต่จะในหัวเรื่องอะไรจะบอกกันอีกครั้งครับ



ปฐมบทเรื่องราวการค้นพบตน ตอนที่ 1
เริ่มจากตอนที่ 1.1. วิธีการแบบสรุปเนื้อหา
เพิ่มเติมเนื้อหาแบบสรุปครับ:
การกักลมอัสมิตา
มี 2 ขั้นตอน ครับ

ขั้นตอนที่ 1 กักลมอัสมิตา(มือใหม่ควรทำวันละ 3-5 ครั้ง)

1.1. ได้แก่ หายใจออก-ออกให้สุด สุดแล้วเกร็งช่วงล่างของร่างกายให้แน่น กลั้นใจไว้ กระโดดเขย่าๆๆๆ..นับ 1 ถึง 10 (ใหม่ๆ) ชำนาญแล้วค่อยขยายเป็น ถึง 20-30

1.2. ได้แก่ ต่อจากข้อ 1.1 หายใจเข้า-เข้าให้สุด สุดแล้วเกร็งช่วงบนลำตัวให้แน่น กลั้นใจไว้ กระโดด เขย่าๆๆๆๆ นับ 1 ถึง 20(ใหม่ๆ) ชำนาญแล้ว ค่อย ขยาย เป็น 30-50


ขั้นตอนที่ 2 หายใจออก-ออกสุด(พยายามทำให้เป็นประจำ)

หายใจเข้า-เข้าสุด ทำตอนก่อนนอนหลับ ทำจนหลับไปเองเพื่อปลูกฝังนิสัย การหายใจยาวประณีตให้ตนเอง
และใช้เวลาอย่างฝึกนั่งสมาธิเบื้องต้นด้วย
เน้นว่าขั้นตอน 1.1 และ 1.2 ให้ทำต่อกันเลยครับ(ไม่พร้อมกันครับ)


Thursday, December 20, 2018

โครงสร้างบทฝึก "กักลมอัสมิตา" สู่กรรมฐานพุทธดั้งเดิมที่ได้ประกาศการค้นพบ




Atthanij Pokkasap


โครงสร้าง...
บทฝึก กักลมอัสมิตา
กักลมอัสมิตา นั้น มีโครงสร้าง ๓ ระดับ


ระดับที่ ๑. เบื้องต้นสุด
เป็นการฝึกใช้ลมหายใจอย่างที่มีประสิทธิภาพที่สุด ของกระบวนการหายใจภายนอก
กระบวนการหายใจภายนอก ได้แก่ การหายใจจากปลายจมูก ไปสิ้นสุดที่ปอด
ปอด ของมนุษย์ มีพื้นที่ เป็น ๑ ตารางวาของเจ้าของปอด
ทุกๆครั้งที่มีการหายใจ ออก/เข้า ๑ รอบ จะมีลมหายใจตกค้างอยู่ในปอด 5/6 ส่วน ถูกปล่อยคายออกมา เพียง 1/6 ส่วน เท่านั้น

ทำอย่างไร จึงจะกระจายลมหายใจที่ตกค้าง 5/6 ส่วนนั้นออกมาให้ได้ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ เท่าที่สรีระร่างกายตามธรรมชาติของมนุษย์คนหนึ่งๆพึงพัฒนาไปถึง
เป็นที่มาของ การกระโดดเขย่าๆ เมื่อ กักและอัดขับภายในแล้ว


ระดับที่ ๒. เป็นเบื้องกลาง มีความละเอียดประณีตในการหายใจเพิ่มมากขึ้น
เป็นการฝึกกระบวนการหายใจ..ภายในเบื้องต้น จาก ปอด สู่หัวใจ
ลมหายใจที่ตกค้างในปอด 5/6 ส่วน ทุกรอบการหายใจ ออก/เข้า ๑ รอบ
หัวใจ ต้องการ ลมหายใจไปสร้างประจุไฟฟ้าอิสระ ๑ หน่วยติดไปกับเซลล์เม็ดเลือด
เป็น ไฟฟ้าเคมีชีวภาพ ๑ หน่วยพิเศษ ที่มีอิทธิพลต่อการควบคุมพลังงานนิวเคลียร์ใน
ธาตุคาร์บอน(C) จำนวน ๑๐๐ หน่วย เพื่อให้เกิดการสังเคราะห์เป็นเนื้อเยื่อของอินทรียสาร
ที่มาของอาการ ๓๒(ทวัตติงสาการ)

การสังเคราะห์อินทรียสารจากธาตุคาร์บอนที่ร่างกายได้มาจากอาหาร จะต้องแม่นยำ ด้วย
อัตรา ไฟฟ้าเคมีชีวภาพจากลมหายใจ/แรงนิวเคลียร์ยึดเหนี่ยวภายในธาตุคาบอน = 1/100 อย่างแม่นยำเที่ยงตรงที่สุด
การอัดเขย่าขณะกักลมในช่วงนี้จะต้องแน่น ประณีต ลึกด้วยเทคนิคพิเศษเฉพาะธรรมชาติของแต่ละสรีระ จึงต้องมีการเรียนรู้ ลมในกองธาตุ หรือธาตุลมภายใน ๖ กองตามการค้นพบในกรรมฐานพุทธ อย่างแม่นยำชัดเจนเสียก่อน


ระดับที่ ๓ เป็นเบื้องสูง มีความละเอียด ประณีต และลึกล้ำที่สุด
เป็นการฝึกบริหารจัดการ กระบวนการหายใจภายใน จากหัวใจ ผ่านเซลล์เม็ดเลือดไปสู่
การทำงานภายในเซลล์ที่สร้างเนื้อเยื่อขึ้นเป็นอาการ ๓๒ ประกอบขึ้นเป็นสรีระร่างกายทั้งหมด ที่มีจำนวนประมาณ ๑๐๐ ล้าน-ล้าน เซลล์ แต่ละเซลล์สื่อสารในระหว่างกันผ่านช่องว่างเรียกว่า ซินแนปส์(synapse)ด้วยคลื่นความถี่ ตั้งแต่ 20 hz ถึง 1000 hz.และมากกว่า
ในระดับนี้ กองธาตุลมภายในทั้ง ๖ จะประสานงานกับ น้ำดี(ปิตตะ) ทั้งแบบเป็นฝักที่อยู่ตอนล่างส่วนกลางของตับ กับแบบที่ไม่เป็นฝักที่เคลือบอาบตลอดสรีระร่าง

โดยเฉพาะน้ำดีแบบที่ไม่เป็นฝักที่กรรมฐานพุทธค้นพบว่าเคลือบอาบตลอดร่างเพื่อทำหน้าที่ส่งเสบียงฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง คือลม(ออกซิเจน)และอาหารพร้อมเกลือแร่..ที่เม็ดเลือดต้องการอย่างต่อเนื่องในการสังเคราะห์ธาตุคาร์บอนเป็นอินทรียสารพื้นฐานของตัวชีวิตที่ทรงประสิทธิภาพอย่างสมบูรณ์ที่สุดตามธรรมชาติ



สรีระที่มีประสิทธิภาพสมบูรณ์ที่สุดตามธรรมชาติของมนุษย์เท่านั้น ที่จะสามารถรองรับปัญญา
สูงสุด ตามที่พระพุทธศาสนาได้ค้นคว้าและพิสูจน์พบแล้ว เรียกว่า "อุตริมนุสธรรม" ได้ หาใช่เรื่องปกติของกิเลสตัณหาทั่วๆไปจะมาค้นพบหรือพิสูจน์ได้ แต่อย่างใดไม่
อัสมิตา เอกะวัคคะปกิณกัง นิฏฐิตัง ฯ






Takeda Kosae    ที่นี่เลย ^^*



Atthanij Pokkasap  การฝึกกักลมอัสมิตา จะฝึกขับเคลื่อนอยู่บนข้อมูลตรงตามที่พระพุทธศาสนาได้ค้นพบและแสดงไว้ดีแล้ว และสอดคล้องตรงกับการค้นพบของ
วิชาเซลล์วิทยาในวิทยาศาสตร์สุขภาพของปัจจุบันด้วย นั่นคือ การฝึกต้องฝึกความละเอียดของความรู้สึกตามลมหายใจ...ที่ตนหายใจออกหายใจเข้า...ตามไปจนถึงลึกที่สุดของลมหายใจนั่นๆว่า...ลมหายใจของตนแท้จริงแล้วไปสิ้นสุด ณ ที่ใดของ อวัยวะภายในส่วนใด เพราะอะไร...ทำไม และอย่างใด ให้จงได้ 

จึงต้องมีการสะสมความรู้ทั้งจาก ที่กรรมฐานพุทธดั้งเดิมได้ประกาศการค้นพบ และที่
วิชา เคมีชีวภาพ กับเซลล์วิทยาในวิทยาศาสตร์สุขภาพปัจจุบันได้ค้นพบแล้ว....เท่านั้น อุปาทาน แลคิดเอาเอง ไม่มีการนำเอามาประกอบการฝึก อย่างเด็ดขาด ครับ



Atthanij Pokkasap  เพราะผลของการเพ่งโดยการสร้าง...ภาพอุปาทาน ขึ้นมานั่น...สำเร็จ
ก็จริง แต่สำเร็จพร้อม..มะเร็งแดก...ตาย ก่อนเวลาอันควร...แทบทั้งนั้น ครับ



ถ่ายทอด กักลมอัสมิตา บทที่ ๑.."การหายใจเพื่อสุขภาพ"




Atthanij Pokkasap 


ถ่ายทอด กักลมอัสมิตา
บทที่ ๑.."การหายใจเพื่อสุขภาพ"

แด่เพื่อนๆ "บุรีรัมย์ วิทย์ 14"
ที่เติบโตเป็น "วัยรุ่น-วุ่นเรียน" มาด้วยกัน
เมื่อ 45 ปีก่อน....
ณ หอประชุม โรงเรียนเสนสิริฯ
ระหว่าง 09:00-13:00 น. 27 กพ.2559
น้ำจิต น้ำใจแห่งเพื่อนแต่ครั้งวัยเรียน
ครึกครื้น รื่นเริง เป็นไมตรีอบอุ่น นิรันดร์กาล


  

ปณิตา ถนอมวงษ์    อัสมิตาออกสื่อ..ฮิ้ววว


Chanasorn Suadprakorn    ง่อววว


Yutthana Sirisilp    อีกไม่นาน อัสมิตา. จะเป็นที่รู้จัก...กันทั้งประเทศ...ฟันธง


Atthanij Pokkasap  เพื่อนทุกคน...เรียนจบม.ปลายสายวิทย์ล้วนๆ....ครับ


Atthanij Pokkasap  ไม่เที่ยวแจกความงมงายอย่างไอ้พวกไม่มีสมองในทุกวันนี้ครับ


Panu Wongpanuvut    คนเยอะจัง 


Atthanij Pokkasap  มาครึ่งเดียวของทั้งห้อง เท่านั้น ครับ


Atthanij Pokkasap  Sompong Ren ใช้ไม้พลองลูกเสือ
ฟาดใส่ท้องและอก Atthanij Pokkasap  ด้วยกระบวนท่า ไม้เท้าตีสุนัข ยอดวิชาประจำประมุขพรรคกระยาจก หลายป้าบ...ต่อหน้าเพื่อนๆ...ลงโทษฐานที่ ลดตัวลงไปกัดกับฝูงสุนัขบ้าในฟาร์มใต้ครอบกะลา เมื่อปลายปี 2558 ที่ผ่านมา


Chanasorn Suadprakorn    ขอคลิปครับ


Atthanij Pokkasap  ยังไม่ถึงเวลาที่ใช่...


Atthanij Pokkasap  ต้องให้ 3 คนรุมฟาด...ที่น้ำหนักฟาด 60% ขึ้นไป ..จึงจะเอาคลิปลง


Chanasorn Suadprakorn    ครับ  ไม่ได้กักลมนานละ กักบ้างเว้นบ้าง พ่ออยู่อดกัก ตอนเช้าผมก็ตื่นช้า เลยรีบไป รร. พอกลับตะทำเย็น พ่อก็กลับไว อดกัก จะแอบทำ แบบเคย ๆ ได้ยินเสียงก็จะโดนว่าอีก อยู่บ้านแบบห้องแถวเล็ก ๆ หมดสมาธิ ต้องรอ เขาไม่อยู่บ้านค่อยได้กัก


Sompong Ren    ทำที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่บ้าน มันจะยากอารายแว้


Chanasorn Suadprakorn    โดนด่า คนบ้า พอดี


Atthanij Pokkasap  ก็แบ่งๆมาเถอะ ถ้าพ่อจะมีเยอะมาก


Chanasorn Suadprakorn    ชอบกักเล่น ตอนทำงาน กักไปทำไป แต่ไม่ได้กระโดด ง่า


เชลง ศักดิ    ไม้หน้าจะหัก คนตีเจ็บมือแน่นอน


Atthanij Pokkasap  ยังเกรงใจกันอยู่..ที่น้ำหนักฟาด 20% และ 40% ของคนหวดที่หนัก 110 Kg. ครับ


Takeda Kosae    กระตุ้นลมได้เร็วดั่งใจกว่าเดิมหรือตอนนี้คลุมกายอัตโนมัติละคับอาจาร์ย


Atthanij Pokkasap  อัตโนมัติแล้ว แต่..ยังไม่เต็ม ลมสามกองที่ต้องใช้
(ลมท้อง-กุจฉิสยาวาต  ลมช่องท้องน้อย-โกฏฐาสยาวาต และ
ลมแล่นทั่วกาย-อังคมังคานุสารีวาต ..)


Panu Wongpanuvut    ไล่ตีหมาขี้เมาที่อวดตัวว่ามีตาทิพย์เป็นลูกพญานาคแต่ศีลข้อ๕มันยังไม่มีปัญญารักษา กินความโกรธของมันเป็นอาหารจนคิดทบทวนกลับมาหาวิธีฝึกเวลานอนได้(หาวิธีฆ่าความโกรธเจอ) ตื่นมาตอนเช้าสดชื่นตัวเบาสบาย 


Atthanij Pokkasap  กักลมอัสมิตา..ในระดับการหายใจภายใน...ทุกเซลล์ ร่วมสร้างถุงลมนิรภัยคุ้มกันแรงกระแทกได้เด็ดขาดตลอดร่างครับ...


Panu Wongpanuvut    ระบบแอร์โดรริค 


Jaruvat Chanposri    ยิ่งกว่าวิชาคงกระพันอีกนะครับเนี่ย


Atthanij Pokkasap  เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ของคนมีสติปัญญาจริงเขาพิสูจน์ และสัมผัสได้ พวกไม่มีสมอง แล้วเที่ยวยัดเยียดความงมงายไม่มีสมองของมันเองให้คนอื่นๆเขา ... มันไม่คู่ควรแม้แต่จะเห็นหรือรับรู้ ครับ


Panu Wongpanuvut    ถ้าบวกคาถาคงเทียบเท่าคณะทูตสยามที่ไปแสดงแสงยานุภาพหยุดอานุภาพปืนกลไฟอันแสนภูมิใจในการล่าเมืองขึ้นของฝรั่งเศสอย่างชะงัดจนมันไม่กล้าแตะสยามและขอเป็นมิตรด้วยแน่ 


Jaruvat Chanposri    สุดยอดลมหายใจบวกกับคาถา


Panu Wongpanuvut   ให้มันไม่รู้สาเหตุการตายของตัวมันเองด้วย


Atthanij Pokkasap  ยังเหลือ เรื่อง อุทธังอัทโธ และ อัทโธอุทธัง....ลมบนลมล่าง-ลมล่างลมบน ที่น่าจะทันในอีกสามเดือนข้างหน้า ครับ...


Jaruvat Chanposri    เกินกว่าจะบรรยายได้จริงๆครับ


Panu Wongpanuvut    กำหนดการชัดเจนแล้ว เลียขา เอ้ย! เลขา มาร์คไว้ๆๆ 


Atthanij Pokkasap  ให้เพื่อนๆ สายวิทยาศาสตร์ล้วนๆ
พิสูจน์....กรรมฐานเกราะเหล็ก "กักลมอัสมิตา"


Sompong Ren   พลังหมัดพิชิตมังกรระดับพลัง 80‰ อยากต่อยมันมานานแล้ว
เอาไม่อยู่ ยึนเฉยเลย


Feliona Demos    เล่นรัยอ่าพ่อ 55


Chanasorn Suadprakorn    หล่อเลย


Sompong Ren    ก็ต่อยลุงดำไง


Bucha Sa Tan    อยากดู ถ่ายวีดีโอให้ดูหน่อย


Sompong Ren    จำไม่ได้หรือไงที่ลุงดำมาสอนที่บ้าน ปลี้มยังนั่งดูอยู่ ลุงยังบอกให้จำไปฝึก


Panu Wongpanuvut    ดึ๋งดั๋งพิทักษ์โลก 


Atthanij Pokkasap  นี่คือ อก และพุง ที่ถูกฟาด ด้วยไม้พลอง และถูกชก หลายป้าบ...เมื่อช่วงก่อนเทียง...ไม่มีริ้วรอย...แล้ว เมื่อกลับถึงขอนุแก่น...



Takeda Kosae    เป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์+ส่วนตัวนะฮะอาจาร์ย 555


Panu Wongpanuvut   รวมรุ่นๆๆ


บุ๊ง ฟิสิกส์    ถ้าวาสนาผมมีจริงขอให้ได้เรียนกับครู


Jaruvat Chanposri    สุดยอดครับอาจารย์


อรรถพล อรรถาเพ็ชร    กักลมแล้วมันแน่นขึ้นจริงๆขอรับ ^^


Atthanij Pokkasap  อีกสามเดือนข้างหน้า...เพื่อนๆนัดเจอกันอีก...ก็ต้องมี พิเศษๆยิ่งๆขึ้นไปให้เพื่อนพิสูจน์อีก.....


Chanasorn Suadprakorn    ผมลองท่านี้ กับ อ. บ้างดีกว่า ด้วยไม้พลองลูกเสือ
หวด ๆ 5555


Atthanij Pokkasap  สบายๆ..
ไม่ต้องเกร็งจนออกอาการอย่างในคลิปด้วย...แล้วให้หวดส่วนไหนๆของร่างกายได้ทั้งหมดด้วย ไม่เฉพาะแต่หน้าท้อง ส่วนเดียว


Chanasorn Suadprakorn    ผมล้อเล้นนะ อ. แต่ตรงนั้น จุดสำคัญนะ เสียวเลย


Atthanij Pokkasap  ไม่...พวกเราสามารถสร้างเกราะได้ทั้งหมด...และพวกเราเท่านั้น ได้พิสูจน์ เหี้ยล้วนๆ ไม่มีสมอง...ให้อยู่ในโลกมืดของมันต่อ..ไป...


Chanasorn Suadprakorn    อ. แต่ตรงนั้น หำ นะงับ


Atthanij Pokkasap  ก็บอกแล้วไง...ไม่เกี่ยว
ไม่มีสมองอย่างเหี้ยเท่านั้น...
ที่คิดอยู่แค่นั้น


Chanasorn Suadprakorn    สุดยอด





+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


Atthanij Pokkasap 


รู้ไว้...อีกโรค
ที่ต่อไปในอนาคต จะเป็นโรคที่...
แพร่ หลาย...ให้เห็นได้ ไม่ยาก


    Bw Kulavipha February 19 at 7:46am · Bangkok, Thailand · 

    "ขาที่เคยแข็งแรง  ค่อยๆลีบเล็กลง  มือที่มีแรงยกขึ้นได้แค่ระดับสายตา 7 เดือนมาแล้วที่พูด
    ไม่ได้  เสียงตัวเองเป็นยังไง  เกือบลืมไปแล้ว "

    เรื่องราวนี้เป็นเรื่องจริงทั้งหมด  ซึ่งทุกเหตุการณ์และความเจ็บปวดโบว์รับรู้ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้   ขออนุญาตแบ่งปันขอและความเห็นใจนะคะ  ถ่ายทอดโดยพี่หนิงเป็นรุ่นพี่โบว์เองค่ะ

"วันที่ 16 กุมภา 2559 ได้ไปเยี่ยมน้องก็อต อายุ 23 ปี ที่ห้อง ICU CVT ที่ ร.พ. ธรรมศาสตร์ รังสิต      ก็อตอยู่ ร.พ. มา 436 วันแล้ว หมดค่ารักษาไปหลายล้านบาท   จากที่ก็อตเคยมีรายได้หลายแสนในขณะที่ยังเรียนอยู่ ม.รังสิต  มีเพื่อนมากมาย  เป็นเด็กเก่งและฉลาด  อนาคตไกล

มีแต่คนชื่นชมในความสามารถ และความขยันของก็อต  แต่แล้ววันนึงโลกก็เปลี่ยนชีวิตของเด็กคนนึงไปอย่างโหดร้ายโดยไม่ทันตั้งตัว  ในขณะที่กราฟชีวิตก็อตกำลังขึ้น ได้รับโอกาสดีดีมากมายและกำลังจะเรียนจบ     วันนึงเมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองหายใจไม่ออก เหมือนกำลังจมน้ำตลอดเวลา  จึงไป ร.พ. และวันนั้นที่เดินเข้า รพ ไป คือเดือนพฤศจิกา ปี 2557 จนถึงวันนี้ยังไม่ได้กลับออกมาเลย   ไม่รู้และไม่มีกำหนดการว่าจะได้ออกมาอีกเมื่อไหร่   ต้องนอนอยู่บนเตียงเดิม ในห้องสี่เหลี่ยมเดิมๆแคบๆ อากาศและแสงอาทิตย์ภายนอกนั้น   ไม่ได้เห็นและสัมผัสมาแรมปี

ก็อตเป็นโรคกอแฮมรีสีสค่ะ  คือ กระดูกทำลายตัวเอง   กระดูกจะสลายไปเรื่อยๆ  ตอนนี้กระดูกหน้าอกตรงกลางกับด้านขวาทั้งด้านหน้าและสะบักด้านขวาหลังไม่มีแล้ว    ผ่าตัดล่าสุดหมอเซาะกระดูกซี่โครงซี่ที่ 9 10 11 ออกมาแล้วตัดใส่แทนที่ตรงหน้าอก   ผ่าตัดมาทั้งหมด 9 ครั้ง ทั่วโลกมีคนเป็นโรคนี้แค่  200 กว่าคนเอง ในรอบ 80 ปี    แล้วมันยังไม่มีเปเปอร์งานวิจัยว่ารักษาหายด้วย   ตอนนี้หมอให้ยาช่วยลดการกร่อนของกระดูกอยู่   
ก็อตยังเป็นโรคไคโรทอแร็คแทรกซ้อนอีก คือ ท่อน้ำเหลืองรั่ว  ถ้ามีไขมันเข้าไปท่อมันจะรั่วออกมาร่างกายจะไม่รับเลย  ต้องฉายแสงให้ท่อไขมันมันฝ่อ  แต่ไม่ใช่ทำแล้วหายเลย
ต้องใช้เวลาพอสมควรเลย   ตอนนี้ซี่โครงก็อตมันไม่ธรรมชาติ   การขยายตัวของกระดูกหน้าอกตอนเราหายใจมันเลยทำไม่ได้  ก็อตเลยหายใจเองไม่ได้    ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจตลอด
ถ้าถอดก็อตก็ตายเลย  ก็อตเกือบตายที่นี่มา 3-4 ที   เกือบตายความหมายคือตายจิงๆ   
ปอดมันล็อคตัวเอง  คนปกติหัวใจเต้น 80-100 ต่อนาที    ก็อตเล่าว่า

"ตอนนั้นก็อตเต้น 200 ครั้งต่อนาที  แล้วช็อคไปเลย  แล้วมันก็หยุดเต้น  หมอทำ cpr จนกลับมาเต้นใหม่  แต่ก็อตไม่รู้สึกอะไรหรอก  มันทรมานแค่ตอนหายใจไม่ออก  เหมือนจมน้ำอะพี่ ก็อตกลัวความรู้สึกนั้นมากๆ  หมอบอกว่าเราไม่ได้โชคดีแบบนี้ทุกครั้ง  มันเป็นโรคที่หมอๆทุกคนมีความรู้เกี่ยวกับโรคนี้น้อยมากๆ ทั้งรามา ศิริราช จุฬา ญี่ปุ่น เค้าก็มาช่วยดูเคสก็อตนะ

หมอที่มาระดับศาสตร์ตราจารย์ทั้งนั้น แกก็ช่วยเต็มที่อ่ะพี่  แต่มันมียาตัวนึงชื่ออินเตอร์เฟอร์รอน มันช่วยให้หายได้   แต่มี 50% ที่ตอบสนองกับยา อีก 50% เค้าไม่ได้บอกว่าตายมั้ย   แต่รู้ว่าไม่หายและได้รับแอฟเฟ็กจากยา   แต่ก็อตขอให้ไม่ตายละกัน   แม่ก็อตชักหน้าไม่ถึงหลังแล้วตอนนี้  ญาติก็ช่วยอยู่  แต่ระยะยาวไม่ไหวแน่ๆ   ก็อตต้องรีบหาย"


นี่คือ  ข้อความที่ก็อตพิมพ์เล่าให้ฟัง   ก็อตเข้าออกไอซียูตลอด  จนเดือนสิงหาคม ปี 2558 ก็อตเข้าไอซียูและเจาะคอเพื่อหายใจหมอบอกว่าแค่เดือนเดียว   เดี๋ยวจะเอาท่ออกให้   แต่ตั้งตอนนั้นจนถึงตอนนี้ นอกจากก็อตยังไม่ได้ออกจากไอซียูแล้ว   ก็อตก็ยังพูดไม่ได้และเพราะเจาะคอหายใจทางคออยู่  ไม่รับรู้รส และกลิ่นต่างๆ   ตอนนี้ต้องฉีดยาอาทิตย์ละ 1 เข็ม เข็มละ 2 หมื่นกว่าบาท   ตอนนี้ทางร.พ.อนุโลมให้ผ่อนค่ารักษาและค่ายาเดือนละ 4 หมื่นบาท เนื่องจากตอนนี้น้องไม่มีรายได้แล้ว  เงินของพ่อแม่ก็นำมารักษาจนหมด   ตอนนี้ทางญาติก็มาช่วยเหลือกันบ้าง   แต่ระยะยาว ก็ไม่รู้จะยังไงต่อดี
ทางนึงที่ตอนนี้จะช่วยน้องได้  คือ ชวนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ บริจาคช่วยน้องกันคนละเล็กละน้อย อย่างน้อยได้ค่ายาซักเข็มก็ยังดี หรือใครมีโครงการหรืออะไรที่จะแนะนำให้ช่วยน้องได้

จะรบกวนช่วยๆกันนะคะ





 +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


Atthanij Pokkasap 

@คุณ Koe Pisit


    โรคอีสุกอีใส  เกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลา   คนที่เป็นโรคอีสุกอีใสจะมีลักษณะอาการเป็นผื่นแดงราบ  ตุ่มใส  ตุ่มหนอง  กระจายตามหน้า ลำตัวและแผ่นหลังและมีไข้    โดยในระยะแรกจะขึ้นเป็นผื่นแดงราบก่อน   ต่อมาจะกลายเป็นตุ่มนูน  มีน้ำใสๆและคัน   ต่อมาอีก 2-3 วันก็จะตกสะเก็ด   ผื่นและตุ่มเหล่านี้จะขึ้นตามไรผมก่อนแล้วกระจายไปตามใบหน้าและลำตัว  แผ่นหลัง  เด็กที่เป็นจะมีไข้ต่ำ อ่อนเพลียและเบื่ออาหาร   ส่วนผู้ใหญ่มักจะมีไข้สูง  มีอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัวคล้ายไข้หวัด

โรคอีสุกอีใส  โดยมากมักฝากรอบแผลเป็นไว้   เพราะผู้ที่เป็นชอบไปแคะแกะเกา  ทำให้แผลอักเสบทิ้งร่องรอบไว้หลังโรคหาย   เพราะฉะนั้นสำหรับใครที่เริ่มเป็นอีสุกอีใสให้ลองทำตามวิธีที่ mamaexpert นำมาฝากนะคะ   โรคอีสุกอีใสจะหายโดยเร็ว  ประมาณ 3-5 วันจะหายเป็นปกติค่ะ

วิธีที่ 1 : นำใบมะยมกลางอ่อนกลางแก่ประมาณ 2-3 กำมือ  ใส่น้ำ 2-3 ลิตร  ต้มให้เดือดนาน 20 นาที  แล้วยกลงผสมน้ำเย็นให้อุ่นพออาบได้  อาบวันละ 3 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น  หลังอาบน้ำอาการจะค่อยๆทุเลาและหายเป็นปกติใน 3 วัน

วิธีที่ 2 : นำรากย่านางแบบสดจำนวนขยุ้มมือ  มาต้มกับน้ำท่วมยาจนเดือด  ดื่มขณะอุ่นวันละครั้ง ครั้งละ 3 ส่วน 4 แก้ว   ต้มดื่มเรื่อยๆติดต่อกัน 3-5 วัน  อาการที่เป็นจะหายได้
วิธีที่ 3 : การอาบน้ำต้มผักชีจะช่วยให้อีสุกอีใสหายไวขึ้น   แม้ว่าความเชื่อนี้ยังไม่ได้รับ
การพิสูจน์และเผยแผ่ตามหลักวิชาการ   แต่สรรพคุณของผักชีคือเป็นพืชธาตุเย็นที่ช่วยลดอาการผื่นแดง   แต่สำหรับการใช้รักษาโรคอีสุกอีใสยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าได้ผลจริง


ขอบคุณข้อมูลจาก
wikipedia.org
พระอธิการ นพดล กันตสีโล วัดหนองรั้ว




Chanasorn Suadprakorn    กักลม อัสมิตา ครับ


Atthanij Pokkasap  ต้องระดับ การหายใจภายใน(ปอด ถึงหัวใจ, หัวใจถึงเซลล์) ทั่วๆไปพื้นๆ ยังทำไม่ได้ครับ