Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label ผู้ฝึกกักลัมอัสมิตา. Show all posts
Showing posts with label ผู้ฝึกกักลัมอัสมิตา. Show all posts

Thursday, December 20, 2018

ลม..รอบสะดือ "สมานะวาตะ" คือ ลมที่ต้องฝึกทบทวนความทรงจำ เมื่อวิญญาณ และ มหาภูตรูป ๔ ตั้งอยู่ในครรภ์




Atthanij Pokkasap 


ลม..รอบสะดือ "สมานะวาตะ"
คือลมที่ต้องฝึกทบทวนความทรงจำ เมื่อวิญญาณ และมหาภูตรูป ๔ ตั้งอยู่ในครรภ์

ผู้ฝึกกักลัมอัสมิตา...ควรเรียนรู้เท็คนิคการควบคุม กองธาตุลมภายในทั้ง ๖ โดยใช้สัมผัสจากความรู้สึก...ไม่ว่า ขณะหายใจออก หายใจเข้า หรืออึดกลั้นกักลม...ให้ลมในกระเพาะอาหาร
(กุจฉิสยาวาต) เป็นฐานของ สมานะวาตะ...ประชุมกองธาตุลมทั้ง ๖...แล้วฝึกให้..อัด น้ำดีที่ไม่เป็นฝัก ซึมซ่านสม่ำเสมอในผิวเนื้อและผิวหนัง ตลอดทั้งเรือนกาย...

บันทึก..ลหุสัญญา(ความจำว่าเบาแห่งลม)ไว้ทั้งในฝ่ายกายที่สังเคราะห์จิต ทั้งในฝ่ายจิตที่สังเคราะห์กาย....



   ปณิตาเมตตา คลินิคการแพทย์แผนไทย November 26, 2015 · 

   เล่าเรื่องลม..แบบศาสนาที่แผนไทยนำมาใช้
.
ในการเรียนรู้ของข้าพเจ้าอาจไม่เหมือนใคร เพราะอาศัยหลักทางศาสนามาหาเหตุและผลเสมอ เนื่องจากมีความเชื่อเรื่องกายกับใจไม่แยกจากกันไปได้เมื่อใจป่วย กายก็ป่วย วันนี้ขอเล่าเรื่องลมในแบบศาสนาอธิบายไว้ค่ะ
ลมในกาย ๖ อย่าง(คัมภีร์ อภิธาน)
ในอภิธานท่านกล่าวถึงลมในร่างกายเรามีอยู่ ๖ กอง
.
อุทฺธงฺคม (อุทฺธํสทฺทูปปท+คมุ คติมฺหิ+อ) ลมพัดขึ้นเบื้องบน.
อุทฺธํ คจฺฉตีติ อุทฺธงฺคโม ลมที่พัดขึ้นไปเบื้องบน ชื่อว่าอุทธังคมะ (อาเทศนิคหิตเป็นวัคคันตะ งฺ). อุทฺธงฺคมา วาตา๔ ลมที่พัดขึ้นเบื้องบน
แปลความว่า 
ลมที่เกี่ยวกับการพัดขึ้นสู่เบื้องบนทั้งหมดในศาสนาไม่ได้ขยายความไว้
.

อโธคม (อโธสทฺทูปปท+คมุ คติมฺหิ+อ) ลมพัดลงเบื้องล่าง.
อุจฺจารปสฺสาวาทีนํ นีหรณวเสน อโธภาคํ คจฺฉตีติ อโธคโม ลมที่พัดลงเบื้องล่าง คือ ลมที่เบ่งอุจจาระและปัสสาวะออกไป ชื่อว่าอโธคมะ. อโธคมา วาตา๕ ลมที่พัดลงเบื้องล่าง
แปลความว่า
ลมที่เกี่ยวกับการพัดขึ้นสู่เบื้องล่างทั้งหมด ในทางศาสนาไม่ได้ขยายความไว้เพียงบอกเพิ่มว่าหมายรวมลมเบ่งอุจจาระและปัสสาวะ
.
กุจฺฉิฏฺฐ, กุจฺฉิสย (กุจฺฉิสทฺทูปปท+üา คตินิวตฺติมฺหิ+อ) ลมในท้อง.
กุจฺฉิมฺหิ อุทเร ติฏฺฐตีติ กุจฺฉิฏฺโฐ ลมที่อยู่ในท้อง ชื่อว่ากุจฉิฏฐะ (ซ้อน ฏฺ, ลบสระหน้า). กุจฺฉิมฺหิ อุทเร สยตีติ กุจฺฉิฏฺโฐ ลมที่อยู่ในท้อง ชื่อว่ากุจฉิฏฐะ. กุจฺฉิสยา วาตา๖ ลมที่อยู่ในท้อง
แปลความ
ลมที่เกี่ยวกับการทำงานในช่องท้องแต่เป็นลมนอกไส้ ในทางศาสนาไม่ได้ขยายความไว้
.
โกฏฺฐาสย (โกฏฺüสทฺทูปปท+อา+สิ สเย+อ) ลมในลำไส้.
โกฏฺเฐ อนฺเต เสติ ติฏฺฐตีติ โกฏฺฐาสโย ลมที่ตั้งอยู่ในลำไส้ ชื่อว่าโกฏฐาสยะ (วุทธิ อิ เป็น เอ, อาเทศ เอ เป็น อย, ลบสระหน้า). โกฏฺฐาสยา วาตา๑ ลมที่ตั้งอยู่ในลำไส้
แปลความ
ลมที่เกี่ยวกับการทำงานในช่องท้องแต่เป็นลมในไส้ ในทางศาสนาไม่ได้ขยายความไว้
.
อสฺสาส (อา+สส ปาณเน+ณ) ลมหายใจออก.
อา ปุนปฺปุนํ สสนฺติ เยนาติ อสฺสาโส, พหินิกฺขนฺตวาโต ลมที่ใช้หายใจเนืองๆ ชื่อว่าอัสสาสะ ได้แก่ ลมหายใจออก (ซ้อน สฺ, รัสสะ อา เป็น อ, ลบ ณฺ, วุทธิ อ ของธาตุเป็น อา)
แปลความ
ลมที่เกี่ยวกับการทำงานให้หายใจออก ในทางศาสนาไม่ได้ขยายความไว้ แต่ในทางแผนไทยเราหมายถึงลมหายใจเข้าเพื่อให้ปอดขยายออก
.
องฺคานุสารี (องฺคสทฺทูปปท+อนุ+สร คติมฺหิ+ณี) ลมที่ไหลเวียนไปตามอวัยวะน้อยใหญ่.
แปลความ
ลมที่เกี่ยวกับการทำงานในระบบไหลเวียนทั่วกายให้วิ่งไปตามอวัยวะน้อยใหญ่ ในทางศาสนาไม่ได้ขยายความไว้
.
ปสฺสาโสติ อนฺโตปวิสนกวาโตปิ อสฺสาโสติ เอเตน สงฺคยฺหเต สหจาริตตฺตา สพฺพงฺเคสุ อนุสรติ สีเลน เสทโลหิตาทิสมฺปาทนโตติ องฺคานุสารี ลมที่เข้าไปภายใน ชื่อว่าปัสสาสะ (ป-อาปุพฺพ+สส ปาณเน+ณ, ลบ ณฺ, ซ้อน สฺ, ลบสระหน้า), ท่านรวม ปสฺสาส เข้ากับ อสฺสาส หมายถึง ลมที่หมุนเวียนไปทั่วสรรพางค์กายเป็นปรกติ เพื่อช่วยให้เหงื่อและโลหิตไหลเวียน ชื่อว่าอังคานุสารี. องฺคานุสาริโน วาตา๒ ลมที่ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย
แปลความ
ทางแผนไทยนับเป็นลมหายใจออก ลมที่เกี่ยวกับการทำงานในระบบไหลเวียนเมื่อหายใจออก ปอดจะหดตัวลง และบีบหัวใจให้หดตัวแล้วสูบฉีดโลหิตนำไปเลี้ยงทั่วกายเพื่อช่วยให้เหงื่อและโลหิตไหลเวียน ในทางศาสนาไม่ได้ขยายความไว้
.

คัมภีร์อมรโกสอภิธานว่า "ปาโณปาโน สมาโน โจทานพฺยานา จ วายโว สรีรฏฺฐา อิเม๓ ลมที่มีอยู่ในร่างกาย คือ ปาณะ อปานะ สมานะ อุทานะ พยานะ"
.
คัมภีร์จินตามณิฏีกาของอมรโกสอภิธานกล่าวว่า
หทเย ปาโณ คุเทปาโน สมาโน นาภิมชฺฌฏฺโฐ,
อุทาโน กณฺฐเทเส ตุ พฺยาโน สพฺพงฺคสนฺธิสุ.
ลมที่ไหลเวียนอยู่ในหัวใจ ชื่อว่าปาณะ, ลมที่ระบายออกทางทวารหนัก ชื่อว่าอปานะ, ลมที่ตั้งอยู่ช่วงกลางสะดือ ชื่อว่าสมานะ, ลมที่เปล่งออกทางลำคอ ชื่อว่าอุทานะ, ลมที่ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ชื่อว่าพยานะ
.
หมายความว่า
ร่างกายเรายังมีลมที่ทำหน้าที่ภายในไปมีส่วนกับระบบในธาตุวาโยที่นับเป็น กอง ให้สอดคล้องกันไปตามหน้าที่ในแต่ละส่วน ท่านจึงขยายลมออกมา ตามหน้าที่อีก ๕ ชนิด ดังนี้
.
ในคาถานี้ท่านแสดงถึงลม ๕ ชนิด คือ
(๑) ปาณะ คือ ลมที่ใช้กลืนอาหารเข้าไป
วิเคราะห์ว่า ปกฏฺเฐน อนนฺตฺยเนน ภตฺตาทิปฺปเวสนโตติ ปาโณ (ปปุพฺพ+อน ปาณเน+อ, ลบสระหน้า, ทีฆะสระหลัง, อาเทศ น เป็น ณ).
.
(๒) อปานะ คือ ลมที่ช่วยเบ่งปัสสาวะและอุจจาระออกไป
วิเคราะห์ว่า มุตฺตาทิกํ อปเนตฺวา อนนฺตฺยเนนาติ อปาโน (อปปุพฺพ+อนปาณเน+อ, ลบสระหน้า, ทีฆะสระหลัง)
.
(๓) สมานะ คือ ลมที่ช่วยย่อยอาหาร
ท่านวิเคราะห์ไว้ว่า สมฺมา อนนฺติ อเนน ภุตฺตปริปาจนโตติ สมาโน (สํปุพฺพ+อน ปาณเน+อ, อาเทศนิคหิตเป็น มฺ, ทีฆะ อ เป็น อา)
.
(๔) อุทานะ คือ ลมที่เปล่งออกมาขณะพูดและขับร้อง
วิเคราะห์ว่า อุทฺธมนนฺตฺยเนน ภาสิตาโท สามตฺถิยชนนโตติ อุทาโน (อุปุพฺพ+ทฺอาคม+อน ปาณเน+อ, ทีฆะ อ เป็น อา)
.
(๕) พยานะ คือ ลมที่ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ช่วยขับเหงื่อไคลและเสมหะเป็นต้น
วิเคราะห์ว่า วิเสเสน อนนฺตฺยเนน เสทรตฺตเสมฺหาทิสมฺปาทนโตติ พฺยาโน (วิ+อน ปาณเน+อ, อาเทศ อิ เป็น ย, วฺ เป็น พฺ, ทีฆะ อ เป็น อา)
เมื่อพิจารณาทางแผนไทย ก็คือลมกลุ่มกองหยาบ ซึ่งเรารวมโรคลมที่เกิดจากลมกองหยาบ คือ ลมหายใจเข้าออก ลม ในท้อง และลำไส้ มักจะมีอาการจุกแน่นท้อง คลื่นไส้ อาเจียน เรอ และขับผายลม เป็นต้น

อีกส่วนอยู่ในเรื่องสุมนา ตามที่เคยกล่าวไว้แล้ว 3 อย่าง คือ

1. หทัยวาตะ หมายถึง ลมเกี่ยวกับหัวใจ จิตใจหรือลมที่ทำให้หัวใจเต้น

2. สัตถกวาตะ หมายถึง ลมที่คมเหมือนอาวุธลักษณะรวดเร็วฉับพลัน เล็ก แหลม เจ็บแปลบ เกิดจากปลายประสาท
3. สุมนาวาตะ เส้นสุมนา คือเส้นกลางลำตัว น่าจะหมายถึง ระบบไหลเวียนของเลือดและประสาท หรืออื่น ๆ ที่มีผลต่อการเคลื่อนไหว อยู่กลางลำตัว
เมื่อผิดปกติไปเกิดโรคกองละเอียด มีอาการจับให้หน้ามืด ตาลาย เวียนศีรษะ ใจสั่น สวิงสวาย อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ตกใจ เสียใจ แพ้ท้องเป็นต้น
.
อ. ปณิตา ถนอมวงษ์

เครดิตภาพทางอินเตอร์เนต



พ่อสอนไว้ อย่าเนรคุณแผ่นดินเกิด    ถึงว่า...ทำไมสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมต้องมีสะเดือ...แต่มนุษย์ดีกว่าตรงที่รู้ว่าลมรอบๆ ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้...ขอบพระคุณครับอาจารย์


บุ๊ง ฟิสิกส์    ขอบพระคุณครับ เหมือนได้เรียนอานาปานสติ ที่ใช้ได้จริง ต่างจากการใช้จิต แค่ดูลมหายใจ


Atthanij Pokkasap  การศึกษากองลม...ที่ อานาปานสติสูตร เรียกว่า กายทั้งปวง
(สัพพกาย)ในขั้นที่ ๓ ...ไม่ใช่ท่องแบบนกแก้วอย่างที่สอนสั่งกันทุกสำนัก....ไทย ครับ..


Atthanij Pokkasap  กลับจากเชียงรายแล้ว...
จะทะยอยเขียนภาพประกอบการฝึกให้เห็นชัดๆ ..ครับ


Nuntachaborn Ramayasmita   เป็นความดันโลหิตสูงฝึกแล้วจะหายมั้ยคะ


Atthanij Pokkasap  หายครับ...
แต่...ต้อง มีรายละเอียดที่ต้องทำความเข้าใจให้สอดคล้องกับระดับความดัน..พอสมควรครับ