Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label ศรัทธา. Show all posts
Showing posts with label ศรัทธา. Show all posts

Saturday, January 5, 2019

ต้นตอไสยศาสตร์ไทยต้องศึกษาจากวรรณคดีไทย เรื่อง "ลิลิตพระลอ" เท่านั้น




Atthanij Pokkasap  



อยากรู้จักต้นตอไสยศาสตร์ไทย


ต้องศึกษาจากวรรณคดีไทย เรื่อง "ลิลิตพระลอ"เท่านั้น 


เพราะเป็นเอกสารเก่าแก่กว่าใครทั้งหมดที่บันทึกเท็คนิคต่างๆของ


ไสยศาสตร์ไทยเอาไว้..ก่อนล้วงลึกตามรอยไปถึงรากเหง้า...คือ


ชาดกในพระพุทธศาสนา



ส่วน..เดรัจฉานวิชา..แปลตรงว่า วิชาที่เป็นไปในทางขวาง...


ขวางปัญญา.. ดวงตาเห็นธรรม..ครับ


ขวางปัญญาเพื่อการหลุดพ้นตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ครับ...


ใครมันขัดขวางศรัทธาเพื่อ


การเกิดปัญญาหลุดพ้น...เป็นเดรัจฉานวิชาทั้งนั้น ...

ไม่ใช่ประเภทวิชา แต่เป็นประพฤติของพวกมีวิชาครับ


Thursday, December 20, 2018

สันโดษ ของคนจน คือการมีปัญญา ประยุกต์สิ่งที่มีอยู่แล้วรอบๆตัวให้เกิดคุณค่า และประสิทธิภาพสูงสุดกับชีวิตประจำวัน




Atthanij Pokkasap  



สันโดษ ของคนจน


คือการมีปัญญา ประยุกต์สิ่งที่มีอยู่แล้วรอบๆตัวให้เกิดคุณค่า และประสิทธิภาพสูงสุดกับชีวิตประจำวัน

(ขยายความจาก สันโดษของพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ท่านให้ครองครองเพียง ไตรจีวรและบาตร 

แล้วทำให้เกิดคุณค่า กับประสิทธิภาพสูงสุดต่อทุกๆชีวิต ในชีวิตประจำวันของท่าน...ใน 

"คณกโมคคัลลานสูตร"...มัชฌิมปัณณาสก์ มัชฌิมนิกาย พระไตรปิฎก เล่ม ๑๔/๔๕... สันโดษ เป็นธรรมปฏิบัติสูงกว่าศีล 

และศีล อยู่สูงกว่า "ศรัทธา" ซึ่งหากไม่มีสันโดษ การสำรวมอินทรีย์..หรืออินทรียสังวร ก็ยากที่จะเกิดขึ้นได้)





Panu Wongpanuvut    แม้แต่สัตว์ก็มีความสันโดษตามสัญชาตญาณ 

Nuntachaborn Ramayasmita    สุดยอด

Monday, December 17, 2018

ปัญญาและความรู้ ตามมาตรฐานพระพุทธศาสนา







    Physicist Tweets Rumor That Gravitational Waves May Have Finally Been   

    Detected If true, the discovery would support one of Einstein's major predictions.

    WWW.POPSCI.COM




                              
Atthanij Pokkasap  โครงสร้างสัมพันธ์ระหว่าง อนุภาคและคลื่น...และสนามแรง


Atthanij Pokkasap  อจ.มหาลัยไทยที่มันด่าและดูถูกคำสอนพระพุทธศาสนา เพราะมันไม่มีวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าอยู่ในสมองเลย นรกมาเกิดชัดเจนครับ


Panu Wongpanuvut    ปีศาจแมงกระพรุน


Atthanij Pokkasap  อจ.พวกนี้มันต้องเจอกับลัทธิไอซีส


Atthanij Pokkasap  อวดความไม่มีสมองผิดต่ออาญาบ้านเมืองแทบทุกตัวครับ


Atthanij Pokkasap  วิทยาศาสตร์ก้าวหน้า เรียกว่า ความสับสนทางอายตนะ ครับ


Atthanij Pokkasap  ปัญญาและความรู้   ตามมาตรฐานพระพุทธศาสนา ;

๑. ความรู้ที่เกิดจากความเชื่อ(ศรัทธา)

๒. ความรู้ที่เกิดจากความพอใจ(รุจิ)

๓. ความรู้ที่เกิดจากการถ่ายทอดตามๆกันมา(อนุสสวนะ)

๔. ความรู้ที่เกิดจากการพิสูจน์ได้ตามหลักตรรกวิธี(ปริวิตักกะ)

๕. ความรู้ที่พิสูจน์ได้ตามกรอบเงื่อนไขของทฤษฎี(ทิฏฐินิชฌานขันติ...หมายถึง ข้อมูลใดอยู่นอกกรอบก็ไม่นำมาร่วม...)

พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า มีวิบากเป็น ๒ คือ จริงก็ได้ เท็จก็ได้ (ความรู้ที่เป็นอุปาทาน) ฉะนั้น......
"ดูกร ภารทวาชะ !   บุรุษผู้รู้แจ้ง เมื่อจะรักษาความจริง
ไม่ควรจะถึงความตกลงในข้อนั้นโดยส่วนเดียวว่า สิ่งนี้แหละจริง สิ่งอื่นเปล่า."


Atthanij Pokkasap  เห็นชัดเจนกันนะครับ อันธพาล ที่รอแย่งกินหญ้า พรบ.คอมพ์เบอร์ 14
เสริม หญ้า ป.อาญา เบอร์ 362 รึ 326 368 รึ 328 อะไรนี่แหละ...เพียบเลย....



Thursday, December 29, 2016

3.Breaking Dharma PART 3





Breaking Dharma PART 3...!!!
....



รีบกลับมาทำนากันด่วนเลย....



*** นา อมฤตธรรม ***

เรามีศรัทธาเป็นต้นข้าว

ความเพียร (ตบะ) เป็นฝน

ปัญญาเป็นแอกและไถ

ใจ (มโน) เป็นเชือก

สติเป็นผาลและปฏัก

การสำรวมอินทรีย์และรู้ประมาณในโภชนะ  คือการปราบวัชชพืช

การกล่าวคำจริงและการอ่อนน้อม (โสรัจจะ)  ทำให้การงานสำเร็จ

ความเพียร (วิริยะ) ของเราเป็นเครื่องนำธุระให้สมหวัง  นำไปสู่แดนเกษมจากโยคะ

ไปไม่มีการหวนกลับยังที่ซึ่ง  บุคคลไปแล้วไม่โศกเศร้า

เราทำนาอย่างนี้  นาที่เราทำย่อมมีผลอมตะ  บุคคลทำนาอย่างนี้แล้ว  ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง


จาก กสิภารทวาชสูตร (๒๙๘) สุตตนิบาต  ขุททกนิกาย  ไตรปิฎก เล่ม ๒๕/๔๕ ....
และ กสิสูตร ข้อ(๖๗๔)  สคาถวรรค  สังยุตตนิกาย  ไตรปิฎก เล่ม ๑๕/๔๕


พุทธจวจนะตรัส  แสดงแก่พราหมณ์ชาวนา ภาระทวาชะ (พราหมณ์หัวโล้นที่มีเปียน้อยหลังโหนกศรีษะ)





...พระพุทธศาสนา กับวัฒนธรรมชาวนา รากฐานสังคมขนาดใหญ่ของชาวมนุษยโลกครับ!!!

พระพุทธองค์ท่านทรงเปรียบเทียบไว้หมด  ทั้งการสร้างนคร  สร้างอาณาจักร..การผลิตรถศึก หรือแม้แต่กับการปลูกต้นไม้เพียงต้นเดียวครับ  กับการฝึกจิต...เป็นความหลากหลายในเชิงสร้างสรรค์ของพระพุทธศาสนาที่เป็นพระสัทธรรมประจำดาราจักร ..แสนโกฏิโลกธาตุครับ...

เป็นต้นแบบ ๑ ทฤษฎี กับสรรพเหตุการณ์ที่ร่วมประกอบเป็นองค์รวม ครับ.   เป็นความยิ่งใหญ่ที่ใครได้สัมผัสแล้ว   ต้องลุกขึ้นมาเปิดตัวปกป้อง ครับ    ที่สัมผัสยังไม่ถึง  แล้วแสดงตนก็ออฟไซด์...ควรตำหนิ (ขนาบ) และเตือนสติ...

อีกคำตอบหนึ่งที่พระพุทธองค์นำมาเปรียบเทียบอาชีพทำนา...เพราะสมัยพุทธกาล  การกสิกรรมเป็นภาระใหญ่ของพราหมณ์ระดับล่างครับ...ผู้ด้อยโอกาสทั้งหมดในสังคม  เป็นหน้าที่ที่อริยะบุคคลในพระพุทธศาสนาต้องเข้าไปปกป้องและอัฟ   ทำความด้อยโอกาสให้หมดไปด้วยครับ.

...หน้าที่ใหญ่ของพระพุทธศาสนาคือ  การกำจัดความยากจน (ทุคตะ) และความด้อยโอกาสของ
ผู้ยากในสังคมครับ...หน้าที่พระพุทธเจ้าและอริยสาวกในพระสูตรทำภาระเหมือนกันทั้งหมด

...นี่ไม่ใช่อุดมคติ   แต่เป็นหน้าที่ของพุทธศาสนิกชนชั้นสูง...เพราะสังคมไทยวันนี้ไม่มีพุทธศาสนิกชนชั้นสูง   มันจึงแตกแยกด้วยคนชั่ว...





                                                                                                     ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
  

* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap