Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด. Show all posts
Showing posts with label โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด. Show all posts

Monday, December 24, 2018

เท็คนิคกักลมอัสมิตาบำบัดโรคเส้นเลือดในสมองตีบหรือแตกและโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน



Atthanij Pokkasab

#โรคเส้นเลือดในสมองตีบหรือแตกและโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

#กับเท็คนิคกักลมอัสมิตาบำบัด

#โดยประสบการณ์ตรงส่วนตัว


Cr. Atthanij Pokkasab
21 พฤศจิกายน 2018 19:16 น.

อาการที่เกิดขึ้นขณะเลือดหยุดหรือไปเลี้ยงสมองไม่พอ :-
1. อ่อนเพลียแบบฉับพลัน
2. ชาใบหน้าครึ่งซีก หรือลามตลอดครึ่งซีกลำตัวด้วย
3. ตาเกิดความพร่ามัวข้างเดียวกับซีกหน้าที่ชา
4. ริมฝีปากกระตุก คุมไม่ได้ ลิ้นไก่แข็ง
5. ปวดและวิงเวียนศีรษะ เหมือนบ้านจะหมุน
6. ทรงตัวไม่อยู่
7. อาจพะอืดพะอมเหมือนอยากอาเจียรเข้ามาปนด้วย
8. มักกำเริบควบคู่ หรือสลับมากับโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ซึ่งจะมีอาการปวดร้าวและล้าที่สองหัวไหล่ พร้อมกับอาการพะอืดพะอมใคร่อาเจียน ซึ่ง #อุณหภูมิของร่างกายจะลดลงอย่างรวดเร็วด้วย #เพราะเลือดหยุดหล่อเลี้ยงตลอดทั้งร่างกาย
โดยข้อที่ 8. นี้เมื่ออาการกำเริบ จะมีเวลาแก้ไขเพียง 1-2 วินาทีเท่านั้น เพราะจะหายใจไม่ออกและหายใจไม่เข้า #เมื่อพยายามจะหายใจ #ก็จะปวดแปล๊บเสียดเข้าหัวใจทำให้ช็อร์คขาดใจทันที

หากเกิดขึ้นกระทันหัน
ควรตั้งสติอึดกลั้นใจเกร็งทั้งร่างไว้
แล้วกระโดดเขย่าๆเบาๆ
เบ่งอกเกร็งพับศอก สลับเบ่งพุงไปมา
#อย่าพยายามหายใจ
#เพราะไม่เหลือสิทธิใดๆในการหายใจแล้ว
จนกว่าจะปลุกร่างกายให้บำบัดตัวเอง
ขึ้นมาให้ได้เสียก่อนในช่วงเวลาที่แสนสั้น
และแสนจะฉุกละหุกนั้นๆ
หลักการง่ายมากอีกข้อคือ..
เส้นเลือดตีนตัน ให้ประคบร้อน
ที่ส่วนหัวใจ
และที่ต้นคอ ที่ขมับในกรณีมึนชาที่ศีรษะ
เพื่อให้หลอดเลือดขยายตัว
และเช็ดตัวด้วยผ้าเย็น
เพื่อกระตุ้นค่าต่างศักย์
และเส้นเลือดแตกที่ทำให้ปวดศีรษะ
ก็ให้ประคบเย็น
เพื่อให้เลือดและหลอดเลือดหดตัว
และเช็ดตัวด้วยผ้าเย็นสลับผ้าร้อน
เกือบๆเหมือนการบำบัดเลือดกำเดา
ที่เกิดกับเด็กๆ

การป้องกันและการบำบัดด้วยตนเองที่ดีที่สุด
คือ การฝึกเท็คนิคกักลมอัสมิตา
กระโดดเขย่าๆ ทุกเช้าค่ำก่อนอาบน้ำประจำ.
ตามที่เฟซ Atthanij Pokkasab..นี้
ได้โพสต์ไว้แล้ว ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ.2557 เป็นต้นมา อย่างต่อเนื่อง.


Monday, December 17, 2018

วิเคราะห์สัมพันธ์ "ปฏิบัติการกักลมอัสมิตา" ว่าด้วยความรู้เรื่องกระบวนการหายใจ กับ ธาตุลมภายในทั้ง ๖ จากอาการโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน !!!





  
วิเคราะห์สัมพันธ์..."ปฏิบัติการกักลมอัสมิตา"
ว่าด้วยความรู้ เรื่อง....
กระบวนการหายใจ
กับ ธาตุลมภายในทั้ง ๖(ลมในกองธาตุ)
จาก อาการโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน !!!

การหายใจในทางชีวศาสตร์กายภาพ(Bio-Physics) ในประสบการณ์ทางจิตของพระพุทธศาสนา แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน คือ
๑. กระบวนการหายใจภายนอก
๒. กระบวนการหายใจภายใน


๑. กระบวนการหายใจภายนอก

นับจาก ลมหายใจออก ลมหายใจเข้า ผ่านจากปลายจมูก ไปสิ้นสุดที่ปอด(ปัปผาสัง)
กระบวนการภายนอกนี้ ออกซิเจน(O2)จะถูกแลกเปลี่ยนกับ คาร์บอนไดออกไซด์(CO2) ไปที่
1/6 ของปริมาณการหายใจออกในแต่ละครั้ง การหายใจออกจึงสั้นกว่าการหายใจเข้า
การแลกเปลี่ยนนี้เกิดขึ้นภายในปอด(ปัปผาสัง ; Papphasam)
หมายถึง...จะมี ออกซิเจน และคาร์บอนไดออกไซด์หลงเหลือตกค้างอยู่ใรปอดอีก...5/6 ส่วน


๒. กระบวนการหายใจภายใน

นับจากปอดไปสู่เซลล์ต่างๆ ๑๐๐ ล้าน ล้านเซลล์ที่ประกอบเป็นเนื้อเยื่ออินทรียสารสร้างสภาวะสัตวบุคคลขึ้นมา
ออกซิเจน(O2)ถูกนำออกจากปอด ไปสู่เนื้อเยื่อต่างๆโดยเม็ดเลือดแดง และในเนื้อเยื่อเหล่านี้ ออกซิเจนจะถูกนำไปใช้ในการสันดาป(เมตาโบลิสม์ ;Metabolism)โดยธาตุเผาไหม้จาก
เกลือแร่ เผาผลาญอาหารกลายเป็นพลังงาน(แห่งความมีชีวิต;ชีวิตินทรีย์)เอามาใช้ได้
จากนั้น เลือด(โลหิตัง ;Lohitam)ก็จะนำของเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการสันดาป ได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์(CO2) ละอองน้ำ(ความชื้น)กลับมาสู่ปอดอีกครั้ง
โดยพื้นที่ผิวทำงานของปอดมี ๑ ตารางวาของเจ้าของตัวชีวิตนั้นๆเอง..คือ
ประมาณ 36 ตารางฟุต
หัวใจของมนุษย์ เฉลี่ย...
ปั๊มป์เลือดผ่านตัวมันเอง 1.5 ล้านแกลลอน ต่อ ๑ ปี


เหตุการณ์ที่เชื่อมต่อ กระบวนการหายใจภายนอก เข้ากับกระบวนการหายใจภายใน
ปฏิบัติการโยคะของพระพุทธศาสนา เรียกว่า
" อาการ ๔๒" ประกอบด้วย ...

ธาตุดินภายใน ๒๐

ธาตุน้ำภายใน ๑๒

ธาตุลมภายใน ๖

ธาตุไฟภายใน ๔

โดยย่อคือ ปรากฏการณ์ที่การแพทย์แผนไทย เรียกว่า "ตรีธาตุ" ซึ่งประกอบด้วย ลม(วาตะ), น้ำดี(ปิตตะ) และเสมหะ
สรุป..ตรีธาตุ คือเหตุการณ์เชื่อมต่อระหว่างการหายใจภายนอก เข้ากับการหายใจภายใน โดยเฉพาะ ลมในกองธาตุหรือธาตุลมภายในทั้ง ๖ กับปิตตะ...น้ำดีแบบไม่เป็นฝักที่เป็น
กองส่งเสบียงอาหารและเกลือแร่แบบเคลื่อนที่เร็ว(จรยุทธ)ให้แก่เม็ดเลือด

จากอาการที่แสดงถึงการที่กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน.....
จุดที่เกิดอาการปวด หรือเจ็บร้าว นำหน้าก่อนอาการอื่นๆทั้งหมดได้แก่ กราม คอ ไหล่ แขน ข้อศอก และมือซ้าย...
นั่นหมายถึง ตำแหน่งสำคัญ ของ ปิตตะ..น้ำดีแบบไม่เป็นฝัก ที่ขาดหายไป จากการหยุดปั๊มป์ของหัวใจกระทันหันทำให้ขาดการส่งอาหารและเกลือแร่เข้าสู่เม็ดเลือดที่กำลังทำงานอยู่

ผู้ฝึกกักลมอัสมิตา พึงฝึก อัดแผ่ลมภายในที่ตกค้างในปอด(อัสมิตา...ศูนน์กลาง"วาโยธาตุ"..ธาตุลมภายในร่างกาย มีชื่อที่มาจากเหตุการณ์นี้)ให้เข้าสู่ กราม คอ ไหล่ แขน ข้อศอก และมือซ้าย...ให้ชำนาญด้วย


อนึ่ง .....
กรรมฐานในสำนักพระเกจิทั้งหลาย เป็นอุปาทานแน่นอน...เมื่อเรียนกรรมฐานแล้วปราศจากความรู้ในรายละเอียดของ อาการ ๔๒ ตามเป็นจริงที่ท่านได้ค้นพบแล้ว แต่...กลับไปเป็นหลักสูตรอยู่ในวิชาการแพทย์
ท่านจึงพิสูจน์ อุตริมนุสสธรรม
ทางกายเนื้อ(รูปธรรม)ก็ไม่พบ..ทั้งยังเป็นโรคที่การแพทย์แผนปัจจุบันไม่สามารถค้นพบสมุฏฐานตามเป็นจริงได้อีกต่างหาก
ทางจิต(นามธรรม)ท่านก็เลอะ...อรรถาธิบายแต่ละประสบการณ์...ล้วนไม่สอดคล้อง..กับความมีอยู่จริงของกายเนื้อ
สร้างความเสื่อมให้สังคมมนุษย์..
กล่าวโทษคำสอนในพระศาสนาเละเทะ
อยู่นี่ไง !!!
เลว...ครับ !!!




Atthanij Pokkasap  คลื่นไส้และอาเจียร เป็นอาการขั้นสองที่แสดงว่า เลือดขาดการไปเลี้ยงสมองแล้วครับ


Nut Suphakorn Chakrit Ake   เมื่อเช้าลองทำกักลมแบบเข้มข้น โดดรัวๆเร็วๆสุด เกร็งกลั้นให้แน่นสุดๆ พิกัด ๔๐/๔๐ ทำในคาบที่๓นี้ ตอนกักเข้าจวนจะครบ๔๐นี่ ล้มวูบทั้งที่ตายังเปิด มีสติเห็นตัวเองทรุดลง แต่คุมการทรงตัวไม่อยู่ ก้นกระแทกพื้นเลยครับ
จากนั้นก็เปลี่ยนมาชกลมมือเปล่า ๕๐/๕๐ ตอนช่วงกักออกจวนครบ ๕๐ ก็มีอาการจะวูบอีกแล้ว เหมือนลมมันแน่นทั้งตัว จนบีบไม่ให้เลือดไปเลี้ยงสมองรึป่าวครับ ใครเคยเป็นบ้าง


อรรถพล อรรถาเพ็ชร   ไม่เคยล้มขอรับ...เคยแต่เหมือนวิญญาณหลุดตอน 120/120. แต่สติและร่างกายยังทรงตัวได้ดีไม่ล้มขอรับ


Nut Suphakorn Chakrit Ake   ตอนน้าอรรถกักลมนี่ เกร็งแน่นแค่ไหนครับ


อรรถพล อรรถาเพ็ชร   มันรัดแน่นเองตามธรรมชาติ...ลมออกหมดมันก็รัดเองน่ะล่ะ
ไม่ได้บังคับให้มันรัดอะไรเลย...แต่มันแน่นไปเอง


Nut Suphakorn Chakrit Ake   ผมลองสังเกตตัวเอง ถ้าเกร็งแน่นพอตึงๆซัก ๘๐% มันจะอยู่ในจุดที่ประคองได้ แต่เมื่อเช้าลอง๑๐๐% ผลก็เลยอย่างที่บอกครับ


Nut Suphakorn Chakrit Ake   แสดงว่าคงทำผิดแน่ ไปฝืนร่างกายเกินไป


Chanasorn Suadprakorn   ผิดชัวร์ ๆ  เกินพิกัด


Takeda Kosae   เคยทำ 100/100 ไม่ละเอียด หันมาทำ 20/30 สามรอบติดแบบละเอียด รู้สึกดีกว่า


อรรถพล อรรถาเพ็ชร   เน้นละเอียดประณีตแน่นลึกเบาเรียบขอรับ 


Takeda Kosae   ตอนเปลี่ยนถ่ายจากหายใจออกไปเข้าแล้วเรากักดักไว้ก่อนช่งนั้นจะรัดแน่นสุดตามธรรมชาติจ้า


Chanasorn Suadprakorn   ผมเองได้เพียง 40/40 - 60/60


วรรณพันธ์ พัทธ์อรรถ   ตอนนี้อัตรา 50 50 และ 50 60แบบมือเปล่า ณ ตอนนี้ ขนาดละเอียดมากแล้วนะ    ยังรู้สึกยังไม่สุดเลย


Yutthana Sirisilp   ตอนนี้ผม50/50. ถือดัมเบล...5 กิโล....
กำลังพยายามไปให้ถึงที่พิกัดเดิมที่ 60/80...


วรรณพันธ์ พัทธ์อรรถ   ที่จริงอยากมีดัมเบลนะ เพราะมือเปล่าเริ่มถือว่าเบาพอสมควรแล้ว ณ ตอนนี้   ปัญหาคือ ไม่มีดัมเบลที่บ้านเลยครับ


อรรถพล อรรถาเพ็ชร   กระผมใช้ท่าโยคะร่วมกับการฝึกกักลมด้วยขอรับ 


วรรณพันธ์ พัทธ์อรรถ   เมื่อบ่ายนี้นิ้วกลางบริเวณนิ้วเท้าโดนเสาหินตรงๆเลย(ตอนนั้นกระผมวิ่งแล้วเผลอไปโดนครับ)  แต่ดีไม่บวมและเลือดไม่ออก


Yutthana Sirisilp   ใช้ท่าไหนฝึกยังไงครับคุณอรรถ


Nut Suphakorn Chakrit Ake   หลังจากลองทบทวนดู พอไล่ลมออกหมดแล้วกัก ร่างกาย(โดยเฉพาะส่วนหน้าท้อง)จะรัดแน่นแบบสูญญากาศ ยุบเป็นหลุมโดยอัตโนมัตินั้นเจอแล้วครับ เป็นไปตามที่น้าอรรถและคุณดั้มบอกไว้เลย
ที่จริงเจอแบบนี้ตั้งแต่ ๒เดือนแรกที่ฝึกแล้ว แต่ตอนนั้นมัวไปเพ่งเรื่องเกร็งฝีเย็บให้แน่น เลยไม่สังเกตว่าถ้าเกิดสูญฯแล้ว มันก็ดูดให้ฝีเย็บและส่วนอื่นรอบๆท้อง ค่อยๆแน่นเข้ามาเองอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเกร็งให้แน่นแต่อย่างใด...ผมเข้าใจถูกต้องมั้ยครับ


Chanasorn Suadprakorn   ใช่ มัวแต่ขมิบตูด อยู่ได้


Takeda Kosae   หลุมยุบ แบบที่คุณนัทเคยเอารูปลงใช่มั้ยคับ


Nut Suphakorn Chakrit Ake   นั่นแหละครับ
มันแน่นจนพอจะหายใจเข้า ถ้าทำไม่ราบรื่นก็มีสำลักครับ


Takeda Kosae   อันนั้นของผมเป็นตอนหายใจเข้า กองลมจากท้องมันขึ้นมาที่อกแผ่เต็มไหล่หลังคับ


Nut Suphakorn Chakrit Ake   มันแน่นจนจุกใต้ลิ้นปี่
พอเข้าใจตรงนั้น ตอนนี้รู้สึกถึงความแน่นช่วงท้องกับอกได้ชัดขึ้นเลยครับ