Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label เปรต. Show all posts
Showing posts with label เปรต. Show all posts

Friday, December 28, 2018

เรื่องเปรตญาติของพระเจ้าพิมพิสาร



Atthanij Pokkasab

6 ตุลาคม 2013
เรื่องเปรตๆ ครับ ;
เปรตญาติพระเจ้าพิมพิสารนั้น
กระทำการกินอาหารที่เตรียมถวายพระอรหันต์
ที่มีพระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นองค์ประธาน 
เมื่อ ๙๒ กัลป์ ก่อน
ครั้งนั้นเจ้าภาพเตรียมอาหาร คือ
เจ้าชาย ๓ พี่น้อง
(มาเกิดเป้น ชฎิลกัสสปะ ๓ พี่น้อง)
สมุห์บัญชี มาเกิดเป็นพระเจ้าพิมพิสาร ครับ
๙๒ กัลป์ ไม่ได้เป็นเปรตทั้ง ๙๒ กัลป์ นะครับ
เพราะ..ต้องผ่านยุค ประลัยกัลป์ ๙๒ ครั้งด้วย
เลยได้ลี้ภัยไปเกิดเป็นอาภัสสรพรหมก็ทุกกัลป์ที่เกิดมีการประลัยกัลป์ขึ้น
แต่ถึงกัลป์ที่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติ..
พวกนี้จะต้องมาเกิดเป็นเปรต
รอการชดใช้กรรมโดยสมุห์บัญชี
ที่เป็นต้นเรื่องของการละเมิด
พระเปรต และโยมเปรตทั้งหลาย
สามารถมีสุขปนทุกข์ได้
ด้วยประการ ฉะนี้แล
สำหรับพวกไม่เชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิด..
ท่านไม่ได้ห้าม
แต่อย่ามาละเมิดความเชื่อของพวกที่เชื่อครับ
เพราะพวกที่เชื่อจะมีปัญญากว้างกว่าลึกกว่า
้เพราะนั่นคือการหยั่งรู้ถึง พลังงานแห่งไวเบรชั่น
จากระบบอายตนประสาทที่นำไปสู่การสังเคราะห์รูปนามตัวใหม่..
พวกที่เชื่อ จะมีความเป็นวิทยาศาสตร์กว่าพวกไม่เชื่อ...ตรงนี้ครับ.

Friday, January 13, 2017

71.Breaking Dharma PART 70





Breaking Dharma PART 70...!!!
....


วันนี้ เพ็ญเดือนอ้าย ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑
ตรงกับ อังคารที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๖

ตอน ข่าวสารของเปรต จากพุทธกาล


....ข้าพเจ้าไม่มีศรัทธา เป็นคนตระหนี่เหนียวแน่น
ได้ด่าว่าพวกยาจก และห้ามปรามมหาชนผู้ให้ทานทำบุญ
ทำลายสระน้ำ บ่อน้ำที่เขาขุดไว้ สวนผลไม้ สวนดอกไม้ ศาลาท่าน้ำ
และสะพานในที่เดินลำบาก ที่เขาปลูกสร้างไว้ ให้พินาศ
ข้าพเจ้าไม่ได้ทำความดีไว้เลย
ทำแต่ความชั่ว จุติจากชาตินั้นแล้ว บังเกิดในปิตติวิสัย
เพรียบพร้อมไปด้วยความหิวกระหาย ตลอด ๕๕ ปี นับจากตายแล้ว
ข้าพเจ้ายังไม่ได้กินข้าวและน้ำเลยแม้แต่น้อย

การสงวนทรัพย์ คือ ไม่เอื้อเฟื้อแก่ใครๆ
เป็นความพินาศของสัตว์ทั้งหลาย
ความฉิบหาย คือการสงวนทรัพย์
ได้ยินว่าเปรตทั้งหลาย รู้ว่า
การสงวนทรัพย์ คือการไม่เอื้อเฟื้อทานแก่ใครๆ เป็นความพินาศ
เมื่อก่อน ข้าพเจ้าสงวนทรัพย์ไว้
เมื่อทรัพย์มีอยู่เป็นอันมาก ไม่ให้ทาน เมื่อไทยธรรมมีอยู่
ไม่ทำที่พึ่งแก่ตน
บัดนี้ ข้าพเจ้าจึงได้รับผลแห่งกรรมของตน เป็นผู้เดือดร้อนแล้ว
..... ....
เพราะฉะนั้น
ข้าพเจ้าจึงเศร้าโศก ที่ต้องมาเกิดในนรกอันเร่าร้อน
ข้าแต่ท่านผู้เจริญทั้งหลาย
ข้าพเจ้าขอเตือนท่านทั้งหลาย ผู้มาประชุมกัน ณ ที่นี้
พวกท่านอย่าทำบาปกรรมในที่ไหนๆ คือ ในที่แจ้งหรือในที่ลับ
ถ้าท่านจักกระทำบาปกรรมนั้นไว้
แม้พวกท่านจะเหาะหนีไปอยู่ที่ไหน
ก็ย่อมไม่พ้นจากทุกข์
ขอท่านทั้งหลาย จงเลี้ยงมารดา จงเลี้ยงบิดา
ประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในสกุล
เป็นผู้เกื้อกูลแก่สมณะและพราหมณ์
ท่านทั้งหลาย จักไปสวรรค์ด้วยการปฏิบัติอย่างนี้
บุคคลจักอยู่ในอากาศ ในท่ามกลางมหาสมุทร
หรือเข้าไปอยู่ช่องภูเขา พึงพ้นจากบาปกรรมที่ทำไว้ ย่อมไม่มี
หรือ บุคคลอยู่ในส่วนแห่งภาคพื้นใด พึงพ้นจากบาปกรรม
ที่ตนได้กระทำแล้วในภาคพื้นนั้นได้
ย่อมไม่มี.


จาก คำประกาศ กรรมเก่า ของ เปรตเฝ้าสมบัติ (ธนปาลเปต)
เปตวัตถุ ข้อ (๑๐๔) ขุททกนิกาย ไตรปิฎก สยามรัฐ เล่ม๒๖/๔๕


การให้ทานด้วยทรัพย์ไม่มี การเอื้อเฟื้อต่อธรรมไม่มี
การเข้าครอบครองสถานที่ประกอบประโยชน์ของสาธารณชน
เป็นสันดานของมนุษย์ผู้ต้องการเป็น เปรต ครับ


Atthanij Pokkasap รายงานคำสารภาพของเศรษฐีเปรตๆ
11:35 น.




...มีสันดานเป็นเปรตตั้งแต่ยังเป็นมนุษย์ ท่านเรียก มนุสสเปโต..คือเปรตในคราบร่างของมนุษย์ ครับ

...อกุศลกรรมผ่านทางปาก (วจีกรรม) ...เป็นเปรตปากหมู..หมดวาระเปรต ก็มาเกิดเป็นหมู 
วิวัฒนาการนี้ ผ่านกฏอนุรักษกรรมแห่งพลังงาน (The Law of Conservative of Energy)  
โดยคลื่นพลังงานของระบบอายตนะประสาททั้ง ๕ ที่มาของการเวียนว่ายตายเกิด กรรมมีจริง 
คือเรื่องพลังงานจากระบบอายตนะประสาทตรงนี้...ไม่ใช่เรื่องวิญญาณไปเกิด
แต่พลังงานไปอาศัยนามรูปที่เซลล์พ่อกะเซลล์ไข่จากแม่  เป็นที่รวมตัวการเกิดใหม่ 
ชีววิทยาของฝรั่งไม่รู้เรื่องวิวัฒนาการของชีวิตผ่านพลังงาน ครับ



...เป็น เอฟเฟ็คส์ จากการเรียน วิชาคาถาอาคม (ไสยศาสตร์) แล้วละเมิดต่อคำสาบานหน้าธงชัยเฉลิมพล..เอ๊ยยย์ เกือบใช่   
เอฟเฟคส์ของวิชา เลยย้อนเข้าตัว ทำให้กลายพันธุ์ ครับ
คนรวยมีโอกาศเป็นเปรต มากกว่าคนจน   ดีใจกะคนรวยคนมีอำนาจด้วยครับ

...วิญญาณไม่ได้ไปเกิด  แต่วิญญาณอาศัยพลังงานจากกรรม+จิตไปสังเคราะห์สร้างอวัยวะในครรภ์

...ช่ายยย..เป็นที่มาของ นามรูป เป็นปัจจัย ให้เกิดวิญญาณ  แล้ววิญญาณก็เป็นปัจจัยให้เกิดนามรูปไปสู่พัฒนาการเกิดของอายตนะทั้ง ๕ ทั้ง ๖ ตามวิบากที่พฤติกรรมในชาติก่อนมาเกิดกำหนดเอาไว้เอง....
เป็นที่มาของสัตว์แปลกๆตามลักษณะพฤติกรรมเก่าๆนั้น





                                                                                                  ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
  
  


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap

Monday, January 9, 2017

51.Breaking Dharma PART 50





Breaking Dharma PART 50...!!!
....


ปุจฉา ;
การให้ (ทาน) โดยไม่เคารพ หรือ
ให้แบบประชด แล้วจะเป็นอย่างไร?

วิสัชนา ;
เกิดเป็นเปรต หิวกระหาย กินปกติไม่ได้
ต้องกินตามวิธีที่ตนทำไว้นั้นๆ
คติกรรม ที่ได้เกิดขึ้นแล้ว..
เปรตตนหนึ่ง ปรากฏตัวถามท่านพระมหาโมคคัลลานเถระว่า

(๑๒๕) ไร่อ้อยใหญ่นี้เกิดแก่ข้าพเจ้า เป็นผลบุญไม่น้อย
แต่เดี๋ยวนี้ ข้าพเจ้ากินอ้อยนั้นไม่ได้
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอท่านโปรดบอก
นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร

ข้าพเจ้าย่อมเดือดร้อน จะกัดกินพยายามตะเกียกตะกาย
เพื่อจะบริโภคสักหน่อยก็ไม่สมหวัง กำลังก็สิ้นลง บ่นเพ้อนัก
นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร

อนึ่ง ข้าพเจ้าถูกความหิวและความกระหายเบียดเบียน
แล้วหมุนล้มไปที่แผ่นดิน กลิ้งเกลือกไปมา ดุจปลาดิ้นรนอยู่ในที่ร้อน
เมื่อข้าพเจ้าร้องไห้อยู่
สัตว์ทั้งหลายย่อมพากันมากินน้ำตาของข้าพเจ้า
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอท่านโปรดบอก
นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร

ข้าพเจ้าเป็นผู้หิวกระหายลำบาก ดิ้นรนไปมา
ย่อมไม่ประสบความสุขที่น่ายินดี
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอถามเนื้อความนั้นกับท่าน
ข้าพเจ้าจะพึงบริโภคอ้อยได้อย่างไร?

ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระ กล่าวว่า
เมื่อชาติก่อน ท่านเกิดเป็นมนุษย์
ได้ทำกรรมไว้ด้วยตัวเอง เราจะบอกเนื้อความนั้นกับท่าน
ขอท่านจงฟัง แล้วจำเนื้อความข้อนั้นไว้
ท่านนั้น เดินกัดกินอ้อยไป

และมีบุรุษคนหนึ่งเดินตามหลังท่านไป เขาหวังจะกินอ้อย
จึงบอกแก่ท่าน ว่าขอท่านพึงให้อ้อยเถิด
ท่านก็มิได้พูดอะไรๆแก่เขา
เขาจึงได้พูดวิงวอน ท่านก็ไม่ได้พูดตอบว่า

และท่านนั้นได้ให้อ้อยแก่บุรุษนั้นโดยข้างหลัง
นี้เป็นผลแห่งกรรมนั้น
เชิญท่านพึงไปถือเอาอ้อยข้างหลังสิ
ครั้นถือเอาได้แล้ว จงเอี้ยวตัวหันหลังกินให้อิ่มหนำเถิด
เพราะเหตุนั้นแหละ ท่านจักเป็นผู้เบิกบานร่าเริงบันเทิงใจ

เปรตนั้นได้ไปถือเอาอ้อยโดยข้างหลังแล้ว
จึงได้กินอ้อยนั้นจนอิ่มหนำ
เพราะเหตุนั้นแล เปรตนั้นได้เป็นผู้เบิกบานร่าเริงบันเทิงใจ ฯ


จาก อุจฉุเปตวัตถุ ว่าด้วยบุพพกรรมของเปรตกินอ้อย
ข้อ (๑๒๕) เปตวัตถุ ขุททกนิกาย ไตรปิฎก สยามรัฐ เล่ม ๒๖/๔๕


Atthanij Pokkasap ถ่ายทอดจากพระบาลี
07L00 น. ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๑๑ วันจันทร์ที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๖




...มาร่าเริงบันเทิงใจแบบเปรตๆ กันเถอะ...
ย้ำอีกครั้ง..บาลี เป็นเพียงแผนที่กว้างๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปนิพพาน
นักท่องเที่ยวที่อหังการเก่งเอง  ที่คิดเอาเองว่าสามารถเดินทางไปโดยไม่ต้องอาศัยแผนที่
(คุยว่าไม่ยึดติดในคัมภีร์น่ะล่ะครับ)  ก็ขอให้เก่งให้ตลอดละกัน...

...การออกแบบอารมณ์ให้กับจิต  ก็เหมือนการกรอกข้อมูลพื้นฐานให้เครื่องคอม ครับ...
ไม่รู้เทคนิค สักแต่ว่ากดปุ่มได้..ไม่พอครับ..ฉันใดฉันนั้น




                                                                                                     ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

  


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap

50.Breaking Dharma PART 49





Breaking Dharma PART 49...!!!
....




ปุจฉา ;
โยมใส่บาตรพระ พระเลว แล้วโยมปกป้อง
เข้าข้างพระ จะเกิดอะไรขึ้น ??!

วิสัชนา ;
เปรต ทั้งสองฝ่าย โยมเป็นเปรตใหญ่
พระเป็นเปรต บริวารของเปรตใหญ่ !!!

คติกรรมที่เกิดแล้วใน พระมหาโมคคัลลานะ เปิดประตูนรก ดังนี้ ;


ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระได้ถามเปรตตนหนึ่งว่า
(๑๒๘) ท่านเป็นใครหนอ โผล่ขึ้นมาจากหลุมคูถให้เราเห็นเช่นนี้
ท่านร้องครวญครางอื้ออึงไปทำไมเล่า ท่านมีการงานอันลามกเป็นแน่ ?

เปรตนั้นตอบว่า
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าเป็นเปรตเสวยทุกข์เกิดในยมโลก
เพราะได้ทำกรรมลามกไว้ จึงไปจากโลกนี้ สู่เปตโลก

ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า
ท่านทำกรรมชั่ว อะไรไว้ด้วยกาย วาจา ใจ หรือ
เพราะผลแห่งกรรมอะไร ท่านจึงได้ประสบทุกข์เช่นนี้

เปรตนั้นตอบว่า
ชาติก่อน มีภิกษุรูปหนึ่งเป็นเจ้าอาวาส อยู่ในอาวาสของข้าพเจ้า
ท่านมีปกติริษยา ตระหนี่ตระกูล มีใจกระด้าง มักด่าบริภาษ
ให้ยกโทษภิกษุอาคันตุกะทั้งหลายที่เรือนข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าฟังคำของภิกษุนั้นแล้ว ได้ด่าภิกษุอาคันตุกะทั้งหลายแล้ว
เพราะผลแห่งกรรมนั้น ข้าพเจ้าจึงไปจากโลกนี้ สู่เปตโลก

ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระ ถามต่อว่า
ภิกษุผู้เข้าไปสู่ตระกูลของท่าน ไม่ใช่มิตรแท้ เป็นมิตรเทียม
เป็นคนปัญญาทราม ทำลายขันธ์ ละไปแล้ว ไปสู่คติไหนหนอ?

เปรตนั้นตอบว่า
ข้าพเจ้า ยืนอยู่บนศรีษะของภิกษุผู้มีกรรมอันลามกนั้น
ภิกษุผู้ตระกูลข้าพเจ้าใส่บาตร ไปเกิดเป็นบริวารของข้าพเจ้า
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ชนเหล่าอื่น ถ่ายมูตร ถ่ายคูถลงในเว็จนี้
มูตร คูถนั้น เป็นอาหารของข้าพเจ้า
และข้าพเจ้ากินมูตร คูถนั้นแล้ว ถ่ายมูตรถ่ายคูถใดลงไป
ภิกษุผู้ตระกูลข้าพเจ้าใส่บาตร ก็เลี้ยงชีพด้วยมูตร คูถ
ที่ข้าพเจ้าถ่ายแล้วนั้น ฯ


จาก คูถขาทิกเปตวัตถุ ที่ ๑ ว่าด้วยบุพพกรรมของเปรตกินคูถ ที่ ๑
เปตวัตถุ  ขุททกนิกาย  ไตรปิฎก สยามรัฐ เล่ม ๒๖/๔๕.


Atthanij Pokkasap ถ่ายทอดจากพระบาลี
20:25 น.ขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๑๑ วัน อาทิตย์ ๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๖


หมายเหตุผู้ถ่ายทอด ๑ ลักษณะองคาพยพเปรต ขึ้นกับลักษณะคำด่า
เช่นเมื่อด่าว่า พระอาคันตุกะ (เกรงว่ามาแย่งลาภสักการะ) ว่า ไอ้เหี้ย
ก็จะเกิดเป็นเปรตในร่าง เหี้ย ด้วย เป็นต้น

หมายเหตุผู้ถ่ายทอด ๒ ; พระบาลี หรือพระไตรปิฎก เป็นสัญลักษณ์ของพระธรรม 
เหมือนพระพุทธรูปเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธ 
และภิกษุเป็นสัญลักษณ์ของพระสงฆ์
มันผู้ไม่เคารพสัญลักษณ์ของพระพุทธก็ดี  พระธรรมก็ดี  ก็ไม่ควรเคารพพระสงฆ์ และก็ไม่ควรกล่าวถึงธรรมใดๆของพระศาสดาด้วย   ขืนกระทำ มันก็ได้เป็นเปรตตั้งแต่ยังไม่ละโลกนี้
(มนุสสเปโต..เปรตในคราบร่างมนุษย์)



...เปิดประตูนรก เผยโฉมหน้า สมาชิกชาวเปตโลก....!!!
อาหารการกิน และรูปลักษณ์ของเปรต ขึ้นอยู่กับ คำที่ด่าหรือนินทา...ที่เปรตใช้ ตอนเป็นมนุษย์ นะครับ.

...ผลแห่ง วจีกรรมทุจริต..(วจีกรรม มี ๔)
๑.มุสาวาท- พูดโกหก พูดเท็จ
๒.ปิสุณาวาจา- พูดส่อเสียด พุดให้เกิดการแตกแยก
๓.ผรุสวาจา - พูดคำหยาบ คำสบถ
๔.สัมผัปปลาปะ - เพ้อเจ้อ...

ปิสุณาวจา เป็นปฐมกรรมนำไปสู่ เปรต อสุรกาย ที่มีปากกับตูดเป็นอันเดียวกันอยู่บนกระหม่อม.





                                                                                      ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

  


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap

Friday, October 16, 2015

๖๐.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.


















*** Atthanij Pokkasap added 2 new photos. 4 hrs · Edited · 

เทศกาลสารทเดือน ๑๐ จะมีประเพณี "บุญข้าวสาก" "บุญข้าวประดับดิน".....
ศัพท์เทคนิคชาวพุทธ เรียกว่า "ปุพพเปตพลี"

การทำบุญ..อาหารทาน จีวรทานในเทศกาลสารท นี้ ก็เพื่อ อุทิศแก่ ปรทัตตูปชีวีเปรต...เปรตที่ยังชีวิตได้ด้วยบุญทานของผู้อื่น (ที่เคยเป็นสาโลหิต) กันเท่านั้น

เป็นประเพณี เคยมีแม้ในวัฒนธรรมกรีกโบราณ แสดงถึงอิทธิพลพระพุทธศาสนาบน
เส้นทางสายไหม ตั้งแต่สมัยพุทธกาล

เปต นั้นแตกมาจากศัพท์ว่า ปิตา คือ บิดา
เปตโลก..โลกของเปรต ก็คือโลกของบิดา(และมารดา) และถือเป็น "ปรโลก" คือโลกอื่น,
โลกหน้า ด้วย    
ศาสนาโบราณของอียิปต์ ได้ค้นพบก่อนและศาสนาพุทธสมัยพุทธกาล ได้เติมเต็มในรายละเอียดปลีกย่อย

เหตุที่ บิดามารดา ตายไปแล้วต้องไปเกิดเป็นเปรต
พระพุทธศาสนามีอธิบายอยู่ใน บทกรวดน้ำตอนเริ่มต้น อนุโมทนากถา ที่ขึ้นต้นว่า


"ยถา วาริวหา...ฯลฯ ตรง อิเมวะ อิโตทินนัง เปตานัง...ตรง..เปตานัง นี้ล่ะคืออุทิศให้เปรตละ
พ่อแม่ต้องไปเป็นเปรต เพราะ ไม่ทำหน้าที่ตามธรรมแห่งความเป็นพ่อเป็นแม่


หน้าที่ตามธรรมแห่งความเป็นพ่อเป็นแม่  ก็คือบทอนุโมทนากถาชื่อ "สังคหวัตถุกถา ๔"...
ที่พระเลิกสวดไปแล้วน่ะเอง ได้แก่
๑. ทาน การให้
๒. เปยยวัชชะ กล่าววาจาไพเราะกับลูก
๓. อัตถจริยา ประพฤติประโยชน์แก่ลูก
๔. สมานัตตตา คือเสมอต้นเสมอปลายในธรรม ๓ ข้อข้างต้น


ในตอนท้าย พระกถา..ได้ย้ำไว้ด้วยว่า บิดามารดาใดไม่มีธรรม ๔ ข้อนี้ให้แก่ลูก
ก็ไม่พึงได้ชื่อว่าเป็นพ่อเป็นแม่ ของลูก แล้วก็เป็นต้นเหตุกรรมของการเป็น "เปรต" ด้วย

พ่อแม่ที่ไม่มีธรรมในความเป็นพ่อเป็นแม่  เป็น "เปรต"...ครับ ไม่ใช่พระพรหม ไม่ใช่พระอรหันต์ของลูกแต่อย่างใด  ทั้งลูก ยังต้องเป็นภาระที่มาของประเพณีสารทเดือนสิบ ด้วยดังนี้ แล ฯ

Takeda    ดีแล้วที่เป็นโสด จึ้ยส์ ^^
Atthanij Pokkasap  ไม่ทำบาปๆเอาไว้มั่ง เด๋วไม่ได้มาเกิดเป็นคนเน้อ...
Atthanij Pokkasap  พระสอนธรรม ท่านเรียกว่า "แสดงอรรถ" แต่ เมื่อแสดงอรรถแล้วไม่แสดง "บาลี"...คือต้นตอของ อรรถ ท่านให้ถือว่า ธรรมของพระนั้น ใช้ไม่ได้ครับ ไม่ถือว่าเป็นธรรม ไม่ถือว่าเป็นภาษิตด้วย..พระพุทธศาสนามีมาตรฐานในเรื่องธรรมชัดเจนอย่างนี้...ฉะนั้นที่พระเอามาพูดมาแสดงส่วนใหญ่แล้วไม่บอกบาลีที่มา ก็ คือ พระ..เพ้อ เจ้อ...ครับ
Prirot    ฝันว่าได้พบอาจารย์ ครับ. จาก. ตี๑ จนสว่าง. อาจารยให้ผ้ายันต์มาสองผืน. พิมพ์ 4. สี อย่างดี ได้ดูอย่างละเอียดผืนหนึ่ง. ตื่นก่อน. ฮา...! พิจารณาตัวเองแล้ว. ท้องอืด.
(ธาตุพิการ)ครับ. แต่ก็ดีใจยังไม่คลาย. ยุครับ.

Atthanij Pokkasap  ก็คิดจะพิมพ์ผ้ายันต์ พุทธจักรมหาปัถมัง แจกเป็นที่ระลึกอยู่นะครับ จาก งานกฐินสามัคคี อุโบสถมหาอุจวัดบ้านสวาย...แบบพิมพ์ใหญ่(พันคอ-พากเฉวียงไหล) กะพิมพ์เล็ก แบบผ้าผูกข้อมือ
Meepa    ใหญ่ไป. ครับ. เล็กไป ครับ. อาจารย์ ฮา...!

Tan    ฝันเหมือนกัน แต่ฝันว่าได้ไปงานศพคุณต่วย ได้พบอาจารย์Atthanij Pokkasap ผู้การ และอาจารย์เค้ก ตื่นมาท่องบทอธิษฐานวัดมหาอุจ ฝันว่า ผู้การกับอาจารย์เค้ก จัดงานศพคุณต่วยไว้ที่บ้านด้วย ส่วนอาจารย์ไปที่ศาลา
Tan     ลืมไป ผู้การกำลังจะให้ตะกรุดแทนตัวเก่าที่หักไป ส่วนอาจารย์ไปหาอะไรมาให้ก็ไม่ทราบ แล้วตื่นขึ้นมา แต่ระหว่างตื่นภาพวัดมหาอุจอยู่ในหัวละ เลยอธิษฐานมหาอุจเสียยกใหญ่เกือบครึ่งชั่วโมงจนหลับไปอีกรอบ
Atthanij Pokkasap  ช่วงนี้ คลื่นจิตผมกระจายไปทั่ว ฝันเห็นผม กันหลายท่านเลย

Panu     แถมพระยังต้องค้ำประกันให้คนเป็นลูกด้วยว่า หากทานที่ทำส่งไม่ถึงบิดามารดา พระนั่นแหละจะเป็นเปรต(รึมนุสสเปโต)เอง!
Panu     การปล่อยปละละเลยไม่ทำบุญให้บรรพชน จะทำให้บรรพชนอดอยากเปลี่ยนสถานภาพจากปรทัตตูปชีวีเปรตไปเป็นขุปปิปาสิกเปรต ต้องยังชีพด้วยของเหลือเดนจากผู้ที่ไม่ใช่ญาติเช่น เศษอาหารที่คนคายทิ้และคูถที่คนถ่ายทิ้ง
Panu   ขุปปิปาสิกรับอาหารผ่านมนุษย์เหมือนกันแต่อาหารนั้ต้องผ่านปาก รึทวารก่อน แต่บางพวกก็รับจากมนุษย์ตรงๆคือ กินจากศพคนตายเลย 
Atthanij Pokkasap  ตอนนี้มูลนิธิฟอกเงินหากินกับศพ...เพียบบบบ...

Panu     เวตาลน่ะเด็กๆ