Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label ปฏิคคาหก. Show all posts
Showing posts with label ปฏิคคาหก. Show all posts

Friday, January 13, 2017

69.Breaking Dharma PART 68





Breaking Dharma PART 68...!!!
....


ตอน ทาน และการทำ นาบุญ นากรรม


(๑) ฝ่ายผู้ให้ (ปัคคาหก)

* ความหมายของ ทักษิณาทาน *
ทาน ที่บุคคลเชื่อกรรม เชื่อผลแห่งกรรม
แล้วให้ตามที่เชื่อนี้ ชื่อว่า "ทักษิณาทาน"
ทักษิณาทานที่บุคคลผู้เชื่อแล้วแม้ให้เล็กน้อย
ประมาณข้าวสักทัพพีเดียว ก็นับว่าเสมอด้วยให้ตั้งพันทัพพี
เพราะว่า ทักษิณาทาน มีผลมาก

Appampeke pavecchanti, Bahuna peke na dicchare,
Appasma dakkhina dinna, Sahassena saman mita.


จาก มาตังค ชาดก



๑.๑ อารมณ์ที่ผูกพันกับ การให้

...๑.๑.๑ ให้โดยมีมีจิตผูกพันหวังผล
พัฒนาไปสู่ เทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา

...๑.๑.๒ ให้โดยไม่รู้สึกผูกพัน ไม่มุ่งสั่งสม (ให้เพราะทนเห็นทนดูไม่ได้)
พัฒนาไปสู่ เทวดาชั้นดาวดึงส์

..๑.๑.๓ ให้โดยไม่ได้คิดว่าดี  แต่ให้ไปตามขนบธรรมเนียมประเพณี
พัฒนาไปสู่ เทวดาชั้นยามา

...๑.๑.๔ ให้เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมประเพณี เอื้อเฟื้อเห็นแก่ประเพณี
พัฒนาไปสู่ เทวดาชั้น ดุสิต

...๑.๑.๕ ให้โดยแยกแยะ จำแนกแจกทาน (บนพื้นฐานของความเอื้อเฟื้อ)
พัฒนาไปสู่ เทวดาชั้น นิมมานรดี

...๑.๑.๖ ให้โดยไม่คิดจำแนกแยกแยะ  แต่ให้เพราะจิตเลื่อมใส ปลาบปลื้ม (เห็นการให้ การเอื้อเฟื้อแบ่งปันเป็นความสุข ความสวยงาม)
พัฒนาไปสู่ เทวดาชั้น ประนิมมิตวสวัตดี

...๑.๑.๗ ให้เพราะเห็นเป็นเครื่องปรุงแต่งจิต (ความเอื้อเฟื้อ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในกุศลที่เป็นฐานอารมณ์ชั้นสูงของจิต)
พัฒนาไปสู่ การเป็น พรหม


จาก ข้อ (๔๙) ทานสูตร สัตตกนิบาต อังคุตตรนิกาย
ไตรปิฎก สยามรัฐ เล่ม ๒๓/๔๕





(๒) ฝ่ายผู้รับ (ปฏิคคาหก)

"แน่ะ! พ่อมัณฑพยะ เจ้ายังอ่อน มีปัญญาน้อย
ผู้ใดยังไม่ฉลาด ให้ทานแก่ ปฏิคคาหก ผู้เป็นเนื้อนาบุญ
ท่านผู้นั้นยังหมกมุ่น..
มัวให้ทานในชนสันดานประกอบด้วยน้ำฝาด คือราคะใหญ่
ไม่สำรวมกาย วาจา จิต กอบแต่กรรมเครื่องเศร้าหมอง
ทานที่ให้แก่ปฏิคคาหกอย่างนี้ ย่อมมีผลน้อย "

Mandabaya balosi parittapanno,
Yo punnakhettanan akovidosi,
Mahakkasavesu dadasi danan,
Kilitthakammesu asannatesu.


จาก มาตังคชาดก


ปฏิคคาหกผู้รับทานที่มีผลมหาศาล คือผู้ได้ฌานสมาบัติ
ที่เรียกในบทสวดสรรเสริญสังฆคุณว่า "ทักขิไณยบุคคล"
โดยเฉพาะท่านผู้ที่ออกจากสมาบัติ
ผลแห่งการให้จะบรรลุภายในวันที่ให้นั้นเอง
(ความสำคัญ และความยิ่งใหญ่ ของ สจิตฺตปริโยทปนํ)

นอกนั้นก็เลือกตามลักษณะ นาบุญ ที่เคยนำเสนอมาก่อนหน้า
ที่กล่าวว่านาบุญที่กิเลสการสั่งสมน้อยถึงไม่มีเลย  
ก็เปรียบเหมือนนาดินดีไม่มีวัชพืช   ผลย่อมได้มาก





จึงขอเตือนผู้กำลังเวียนว่ายในบาปบุญทั้งหลายว่า
อย่าดูถูก ความบริสุทธิ์ใจ ความตั้งใจจริงของประชาชน
ผู้อหังการเหยียบย่ำความบริสุทธิ์ใจในการเสียสละของมหาประชาชน.....
เราท่านทั้งหลายจะได้พบเห็นมันเป็นชาติภพสุดท้ายนี้แล้วเท่านั้น
จากชาตินี้ไป จะไม่มีโอกาสได้พบเห็นมัน พวกมันกันอีกเลย
จนกว่ามัน พวกมันเหล่านั้นจะสำนึกได้......
ไม่ว่ามันจะยิ่งใหญ่อยู่ในขณะนี้ หรือไม่ก็ยิ่งใหญ่ก็ตาม
รวมถึงงี่เง่าที่หลับหูหลับตา คอมเม้นต์เหยียบย่ำผู้แสดงออกที่
บริสุทธ์เหล่านั้นด้วย

GAME OVER !!!


Atthanij Pokkasap
13:57 น. ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๑
เสาร์ ๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๖





...เด๋วจะมาว่า นักธรรมอเวจี มิได้ชี้บอก....
ทางไว้ให้ ตานี้ ว่ากันไม่ได้แล้วนะ..ตะเองงงง....





                                                                                                    ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
  
  


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap


Sunday, November 1, 2015

๖๒.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.




*** Atthanij Pokkasap added 2 new photos. 12 hrs · 


ความเป็นมาของ อนุโมทนากถา
ที่พระแสดง หลังรับบิณฑบาต
และ เหตุบุญทานอื่นๆ
อนุโมทนากถา แปลว่า การกล่าวแสดงรับ..เนื่องด้วยความยินดี(ในบุญทาน ของปฏิคคาหก...ผู้ถวายด้วยศรัทธาในเหตุผลของบุญทานนั้นๆ) มักมีการนำไปปะปนสับสน ว่าเป็นการแสดงธรรม กันบ่อยครั้ง
บทขึ้นต้น "ยะถา"...นั้น คือการบอกเล่าแบบอุปมา เนื้อความจริงๆ คือ ตอน...

อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง,
...สิ่งที่ต้องการแล้ว ปรารถนาแล้ว

ขิปปะเมวะ สมิชฌะตุ,
....จงพลันสำเร็จแก่ท่าน

สัพเพปุเรนตุ สังกัปปา
...ขอความดำริทั้งปวง จงเต็ม

จันโท ปัณณะระโส ยะถา
...ดังดวงจันทร์ ซึ่งมีในดิถีขึ้น ๑๕ ค่ำ

มะณิ โชติระโส ยะถาฯ
...ดังดวงแก้วมณี ชื่อ โชติรส เทอญฯ


แก้วโชติรสมณี เป็นแก้ววิเศษในประวัติศาสตร์ดึกดำบรรพ์ของชาวพุทธโบราณ ตามชื่อคือ
เพียงแสงสว่างอันโชติช่วงของดวงแก้ว ก็ให้รสล้ำค่าคืออารมณ์ปิติอิ่มเต็มแก่ผู้ได้เห็น...จึงชื่อว่า
"โชติรส"


และท่านก็ยืนยันบอกเล่าไว้ชัดเจนว่า...
เป็นคาถาอนุโมทนา ของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายมาก่อนหน้า
ซึ่งประวัติของพระปัจเจกพุทธเจ้านั้น มีปรากฏอยู่ทั่วไปใน เถระ-เถรีคาถา เถราปทาน และชาดก ซึ่งล้วนเป็นประวัติศาสตร์ดึกดำบรรพ์ของพระพุทธศาสนา ทั้งสิ้น


ผู้สวด หรือที่ปัจจุบันมักเรียกว่า พระให้พร..นี้
เมื่อเข้าใจความหมาย เวลากล่าวแสดง พึงกำหนดภาพ ดวงแก้วแห่งความปีติอิ่มเอมนี้ผ่านน้ำเสียงแผ่ไปให้ผู้นมัสการรับ...จะได้รับรสชาติเต็มๆของกุศลจิต ครับ


อย่าสักแต่กล่าวกถาด้วยจิตที่กระด้างและแห้งแล้งอยู่ เลย....

ขอ แค่นี้ล่ะครับ !!!