Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label Dhammachakkapavattana. Show all posts
Showing posts with label Dhammachakkapavattana. Show all posts

Saturday, July 20, 2024

"Dhammachakkapavattana Sutta" on Asalha Puja Day





ทุกข์มีเพราะเป็นความจริงของโลก

แต่จิตที่รองรับทุกข์

ก็เหมือนความลึกของมหาสมุทร

ปุถุชนย่อมสำคัญว่าตนทุกข์ใหญ่หลวง

ประเภทมึงไม่เป็นกู มึงไม่รู้หรอก

 

ผู้ฝึกตนมาดีแล้วเท่านั้น

ที่รู้แก่ตนดี ว่า ทุกข์นี้ทนได้

และผู้ฝึกตนถึงธรรมแล้ว

ย่อมรู้ยิ่งกว่า ว่า...

ทุกข์นี้นอกจากทนได้แล้ว

ยังแก้ไขได้อีกด้วย

แต่ก็...เคารพในกรรม

ที่สะสมมาด้วยความเป็นธรรมดาของโลก

 

การฝึกตน

จึงเป็นอะไรไปไม่ได้

นอกจากการเข้าถึงการระงับ การดับ

ความรู้สึกและดับประสบการณ์ความรู้สึก

ของระบบประสาท ที่ต้องเข้าลึกถึง

การทำงานของกระบวนการทางอินทรีย์

ตามที่สำนวนพระบาลีบัญญัติสำเร็จรูป ว่า

"เวทนา" และ "สัญญา"

เวทนา คือความรู้สึกที่จัดระเบียบไว้ดีแล้ว

โดยผู้ฝึกตนถึงธรรม

สัญญา คือ ประสบการณ์ทรงจำ

ในความรู้สึกที่ชัดเจนดีแล้ว นั้น ๆ

 

นี้คือ เป้าหมายของการฝึกตน

เป็นที่มาของ "ฌาน"

ปฏิบัติการแห่ง การทำจิตให้ขาวสว่างรอบ

"สจิตฺตปริโยทปนํ"

Sacittapariyodapanam

 

* จากบทความ โดย อ.นิช อัตถนิชย์ โภคทรัพย์


Tuesday, August 1, 2023

The Dharma Prayer "Dhammachakkapavattana Sutta" on Asalha Puja Day





Atthanij Pokkasab

6 กรกฎาคม 2015 
ปรากฏการณ์ ความสุข
ที่พระพุทธศาสนาค้นพบ และตามพิสูจน์

จาก "สมาธิสูตร" และในบันทึกประสบการณ์ค้นพบอีกหลายๆที่ ที่แสดงถึง การพิสูจน์หา ความเป็นปัจจุบันประกอบ... ความสุขที่ยิ่งกว่ากามคุณ จนเป็นสัจจพจน์ ว่า
"สมาธินี้ มีสุขในปัจจุบัน
และมีสุขเป็นวิบากต่อไป ฯ"
ที่เกี่ยวเนื่องเป็นพัฒนาการรายทางของ "ปฏิจจสมุปปาท" นั้น แท้จริงแล้วก็คือสถานภาพทั้ง ๔ ระดับของ "รูปฌาน" ที่ท่านนิยามเป็น "สัมมาสมาธิ" ใน อริยะมรรค ๘ นั้นเอง

ซึ่ง สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง คือ....
สมาธิทั้ง ๔ ระดับ เป็นฐานปฏิบัติการโยคะ
เพื่อปัญญาในการประจักษ์เห็น "ไตรลักษณ์"
ของพระอริยบุคคลชั้น อนาคามีขึ้นไป นั่นเอง
มีคุณสมบัติพิเศษให้พิสูจน์ได้ด้วย "ทักษิณาทาน"
ที่มีอานิสงส์สูงสุดเป็นไปตามคำอธิษฐาน ภายใน 24 ชั่วโมง

ที่ท่านยกเป็น "สัมมาสมาธิ"
ทั้งที่นอกศาสนาก็มีการค้นพบ
และบรรลุถึงได้เช่นกันนั้น
(ศึกษาเปรียบเทียบได้กับ โยคะสูตรของท่านปตัญชลิ)
เพราะมีเทคนิคเป็นคำสอนเฉพาะ ตามนัยะที่ท่านเรียก ดังนี้.....

ระดับ ที่๑ หรือปฐมฌาน ด้วยเทคนิคเฉพาะ
ท่านจึงเรียกความสุขชั้นนี้ว่า "เนกขัมมสุข"
แปลว่า สุขอันเกิดแต่การหลีกเร้นออกจากาม...(@)
สัจจพจน์ใน "อภิภายตนะ ๘" ที่ว่า
"ผู้มีรูปย่อมเห็นรูป" นั่นคือโยคาวจรผู้บรรลุขั้นนี้
จักต้องประสบ มหาชีวิต คลื่นความถี่เดียวกันนี้ด้วย
ซึ่งก็คือ "กายิกาพรหม" (ไตรภูมิ ไม่มีจึงใช้ภาพมหาพรหมาแทน)

ระดับ ที่๒ หรือ ทุติยฌาน
ท่านเรียกความสุขโดยเทคนิคเฉพาะว่า "วิเวกสุข"
แปลว่า สุข อันเกิดแต่ความสงัด..........@
และโดยสัจจพจน์ใน "อภิภายตนะ ๘"
ผู้บรรลุจิต ณ ระดับนี้ก็จักต้องประสบ..
มหาชีวิตคลื่นความถี่เดียวกันคือ "อาภัสสรพรหม"
ที่เป็นปฐมกำเนิดของมนุษย์ในต้นปฐมกัป...
(ที่ผู้รู้ทั้งหลาย..โมเม และเลี่ยงที่จะเปิดเผย ..ฯลฯ)

ระดับ ที่ ๓ หรือ ตติยฌาน
ท่านเรียกด้วยศัพท์เทคนิคเฉพาะว่า "สมาธิสุข"
แปลว่า สุขอันเกิดแต่ "สมาธิ"..........@
มหาชีวิตคลื่นความถี่นี้ คือ "สุภกิณหพรหม"

ระดับ ที่ ๔ หรือ จตุตถฌาน
ท่านเรียกด้วยศัพท์ตามเทคนิคเฉพาะว่า "สัมโพธิสุข"
แปลว่า สุขอันเกิดแต่การรู้แจ้ง........@
ที่มีการค้นพบแล้วเรียกว่าพรหมลงมาถ่ายทอดนั้นเอง
มหาชีวิตคลื่นความถี่นี้คือ "เวหัปผลพรหม"

นักปฏิบัติการโยคะผู้เข้าถึง
"สมาธินี้มีสุขในปัจจุบัน และมีสุขในปัจจุบัน"
ตามระดับที่กล่าวมาข้างต้น.
จะเป็นผู้มีคุณสมบัติตอบ โจทย์ ทักษิณาทาน..
ที่ให้อานิสงส์ใหญ่ได้ทันตาเห็นภายในวันเดียวกันนั้น
และ ตอบโจทย์ "ฌานวิสัย"
ระดับที่ ๒ แห่งอจินไตย๔ ที่ใครมันละเมิด
จักประสบกรรมตามพฤติที่ละเมิดนั้นๆทันที
และเป็นวิบากติดตัวไปทุกภพทุกชาติ
จนกว่าจะมีการมาขอขมาด้วยพิธีกรรมที่ถูกต้อง

พวกผู้รู้....ที่ศรัทธามีมลทิน
ไม่สามารถเชื่อมความสัมพันธ์
อันหลากหลายมิติแห่งพระพุทธวจนะเหล่านี้ได้เลย...
จึงได้มีการ ปิดบัง บิดเบือน ตีความเลอะเทอะ
กล่าวหาพระพุทธวจนะที่ตนเข้าไม่ถึง
สร้างคำสอนใหม่ที่แปดเปื้อนต่อคำสอน
ที่ท่านสังคีติกาจารย์ได้ร้อยเรียงไว้ดีแล้ว
ดังที่ประจักษ์ได้ทั่วไป....

หมายเหตุ...
อภิภายตนะ ๘ หรือ อายตนะที่อยู่พ้นวิสัยประสบการณ์ทางกามคุณเป็น ระดับเดียวกับ วิโมกข์ ๘ กสิณายตนะ ๑๐ ล้วนเป็นศัพท์เทคนิคเชิงปฏิบัติที่ ไม่มีการนำเข้าไปบรรจุไว้ในพจนานุกรมพระพุทธศาสนาทุกภาษา นะครับ...บอกถึง ความไม่ซื่อสัตย์ และความไม่รู้จริงในภาค ปฏิบัติการทำจิตให้ขาวสว่างรอบของพระพุทธศาสนาโดยแท้....
ขอทวงคืน ซึ่งภาคปฏิบัติที่พวกเข้าไม่ถึงแล้วปิดบังเอาไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ