Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label เสมหะ. Show all posts
Showing posts with label เสมหะ. Show all posts

Friday, February 1, 2019

พวก แยกแยะ ดี- ชั่ว, ควร-ไม่ควร ไม่ออก...จัดเป็นพวกมีปัญหาที่ระบบน้ำดี (ปิตตะ)




Atthanij Pokkasap 


พวก แยกแยะ ดี- ชั่ว, ควร-ไม่ควร ไม่ออก
พวกปราศจากความละอายต่อบาป
ในทางการแพทย์แผนพุทธเพื่อกรรมฐาน
จัดเป็นพวกมีปัญหาที่ระบบ น้ำดี(ปิตตะ)
จะเรียก ปิตตะกำเริบ หรือปิตตะหย่อน
ปิตตะพิการ แล้วแต่กรรมที่กำลังแสดงออก
และบั้นกลาง บั้นปลายของชีวิต...คือ
โรคสันนิบาต ที่หมายถึง วาตะ-ปิตตะ-เสมหะ กำเริบเป็นพิษ ทั้งหมด...
อ่านโรคจากกรรมและสันดานที่กำลังแสดงออก...ได้ไม่ยาก เลย
สำหรับสัตว์ที่เกิดมาเพื่อก่อกรรมสร้างนรกไว้บนแดนดิน
สิทธิการิยะ
เมื่อเป็นโรคกรรมจากสันดาน
แพทย์ใด หมอใด ไปรักษาอาการไข้
ให้สัตว์ผู้นั้น ก็ดูดซับกรรมชั่วของสัตว์ผู้ไข้นั้นมาด้วย แล ฯ



Atthanij Pokkasap  พวกพาหิระลัทธิ...เอามาทำไม ?!!

Chanasorn Suadprakorn    พาหิระ คืออะไร อ.

Atthanij Pokkasap  นอกศาสนาพุทธ

Chanasorn Suadprakorn    เห็นเขาลอยตัวได้ง่ะ แสดงว่า มีฤทธิ์

Happy Joe    เจอเข่าลอยท่านปรมาจารย์...ไม่อยากคิด

Atthanij Pokkasap  เคยฝึกโยคะสายนี้มาตั้งแต่ตอนเด็กแล้ว

Chanasorn Suadprakorn    ลุงดำ ฝึกเองหรือครับ

Atthanij Pokkasap  ใช่ฝึกจากคัมภีร์ โยคะของแขก พ่อประจวบแปลและทำเล่นๆ กับลูกๆ ตอนก่อนนอน ประจำ..ตอนงานท่านยังไม่เยอะ

Happy Joe    คัมภีร์ท่านมีบันทึกไว้ที่ไหนหรือไม่ขอรับ..เว้นสมองของท่านอาจารย์

Atthanij Pokkasap  หนังสือท่านซื้อไว้เต็มสามทาวน์เฮาส์...ผมงอล..ทั้งที่ขอไว้ล่วงหน้าแล้ว สุดท้ายไม่ได้เอามาเลย

Chanasorn Suadprakorn    ลุงงอนพ่อจวบ หรอ

Happy Joe    น่าเสียดายยิ่ง แต่จำเพาะของ อ. ก็มากแล้ว โปรดเมตตาจดจารึกไว้ด้วยเถิด

Chanasorn Suadprakorn    ย้อนอ่านเม้นแรก 5555

Atthanij Pokkasap  สังคมประเทศไทยวิบัติเป็น ขี้โรคเอเซีย เพราะ...สร้างโรงงานผลิต พวกวิปริตนี้โดยตรง ครับ

Atthanij Pokkasap  เข้าใจกันเสียทีนะครับ...
เราจะไม่พูดดีกับพวกปัญญาวิปริต จิตวิปลาศ

Atthanij Pokkasap  มีสิทธิแยกแยะและตัดสินด้วย...ว่า มันใช่-ไม่ใช่ เพราะศึกษามาจากคัมภีร์ ออริจินัลของโลก

Chanasorn Suadprakorn    ครับ

Yutthana Sirisilp    อยากลอยได้มั่ง



Wednesday, January 9, 2019

หลักฐานจาก "พระบาลี" พระพุทธวจนะที่มาของการแพทย์แผนไทยดั้งเดิม




Atthanij Pokkasap


หลักฐานจาก "พระบาลี"
พระพุทธวจนะ ที่มา
ของ การแพทย์แผนไทยดั้งเดิม
สมุฏฐานกำเนิดโรค
ที่มีหัวข้อเรียกว่า "ตรีธาตุ(ธาตุทั้ง ๓)" ประกอบด้วย :-
"ปิตตะ(ดี)-เสมหะ(เสลด)-วาตะ(ลม)" 

กับ เหตุที่ทำให้ ตรีธาตุ เปลี่ยนสถานะ
จาก ตรีคุณ(ธาตุที่ให้คุณทั้ง ๓) เป็น
ตรีโทษ(ธาตุที่ให้โทษ ทั้ง ๓)...สภาวะที่เกิดโรค
และหนักสุดท้ายเป็น "ตรีทูต"...
อาการเจ็บป่วยที่กำลังไปสู่การตาย
จาก...เหตุ ๕ ประการ คือ

๑. สันนิบาต ;
การให้โทษร่วมกัน ของ "ตรีธาตุ"

๒. อุตุ หรือ ฤดู สิ่งแวดล้อม

๓. การบริหารไม่เสมอ
คือ การไม่รักษาความเป็นปกติของอิริยาบท ตลอดจนการดื่มการกินในชีวิตประจำวัน

๔. ความชรา
การร่วงโรยของสุขภาพ ตามอายุกาล

๕. ผลกรรม
คือ โรค(วิปาก)กรรม


พื้นฐานทั้งหมด เหล่านี้
เป็น พระพุทธวจนะ ที่ยืนยันถึง สรรพนานาศาสตร์ที่มีอยู่จริง เป็นหลักฐานตั้งแต่ ชั้นพระบาลี คือ คัมภีร์ชั้นออริจินัล ของพระพุทธศาสนา ซึ่ง อัปปัสสุตชน...ผู้ไร้การศึกษา ทั้งหลาย ไม่ได้มีศักยภาพทางปัญญามาเรียนรู้ แล้วกล่าวร้าย บิดเบือน ไปทั่ว อย่างไร้ความละอาย และบ้างก็ด่วนย่อสรุป....เอาตามตวามคับแคบ ตามสติปัญญาที่ต่ำทรามของตนเอง
เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง
อละเป็นความป่าเถื่อน ไร้มารยาททางปัญญา
อย่างเลวทรามที่สุด
สมุฏฐานแห่ง ตรีธาตุ และเหตุทั้ง ๕ ข้างต้น
เป็น รายละเอียดใน "ภูมิทัศน์" ประกอบ ธาตุ ๔ (ดิน-ปถวีธาตุ, น้ำ-อาโปธาตุ, ลม-วาโยธาตุ, ไฟ -เตโชธาตุ) ของอาการ ๓๒ จัดเป็น วิชา จิตสรีรศาสตร์วิภาค พื้นฐานของห้องปฏิบัติการโยคะ หรือห้องกรรมฐานของพระพุทธศาสนาที่ถูก ละเลย มาตลอด ร่วม ๑,๕๐๐ ปี แล้ว
รายละเอียดในคัมภีร์โบราณของการแพทย์แผนไทย เป็นรายละเอียดขยายความ
วิชาจิตสรีรศาสตร์วิภาค ที่มีหัวข้อ(อุเทศ) มาแต่พระพุทธวจนะ ไม่แตกต่างคัมภีร์ชั้น อรรถกถา(พระบาลีที่ขยายความพระไตรปิฎกหมวดต่างๆ) ที่... แต่ดั้งเดิม มีการสอนการถ่ายทอดอยู่ภายในวัด...แล้วค่อยๆเลือนหายไป ตามการเพิ่มจำนวนของพวกเหล่า "อัปปัสสุตชน"...ผู้ให้ร้าย และบีบนิยามศาสนาให้แคบและสกปรก ที่ มากเพิ่มขึ้น ๆ
คงไม่มี ผู้ใดมีสติปัญญา...


แสดงความชัดเจน แห่งวิชา จิตสรีรศาสตร์วิภาค อันเป็นคัมภีร์พื้นฐานของห้องปฏิบัติการโยคะก้าวหน้า ระดับ "อกาลิโก"
อย่างนั้นแล้วหรือ ?
การแพทย์แผนไทย.
ตื่นตัว และรู้ สาระ ความเป็น "อกาลิโก"
ที่สูงส่งกว่า วิชาการแพทย์เชิงวิทยาศาสตร์
ของปัจจุบัน.. กัน เพียงไหน
อย่างไร กันบ้าง
ไม่ทราบ...?!!!
ฤๅจักต้องให้....
ผู้ไร้ใบรับรองความรู้ใดๆ...คนหนึ่งนี้...
ออกมากระชากหน้ากากแห่งอุปาทาน
กัน อย่างนั้น เลย..กระนั้น หรือ ?!!!


Friday, December 28, 2018

ตรีธาตุ คือ วาตะ / ปิตตะ / เสมหะ




ตรีธาตุ คือ
วาตะ/ปิตตะ/เสมหะ
ในหลักการแพทย์ดั้งเดิม กล่าวถึง ตรีโทษที่เป็นอาการผิดปกติแล้วไป ตรีทูต
คือปางตาย....สอง ตรี เท่านั้น
ที่ทุกคัมภีร์กระโดดข้ามหาย คือ "ตรีคุณ"...!!!
ที่เป็นปฏิบัติการในกรรมฐาน
ตรีคุณ ในปฏิบัติการโยคะ คือการฝึก
ตามหลักในพระสูตร "ภูมิจาลสูตร" "ลมอุ้มน้ำ, น้ำอุ้มดิน"
ในธาตุ อันเป็นภายใน ท่านหมายเอา วาตะ อุ้ม ปิตตะ และอุ้มเสมหะ
ปรัชญาฝ่ายโยคะ กล่าวถึง วาตะที่อก ว่า ลมที่ให้กำเนิดสมาธิ ชื่อ สมาธิอัสมิตา
พุทธตันตระสยาม จึงเรียกเป็น "กักลมอัสมิตา"
(การหยุดหายใจเป็น สมบัติทางกายภาพของ "ฌาน")
วาตะ อุ้ม ปิตตะ และอุ้มเสมหะ
ก็คือการฝึกให้ลมที่ตกค้างที่ปอดแผ่นซ่านนำลมตกค้างภายในทั้ง 6 กองธาตุ ซึมซาบกระจายไปทั่ว ปิตตะ(แบบไม่เป็นฝัก)
ที่อยู่ร่วมกับ เสมหะเคลือบร่างให้ทรงรูปไว้
ลมอุ้มน้ำ จึงหมายถึง...
ลมจาก ลมในกองธาตุทั้ง 6 เข้าซึมซาบอุ้ม ปิตตะ และเสมหะ ให้มีประสิทธิภาพเคลือบทรงร่างให้แน่นเต็มตึง
และไหลเวียนด้วยพลวัตสูงสุดตามเป็นจริง เพื่อนำร่องให้เม็ดเลือด(โลหิตัง)
นำออกซิเจนจากลม และเกลือแร่จากอาหารเข้าเสริมประสิทธิภาพของธาตุดิน 20 และ
ธาตุน้ำ 12 ได้ประโยชน์สูงสุด..

บทสักกัตวา สังฆะระตะนังฯ
จึงต่อด้วยประสิทธิภาพตามหลักฝึกโยคะนี้ว่า
โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง
...สังฆรัตนะ คือ โอสถอันประเสริฐสูงสุด
อาหุเนยยัง ปาหุเนยัง
..ควรแก่การกราบไหว้ ควรแก่การเข้าใกล้ชิด
สังฆะเตเชนะ โสตถินา
...ด้วยเดช(แห่งการฝึกโยคะสู่ความเป็น)สงฆ์ ที่ถึงความสวัสดี
นัสสันตุปปัททะวา
...ขับอุบาทว์ ทั้งหลายให้ไปปราศ
สัพเพ โรคา วูปะสะเมนตุ.....
...โรคไข้ทั้งหลาย ย่อมปราศนาการไปด้วย...ฯลฯ
ถึงสงฆ์แล้วหมดโรค
พิสูจน์ได้จริง....ครับ


จบในส่วนของวิชาการครับ
ในส่วนที่ 3 คือ การปฏิบัติจริง
ผมอยากให้ทุกคน ณ ที่นี้ ที่เคยทำการกักลมอัสมิตามาแล้ว อธิบายถึงประสบการณ์และผลที่ได้รับจากการกักลมอัสมิตานะครับ
(ทุกความคิดเห็นที่พูดถึงประสบการณ์ของตนเองจากการปฏิบัติจริงรวมถึงผลที่ได้รับจะถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของส่วนของการปฏิบัติจริงนะครับ)
ง่ายๆเลย คือ ได้เป็นส่วนหนึ่งของบทความนี้ด้วยครับ
เริ่มจากประสบการณ์ของกระผมเลยครับ
เริ่มจากระบบภายในก่อนเลย:(ทุกระบบในร่างกายนี้แหละครับ)
ช่วงแรกๆที่ทำจะรู้สึกว่าจะมีอะไรเข้ามาในสมองค่อนข้างมาก โดยเฉพาะตอนกลางคืน และเมื่อทำไปเรื่อยๆก็พบว่า
กระผมสามารถตื่นหลังนาฬิกาปลุก (ก่อนพระอาทิตย์จะจ้านะ) ได้แทบทันที (ต้องกักลมตอนกลางคืนเป็นประจำจึงจะสามารถทำแบบนั้นได้)
และหลังจากนั้นก็กักลมอัสมิตา (ของกระผมจะละเอียด นุ่ม ลึก ปริมาณสูงและมีการใช้น้ำหนัก(กระผมใช้ของหนักๆที่สามารถถือได้ใช้แทนดัมเบลไปก่อนครับ)
ค่อนข้างจะมากพอสมควรครับ ขั้นต่ำของกระผมแค่ 20:20 แต่ก็ย้ำว่าละเอียดมากครับ มากสุดที่เคยทำแต่ไม่ละเอียดเท่าไรนักคือ 80:90 แต่ภายหลังกระผมเน้นความละเอียดจึงลดอัตรา
การกักลมอัสมิตาแบบมือเปล่า
โดยอัตราสูงสุดปัจจุบันคือ 60:80 เท่านั้นครับ ส่วนแบบใช้น้ำหนักนั้นมากที่สุดเลยคือ 40:40 และอัตราต่ำสุดก็คือ 20:20 เท่ากับการกักลมอัสมิตาแบบมือเปล่าครับ
ปรากฏว่า กักลมอัสมิตาเสร็จ หายง่วงทันตาแถมไม่เบลอๆด้วยนะ
ของแถมที่ได้รับเลยคือ น้ำหนักกระผมนั้นลดลง(เนื่องจากมีการจัดระบบให้สมดุลนี้แหละครับ หัวใจหลักของการกักลมอัสมิตาเลยครับ)
ขนาดที่ว่ากระผมมีพฤติกรรมที่ถือได้ว่า มีความเสี่ยงต่อโรคภัยแทบจะมากที่สุดในทุกกรณี

แต่เนื่องจากการกักลมอัสมิตารวมทั้งการนำทฤษฏีของการมีชีวิตอยู่แบบสายกลาง
(ไม่หย่อนโดยการค่อยๆปรับพฤติกรรมที่จะส่งผลต่อร่างกาย ไม่หักดิบจนร่างกายพังนะ
จนตอนนี้กระผมยังหย่อนนิดๆอยู่เลย
แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรตึงเกินไป เพราะร่างกายของมนุษย์โดยธรรมชาติแล้วจะมีกลไกรักษาสมดุลของร่างกายและกลไกกำจัดสารพิษในร่างกาย ประเภทอาหารคลีน แทบไม่ได้ช่วยร่างกายของคุณจริงๆหรอกครับ คุณอาจรู้สึกว่า
ฉันผอมแล้ว น้ำหนักลดแล้ว
แต่ภายในร่างกายกลไกทั้งสองกลับทำงานน้อยมาก

กระผมถามจริง
คุณจะกินอาหารคลีนไปตลอดชีวิตเลยหรือครับ
ถ้าไม่ละก็ หลังจากตอนที่เริ่มกินอาหารปกติ แต่กลไกทั้งสองนี้กลับไม่สามารถทำงานได้ทัน
(ระบบในร่างกายจะรับคำสั่งจากสมองซึ่งจะต้องใช้เวลาพอสมควร)
แล้วช่วงเวลาที่ไม่ทันล่ะ จะเกิดอะไรขิ้น
ก็โรคภัยไข้เจ็บกับน้ำหนักเพิ่มแบบผิดปกติต่อแถวเข้าไปในร่างกายเลยครับ
ฉะนั้นค่อยๆปรับระบบในร่างกายกันดีกว่าครับ กินแบบตามใจปากบ้างเพื่อกระตุ้นกลไกทั้งสองนี้(แต่อย่าบ่อยมากล่ะ) และกินแบบธรรมชาติเพื่อปรับสภาพภายในร่างกายให้มีการผ่อนคลาย
การทำงานเสียบ้างครับ
และก็อย่าลืมหายใจเข้า-ออก สุด เพื่อรักษาสมดุลร่างกายนะครับ



* ...ถ้าท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักธรรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติของพระพุทธศาสนาแบบดั้งเดิมที่แท้จริง...
และเพื่อเพิ่มความเข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนากับประวัติศาสตร์แห่งความเป็นชาติไทย-สยาม...
ผ่านการเรียนรู้ศิลปะมวยไทย/จิตกรรมไทย/นาฏศิลป์ไทยอันแฝงความลึกลับสูงส่งซับซ้อนและงดงามสอดคล้องกับความรู้แห่งการค้นพบแนวความคิดเชิงวิทยาศาสตร์สมัยใหม่อย่างน่าอัศจรรย์ใจ...
อันจะเป็นไปเพื่อการเพิ่มพูนแห่งศรัทธาและความเพียรในพระศาสนานี้และตระหนักใน
อัตลักษณ์ความเป็นตัวตนแห่งความเป็นชนชาติอันยิ่งใหญ่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต่อสังคมโลกอันใหญ่ยิ่ง....

โปรดติดต่อ : อ.อัตถนิช โภคทรัพย์
Tel : 08-0742-5957 / 668-0742-5957

Monday, December 17, 2018

พระพุทธวจนะ...ต้นกำเนิด "ตรีธาตุ" และ สมุฏฐานแห่งการป่วยไข้อีก ๕ ที่แพทย์แผนไทยรุ่นใหม่สมควรรู้






พระพุทธวจนะ  ต้นกำเนิด "ตรีธาตุ"  และ สมุฏฐานแห่งการป่วยไข้(ตรีธาตุกำเริบ)อีก ๕
ที่แพทย์แผนไทย...รุ่นใหม่ สมควรรู้(ลึก) !!!





Atthanij Pokkasap แพทย์แผนไทย และนวดแผนไทย...กำลังพิสูจน์ภูมิปัญญาว่า...
เป็นสาวกสายตรงของพระพุทธศาสนาดั้งเดิม....พวกอุบาทว์ที่เกิดแล้วให้มันทุรนทุรายไปกับบาปใหญ่ที่สุมหัวกันสร้างทุลักทุเลวิบัติไปเอง


Panu Wongpanuvut    คำสาปบุรคณาจารย์


Atthanij Pokkasap  การแปรปรวนของตรีธาตุ(ปิตตะ/เสมหะ/วาตะ)มีพระพุทธวจนะตรัสไว้ชัดเจนว่า .เกิดจาก สันนิบาต/ฤดูกาล/การบริหารไม่เสมอ/ความแก่/ผลกรรม....


Atthanij Pokkasap  โรคจากผลกรรม
ศาสนาพุทธเท่านั้นวิเคราะห์ออก นอกนั้นเลอะ และมั่วเห็นๆ


Sirimongkol Tobngam    การสัมผัสผลของกรรมในแต่ละคนจะรับรู้ถึงพลังกักอัสมิตาที่แปรเปลี่ยนให้เหมาะสมกับการรักษากรรมนั้นฯ


Atthanij Pokkasap  ใช่ครับ...
เป็นสิ่งที่นำมาเปิดเผยในสังคมสถุลปุถุชนอย่างโซเชียล..ไม่ได้เลยเด็ดขาด


Sirimongkol Tobngam    สาธุ ครับครู


Jaruvat Chanposri    สถาบันบันชื่อนี้เขาจะรู้ไหมครับเนี่ย


Atthanij Pokkasap  ไม่เคยรู้อย่างแน่นอน
คงต้องรวมตัวกันเองแล้ว....
สายตรงของแท้ ครับ


Airay Dana    คงต้องรอให้ฝรั่ง ต่างชาติ รับรอง นำร่องก่อนครับ พี่ไทยยุคใหม่ชอบตามก้นฝรั่งอยู่แล้ว ต่างกับยุคเก่า พระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ฯลฯ ฝรั่งตามก้น มาสมัครเป็นกองอาสา   รวมตัวกันเอง ตั้งเป็นสถาบัน ให้ต่างชาติรับรองก่อน


Pantipa Chanate    ขอบคุณน่ะค่ะ. ขอแชร์ค่ะ


Yutthana Sirisilp    อาจารย์ลุงครับ สันนิบาต คืออะไรครับ


Atthanij Pokkasap  โรคพากินสัน...
การประชุมพร้อมกันช็อร์ตของระบบอายตนประสาททั้งหมด ข้อมูลในสมองส่วนล่างที่ประมวลผลขาดอ็อกซิเจนในสมัยมดสมัยหนึ่งแล้วเกิดการทำงานเออร์เร่อ


Atthanij Pokkasap  คัมภีร์แพทย์ชาวพุทธ จากพระไตรปิฎก
ท่านผู้ใดจักอาจหาญ รวบรวมขึ้น
หนอ......
(พระพุทธวจนะ ทั้งนั้น...)
!!!!!


Jaruvat Chanposri    ชักกลัวว่าคำว่าพุทธวัจนจะโดนคนบางกลุ่มผูกขาดไปแล้ว


Atthanij Pokkasap  ขยายความ อานาปานสติกรรมฐาน ที่ตรัสรับรองไว้ว่า...กายไม่ลำบาก ตาไม่ลำบาก...จิตหลุดพ้นจากอาสวะได้ในที่สุด ..เรื่องใหญ่มากๆ


เฉลิม แสน    ส่งกำลังใจช้วยครับ


Atthanij Pokkasap  เพราะชื่อ "ศัลยแพทย์"...เป็นอีกสมญานามหนึ่งของพระพุทธเจ้า ด้วย


ณัทพล ดำเนินงามสกุล    รอครูอัตเมตตาครับ อิอิ


Atthanij Pokkasap  เท่ากับเปิดโปง...พวกเสนอพระพุทธวจนะ ...ว่าล้วนเป็นพวกอคติ และคลั่งอุปาทาน ๔ กันแทบทั้งนั้นเลยล่ะ


ส่วนล่างของฟอร์ม
Atthanij Pokkasap  เพิ่งค้นพบ...
"วิชาการแพทย์ จากพระโอษฐ์"
ที่ทรงตรัสอนุญาตรักษาภิกษุป่วยไข้
หากรวบรวมได้..(หมวดเภสัชขันธกะ เป็น เพียง 2 ใน 3 ส่วนเท่านั้น)
จะเป็นคัมภีร์แพทย์จากพระพุทธวจนะอันมหัศจรรย์มาก
เพราะ...สมุฏฐาน ๕ ที่ทำให้ตรีธาตุกำเริบ
มีสันนิบาต และ กรรม เป็น 2 ในห้าสมุฏฐาน
ที่ไม่เคยมีการพบในสถาบันแพทย์ใดๆ
ของโลกมาก่อน
เว้น พวกไม่มีพื้นที่สมองรองรับ
เท่านั้น ที่รับไม่ได้เลย
(แต่ไม่ใช่ชาวฝรั่งในอารยะประเทศ..แน่นอน)


ส่วนบนของฟอร์ม
ญามาวิถี สมุนไพร    อาจายร์เปิดสอนค่ะศิษย์จะไปเรียนนนนน


Atthanij Pokkasap  เป็นการค้นพบขณะ...เข้าฝึก กรรมฐานแบบเข้มข้นเร่งด่วน...น่ะครับ น่าจะบอกถึงภาระใหญ่อีกชิ้นงานหนึ่งจากบวรพระพุทธศาสนา...เพราะการแพทย์จากพระโอษฐ์...จะทำให้รู้ถึง มหาภูตรูป ๔ ธาตุ ๖ อาการ ๓๒..ที่เป็น. ความลับรองรับ อุตริมนุสสธรรม ในบทฝึกจิตให้ขาวสว่างรอบทั้งหมดที่...ไม่เคยมีใครเปิดเผยมาก่อน..งานใหญ่มากๆ...คงไม่ใช่คนเดียวจะเปิดเผยได้ทั้งหมดหรอกครับ...


ญามาวิถี สมุนไพร    ความหวังของแพทย์แผนไทยไม่มืดบอดแล้วขอให้อาจารย์ช่วยศิษย์ทั้งหลายให้หายเขลาด้วยนะคะ


เชลง ศักดิ    ดีครับ


Panu Wongpanuvut    ยาดอง โลณะโสจิรกะ squint emoticon

    [เรื่องยาดองพิเศษชื่อโลณะโสจิรกะ]
   ในเรื่องยาดองโลณะโสจิรกะ มีวินิจฉัยดังนี้ :- 

   เภสัชขนานหนึ่งซึ่งปรุงด้วยข้าวทุกชนิด ชื่อว่า โลณะโสจิรกะ.  เมื่อเขาจะทำเภสัชขนานนั้น
   เอาน้ำฝาดแห่งผลสมอ  มะขามป้อมและสมอพิเภก  ธัญชาติทุกชนิด  อปรัณชาติทุกชนิด
   ข้าวสุกแห่งธัญชาติทั้ง ๗ ชนิด  ผลทุกชนิดมีผลกล้วยเป็นต้น  ผลไม้ซึ่งงอกในหัวทุกชนิดมี
   ผลแห่งหวาย  การเกดและเป้งเป็นต้น  ชิ้นปลาและเนื้อ และเภสัชหลายอย่างมีน้ำผึ้ง  น้ำอ้อย
   เกลือสินเธาว์  เกลือธรรมดาและเครื่องเผ็ดร้อน ๓ ชนิดเป็นต้น   แล้วใส่รวมกันลง (ในหม้อ)
   ปิดฉาบไล้ปากหม้อไว้อย่างดีแล้วเก็บไว้ ๑ ปี ๒ ปีหรือ ๓ ปี

   ยาโลณะโสจิรกะนั้นกลั่นให้มีสีเหมือนรสน้ำชมพู  เป็นเครื่องบริโภคอย่างสนิท (เป็นยาแก้โรค
   อย่างชะงัด) แห่งบุคคลผู้เป็นโรคลม โรคไอ โรคเรื้อน โรคผอมเหลืองและบานทะโรคเป็นต้น
   และเป็นเครื่องดื่มภายหลังแห่งบุคคลผู้รับประทานอาหารแล้ว.  
   เภสัชเป็นเครื่องย่อยอาหารที่บริโภคแล้ว เช่นยาขนานนั้นย่อมไม่มี.  ก็ยาโลณะโสจิรกะนี้นั้น
   ย่อมควรแก่ภิกษุทั้งหลายแม้ในปัจฉาภัต.  สำหรับภิกษุผู้อาพาธจัดเป็นยาตามปกติทีเดียว
   แต่ผู้ไม่อาพาธต้องผสมกับน้ำจึงควร  โดยความเป็นเครื่องดื่มและเครื่องบริโภคแล.