Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label พระโยคาวจร. Show all posts
Showing posts with label พระโยคาวจร. Show all posts

Monday, January 16, 2017

87.Breaking Dharma PART 86





Breaking Dharma PART 86...!!!
....


วันอาทิตย์ ๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๗
เป็นวันขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๔ ดาวจันทร์สถิต ราศีเมถุน


กำเนิด *อานาปานสติสมาธิ* ตอนที่ ๕


ความเดิมตอนที่แล้ว (PART 85)

ถอดความขยายเคล็ด อานาปานสติสมาธิขั้นที่ ๑ (มีสติหายใจเข้า) และขั้นที่ ๒ (มีสติหายใจออก)
ทำให้เกิดการสะสมความมั่นคงแห่งจิต  การสะสมการปรากฏชัดเจนแห่งสติ 
แล้วโบราณาจารย์ ได้นำความละเอียดจากการสะสมของจิตและสติ ที่ปรากฏออกมาในฐานะของ "ปราณ"
ไปสัมผัสปรากฏการณ์ธรรมชาติของเวลาในภายนอกที่สัมพันธ์กัน
เกิดมาตราวัดค่าเวลาในสูตรคำนวณหาเวลา จากท้องฟ้าในไตรภูมิขึ้น
(ไตรภูมิพระร่วงกัณฑ์ที่ ๙ เป็นภาคทฤษฎี คัมภีร์สุริยยาตร์ เป็นภาคคำนวณ) 

ผู้อัญเชิญมาเล่าและขยายความเองเออเองเรียกปรากฏการณ์ความรู้พื้นฐานนี้ว่า 
เป็นพื้นฐานของ ความรู้ที่เนื่องด้วยกาย (กายานุปัสสนา)



ถอดความขยายเคล็ด ต่อ

อานาปานสติสมาธิ ขั้นต่อไปคือ

ขั้นที่ ๓ เมื่อหายใจเข้ายาว ก็รู้สึกว่าหายใจเข้ายาว
เมื่อหายใจออกยาว ก็รู้สึกว่าหายใจออกยาว

ขั้นที่ ๔ เมื่อหายใจเข้าสั้น ก็รู้สึกว่าหายใจเข้าสั้น
เมื่อหายใจออกสั้น ก็รู้สึกว่าหายใจออกสั้น

ข้อพิจารณา คือ อย่างไรเรียกว่ายาว อย่างไรจึงเรียกว่าสั้น
ยาวนั้นยาวเท่าใด และสั้นนั้นสั้นเท่าไร และที่รู้ตัวนั้นรู้ขนาดไหน
รู้อย่างไร จึงเรียกว่ารู้ตัวตามสูตร??????????

ความรู้ที่พึงมีต่อลมหายใจ ยาว ลมหายใจสั้นนี้
ปรากฏอุปมายู่ใน มหาสติปัฏฐานสูตร ดังนี้ ;

"ภิกษุทั้งหลาย!
แม้ฉันใด นายช่างกลึง หรือลูกมือนายช่างกลึง ผู้ชาญฉลาด
เมื่อชักเชือกกลึงยาว ก็รู้ชัดว่า เราชักเชือกกลึงยาว
หรือเมื่อชักเชือกกลึงสั้น ก็รู้ชัดว่า เราชักเชือกกลึงสั้น
ภิกษุทั้งหลาย (การหายใจยาวสั้นของเธอ) ก็ฉันนั้น ฯ"


คำถามคือ..

ผู้ปฏิบัติการโยคะ (พระโยคาวจร) หน้าใหม่หน้าเก่าทั้งหลาย..
ไปเสมอนายช่างกลึง ลูกมือนายช่างกลึงผู้ชำนาญและชาญฉลาด
กันตั้งแต่เมื่อเมื่อไหร่???

ที่สุดของลมหายใจเข้า ที่สุดของลมหายใจออกในสรีระร่างกายของสัตวบุคคลแต่ละอัตภาพ
เอาอะไรเป็นมาตรฐานความยาว ความสั้น หากไม่ศึกษาวิชาจิตสรีระวิภาค (นวดแผนโบราณ)
จะไม่มีวันรู้เรื่องลมหายใจยาวสั้นในสรีระร่างของตนตามเป็นจริงเลย

ปฏิบัติการขั้น ๓ และ ๔ นี้ ถูกนำไปใช้เป็นประสิทธิภาพใน ท่าบทฤๅษีดัดตน ที่หาคนรู้ไม่มีเลย....

ในการฝึกหาที่สุดของความยาวสั้นของลมหายใจของแต่ละสรีระร่าง
จะต้องชำระล้างขนาดความเคยชินของลมหายใจที่ไม่มีระเบียบตามปกติทั่วไปทิ้งให้มากที่สุด
เท่าที่จะอบรมตนได้ ตอนนี้เป็นเคล็ดลับ แต่..
เคยถ่ายทอดออกไปหลายครั้งแล้วเพียงแต่ไม่ได้บอกว่าเป็นเทคนิคที่อยู่ใน
อานาปานสติ ข้อ ๓ และ ๔ นี้

ไปพิจารณาตนตามอุปมาอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอุปมาไว้ในมหาสติปัฏฐานสูตรว่า
เสมอด้วย นายช่างกลึงเชือกหรือลูกมือนายช่างกลึงผู้ชำนาญและชาญฉลาดกันสักระยะเถิด...
ไปยกตนเสมอได้อย่างไร จึงปฏิบัติก้าวกระโดดกันพรวดๆๆๆๆๆอย่างน่าไม่อายกันหมดทั้งบ้าน
หมดทั้งเมืองขนาดนั้น....


จบ ตอน ที่ ๕


Atthanij Pokkasap
อัญเชิญมาถ่ายทอดเล่าเองขยายความเองและเออเอง




...เส้นปธานทั้ง ๑๐ ตามบันทึกนวดแผนโบราณ ปรากฏในสรีระตอนที่ จิตมั่นคงแล้ว สติปรากฏชัดเจนแล้ว...
ญาณที่เป็น..กายานุปัสสนา ปรากฏตามแบบที่ท่านบรรยายไว้ในไตรภูมิพระร่วงครับ...
ซึ่งต้องเขียนภาพประกอบการบรรยายยืนยันว่าเป็นความรู้อันลี้ลับสูงส่งสุดยอด
ของพระพุทธศาสนาที่ไม่เคยมีใครถ่ายทอดมาก่อน....

...เรื่องการนับ...ในที่นี้บอกว่านับด้วยอักษร...จะเหมือนอย่างเดียวกันกับในวิสุทธิมรรคที่ใช้การนับด้วยตัวเลข
ซึ่งมีอยู่ 2 วิธีด้วยกัน...อันเดียวกันครับ   สัมพันธ์กับจังหวะการหมุนของโลก ไม่ใช่กำหนดได้เอาเอง...
เป็นลักษณะ..การฝึกฝน..ปัญญาโดยสัญชาตญาณ (จินตามยปัญญา) แบบเดียวกับที่พวกสัตว์ที่ชาญฉลาดหลายๆพันธุ์มีกัน เพราะมนุษย์ต้องตั้งฐานพัฒนาการการหยั่งรู้สัมพันธ์กับสนามแม่เหล็กดวงดวงด้วย !!!




                                                                                                      ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
     
  


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap