Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label มหาสติปัฏฐานสูตร. Show all posts
Showing posts with label มหาสติปัฏฐานสูตร. Show all posts

Friday, December 14, 2018

การดูจิต ??????...




    วิธีการแบบนั้นจะให้เรียกว่าอะไร

    การดูจิตนั้นอาจจะเป็นการใช้คำที่ผิดพลาดสักหน่อยของผู้ที่เรียกขานกันแบบนั้น  ถ้าให้ผม 
    มองตามรูปการแล้วก็น่าจะพออนุโลมเรียกได้ว่า   ดูสภาวะอารมณ์ที่มากระทบจิต   น่าจะ
    เหมาะกว่านะครับ
    แต่ปัญหาก็ยังมีว่า  แล้ววิธีนี้เป็นวิธีที่จะพาให้พ้นทุกข์ถึงพระนิพพานได้จริงอย่างที่หลายคน
    มุ่งหวังหรือไม่

    ตามนัยแห่งพระสูตรแล้วกล่าวว่า   วิธีนี้เป็นหนึ่งในหมวดทั้งสี่ของมหาสติปัฏฐานสูตรอันว่า
    ด้วยหมวดจิต   ซึ่งมหาสติปัฏฐานนั้นแบ่งเป็น หมวดกาย เวทนา จิต และธรรม
    ในการปฏิบัตินั้นส่วนใหญ่ก็เริ่มกันที่หมวดกายอย่างพวกใช้อานาปานสติ   ก็ได้ชื่อว่าเจริญ
    มหาสติปัฏฐานในหมวดกายแล้ว.   ซึ่งจากอดีตทีผ่านมาก็ยังไม่เห็นใครที่จะเริ่มเจริญภาวนา 
    ด้วยหมวดของจิต  ทำไมล่ะ  ก็เพราะกำลังจิตไม่เพียงพอที่จะไปพิจารณาดูจิตหรือสำรวจจิต
    ว่าขณะนัน  จิตมีราคะโทสะหรือไม่หรือจิตปราศจากราคะโทสะ หรือจิตเป็นจิตที่ใหญ่
    เป็นมหรคจิตที่ควรแก่งานหรือไม่    ส่วนใหญ่จึงเริ่มที่หมวดกายฝึกหมวดกายจนชำนาญพอ
    ได้ฌานเป็นบาทฐานจึงพิจาณาธรรมหมวดอื่นได้   ก็จะได้ผลเร็วและดีกว่าพวกที่ขาดกำลัง
    มาพิจารณา   การที่เราขาดจิตที่เข้มแข็งทรงพลังแล้วเอาสติไปดูสภาวะอารมณ์มันจะเกิด
    ประโยชน์อะไร

    สาวกนักดูจิตทั้งหลายหนอ...จงไตรตรองวัตรปฏิปทาของท่านดูเอาเถิด   ว่าหนทางนี้เป็น
    หนทางตรงสู่บรมสุขหรือไม่



Atthanij Pokkasap  สามารถใช้เป็นบทนำ หรืออารัมภบท ก่อนเสนอ "ปฏิบัติการโยคะ จาก พระโอษฐ์" ที่เปิดปริศนาการฝึกจิตในพระพุทธศาสนาที่ทันสมัยที่สุด ได้เลยครับ



Sunday, April 1, 2018

จงหัดฝึกลมหายใจละเอียด



Atthanij Pokkasap  :









เมื่อรู้ระยะธรรมชาติตามเป็นจริงของลมหายใจยาว ลมหายใจสั้น ตามคุณภาพ ประสิทธิภาพแห่งสรีระร่างกายเฉพาะตนแล้ว
เมือ่ต้องเจอกับบรรยากาศร้อน อบอ้าว หรือแม้แต่ควันไฟ ไอเสียที่เป็นมลภาวะพิษในอากาศ


ก็..จงหัดฝึกลมหายใจละเอียด หัดหายใจรวยรินๆ ต่อเนื่องยาวๆสุดๆไว้
ความแผ่วเบาของลมหายใจที่ฝึกให้หายใจละเอียดมากๆด้วยสติ ด้วยความรู้สึกที่อยากทำให้ประณีตยิ่งๆขึ้น
ผู้ฝึก จะมีอุณหภูมิร่างกายค่อนข้างต่ำและคงที่พอดี ที่ไม่สะเทิ้นร้อน ไม่สะเทิ้นหนาว และไม่สูดเอาไอหมอกอันเป็นมลภาวะพิษเข้าไป...
นี่คืออานุภาพแห่ง ลมหายใจที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ
ตามหลัก.. การรู้เนื่องด้วยกาย(กายานุปัสสนา)อันเป็นผลมาจาก
การฝึก อานาปานสติสมาธิ และ มหาสติปัฏฐานสูตร อย่างถูกต้อง..


เมื่อเข้าใจวิธีการปฏิบัติการหายใจตามนี้แล้ว ต่อไปแค่หายใจยาวๆ หายใจให้สุดๆ ทุกครั้ง ทั้งการหายใจเข้า การหายใจออก แค้นี้ก็มีร่างกายที่แข็งแรงผิดมนุษย์ที่หายใจตามกิเลสทั่วๆไปแล้ว ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงสมองที่ได้รับออกซิเจนจากอากาศอย่างเพียงพอ...





Monday, March 5, 2018

มหาสติปัฏฐานสูตร





*** Atthanij Pokkasap 5 hours ago


"ภิกษุทั้งหลาย !
นายช่างกลึง หรือลูกมือนายช่างกลึงผู้ชำนาญ
เมื่อชักเชือกกลึงยาว ก็รู้ชัดว่าชักเชือกกลึงยาว
เมื่อชักเชือกกลึงสั้น ก็รู้ชัดว่า ชักเชือกกลึงสั้น
ฉันใด
ภิกษุทั้งหลาย..เธอ..
เมื่อหายใจยาว ก็รู้ชัดว่า หายใจยาว
เมื่อหายใจสั้น ก็รู้ชัดว่า หายใจสั้น
ฉันนั้น."
(จาก มหาสติปัฏฐานสูตร )
+
ธาตุ ดิน ตั้งอยู่บนน้ำ
ธาตุ น้ำ ตั้งอยู่บนลม
ธาตุ ลม ตั้งอยู่บนความว่าง (บาลี;อากาส/ สันสกฤต;อวกาศ)
(จาก ภูมิจาลสูตร อัฏฐกนิบาต อังคุตตรนิกาย)
+
ตรีธาตุ > ตรีโทษ > ตรีทูต
(บันทึกการแพทย์แผนพุทธ=ปกรณวิเสส คือ Outline Book)
+ วิชาวิทยาศาสตร์โภชนาการ
(Nutrition Science หรือ Food&Biollogical Chemistry)

= นายช่างกลึง หรือลูกมือนายช่างกลึงผู้ชำนาญหรือผู้ชาญฉลาด
(มหาสติปัฏฐานสูตรใช้คำว่า "ภุมกาโรวาสี,ภุมการันเตวาสี"...คือวาสี เหมือนใช้ใน วสี ๕ ที่เป็นประสบการณ์ของการเป็นผู้ชำนาญในการได้มาและเข้าถึงเทคนิคของ "ฌาน" สมาธิ เพื่อการอุบัติของ ปัญญาญาณ)
= การรู้อันเนื่องด้วยกาย (กายานุปัสสนา)

นี่คือ ภาพแห่งความนึกคิด(Thoughtographics)พื้นฐาน
ที่จะทำให้ผู้ปฏิบัติธรรม(โยคาวจร)กระตือรื้อร้นและเข้าถึงความสำคัญของ
ลมหายใจเข้า+ลมหายใจออก
คิดเอาเอง ไม่ได้ และ รู้เอาเองก้ไม่ได้ด้วย ครับ
มันต้องอาศัยความรู้จากโลกปัจจุบันเป็นชะนวนจุดเข้าไป

จากภูมิจาลสูตร(สูตรว่าด้วยเหตุเกิดแผ่นดินไหว)ทำให้เรารู้ว่า ร่างกายที่ประกอบด้วยธาตุ ๔(มหาภูตรูป) มีความว่าง(อากาส,อวกาศ)รองรับ มวลลมและมวลน้ำ
ที่เราจะเข้าใช้ความรู้สึกเข้าไปยึดกุมบริหารจัดการได้ก่อนใครเพื่อน
คือ ลม คือ ธาตุลม
นั่นก็คือ ลมหายใจเข้า + ลมหายใจออก
ตามด้วยการบริหารจัดการน้ำ ธาตุน้ำ ปลายทางสิ้นสุดที่การบริหารจัดการธาตุดิน
ต้องมีกระบวนความรู้ที่จะรองรับความสำคัญของลมหายใจเข้า+ลมหายใจออก ตามนี้เสียก่อน
จะได้กระดุกไม่ต้องไปเป็นพระธาตุ เพราะผลข้างเคียงจากสารพัดยาปฏิชีวนะที่แดร็กเข้าไปตอนเป็น...หรือประเภทตอนมีชีวิตไม่ได้มีความศักดิ์สิทธิ์อะไร
ตอนตายแล้วกระดูกกลายเป็นพระธาตุ เพราะผลข้างเคียงจากยาปฏิชีวนะ แล้วเสือกเรียกว่า
ความศักดิ์สิทธิ์ อย่างที่กำลังเป็นๆกันอยู่

ยังไม่ได้ว่า..นะครับ ยังไม่ได้ว่า...
ทั้งๆที่อยากด่าให้เละ....แง่มๆๆๆๆๆ
(ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาของความศักดิ์สิทธิ์แห่งคนเป็นเว่ยย..ไม่ใช่ศักดิ์สิทธิ์ตอนตาย แมร่งงงงง)










Tuesday, September 6, 2016

๗๖.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.



76.พระพุทธเจ้า - พระธรรม - พระสงฆ์ - วิทยาศาสตร์ - นิยาย - มวยไทย - ประวัติศาสตร์ - โหราศาสตร์ -ไสยศาสตร์ - ศาสนา - ภาษา - คณิตศาสตร์ - จิต - จักรวาล - สมาธิ - โยคะ - ดนตรี - ศิลปะ - เกษตรกรรม - สมุนไพร - อาหาร = สุขภาพและชีวิตที่ดีงาม












Atthanij Pokkasap :




....ประสิทธิภาพลมหายใจละเอียดตลอดร่าง
คือ การเป็นเอกภาพของลมหายใจภายนอก(จมูก ถึง ปอด)
และลมหายใจภายใน(กระบวนการเมตาโบลิสม์ภายในเซลล์)
ทำงานกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว..
ภาษาสมัยใหม่ก็คือ "นาโนเทคนิคส์" โมเลกุลของออกซิเจนมีขนาดเล็กมาก...
มากจนซึมผ่านผิวเนื้อเข้าไปได้เองตามความต้องการใช้งานของเซลล์

"นาโนเทคนิคส์" นี้เอง ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ ที่อานาปานสติสมาธิ
และมหาสติปัฏฐานสูตร กล่าวด้วยสำนวนโบราณว่า...
"กายสังขารสงบรำงับ"

เพราะไม่แตกต่างคนตายแต่ไม่ตายเนื่องจากมีสติควบคุม
ท่านจึงบอกว่า..หายใจเข้ารู้ว่า กายสังขารสงบรำงับ/หายใจออกรู้ว่ากายสังขารสงบรำงับ
ในปรากฏการณ์เชื่อมโยงจักรวาล-มหาจักรวาล
สถานะภาพของการสงบรำงับนี้ คือ สติ เป็นผู้ควบคุม อวกาศ-กาลได้แล้ว
แต่เรียกด้วยภาษาโบราณแบบโยคะว่า...
"จตุตถฌาน..หรือ ฌาน ที่ ๔" บาทรองรับการควบคุมดินน้ำลมไฟ
และปรากฏการณ์ธรรมชาติทั้งมวลรวมถึงภูมิปัญญาขั้นสูงสุดของชีวิตด้วย ครับ !!!!

เมื่อเรียนรู้เข้าใจวัตถุประสงค์และวิธีปฏิบัติการจนถ่องแท้ได้แล้ว...
จะกระตือรือร้นฝึกฝนตนเองเพื่อบรรลุประสิทธิภาพสูงสุดด้วยตนเอง
ไม่ต้องมีใครมาจัดระเบียบบังคับ
นี้แหละท่านจึงเรียกว่า.ความก้าวหน้าทางธรรม!!!
ความเป็นโสดาบันเพราะไม่ต้องเชื่อใครอีกแล้วในเรื่องธรรม
แล้วก็เร่งปฏิบัติตนอย่างมั่นคงไม่หวั่นไหวต่อความรู้ภายนอกทั้งหลายที่จะมากระทบ....




                                                                                            ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐



* Story & Photo by  Atthanij Pokkasap