Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label พระศาสดา. Show all posts
Showing posts with label พระศาสดา. Show all posts

Sunday, December 23, 2018

พระศาสดาสังสรรค์กับ..สุทธาวาสพรหม !!!



Atthanij Pokkasab

17 ธันวาคม 2012
ข่าวสาร จาก... พระอรหันต์ (สมัยพุทธกาล)
ตอน พระศาสดาสังสรรค์กับ..สุทธาวาสพรหม!!!

๐ ภิกษุทั้งหลาย
เมื่อคืนนี้ เมื่อปฐมยามล่วงไปแล้ว 
เทวดาตนหนึ่งมีผิวพรรณงาม
ยังพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่างไสวแล้ว
เข้ามาเราถึงที่อยู่ ไหว้เราแล้วยืนอยู่
ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
ครั้นแล้ว ได้กล่าวกะเราว่า...
"ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ธรรม ๗ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมแก่ภิกษุ ๗ ประการเป็นไฉน? คือ
ความเป็นผู้เคารพในพระศาสดา ๑,
ความเป็นผู้เคารพในธรรม ๑,
ความเป็นผู้เคารพในสงฆ์๑,
ความเป็นผู้เคารพในสิกขา ๑,
ความเป็นผู้เคารพในสมาธิ ๑,
ความเป็นผ้ว่าง่าย ๑,
ความเป็นผู้มีมิตรดีงาม ๑,
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ธรรม ๗ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมแก่ภิกษุ."
ภิกษุทั้งหลาย
เทวดานั้น ครั้นกล่าวดังนี้แล้ว ไหว้เรา
กระทำประทักษิณแล้ว หายไป ณ ที่นั้นเอง.
๏ ภิกษุผู้มีความเคารพในพระศาสดา
มีความเคารพในธรรม
มีความเคารพอย่างแรงกล้าในสงฆ์
มีความเคารพในสมาธิ มีความเพียร
...มีความเคารพอย่างแรงกล้าในสิกขา
มีมิตรดีงาม เป็นผู้ว่าง่าย
มีความเคารพ ยำเกรง
เป็นผู้ไม่ควรเพื่อความเสื่อม
ย่อมมีในที่ใกล้นิพพานทีเดียว.

จาก สุวจสูตร ที่ ๑ ว่าด้วย อปริหานิยธรรม ๗ ประการ สัตตกนิบาต อังคุตตรนิกาย สุตตันตปิฎก ไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่ม ๒๓/๔๕

Monday, December 17, 2018

คำสอนคือตัวแทนของพระศาสดา




"...คำสอนของพระศาสดา
ย่อมงอกงามโอชา แก่สาวกผู้มีศรัทธา
ผู้หยั่งลงในคำสอนของพระศาสดาแล้ว
ประพฤติด้วยตั้งใจว่า
เนื้อและเลือดในสรีระของเรา
จงเหือดแห้งไป จะเหลืออยู่แต่หนัง
เอ็น ไขกระดูก ก็ตามที
เมื้อเรายังไม่บรรลุถึงอิฏฐิผล
ที่จะพึงบรรลุ ด้วยเรี่ยวแรงของบุรุษ
ด้วยความบากบั่นของบุรุษแล้ว
จักคลายความเพียรนั้นเสีย จักไม่มีเลย.
ภิกษุทั้งหลาย!
ผลสองอย่าง คือ
อรหัตตผลในปัจจุบัน
หรือเมื่อขันธปัญจกะ
ที่กรรมกิเลสเข้าไปยึดถือ
เป็นส่วนเหลือ ยังมีอยู่
ความเป็นพระอนาคามีอย่างใดอย่างหนึ่ง
อันสาวกผู้มีศรัทธา
ผู้หยั่งลงในคำสอนของพระศาสดา
แล้วประพฤติ พึงหวังได้.
..... .....
... เมื่อเธอตั้งตนเพื่อความลำบากอยู่
อกุศลธรรมย่อมเสื่อม
กุศลธรรมย่อมเจริญ
เมื่อประโยชน์นั้นของเธอสำเร็จแล้ว
สมัยต่อมา
ก็ไม่ต้องตั้งตน เพื่อความลำบากได้
อย่างนี้ชื่อว่า ความเพียรมีผลฯ"
..... .....
จาก #กีฏาคิริสูตร มัชฌิมปัณณาสก์ มัชฌิมนิกาย พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่ม ๑๓/๔๕
..... ..... .....
"...เปรียบเหมือนรอยนิ้วมือ
รอยนิ้วหัวแม่มือที่ด้ามมีด
ย่อมปรากฏแก่นายช่างไม้
หรือลูกมือนายช่างไม้
แต่เขาไม่รู้อย่างนี้ว่า
วันนี้ ด้ามมีดของเราสึกไปเท่านี้
เมื่อวานนี้สึกไปเท่านี้
เมื่อวานซืนสึกไปเท่านี้
ที่จริง เมื้อด้ามมีดสึกไป
เขาก็รู้ว่า สึกไปนั้นเทียว ฉันใด
ภิกษุทั้งหลาย!
เมื่อภิกษุหมั่นเจริญภาวนาอยู่
ก็ฉันนั้นเหมือนกัน
แม้จะไม่รู้อย่างนี้ว่า
วันนี้ อาสวะของเราสิ้นไปเท่านี้
เมื่อวาน สิ้นไปเท่านี้
หรือ เมื่อวานซืน สิ้นไปเท่านี้
แต่ที่จริง เมื้ออาสวะสิ้นไป
ภิกษุนั้นก็รู้ว่า สิ้นไปนั้นเทียวฯ"
จาก ข้อ(๖๘) สัตตกนิบาต อังคุตตรนิกาย
พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่ม ๒๓/๔๕

..... ..... .....
อย่างไรเรียกว่าหมั่นเจริญภาวนา?
ตอบว่า ...
เจริญภาวนาคือการพยายามอบรม #สติสัมปชัญญะซึ่งเป็นความรู้สึกอาศัยข่ายใยของน้ำดีและระบบน้ำเหลือง(Gallbladder &Lymphatic System) ให้มีกำลังเหนือกว่า และหลุดพ้นไปจากการการครอบงำของ #อินทรีย์๕ คือ ตา-หู-จมูก-ลิ้น-กาย ซึ่งเป็น #ความรู้สึก(เวทนา)#อาศัยข่ายใยของระบบปสาทรูป(Nervous System)เป็นไป
เหตุการณ์พื้นฐานของมีกำลังเหนือกว่าและหลุดพ้นไปจากการครอบงำของอินทรีย์๕ได้ สำนวนในพระไตรปิฎกเรียกว่า
"#กายสังขารสงบระงับ"
คือระบบการไหลเวียนของโลหิต(Circuratory System)เกือบจะหยุดทำงานอย่างสิ้นเชิง
ผู้อบรมตนได้ ต้องมีความรอบรู้ใน
-อาการ๓๒(ทวัตติงสาการ)
-ธาตุ๖
-อินทรีย์๕
-อายตนะ๑๒
-นามรูป
-กายสังเคราะห์จิต
(นามรูปเป็นปัจจัยให้เกิดวิญญาณ)
ได้แก่ จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ
ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ
-จิตสังเคราะห์กาย
(วิญญาณเป็นปัจจัยให้เกิดนามรูป)
ได้แก่ มโนวิญญาณ มโนธาตุวิญญาณ
-ขันธ์๕ และไตรลักษณ์...ที่มี สมาธิ๓..รองรับการพิสูจน์ประสบเห็นเป็นสำคัญ


Friday, January 13, 2017

68.Breaking Dharma PART 67





Breaking Dharma PART 67...!!!
....


ตอน การทำตนให้ลำบากเพื่อกำจัดความชั่วช้าทั้งหลาย
เป็นหน้าที่โดยตรง ของผู้ปฏิบัติธรรม


คำสอนของพระศาสดา
ย่อมงอกงามโอชา แก่สาวกผู้มีศรัทธา
ผู้หยั่งลงในคำสอน ของพระศาสดาแล้วประพฤติ
ด้วยตั้งใจว่า
เนื้อและเลือดในสรีระของเรา จงเหือดแห้งไป
จะเหลือแต่หนัง เอ็น และกระดูกก็ตามที
เมื่อเรายังไม่บรรลุถึงอิฏฐผลที่พึงบรรลุด้วยเรี่ยวแรงของบุรุษ
ด้วยความบากบั่นของบุรุษแล้ว
จักคลายความเพียรนั้นเสีย จักไม่มีเลย
... ... ...
เมื่อเธอตั้งตนเพื่อความลำบากอยู่
อกุศลธรรมย่อมเสื่อม
กุศลธรรมย่อมเจริญ
เมื่อประโยชน์นั้นของเธอสำเร็จแล้ว
สมัยต่อมา ก็ไม่ต้องตั้งตนเพื่อความลำบากได้
อย่างนี้ ชื่อว่า ความเพียรมีผล
... ... ...


จาก กีฏาคิริสูตร มัชฌิมปัณณาสก์ มัชฌิมนิกาย
ไตรปิฎก สยามรัฐ เล่ม ๑๓/๔๕


(เป็นเรื่องการขับ พระอัสสชิ และพระสุนัปปุพพะ ๒ ใน พระกลุ่ม ๖...ฉัพพัคคีย์ ผู้สร้างวัดเป็นผับแห่งความรื่นเริงบรรเทิงสถาน  
มีการดักเชิญผู้เดินทางผ่านไปมาด้วยการคล้องพวงมาลัยให้เข้าไปเต้นร้องรำทำกินอย่างเพลิดเพลินสนุกสนาน ครึกครื้น
ทั้งกลางวันและกลางคืน ณ กีฏาคิริชนบท ห่างจากพระนครสาวัตถีไป ๓๐ โยชน์    พระพุทธเจ้าต้องส่ง อัครสาวกทั้ง ๒ องค์ 
ซึ่งเป็น อุปัชฌาย์ของพระอัสสชิ และพระสุนัปปุพพะ   เดินทางมาขับไล่ ให้ออกจากสถานที่ และจากพระศาสนา   
แล้วพระศาสดาก็เสด็จตามมาโปรดพระและญาติโยมที่หลงผิดที่หลงเชื่ออยู่ในคำสอนของอลัชชี ทั้ง ๒ รูปนั้น)


พระสูตรใหญ่นี้สอนให้รู้ว่า...
การยอมเหนื่อย ยอมเจ็บตัว
เป็นมาตรฐานของฝ่าย ธรรมะ ครับ
ขอความเจริญในธรรมอันยิ่งใหญ่ ตามประสบการณ์แห่งการค้นพบของพระพุทธศาสนา จงบังเกิดมีแด่ทุกท่าน
ขอให้ความจริงใจอันบริสุทธิ์เป็นเกราะคุ้มกันภัยให้ทุกท่านพ้นจากอุบาทวภัยของพวกพาลชนทั้งหลาย เทอญ


Atthanij Pokkasap อธิษฐาน
04:48 น.ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๑
ศุกร์ ๖ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๖



...ที่น่ารำคาญ คือ  
พวกโลกสวยสมองฝ่อในกรงที่เห่าหอนลั่นเฟซสนั่นเน็ต....มีมากเหลือเกิน

...สัตว์สังคมที่ไร้คุณภาพ




                                                                                                      ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
  
  


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap