Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label จีน. Show all posts
Showing posts with label จีน. Show all posts

Wednesday, January 30, 2019

จินตนิยายกำลังภายในของจีน...นำปาฏิหาริย์ในพระพุทธศาสนานี้เองไปประยุกต์เป็นสารพัดวิทยายุทธ




Atthanij Pokkasap


วิทยายุทธ

เป็นเรื่องประสิทธิภาพจากความสัมพันธ์

ระหว่างกายกับจิตที่จะก่อบุญกรรม

ขนาดใหญ่...มีถ่ายทอดมาตลอดสาย

นวางคสัตถุศาสน์ กลุ่มชาดก ครับ


จินตนิยายกำลังภายในของจีน นำปาฏิหาริย์ในพระพุทธศาสนานี้เองไปประยุกต์เป็นสารพัดวิทยายุทธ

วิชากำลังภายใน อย่างซื่อสัตย์ต่อรูปแบบที่มา แตกต่างจากบางชาติ ทีมีแต่ความคิดคดทรยศ 

บิดเบือน จนกระทั่งจากประเทศที่สังคมอุดมสุขมากล้นด้วยความมั่งคั่ง กลับกลายเป็น 

ดินแดนแห้งเหือด ไร้ป่า ไร้ต้นน้ำลำธาร ไปแล้ว...ก็ยัง ไม่หยุดอุบาทว์จัญไรในการกระทำที่มาจากการคิดคดนั้นๆ



Atthanij Pokkasap  สำนวนว่า "พระราชา ๑๐๑(ร้อยเอ็ด)"...ในพระบาลี หมายถึง กษัตริย์ทั้งโลกในยุคนั้น ครับ


Suphol Nilphet    ลุงละตอนจบเป็นยังไงนะ


Atthanij Pokkasap  พระยายักษ์โปริษาท ก็คือ พระเจ้าพรหมทัต รัชกาลก่อน ที่ฝึกวิชายุทธแล้วธาตุไฟแทรก ต้องดื่มเลือดกินเนื้อคนรักษาอาการเป็นระยะ...โดยเฉพาะ เลือดเนื้อของพวกนักการเมืองการปกครองชั้นหัวหน้า(พวกนี้กินอาหารดีๆแล้วคุณค่าอาหารดีตกค้าง )

ร้อนถึง พระโพธิสัตว์ มาเกิดเป็น หลานเข้ารับตำแหน่งพระเจ้าพรหมทัตองค์ถัดมา ต้องกำจัดภัยให้กับโลก...คือใช้ ลมปราณคุณธรรม หรือ ลมปราณปรัชญาปารมิตา(ทศบารมี) รักษา เสด็จลุง ที่ไฟธาตุแตก จนได้สติ...ฟื้นความเป็นปกติกลับคืนมา...ก็พากันออกบวชเป็นฤๅษี....จบประมาณนี้ นะ


Panu Wongpanuvut    นึกว่า ๑๐๑ คือทั่วชมพูทวีป(มิตินี้) 


Monday, December 17, 2018

เปอร์เซีย-ซัยเธียนส์-พระพุทธศาสนา-สยาม




Atthanij Pokkasab 

15 ธันวาคม 2017
เปอร์เซีย-ซัยเธียนส์-พระพุทธศาสนา-สยาม

1. ชาวเปอร์เซียเป็นขุมกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนพระพุทธศาสนาตั้งแต่พุทธกาล ในบันทึกโบราณของชาวพุทธ เรียกขุมกำลังชาวเปอร์เซียในแถบลุ่มแม่น้ำคงคา ว่า #อัคคีเวสนะ ..คือ ผู้บูชาไฟ

2. ซัยเธียนส์นานาเผ่า คือกำลังอาสารบ เป็นกำลังหลักของกองทัพเปอร์เซียตั้งแต่เริ่มต้นสถาปนา
บันทึกนี้อยู่ใน #ประวัติศาสตร์ของเฮโรโดตุส
สารมะเชียน ต้นตำรับการสักหมึกดำบอกสังกัดกรมกองรบที่แขน ที่กองทัพสยามรับถือเป็นประเพณีมาด้วย เป็นนักรบช่างทองด้วย เป็นลักษณะพิเศษของกองกำลังรบในกองทัพสยาม ที่ไม่พบในกองกำลังรบชาติพันธุ์อื่นๆในยุคเดียวกัน หรือยุคใกล้เคียงกันใดๆ

3. ราชวงศ์ที่ 2 ของเปอร์เซีย คือ ราชวงศ์ศกะ-ปาร์เธียน ปรากฏร่วมยุคกับราชวงศ์ฮั่นของจีน คือเหล่าราชวงศ์ผู้นำกำลังรบสำคัญที่ยันไม่ให้โรมันแผ่อำนาจเข้ามาสู่ทวีปเอเซีย
ต่อมาเกิดขัดแย้งกับราชวงศ์กุษาณะ .....
3.1 ราชวงศ์ศกะจึงเคลื่อนกำลังรบลงทะเลอาหรับ มาขึ้นที่ฝั่งตะวันตกอ่าวเบงกอล รบกับกองทัพแคว้นอานธระในอินเดียกลางที่นำโดยราชวงศ์สัตตวาหนะ ในกลางพุทธศตวรรษที่ 8
3.2 ราชวงศ์ปาร์เธียน ที่นับถือพระพุทธศาสนามาแต่ครั้งพุทธกาลโดยการประดิษฐานของท่านพระอนุรุทธะ เคลื่อนกำลังรบมาทางบก ลงสู่คาบสมุทรเดคคาน อินเดียใต้ กลายเป็นราชวงศ์ปัลลวะ เกิดสงครามทางศาสนา ที่ถูกผูกเป็นวรรณคดีรามเกียรติ์
สยาม-จาม-มลายู ขึ้น
และ ราชวงศ์ปัลลวะ เป็นต้นวงศ์วานของราชวงศ์สุโขทัย ด้วย (ศิลาจารึก วัดป่ามะม่วง หลักที่ 6 ด้านที่ 3 บันทัดที่ 9)

4. เจ้าชายในราชวงศ์ปาร์เธียนที่มีบทบาทเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างโดดเด่นที่สุดตามบันทึกฝ่ายราชสำนักจีน..คือ ท่านพระอันสิเกา


Tuesday, January 3, 2017

32.Breaking Dharma PART 31






Breaking Dharma PART 31...!!!
....



ข่าวสารจาก ฝ่ายปฏิบัติการโยคะสายพุทธตันตระ

(กำเนิดของพุทธตันตระ)


   รู้จักกันทั่วโลกในชื่อของพระพุทธศาสนานิกายวัชรยาน   เเละเชื่อตามกันมาอย่างงมงายว่า เป็นพระพุทธศาสนาภายใต้อิทธิพลลัทธิพราหมณ์    ทั้งๆที่หลักฐานทางโบราณคดีของลัทธิพราหมณ์ไม่มีเก่ากว่าหลักฐานทางโบราณคดีของพระพุทธศาสนาสายนี้เลยแม้แต่เรื่องเดียว    และทุกคนปัญญาอ่อนลืมไปว่า  ลัทธิพราหมณ์นั้นเป็น "ศาสนาปิด" ไม่ถ่ายทอดให้ชาติพันธุ์นอกเผ่าพันธุ์

โดยการเลื่อนไหลของอารยธรรมโลก   พุทธตันตระ-วัชรยาน  บ่มฟักตัวอยู่ในพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทฝ่ายใช้ภาษาสันสกฤตที่เผยแผ่อยู่ในเอเชียกลางโดยเหล่าราชภิกษุอดีตยุพราชและรัชทายาท ๘ ราชวงศ์ของแคว้นวัชชีสมัยพุทธกาล   
ที่ลี้ภัยการเมืองหลังจากแคว้นมคธใช้อุบายทางการเมืองทำลายสถาบันสงฆ์เสาหลักของแคว้นวัชชีใน พ.ศ.๑๐๐   
กระทั่งพระพุทธศาสนาแตกกระจายยับเยินเป็น ๑๘ นิกาย    

ราชภิกษุนับหมื่นรูปอพยพลี้ภัยการเมืองไปสู่เอเชียกลาง   ถ่ายทอดความลับของพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับการสร้างราชอาณาจักรและราชธานีศูนย์กลางอาณาจักร     ทำให้ซัยเธียนส์นานาเผ่าในเอเชียกลางที่ร่อนเร่ในแถบเทือกเขาคอร์เคซัสและทุ่งราบสูงภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนเกิดศรัทธา   สร้างบ้านแปงเมือง   เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมพื้นฐาน   จากวัฒนธรรมเลี้ยงสัตว์มาเป็นวัฒนธรรมเพาะปลูก อย่างต่อเนื่อง

(หลักฐานแรกคือ  ตำนานการสวามิภักดิ์ของพญานาคอะปาลาละ  ที่เป็นเทคโนโลยีควบคุมจัดการบริหารน้ำในแม่น้ำสว้าต ต้นน้ำของแม่น้ำสินธุในการทำนา  นำโดยพระพุทธศาสนา!!!)

การแผ่ขยายตนออกไปสู่เอเชียกลาง ทำให้ได้ปะทะสังสรรค์กับศาสนาโบราณของบาบิโลเนียที่นำมา
โดยท่านมานิ (Mani of Babi lon) ในกลางพุทธศตวรรษที่ ๘    
เป็นเหตุให้เกิดการพัฒนาวิทยาการและนิกายลัทธิใหม่มากมาย
เป็นอารยธรรมแห่งลุ่มแม่น้ำสินธุที่เป็นอารยธรรมสากลแหล่งแรกของโลก
เพราะมีชาติพันธุ์อย่างหลากหลายช่วยกันขับเคลื่อน (การค้นพบ ความหมายและสัญลักษณ์ของเลขศูนย์ "๐" เกิดขึ้นในยุคนี้)

อิทธิพลของพระพุทธศาสนาทำให้ศาสนาโบราณของบาบิโลเนียพัฒนาไปเป็นศาสนาทางการเมืองโดยตรง    เรียกว่า ศาสนาของท่านมานิ (Manichaeism) ที่เผยแผ่เข้าไปในประเทศจีนสมัยพระนางบูเช็กเทียน   ทำให้เกิดราชวงศ์หมิงในยุคสมัยถัดมา
และอิทธิพลของศาสนาโบราณของบาบิโลเนียเช่นกัน  ทำให้พระพุทธศาสนาเกิดการบ่มฟักตัวของพุทธตันตระวัชรยาน   เป็นที่มาของไสยศาสตร์แห่งการสร้างราชอาณาจักรทั้งหลายในอินเดียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยอิทธิพลของศาสนาบาบิโลเนียน  ทำให้พระพุทธศาสนาแบบพุทธตันตระ-วัชรยาน ออกแบบสัญลักษณ์รวมของ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสมอกับเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ตามศาสนาบาบิโลเนีย เรียกว่า พระตถาคตตะวันดวงใหญ่ 
(มหาไวโรจนพุทธ  ที่จีนบันทึกเป็น ต้า ยิก ยูไล...ได้แก่ พระเครื่อง  พระประธานในอโรคยาศาลที่นักล่าขุมทรัพย์เรียกง่ายๆว่า "นาคปรกขอม")

หลักการไสยศาสตร์ของบาบิโลเนียนทำให้นักปราชญ์พุทธค้นพบวิธีการบันทึกคำสอนลี้ลับผ่านไสยศาสตร์   ที่ยุคต่อๆมาสุดท้าย ยุบตัวลงเป็นไสยศาสตร์ไทย   รวมถึงการบันทึกสรรพวิทยาการที่สร้างอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุที่เป็นสากลแรกของโลกด้วย

วิชาการเล่นแร่แปรธาตุ  การหล่อ  การถลุง  การสังเคราะห์ธาตุทั้งหมด    แม้แต่การสร้างอาวุธสงครามที่มีอำนาจทำลายล้างสูงสุดอย่างอาวุธในวิชาธนุรเวท  ก็จัดเป็นบันทึกอยู่ในฝ่ายไสยศาสตร์ทั้งสิ้น

หลักฐานที่หลงเหลืออยู่ปัจจุบัน  คือการสร้างพระเครื่อง และการหล่อพระพุทธรูป   ส่วนการสร้างอาวุธสงครามที่มีอานุภาพร้ายแรงที่สุด  ชิ้นสุดท้ายที่ยังเป็นหลักฐานตกทอดให้ได้ยินได้ฟังกัน  คือ "พระแสงปืนข้ามแม่น้ำสะโตง"   อาวุธ ที่ยุติการเข้ามาล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก ๒ ชาติแรก  คือ โปรตุเกสและฮอลันดา...จากนักล่าอาณานิคมกลายเป็นเพียงทหารอาสาในกองทัพราชอาณาจักรสยามในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พ.ศ.๒๑๓๓-๒๑๔๘)

ศิลปะการสร้างและการป้องกันอาวุธจากชาติตะวันตกนี้เอง  ที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ.๒๑๙๙-๒๒๓๑) ส่งไปแสดงถึงกรุงปารีสทำให้ชาติตะวันตกนักล่าอาณานิคมชะงักไม่กล้าเข้ามาล่าอาณานิคมในทวีปเอเชียเกือบ ๒๐๐ ปี (สิ้นรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องงมงายหมด   ทำให้ฝรั่งเศสและอังกฤษเข้ามาเล่นงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สะดวกตราบถึงวันนี้)


...เป็นศาสนาสากลศาสนาแรกของโลกด้วย และเป็นศาสนาเดียวในโลกที่ทำให้ที่ราบอะราโคเซีย (สรัสวดี สำเนียงกรีก) ในอาฟกานิสถาน  พบสันติสุขเกือบ ๒๐๐ ปีด้วย...

Atthanij Pokkasap รายงาน
09.49 น. วันอาทิตย์ ที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๖




...พวกที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับจารึกวัดโพธิ และศิลาจารึก ๒๑๐ หลักของสุโขทัย...กรุณาอย่ามาอวดตัวว่าเป็นคนไทยกันอยู่เลย...ชาติจรจัดทั้งนั้น...

...พระเวทโบราณสายกลางก็พัฒนา นิกายบูชาพระศิวะ (ไศวนิกาย) และนิกายบูชาพระวิษณุ (ไวษณพนิกาย) ขึ้นในช่วงเดียวกันนี้เอง

...ศาสตร์แห่งธนุรเวท ธนูสั่ง ธนูคด เป็นปลายทางที่สุดแล้วครับ

...วิชาธนูคด  ยิงนกกลางอากาศได้ โดยที่ไม่ต้องยิงไปทางที่นกบิน ครับ   สมัยเด็กผมเคยยกพวกรบกับอาจารย์คง (ขโมยเก็บมะขามวัดแล้วเสียงดังสนั่นวัด)   เจอกระสุนคดยิงใส่ตูด  ใส่หลัง สั่งสอน  เจ็บๆจุกๆกันถ้วนหน้าครับ




                                                                                                    ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
  

* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap