Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Monday, December 17, 2018

เปอร์เซีย-ซัยเธียนส์-พระพุทธศาสนา-สยาม




Atthanij Pokkasab 

15 ธันวาคม 2017
เปอร์เซีย-ซัยเธียนส์-พระพุทธศาสนา-สยาม

1. ชาวเปอร์เซียเป็นขุมกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนพระพุทธศาสนาตั้งแต่พุทธกาล ในบันทึกโบราณของชาวพุทธ เรียกขุมกำลังชาวเปอร์เซียในแถบลุ่มแม่น้ำคงคา ว่า #อัคคีเวสนะ ..คือ ผู้บูชาไฟ

2. ซัยเธียนส์นานาเผ่า คือกำลังอาสารบ เป็นกำลังหลักของกองทัพเปอร์เซียตั้งแต่เริ่มต้นสถาปนา
บันทึกนี้อยู่ใน #ประวัติศาสตร์ของเฮโรโดตุส
สารมะเชียน ต้นตำรับการสักหมึกดำบอกสังกัดกรมกองรบที่แขน ที่กองทัพสยามรับถือเป็นประเพณีมาด้วย เป็นนักรบช่างทองด้วย เป็นลักษณะพิเศษของกองกำลังรบในกองทัพสยาม ที่ไม่พบในกองกำลังรบชาติพันธุ์อื่นๆในยุคเดียวกัน หรือยุคใกล้เคียงกันใดๆ

3. ราชวงศ์ที่ 2 ของเปอร์เซีย คือ ราชวงศ์ศกะ-ปาร์เธียน ปรากฏร่วมยุคกับราชวงศ์ฮั่นของจีน คือเหล่าราชวงศ์ผู้นำกำลังรบสำคัญที่ยันไม่ให้โรมันแผ่อำนาจเข้ามาสู่ทวีปเอเซีย
ต่อมาเกิดขัดแย้งกับราชวงศ์กุษาณะ .....
3.1 ราชวงศ์ศกะจึงเคลื่อนกำลังรบลงทะเลอาหรับ มาขึ้นที่ฝั่งตะวันตกอ่าวเบงกอล รบกับกองทัพแคว้นอานธระในอินเดียกลางที่นำโดยราชวงศ์สัตตวาหนะ ในกลางพุทธศตวรรษที่ 8
3.2 ราชวงศ์ปาร์เธียน ที่นับถือพระพุทธศาสนามาแต่ครั้งพุทธกาลโดยการประดิษฐานของท่านพระอนุรุทธะ เคลื่อนกำลังรบมาทางบก ลงสู่คาบสมุทรเดคคาน อินเดียใต้ กลายเป็นราชวงศ์ปัลลวะ เกิดสงครามทางศาสนา ที่ถูกผูกเป็นวรรณคดีรามเกียรติ์
สยาม-จาม-มลายู ขึ้น
และ ราชวงศ์ปัลลวะ เป็นต้นวงศ์วานของราชวงศ์สุโขทัย ด้วย (ศิลาจารึก วัดป่ามะม่วง หลักที่ 6 ด้านที่ 3 บันทัดที่ 9)

4. เจ้าชายในราชวงศ์ปาร์เธียนที่มีบทบาทเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างโดดเด่นที่สุดตามบันทึกฝ่ายราชสำนักจีน..คือ ท่านพระอันสิเกา


No comments: