Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label Astral Body. Show all posts
Showing posts with label Astral Body. Show all posts

Monday, December 17, 2018

ท่าบริหารกระเพาะอาหาร..ลดรอบเอว โดยฝึกควบคุมลมในกระเพาะอาหาร




Atthanij Pokkasap 


ท่าบริหาร กระเพาะอาหาร
ลดรอบเอว เพิ่มพลังพุงแบบง่ายที่สุด
โดยฝึกควบคุมลมในกระเพาะอาหาร
(กองลมที่ ๓ กุจฉิสยาวาต)
ยืนยัน บทสวด "สักกัตวา ฯ"
ที่ว่า ถึงสงฆ์ผู้อริยะ ย่อมถึงโอสถอันประเสริฐสูงสุด ที่ให้การปราศไปจากโรค
นั่งขัดสมาธิ์ ตั้งกายตรง
กำหมัดหลวมๆ ทั้งซ้ายขวา วางบนหัวเข่าทั้งสอง
หายใจออก(ปัสสาสะ) พร้อมค่อยๆกดหมัดทั้งสองบนเข่าทั้งสอง จนหายใจออกช้าๆจนสุด
แล้วหายใจเข้า(อัสสาสะ)ช้าๆจนสุด
รักษาการตั้งกายตรงไว้ให้มั่นคง
ตลอดการหายใจออก-หายใจเข้า และการกดหมัดลงบนเข่า จากกดเบาๆ เมื่อคล่องชำนาญดีแล้ว จึงเพิ่มน้ำหนัก ไปจนถึงกดสุดกำลัง

ทำประจำครั้ง ละ 5-10 ชุดการหายใจ(ออก-เข้า คือ ๑ ชุด)
เพียงเท่านี้...ท่านสามารถกำจัดโรคที่มากับความอ่อนแอของการไร้ระเบียบลมหายใจได้แทบทั้งหมด
และมีหน้าท้องประกอบถุงลมนิรภัย ที่แข็งแรงกว่า พวกนักกีฬาทั้งหลายใดๆในโลก
แล้วครับ...



Atthanij Pokkasap  แอบถ่ายทอดการฝึกควบคุมลมในท้อง(กุจฉิสยาวาต) ให้แล้วครับ...


Takeda Kosae    ลมตัวนี้ถ้าชำนาญจะไปเหนี่ยวนำลมกองอื่นด้วยใช่มั้ยคับครู


Atthanij Pokkasap  อันนี้แหละที่ท้าให้..หมาในฟาร์มที่แย่งหญ้าควายในกะลามันมาต่อย...คนละ๑๐หมัด หมัดใครมีอันเป็นไปให้มันแก้ผ้ากลับบ้าน แทนที่มันจะกำหนดสถานที่และเวลามาให้ เสือกเอาแต่เห่า จนไม่ได้ศัพท์ ไปโน่น...พื้นฐานลมปราณ วัชระคงกะพัน ครับ


Phithak Chaidee    กดหมัดตลอดทั้งหายใจเข้าและออก ถูกต้องไหมครับ


Atthanij Pokkasap  ครับ...ลดพุง แบบเร่งด่วน ควรกดให้หนักๆ...ตัวต้องตั้งให้ตรงต่อเนื่องด้วยนะห้ามงอ...เรื่องพุงบังเอว เอวบังพุง เรื่องใหญ่นะ


คุณนายหน้าเด้ง โยคะหน้า เคาะหน้า    เรื่องใหญ่จริง ๆ คะ


Yutthana Sirisilp  ช่วงนี้ปล่องของเยอะ นะอาจารย์ลุง....ฝึกไม่ทันแหละ...แต่ขอบคุณมากครับสำหรับความรู้....จัดเก็บไว้ก่อน...


Atthanij Pokkasap  อันเดียวกัน แต่หลากหลายมิติ..ของวิชา กักลมอัสมิตา...ทั้งนั้น ครับ


Tan Thaimassage    ตอนนี้ แขม่วเก็บหมด ตอนเขย่ง แต่รอบเอวยังกระเพื่อมอยู่ คราวนี้ พ่อจะเก็บให้หมดไม่เหลือ อุอุอุ


Yutthana Sirisilp    ตั้งแต่ได้กักลมกับดรัมเบล.มาได้เดือนนึง......ก้อรู้สึกว่าแน่น ขึ้น ...คราวนี้มาลดพุงอีก.....จะหล่อและดูดี...ไปอีกเท่าไร.....กลุ้มจัง...อิอิอิ


Yutthana Sirisilp   อาจารย์ปล่อยวิชาเยอะจังช่วงนี้.....ฝึกมะทัน


Atthanij Pokkasap  เทคนิครายทางของกักลมอัสมิตาทั้นนั้นเลยนะ...


Takeda Kosae   ตั้งแต่ย้ายห้องทำงานมาอยุ่ร่วมกับเพื่อนร่วมงานที่เปนวันโรค  ผมนี่ภูมิแพ้ ไข้ต่ำๆหายๆบวกไอตลอด  ซ้อมวิ่งไม่สนุก   พอมาหัดอัดลมตามท่ากำหมัดกดลง   เด๋วนี้ไม่ได้กินผมละ   เหลือแต่ไอนิดๆ สองสามวันมสนี่คลุกคลีกันถึงกับไอรดกันเลยทีเดียว ผมชิวๆ
นานๆซิทอัพเซทละ 100 ครั้ง เจ็บกล้ามท้อง  พอฝึกเบ่งลมลงท้อง   นานๆซิทอัพเซทละ
100 ที สบายมาก    เพราะท่านี้บริหารลมท้องได้ดีมาก ท้องได้ฝึกตลอด
ลมดันมากๆคุมไม่อยุ่ถึงกับช้ำในเลย   เกร็งกดลมลงไข่    มันไม่ลงมันตีขึ้น   เมื่อก่อนละ


Nut Suphakorn Chakrit Ake   แหม่ นี่ก็จะดันลงไข่อย่างเดียวนะฮะ ออกแขนขาบ้างก็ได้


Takeda Kosae   มันออกปกติคับ แต่อัดลงสุดเต็มไข่ ฝีเย็บมันจะรัดติ้ว
555   เสียวจิ้ดๆ    ตื่นเต้น ตื้นตัน กลางเดือนนี้จะได้เจอ อ. แล้ว


Yutthana Sirisilp   ได้ท่านั่งมาฝึกอีกแล้ว....ท่าดัดตนท่าแรกท่าแบกฟ้า.....ยังเก้กังๆ อยู่....ค่อยฝึกกันไป....รัดฝีเย็บแน่นๆ...มันเสียว..ๆ.....หากพ้นจุดนี้ไป...มันจะเป็นอย่างไร....


วรรณพันธ์ พัทธ์อรรถ   ท่าบริหารกระเพาะอาหารทำสามทีติดต่อกัน
ตอนนี้สามารถเพิ่มกดจนแทบสุดได้แล้วครับ   ผลคือรู้สึกว่ากระเพาะอาหารมีการเคลื่อนไหว และสมองก็ตื่นตัวกว่าเดิมนิดหน่อยครับ   เพิ่มแรงกด


Takeda Kosae   นั่งอัดลมกุจฉิ ครึ่งชม เหงื่ออกหลังนิดๆ ตัวอุ่นๆ สบายตัวล่ะ ถอดเสื้อนอนสบาย   ที่สังเกตุคือตอนฝึกช่วงหลังๆมาทุกครั้งพอเริ่มหายใจไปสักพัก
จะมีน้ำลายออกเยอะตลอด    ผมอมไว้สักพักก้อกลืนลงไป
ช่วงหายใจออกละเอียดจะออกมามาก สังเกตุมาหลายครั้งลั แปลกดี


Atthanij Pokkasap  นั่งลดพุงไป สะสมลมหายใจยาวๆสุดๆไป...ไม่นานเด๋ว
เทวดา "สาโลหิต"...ผู้เคยปฏิบัติธรรมร่วมในอดีตชาติที่ท่านไปไกลกว่า...ก็จะมาสาธุการและ
ดลบันดาลสิ่งดีๆให้ ครับ...อันนี้แหละ...จิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมให้ สมบัติที่ใครๆก็ไม่อาจให้ได้
เท่า...พุทธกถา..ที่ปรากฏในพระธรรมบท..ตรงๆเลย


Yutthana Sirisilp   สาโลหิต.....อยากเจอๆๆ..


Tan Thaimassage     ตอนนี้ เวลานั่งรวมจิตรวมใจ เลยไม่รู้จะไปยังไง ของเก่าเข้าท้องก็ติด ของใหม่ก็ติด เลยไม่รู้จะหายไจไปสุดตรงไหน คราวนี้น่าเวิร์คขึ้น


Atthanij Pokkasap  หมวดเทวตาสังยุตต์ในพระไตรปิฎก...ก็คือ "สาโลหิต"ของพระพุทธเจ้า...พวกปฏิเสธเทวดาก็เพราะเข้าไม่ถึง...ปฏิจจสมุปปาท ตรงๆเลย เลยไม่รู้
"ภูมิทัศน์" ของปฏิจจสมุปปาทของพระพุทธเจ้า...มันก็เลยดูถูกพระพุทธเจ้าไปโดยไม่มีสติ...ฮ่าาา...นรก มีจริง


Atthanij Pokkasap  เพราะความเชื่อ(เอาเอง)ว่ามันไม่สมบูรณ์แบบ
ก็เลย เอามั่วปนเป เรียกให้ดูดีว่า ศาสตร์ผสมผสาน....
เริ่มต้นด้วยความเชื่อที่พิการแหว่งวิ่น
สร้างสมบัติโจรขึ้นมาชิ้นหนึ่ง
แล้วเที่ยวโอ้อวดสมบัติโจรของตนว่าสมบูรณ์แบบกว่าศาสตร์แบบเดียวกันอื่นๆ
อาชญากรที่พิการทางสมองชัดๆ
ส่วนบนของฟอร์ม


Tan Thaimassage    ครูหมายถึงนวดไทย บ่ ครับ


Atthanij Pokkasap  หมายถึงพวก เดียรถีย์(ฝั่งตรงข้าม)กับความรู้องค์รวม ครับ
ส่วนล่างของฟอร์ม


Tan Thaimassage   เผลอลืมอ่านไปสามสี่วัน คุณครูมาแอบปล่อยของตรงนี้ต่อ จนตาม
แอ่านแทบมิทันฮิ


Nut Suphakorn Chakrit Ake   นี่ฝรั่งเค้าสัมมนากันเป็นเรื่องเป็นราวเลย ? ครับ


Atthanij Pokkasap  ใช่...เขาจริงจังมาก   สมเพชไอ้พวกฟาร์มหมาในกะลาเลย...

    Sir, do you know the truth about the "Naga" of Buddhism? The reptilians who
    follow the path of Buddhism at war with the Garuda... Same war happened in
    Native American tradition between the Thunderbirds (predecessors of Garuda)
    and Unktehila (predecessors of Naga)!!!!! They are the ones behind the Illuminati
    controlling this World!!!

    I will say the names I know of the Naga have gone by or been given in history...
    Naga, Dragon, Chitauli, Wyrm, Sheti, Unktehila, Snake Brothers, Igunna Men,
    Reptilian, Alpha Draconian


Chanasorn Suadprakorn   หมายถึง ให้แปล ให้หรอ  พี่นัท แปล เบย พี่นัท จบอังกฤษ


Nut Suphakorn Chakrit Ake   แค่วิชาเอกสื่อสาร โทอังกฤษ ฮะ
แต่พื้นไวยากรณ์ค่อนข้างแน่น เลยช่วยเรื่องงานแปลได้มาก


Chanasorn Suadprakorn   ถ้าผมแปล ก็ความรู้ มอปลาย + ดิกชันนารี่

    คุณทราบความจริงเกี่ยวกับ นาคา ของพุทธศาสนาหรือครับ? สัตว์เลื้อยคลานซึ่งเดินตามทาง
    ของพุทธศาสนา ที่มีสงครามกับครุฑ สงครามเดียวกันกับ ที่เคยเกิดขึ้น ในเรื่องเล่าของ
    ชาวพื้นเมืองอเมริกัน เป็นสงครามระหว่าง ทันเดอร์เบิร์ด(ก่อนบรรพบุรุษ ของ ครุฑ) และ
    อักเตฮีล่า(ก่อนบรรพบุรุษของ นาคา) พวกเขาเป็นหนึ่งในผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลัง
    การควบคุมโลก


Atthanij Pokkasap  เอ้อ ตกลงผมจะแอบ ขี่ จยย.ไปแม่จัน เชียงราย จากขอนแก่น ตั้งแต่เช้าวันที่ 12 นะครับ...พบ Takeda ที่ลำพูนก่อนในช่วงค่ำ...แล้วต่อไป...แม่จัน


Atthanij Pokkasap  ไม่ไปพร้อมคณะ นร.แพทย์แผนไทย วัดบางกร่างนะ


Nut Suphakorn Chakrit Ake   ผมจะคุยกะใครก่อนดี ๕๕๕
จากพญานาค ไปแม่จัน ออกรามคำแหง


Atthanij Pokkasap  ผมลอกส่งต่อมาให้อ่านเฉยๆ   ว่าตอนนี้ฝรั่งมาไกลมาก


Atthanij Pokkasap  ไอ้คนไทยในกะลา...ไม่รู้เรื่องชาวโลกเขาเลย


Atthanij Pokkasap  สมาธิสู่แม่จัน รอบที่ สองนี่...เป็นเรื่องแล้วนะครับ


Chanasorn Suadprakorn   กลุ่มอัลลูมินาติ นี่ คือใคร


Nut Suphakorn Chakrit Ake   พวกมีอำนาจพิเศษ  ก็หมายถึงพวกพญานาคนั่นแหละ


ปณิตา ถนอมวงษ์    ถามอ.นิดค่ะ...เป็นตามนี้ไหมคะ
เจ้าปู่ศรีสุทโธฯ มีพระชายาหลายพระองค์ 
แต่ที่เป็นมเหสีเอกคู่บารมี คือ นางพญานาคิณีศรีปทุมมาวิสุทธิเทวี
พระนามของชายา ทั้ง 7 พระองค์
1. นางพญานาคิณีศรีปทุมาวิสุทธิเทวี มีราชบุตรด้วยกัน 3 พระองค์ประกอบด้วย
1) องค์นาคินทร์ 2) องค์นาคา 3) องค์นาคี
นางพญานาคิณีผู้ยิ่งใหญ่เคียงคู่องค์นาคาธิบดีศรีสุทโธฯ พระสวามี แห่งวังนาคินทร์พรหมประกายโลกคำชะโนด ทรงเป็นนางพญานาคิณีผู้มีน้ำพระทัยเมตตาปรานีต่อมนุษย์ทั้งหลายทั้งปวง สร้างทานบารมีต่อสัตว์ผู้ยากทั้งหลายอย่างไม่จบไม่สิ้น เป็นจ้าวย่านาคีที่ลูกหลานกราบไหว้ และรู้จักมากที่สุด มีพระวรกายสีเขียวตองอ่อน เศียร และปล้องพระนาภีสีทององค์นางพญานาคิณีศรีปทุมมาวิสุทธิเทวี มีน้ำพระทัยใจดีเป็นเลิศประเสริฐนักหนาคร
2. นางพญานาคิณีศรีรัตนะ
3. นางพญานาคิณีประไพศรี
4. นางพญานาคิณีกนกกร
5. นางพญานาคิณีพรธิดา
6. นางพญานาคิณีรจนา
7. นางพญานาคิณีปทุม (ชื่อคล้ายองค์ใหญ่)
และยังพระธฺิดาอีกหลายองค์

ส่วนบนของฟอร์ม


Atthanij Pokkasap  ที่อยู่ทำหน้าที่กับผมคือ ษุษมณีนาคกัลยาเทพนาคีผู้พิทักษ์แม่น้ำโขงและทะลจีนใต้แทนท้าวศรีสัตตนาคราช...เป็นกลุ่มโลกบาลธรรม ไม่เกี่ยวกับพวกจักรๆวงศ์ๆ ครับ   วงศ์แตกเน้อ...อย่าให้จารย์นิชเปิดโปง อิ อิ


Atthanij Pokkasap  แต่อยากพาทุกคนในแวดวงที่อยากรู้อยากเห็นไปพบเจ้าแม่นาคีองค์จริงที่ทำหน้าที่โลกบาลธรรม คร้าบ...ขอเวลาช่วงใหญ่ๆอีกนิด รอความหายนะมาเยือนพวก
ร่างทรงทั้งหลายก่อน


Nutcha Jarsanchuen    ท่านปู่ศรีสุทโธมีมหสีคือท่านย่านาคีในครั้งที่พระพุทธเจ้าเสร็จลงบาดาลและเจ้าแม่กวนอิมลงไปด้วยท่านย่านาคีขอติดตามไปด้วยก่อนไปท่านย่านาคีได้ไปสู่ขอท่านย่าศรีปทุมมาซึ่งเป็นธิดาเมืองลับแลที่คำชโนดมาเป็นมเหสีแทนพระองค์และท่านปู่มีเล็กมีน้อยอีกมายมาย200กว่าคนส่วนท่านย่านาคีนั้นคือนาคีสีน้ำเงินซึ่งอาจารย์นิตรู้จักดีค่ะ


Atthanij Pokkasap  แรงดลบันดาลใจ นี้เอง...ที่โบราณท่านเรียกว่า

"ปรากฏการณ์เทวดา" มั่ง
มหาพรหมมาถ่ายทอดวิชา มั่ง
ผีมาบอกยา "ยาผีบอก"...มั่ง
ในพระไตรปิฎก และพระธรรมรัตนะส่วนอื่นๆ
ว่า..คือ...
เทวดา ที่เคยเป็น "สาโลหิต"...หมายถึง ปรากฏการณ์ผู้เคยปฏิบัติธรรมร่วมกันในอดีตชาติแล้วท่านเหล่านั้นบรรลุธรรมล่วงหน้าไปก่อนแล้วมาสร้างแรงดลบันดาลใจ
ในพระพุทธประวัติ(ปฐมสมโพธิกถา) ได้แก่ ท้าวฆฏิการพรหม ท้าวจตุโลกบาล ท้าวสักกเทวราช พระยามุจลินทรนาคราช ท้าวสหัมบดีพรหม เป็นต้น....
โดยสรุป บันทึกหมวดเทวดาสังยุตต์ทั้งหมดในพระไตรปิฎก...ก็คือ ปรากฏการณ์ "สาโลหิต" ...ในอดีตทั้งหมดของพระพุทธเจ้า
ฉะนั้น ผู้ปฏิเสธหรือตีความบิดเบือนเรื่องเทวดา...ในบันทึกพระพุทธศาสนา
ก๊อคือ ผู้ปฏิเสธ อดีตชาติและภูมิทัศน์รายละเอียดของอดีตชาติ ของพระพุทธเจ้า...
ศรัทธาผู้นั้น...มีมลทิน อันนำไปสู่ อบาย ทุคติ วินิบาต และนรกแล้ว...ถึงนิพพง..นิพพาน เสียแต่ที่ไหนเล้า....เด่อ...วววว !!!


Takeda Kosae    แล้วปรากฎการ์ณแสดงธรรมให้เทวดาล่ะคับอาจาร์ย


Atthanij Pokkasap  ก็สาโลหิต นะ..อย่างกรณี ท้าว เอรกปัตตนาคราช..ที่ถามหา
การอุบัติของพระพุทธเจ้า เพื่อรู้ธรรม...เพราะนาคราชองค์นี้เคยปฏิบัติธรรมร่วมใน
ยุคพระกัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้า..แต่ ความใกล้ชิดห่างออกไปหน่อย


Takeda Kosae    งั้นอาจาร์ยผู้ชี้แนะแนวทางให้ศิษย์อย่างพวกผมทั้งหลายเช่น
กลุ่มกักลมอัสมิตา นี่ถือเป็นสาโลหิตด้วยมะคับ แหะๆ


Atthanij Pokkasap  ครับ
และโดยประการณ์การฝึกจิต จะยิ่งเจอ ครับ ไม่ต่างที่ทางธิเบต แสดงราละเอียดไว้...พวก
ทิพยกาย หรือ Astral Body ..กายละเอียด (สัพพกาย...กายแห่งกองลม ที่สร้างกายเนื้อ ...
กายสังขาร) พัฒนาพาไปสัมผัสเห็น...จะเยอัยิ่งกว่า..ที่ ประสาทตาพาไปอีกเป็นพันๆเท่า ครับ


Takeda Kosae    Atthanij Pokkasap ก็ว่าช่วงหลังฝันเห็น เรื่องอายตนะกายสังเคราะห์จิตกับเรื่องจิตเดิมแท้ โยงไปถึงความเชื่อตามพระวิญญานบริสุท ...ละก็เรืีองฝึก
กองลมซึ่งตัวคนในฝันที่มาสอน หน้าคุ้นๆ ตื่นมาเลยไปเปิดหนังสือ คล้ายกับ มหาวตารบาบาจิ(อันนี้ผมท่าจะมโนไปเอง) แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มานานละนะคับ (มาแบบกายทองเลย)


Atthanij Pokkasap  สะท้อนจาก.. ประสบการณ์ทางจิตเบื้องต้นๆก่อน ถ้ายังพัฒนาต่อเนื่อง ก็เจอไปตามขั้นตอนของความละเอียด ตรับ



Saturday, December 31, 2016

20.Breaking Dharma PART 19





Breaking Dharma PART 19...!!!
....


เรื่อง สายปฏิบัติการโยคะของพระพุทธศาสนา ครับ.


จากขั้นตอนการฝึก  ในข้อ (๙๔) คณกโมคคัลลานสูตร  อุปริปัณณาสก์  มัชฌิมนิกาย พระไตรปิฎก เล่ม ๑๔/๔๕   ท่านลำดับไว้อย่างนี่....

๐ สัทธา > ศีล > สันโดษ > อินทรียสังวร > โภชเนมัตตัญญุตา > ชาคริยานุโยค > โยนิโสมนสิการ > วิเวก ๐


ตอบว่า  สายปฏิบัติการนั้นไปแยกที่ระดับ * โยนิโสมนสิการ * ครับ !!!


(นิพพานที่เป็นสมาบัตินิโรธ มี ๔ ระดับ สมาบัติ ;

๑.เนกขัมมสุขสมาบัติ (ดับวิญญาณที่ ฌาน ๑)

๒.วิเวกสุขสมาบัติ     (ดับวิญญาณที่ ฌาน ๒  ที่มาของ เจ้าแม่กวนอิม, พระอวโลกิเตศวร ฯลฯ)

๓.สมาธิสุขสมาบัติ    (ดับวิญญาณที่ ฌาน ๓)

๔.สัมโพธิสุขสมาบัติ  (ดับวิญญาณที่ ฌาน ๔)

(ระดับ นิโรธสมาบัติ ๑. ถึง ๓. นั้น   เป็นของเหล่า อนาคามี)


๐ ปฏิบัติการตอน อินทรียสังวร  ที่แปลกันทั่วไปว่า  สำรวมอินทรีย์นั้น  คือการฝึกแยกกลุ่มคลื่นอายตนะทั้ง ๕  ออกจากการเข้ามา มิกซ์ ของคลื่นอายตนะที่ ๖ (ที่มาของ เห็น  สักแต่ว่าเห็น...แต่ยังควบคุมคลื่น Vibrations ของอายตนะไม่ได้   ต้องไปจัดระเบียบลมหายใจก่อน)


๐ โภชเนมัตตัญญุตา นั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย   ถ้าไม่จัดลมหายใจให้เป็นระเบียบ  
คือ ลึก ยาว หยาบ(การหายใจปกติ  ถือว่าหยาบมาก)   แต่สม่ำเสมอ

...เมื่อสามารถจัดระเบียบลมหายใจหยาบปกติให้ยาวสม่ำเสมอได้   ระบบการย่อยอาหารและการทำงานของลำไส้   ย่อมมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ครับ.

(ลมหายใจอย่าไปกำหนดอุปาทานว่า  จะต้องหายใจลึก  เท่านั้นเท่านี้   เพราะลมหายใจหยาบ จะมีที่สุดระดับหนึ่ง  ลมหายใจที่ละเอียดขึ้นมาก็จะมีที่สุดของความลึกอีกระดับหนึ่ง    เป็นระดับความลึกที่สัมพันธ์กับระดับความละเอียด ครับ...
การไปกำหนด   ก็คือการสร้างอุปาทาน...หลอกตัวเองตั้งแต่เริ่มต้น...บ้าครับ!!!)


๐ ชาคริยานุโยค  ที่หมายถึง การประกอบการตื่นให้มาก   คือ นอนเพียงไม่เกินวันละ ๔ ชม. (๒๒.๐๐ น.-๐๒.๐๐ น)   จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อ  ลมหายใจเป็นระเบียบ  คือ ลึก ยาว ละเอียดปานกลาง คือ อย่างน้อยก็ละเอียดกว่าขั้นแรกๆขึ้นมา (อันที่เราจะสามารถทำให้ละเอียดที่สุดขณะปัจจุบันน่ะล่ะครับ...แต่ยังไม่ใช่ละเอียดสุดท้าย...เรายังจะต้องพัฒนาต่อไป..)

คำอธิบาย  คือ ลมหายใจที่ละเอียด ลึก  ดึงอากาศที่มีออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายเพิ่มขึ้น ในปริมาณอย่างน้อย   ก็เท่ากับที่เราเคยใช้พลังงาน "มากที่สุด" ในตอนตื่นทำกิจกรรมต่างๆ ประจำวัน    แต่เมื่อลมหายใจละเอียดมากๆ   ออกซิเจนจะถูกดึงไปใช้มายมายกว่าหายใจหยาบหลายๆเท่า   ทำให้ร่างกายตื่นตัวกระฉับกระเฉง...แทบไม่ต้องหลับนอนก็อยู่ได้....


๐ ก่อนสิ้นสุด ชาคริยานุโยค  ไปสู่ สัมมาสมาธิ (ปฐมฌาน > จตุตถฌาน)  เป็นเรื่องของการเฟ้นหาเทคนิคเฉพาะตัว  ตามวาสนาที่สั่งสมมา   เป็นที่มาของการเกิดสายปฏิบัติการ (นิกาย) มีเหตุ ดังนี้ ;
  

๐ จิตมั่นคงดี ใน "วัตถุ" ใด   สติย่อมปรากฏดีใน "วัตถุ" นั้น
...สติปรากฏดีใน "วัตถุ" ใด  จิตย่อมมั่นคงดีใน "วัตถุ" นั้น
ลมหายใจเข้า+ลมหายใจออก  ชื่อว่า "วัตถุ"  เป็น "กายสังขาร"


จับใจความวรรคนี้ให้ดีๆ นะครับ...

" สติ สัมพันธ์กับ จิต ดังนี้   ชื่อว่า "รู้เนื่องด้วยกาย (กายานุปัสสนา)"

จาก ข้อ (๓๘๘) มหานิทเทส  ขุททกนิกาย  พระไตรปิฎก เล่ม ๒๙/๔๕


หมายความว่า   ถ้ายังเชื่อมโยง สติ ให้กับกับ จิต อย่างมั่นคงไม่ได้    
คุณไม่มีโอกาสเกิด "ความรู้" ได้เลย   และ...
วัตถุ ที่เป็นตัวเชื่อมโยง สติกับจิต   ก็คือ "ลมหายใจเข้า+ลมหายใจออก" ครับ

พวกที่สอนกันทุกวันนี้  เหยียบข้ามวัตถุเชื่อมโยงทั้งหมดทุกสำนักครับ!!!
เริ่มต้นก็บังคับจิตกันให้รู้...เห็นมั้ยครับ   อุปาทานบ้าๆทั้งนั้น...


และ...สำคัญมาก  ความลึกของลมหายใจนั้น   ตัวกำหนด  คือ ความละเอียด ครับ
ยิ่งละเอียดเท่าใดก็ยิ่งลึกเท่านั้น...จะมากำหนดเองแบบลุแก่อำนาจอย่างที่สอนกันทั่วไปไม่ได้ครับ... กำหนดเอาเองอย่างนั้น   โรคเรื้อรังสารพัดถามหาในบั้นปลาย   ไม่มีใครตายดีครับ. เพราะ...
บทสักกัตวา   ท่านแสดงไว้ชัดเจน ว่า

สังกัตวา  สังฆรัตนัง  โอสถัง  อุตตมัง วรัง
...พระสงฆ์  คือ ยาอันประเสริฐสูงสุด

อาหุเนยยัง  ปาหุเนยยัง  สังฆเตเชนะ
...ด้วยเดชแห่งการถึงสงฆ์ผู้เป็น  ผู้ควรกราบไหว้  ผู้ควรเข้าใกล้ชิด

โสตถินา นัสสันตุปปทวา
ขอความสวัสดี ขอความปราศจากไปจาก..

สัพเพ โรคา วูปสเมนตุ เต
...โรคทั้งหมาย พึงมีแก่ ท่านทั้งหลายฯ


สรุป  คือ ถึงพุทธ หมดทุกข์   ถึงธรรม หมดภัย   และถึงสงฆ์ หมดโรค ครับ
แล้วพระสงฆ์ป่วยเป็นสารพัดโรคก่อนตาย  คืออะไร? ...ผู้ทำลายบทสวดบทนี้นะสิครับ


ขอความเจริญในอริยธรรมตามเป็นจริง   จงมีแก่ท่านผู้สนใจและไต่ถามมา  ทั้งอยากรู้ได้อ่านตาม ทั่วหน้ากัน เทอญ.

Atthanij Pokkasap
๙.๒๐ น. วัน พุธ ที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๖






...อ่านให้ละเอียด  ความจริงนัยะระดับนี้ท่านถือเป็น ฆยุคปะ...นิกายกระซิบ...ไม่เปิดเผยทั่วไป   ผมพยายามเลี่ยงจารีตโบราณบางอย่างแบบศรีธนญชัย  เพื่อเปิดเผยความลับของพระพุทธศาสนานะครับ...

สติ ที่ฝึกมาหนักมาก...ที่ถ่ายทอดออกมาบทนี้  เป็นประสบการณ์ส่วนตัวล้วนๆ...รู้มั้ย  ปี ๒๕๒๓ บวชวันที่ ๓๑ มีนา  ออกมาจากอุโบสถปั๊บ  ท่านพระอุปัชฌาย์ ท่านรองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่  เจ้าอาวาสวัดสันป่าข่อยสมัยนั้น..ท่านลงมานั่งข้างๆคุยด้วย...ไม่ยอมนั่งสูงกว่า    อีกท่านนึง  เมื่อได้มีโอกาสพบกัน คือ หลวงปู่ฝั้น   เค้ายังไม่ได้พรรษาเลย...หลวงปู่ฝั้นไม่ยอมนั่งสูงกว่า  ลงมานั่งข้างๆคุยกัน...บอกว่า  อย่่าสึกเน้อๆๆ...




...ในเรื่องของท่านพระลกุณฏกภัททิยะเถระ (เอตทัคคะผู้เลิศในเสียงไพเราะ...แต่ตัวกลมเล็กๆเหมือนเณรน้อยน่ารัก..เพราะอดีตชาติเป็นมหาราชากีกิ ผู้สั่งลดขนาดเจดีย์ทองพระกัสสปะทศพลจาก ๗ โยชน์ให้เหลือโยชน์เดียว)    มีพระพุทธวจนะตรัสว่า นี้คืออรหันต์ผู้ฆ่าพ่อ (อัสมิมานะ)  ผู้ฆ่าแม่ (ตัณหา)  ผู้สังหารพระราชทั้งสอง (สัสสตทิฏฐิ กับ อุทเฉจทิฏฐิ)  และทำลายแว่นแคว้น (อายตนะทั้ง ๖)...




หลวงปู่ฝั้น  ท่านเกรงใจเค้าเกินกว่าใครจะคิด   ท่านต่างหากที่ถามธรรมปฏิบัติกะเค้า....

ในกลางพรรษาที่ ๒  เดือนสิงหาคม ๒๕๒๓   ถอดกายทิพย์ออกมาได้แล้วได้ยินเสียงจากหัวใจว่า กยิราถะ  กยิราถะ  กยิราถะ พร้อมทั้งเห็นบรรยากาศทิพย์ด้วยกายเนื้อ  เสียงจีวร เสียดสีกันเป็นเสียงกังสดาลสวรรค์   เพราะวังเวงมาก  งัย....เล่าให้ฟังแล้ว...เกิดขึ้นหลังจากรู้ศักยภาพความเพียรที่ท่องปาฏิโมกข์ ๗ วัน ๗ คืนได้แล้ว...เลยลุยต่อ

...ตอนนี้เสื่อมหมดแล้ว...^ ^   เรื่องดนตรีสวรรค์ เนี่ย   ถ้าเป็นชั้น ฉกามาพจรภูมิ...จะเป็นพิณพาทย์ดีดสีตีเป่า ครับ   ถ้าเป็นชั้นพรหม...จะมีแต่เสียงกังสดาล...ไพเราะวิเวก มากครับ....

...กำลังพยายามอยู่  ถ้าคิดเป็นภาระกู้ร่มพระบรมโพธิสมภาร...ซึ่งเป็นศักยภาพเดียวเท่านั้นที่จะบรรดาลให้ร่มพระบรมโพธิสมภารกลับคืนมาครบ...

ใช่..ทบทวนสัญญาที่เคยได้....ให้ได้...เหมือนลูกศิษย์ของ ท่านพระมหากัสสปะ รูปหนึ่ง ได้ฌานแล้วก็เสื่อม  สลับไปมาหลายครั้ง   เลยลาสิกขาไปเป็นเขยลุงแต่เพราะบวชนานทำอะไรไม่เป็น    ตระกูลลุงก็เลยไล่ตะเพิดไปอยู่กะพวกโจร   ก็ไม่ทันโจรเพราะบวชนานอีกนั่นแหละ   ราชบุรุษจับตัวไปประหาร    ท่านพระมหากัสสปะเถระเจ้ากำลังออกบิณฑบาตเลยแวะไปให้เห็น...เห็นอาจารย์ก็เลยทวนฌานสมาบัติขึ้นได้    ดาบที่ประหารม้วนลุ่ยหมดก็สะบัดเหาะขึ้นฟ้า   เข้าบวชแล้วนิพพาน...

...ฌานเป็นผลสำเร็จมาจาก ประสิทธิภาพสูงสุดของลมหายใจ....ลมหายใจที่สม่ำเสมอ  ต่อเนื่องไม่เพียงพอฌานก็ต้องเสื่อม

...มีพระอรหันต์ที่สุขภาพไม่ดี ๒ ท่าน ( ๒ ใน ๓ สมสีสี)  ท่านหนึ่งพอบรรลุเข้านิพพานปุ๊ปเอามีดเชือดคอตัวเองตายทันควัน...อีกท่านดึงลมหายใจมาใช้จนสุด    พอบรรลุนิพพานก็ขาดใจตายทันที...เคยนำมาเล่าไปแล้ว ๓ องค์อรหันตสมสีสี...เดี๋ยวฉายซ้ำก็ได้...

ครับ..ก็ขนาดนิพพานสมาบัติที่มี ๔ ระดับ   พวกไปถึงนิพพานสมัยนี้ยังไม่รู้เรื่องกันเลย  ท้ามาเลยนะครับ  ว่าอยู่พระสูตรไหน





...Vibrations จากอายตนะทั้ง ๖ ระบบที่มาของ พลังงานต้นกำเนิดกฏแห่งกรรม   ยังไม่รู้เรื่องเลย   ดันมามีอายตนะนิพพาน...

นิพพานสมาบัติอยู่ในพระสูตรครับมีพระพุทธจริยวัตรแสดงไว้หลายตอนที่ยืนยันการรู้การเห็นของพระอรหันต์สมัยพุทธกาล...อยู่ในพระสูตรในสุตตันตปิฎกเต็มไปหมดครับว่า

...สาวกผู้อรหันต์ของเราเห็นอย่างไร   รู้อย่างไร  แม้เราตถาคตพึงกล่าว   ก็ย่อมกล่าวตามสาวกผู้เป็นขีณาสพแห่งเราได้กล่าวไปแล้วเช่นนั้น เหมือนกัน. ครับ  เยอะมาก...ผมจึงแอนตี้มหายานในเรื่องที่โพธิสัตว์ฉลาดกว่าพระอรหันต์เลย   แต่พอเราดูเจตนาเขาที่ต้องการหักล้างอรหันต์มั่วซั่วของหินยาน  ก็โอเคนะ...

หักล้างกันด้วยอำนาจฌานสมาบัติเลยดีกว่า   ไม่ต้องเถียงให้เสียเวลา...กลับไปสู่ยุคท่านโพธิธรรมเหยียบเมืองจีน เดียวกันเลย...





...ปัทมปาละรับภาระเผยแผ่พุทธธรรมที่เอเชียกลาง...ท่ามกลางกลิ่นไอสงครามครับ...ไม่มีฤทธิ์   อย่ามาแสดงว่ารู้ธรรมะ ครับ แขกเอาดาบโค้งสะบั้นคอทันที...

...ปริศนาเรื่อง "ฌานวิสัย" นี้  พวกถึงธรรมจะรู้ดีที่สุดครับผมจึงอธิบายการ..ละเมียดอารมณ์โกรธ (โทสะ) เข้าไปเป็นฐานหนึ่งของลมหายใจที่ละเอียดอ่อนรองรับฌาน งัยครับ...

ธรรมะเบรค ที่ 19 นี้...ศึกษาให้หลายๆรอบนะครับ..เป็นประสบการณ์ล้วนๆตลอดชีวิต ๕๑ ปี ของผม (เริ่มนับที่ ๙ ขวบที่จับวิสุทธิมรรค) เลยทีเดียว...พระผู้ใหญ่ที่พอมีเซนซ์  จับรังสีผมได้...ท่านไม่ยอมนั่งสูงกว่าเลย...ซึ่งผมยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า  มีดีอะไร...ครับ...

มีเกร็ดอยู่ในรูปภาพประจำตัวผมจะเล่าให้ฟังอีกเรื่องหนึ่ง ครับ...ภาพที่อุ้มเจ้าน้องอยู่นี้  อยู่ในช่วงวันเวลากำลังปั้น..แม่ธรณีบีบมวยผม ครับ   ขนาด ๑ ๑/๓ คนปกติ   ปั้นเสร็จแล้วไปส่งสำนักสายสัญญา (อาจารย์ ของสิทํธิ์ เศวตศิลาและมยุรา ธนบุตร)  ขับรถเอารูปปั้นขึ้นฐานที่สำนักตอนค่ำ (อยู่ อ.ชำนิ)..
ช่วงที่รูปปั้นตั้งอยู่ที่พื้น อาจารย์บุญมา เจ้าสำนัก (คนนี้นั่งสมาธิทั้งชีวิต มีออร่าเปล่งออกมาจากตัวได้ สานุศิษย์เยอะมาก)
อาจารย์บุญมา เดินมาเห็นหน้าอก (นม) แม่ธรณีสวยมาก  ในใจคงคิดอกุศล  พอเอามือไปคำ  แหกปากร้องเสียงหลงเลย...นิ้วมือพองไหม้..ครับ...ถามหาว่า ใครปั้นรูปปั้นนี้  ทำไมมีฤทธิ์มีเดชแท้...ผมกับเพื่อนๆได้แต่ยิ้ม  ก้มหน้าก้มตายกรูปขึ้นประดิษฐานบนแท่น  จนแล้วเสร็จ  รีบพากันกลับคุยหัวเราะกันมาตลอดทาง...

พวกที่รู้ว่า  ในป่านี้มีเสือ...จะเข้าป่าด้วยความระวัง...พวกไม่รู้เรื่องจะไม่สนใจเสือเลย...ฉันใดฉันนั้นครับ.

...ธรรมดาครับ...ยิ่งโต  ยิ่งเลอะ...เด๋วจะหาว่า เลอะไม่เป็น...เลอะจนเละแล้วก็สังเคราะห์รูปขึ้นใหม่ได้   รับผูกนิสัยไว้กับธรรมแล้ว...ไม่รอดไปจากธรรมหรอก...สร้างไว้เยอะๆประสบการณ์จะได้มาก...แล้วต่อเรือเดินสมุทรแห่งสติ    บาปมีเท่าไหร่บรรทุกให้เต็มข้ามไปฝั่งกระโน้นเลย...คบหากันแล้ว   เทคนิคต่อเรือเดินสมุทรข้ามวัฏสงสาร  ไม่ยากๆๆๆ....





...^ ^เพราะตอนที่สติกับจิต  ถูกลมหายใจที่เป็นกายสังขารเชื่อมต่อสำเร็จอย่างมั่นคงแน่นหนาแล้ว ญาณที่เกิดเป็นเรื่องเส้นปธานทั้งสิบจริงๆครับ

...ถ้าเป็นฝ่ายโยคะก็จะเห็นจักระทำงาน...ใน Astral Body...ไม่ต้องมาคิดมากำหนดเอง...ทั้งสิ้น...!!!





                                                                                                ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
  

* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap