Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Showing posts with label สัมมัปปธาน ๔. Show all posts
Showing posts with label สัมมัปปธาน ๔. Show all posts

Monday, January 7, 2019

ความล้มเหลว เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด...




Atthanij Pokkasap


 
ความล้มเหลว เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด...

ของ ผม....

เราไม่เคยพรากจากกัน

เพราะ.. เราร่วมเป็นประจักษพยาน

เห็น.....

พวกสำเร็จ..รุ่นแล้ว รุ่นเล่า ..

ที่มัน พากันตายห่า . ตายโหง...

ตายเพราะไม่ประมาณ ในความสำเร็จ

จากรุ่น สู่รุ่น ...กระเสือก กระสน...

กอบโกย อวดอ้าง แล้วก็หายหัวไป

สำเร็จแล้ว ล้มหาย ตาย.. จาก...

สำเร็จ แบบไหน ?

สำเร็จ ทำไม ?!

......


วายเม เถว ปุริโส
Vayame theva puriso,
... ได้ชื่อเป็น บุรุษ ก็เพราะมีความเพียร

นานิพฺพินฺเทยฺย ปณฺฑิโต
Nanibbindeyya pandito,
...ได้ชื่อว่าเป็น บัณฑิต ก็เพราะไม่เคย
เบื่อหน่ายต่อความเพียร ที่ได้เพียรแล้วนั้น

ปสฺส วายมสฺส ผลํ
Passa vayamassa phalam,
... ความเพียร ที่จะไร้ผล...ไม่มี !!

ภุตฺต อมฺพา อินีติหุ ฯ
Bhutta amba initihu.
เหมือนผู้ปลูกมะม่วง ที่เฝ้าดูแลมะม่วง
ย่อมได้ผลมะม่วงเป็นอาหาร ฉะนั้น ฯ


รู้จักกันแล้วละหรือ...
ประพฤติ ที่พระพุทธศาสนา เรียกว่า...
วา ยา มะ (VaYaMa)...ความเพียร
รู้จักกันแล้วละหรือ...
ประพฤติ ที่พระพุทธศาสนา เรียกว่า
สัมมัปปธาน ๔(Sammappadan 4)....
?!!!
ส่วนบนของฟอร์ม




Panu Wongpanuvut    ล้มลงนอนจนปวดหลัง 


Atthanij Pokkasap  ก็เหลวด้วยสิ...จะได้ไม่ปวด
หลังเค้ามะได้มีไว้ ปวด นะ...


Prirot Meepa    กะอักเลือด


Panu Wongpanuvut    เหลวครับ เหลวเป็นเรื่องเป็นราว โดนบ่นอุบอิบเป็นระยะ 


Prirot Meepa    เป็นพรวน. ช่วยพวกเขาที่ครับ. อจ. ฉงฉาน


บุ๊ง ฟิสิกส์    ใช่ครับ ผมก็ประสบความล้มเหลว จนทุกข์ในใจ สติหาว่าทุกข์นั้นอยู่ มันเจ็บจนน้ำตาแห้ง แต่หาทุกข์ไม่เจอ น้ำตาหมดแล้ว จึงได้รู้ว่าทุกข์ที่สติมันหา หล่นหาย เพียงแค่นี้ เข้าใจทุกข์ จึงดีใจและเป็นกำลังใจถ้าใครประสบความล้มเหลว เพราะคุณคือผู้ที่จะได้เห็นทุกข์ เป็นความคิด อาศัยลมหายใจเป็นอาหาร แค่ลมหายใจขาดช่วงทุกข์หายแล


Atthanij Pokkasap  พวกที่ร่ำรวยจากภาษีแผ่นดิน..รุ่นแล้วรุ่นเล่า...เมื่อวานนี้ ก็เป็น
หมาขี้เรื้อนโดนน้ำร้อนราด วิ่งชักพราดๆไปก็หลายตัว วันนี้ก็เรื้อนถอดรูปรุ่นใหม่กำลังโดน
น้ำร้อนราด...ที่ยัง ก็เข้าแถวรอ จนถึงพรุ่งนี้.....

Wednesday, January 2, 2019

ความเพียร ทั้ง ๔ ระดับนี้ ชื่อว่า "สัมมัปปธาน ๔"




Atthanij Pokkasap



ความรับผิดชอบต่อตนเอง...
คือ ไม่...ใส่ใจในมัน ผู้ละเมิด !
แต่ ความรับผิดชอบต่อสังคม.....
คือ ต้อง.. กำจัดมัน ผู้บังอาจทำลายประเพณีของธรรม แห่งความเป็นมนุษย์
เว้น...แต่ ไม่มีปัญญา
แยกแยะว่า อย่างไรคือมนุษย์
และ... อย่างไร ไม่ใช่มนุษย์
ความไม่มีปัญญาแยกแยะนี้แหละ...
มัน จึงเลว ไร้ความรับผิดชอบ พอกัน


ศาสนา สอน เรื่องกิเลส
ให้เพียรรู้จักการแยกแยะ...
ท่านเรียกธรรมหมวดนี้ว่า "สังวรปธาน"
แล้วสอนต่อให้เพียรกำจัด กิเลสที่เข้ามาละเมิดใจ
ท่านเรียกธรรมหมวดนี้ว่า "ปหานปธาน"
คือ ต้องประหาร...สถานเดียว !!
แล้วจึงให้เพียร..ขยายผลการรักษาอิสระภาพแห่งใจไว้ให้ได้พื้นที่มากยิ่งๆขึ้นต่อไป...
ท่านเรียกธรรมหมวดนี้ว่า "ภาวนาปธาน"
จากนั้นจึงสอนเท็คนิคการเพียรรักษาอิสรภาพแห่งใจ
บนพื้นที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขตให้สำเร็จ !!!
ท่านจึงเรียกธรรมแห่งเทคนิคสุดท้ายว่า
"อนุรักขนาปธาน"


ความเพียร ทั้ง ๔ ระดับนี้ ชื่อว่า
"สัมมัปปธาน ๔"....
เป็นเทรนเนอร์ผู้จัดการใหญ่มีอำนาจเต็ม
ในการดูแล และสร้างอนาคตทั้งหมดของ
"สติ"
ครับ !!!

Friday, January 13, 2017

64.Breaking Dharma PART 63




Breaking Dharma PART 63...!!!
....


วันนี้ คือ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๒ เป็นวันพระ..จันทร์ครึ่งดวง
ตรงกะ วันจันทร์ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๖
บำเพ็ญ สติ สร้างปาฏิหาริย์
ขับไล่อสัตยชนให้พ้นสังคมไทยกันครับ..!!!


สมาธิ นั้นปรากฏหนักมากใน ความเพียร คือ สัมมัปปธาน ๔
(สังวรปธาน, ปหานปธาน, ภาวนาปธาน และอนุรักขนาปธาน
พระทุกวันนี้สอนอะไร..
จึง ไม่พูดถึง สัมมาวายามะ  คือ สัมมัปปธาน ๔ นี้กันเลย???)
ท่านสัมมัปปธาน ๔ร อัครมหาสาวกผู้เลิศฝ่ายปัญญาแจกอรรถาธิบาย
สติสร้างสมาธิจากลมหายใจเข้า+ลมหายใจออก
เป็นบันทึกใน ปฎิสัมภิทามรรค ไตรปิฎกเล่ม ๓๑/๔๕ ไว้ดังนี้ ;

ข้อ (๓๘๘)
จิต มั่นคงในวัตถุใด สติ ย่อมปรากฏดีในวัตถุนั้น
สติ ปรากฏดีในวัตถุใด จิต ย่อมมั่นคงดีในวัตถุนั้น
ลมหายใจเข้า+ ลมหายใจออก ชื่อว่า "วัตถุ"
สติกับจิต จึงชื่อว่า..รู้เนื่องด้วยกาย (กายานุปัสสนา)


ไม่ใช่มากำหนดจิตเอาเองได้เลยคร้าบบบบบ...!!!


โยคาวจรฝ่ายทิเบต ถ่ายทอดเคล็ดตามๆกันมาว่า...
ลมหายใจเข้า + ลมหายใจออก คือ ม้า
จิต คืออัศวิน ผู้ขี่ม้า
โยคีเมื่อต้องการเผชิญหน้า กับ "จิต"
พึงควบคุม ม้า คือ ลมหายใจเข้า+ลมหายใจออกให้ได้
ก็ย่อมได้พบ อัศวินเจ้าของม้า


บันทึกไสยศาสตร์ไทยตำรับพระยาสีหราชเดโช
๑ ใน ๓ ขุนศึกผู้เฒ่า..
แห่งสมเด็จพระนารายณ์ มหาราชเจ้า (พ.ศ.๒๑๙๙-๒๒๓๑)
ผู้ยับยั้งการเข้ามาล่าอาณานิคมของฝรั่งเศสและอังกฤษได้สำเร็จ
เช่นเดียวกะที่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พ.ศ.๒๑๓๓-๒๑๔๘)
ทรงเคยยุติการเข้ามาล่าอาณานิคมของ โปรตุเกสและฮอลันดาสำเร็จมาแล้ว
ได้ใช้เทคนิคการ อึดกลั้นหายใจ การกำหนดคาบแห่งการร่ายอาคม
ล่องหนหายตัวฝ่าทัพพม่ามาแล้ว  ด้วยเชิงยุทธไม่แตกต่างจากจูล่งในสามก๊ก
เป็นการเรียนรู้ควบคุมลมหายใจ  ทำในสิ่งที่ผู้ไม่รู้จักการหายใจทั้งหลาย
ไม่สามารถเรียนรู้ได้
เป็นอานุภาพเกรียงไกรของกองทัพราชอาณาจักรสยามมาก่อนหน้า....


ขอท่านทั้งหลาย  จงฝึกรู้คุณภาพแห่งลมหายใจ
สร้างสติ และปาฏิหาริย์ เปลี่ยนแปลงคุณภาพสังคม
ไปสู่ความก้าวหน้าอันยิ่งใหญ่  อย่างที่บุรพชนเคยสร้างผลงาน
กันไว้เป็น ความศักดิ์สิทธิ์แห่ง "ร่มพระบรมโพธิสมภาร" กันเถิด

ขอความก้าวหน้าในอานุภาพแห่งธรรมจงคุ้มครองนำท่านทั้งหลาย
ไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองตามเป็นจริง เทอญ


Atthanij Pokkasap ถ่ายทอด จากขอนแก่น
เนื่องในวันพระ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๒
จันทร์ ๒๕ พฤศจิกายน พงศ.๒๕๕๖



...อาชีพหลักเลย คือ นั่งหายใจ...อยากรู้จักอัศวินผู้ขี่ม้า...





                                                                                                                          ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
  
  


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap

Thursday, December 29, 2016

2.Breaking Dharma PART 2





......


หลักของความเพียร ในพระพุทธศาสนา เรียกว่า สัมมัปปธาน ๔
ประกอบด้วย ;

๑.ความชั่วที่ยังไม่เกิด  อย่าให้เกิด (สังวรปธาน)

๒.ความชั่วที่เกิดขึ้นแล้ว  ต้องกำจัด (ปหารปธาน)

๓.ความดีที่ยังไม่เกิด  ต้องทำให้เกิด (ภาวนาปธาน)

๔.ความดีที่เกิดขึ้นแล้ว  ต้องทำให้เจริญยิ่งๆขึ้น (อนุรักขนาปธาน)





...นักการเมือง นักการทหารและนักวิชาการที่ร่วมกันทำแผ่นดินไทยถือเป็นความชั่ว มีผิดต่อประมวลกฏหมายอาญา  ว่าด้วยอธิปไตยของชาติและแผ่นดิน มาตรา ๑๑๙  
ต้องโทษประหารหรือจำคุกตลอดชีวิต   แต่โดยหลักธรรมแห่งความเพียรของพระพุทธศาสนา   ต้องโทษประหาร (ปหานปธาน) สถานเดียว

...ช่วยรับรู้หลักธรรมที่เด็ดขาดของพระพุทธศาสนาด้วยครับ!!!

...มาตรา ๑๑๙ โดยหลักธรรม โทษประหารสถานเดียวเท่านั้น ...กี่รัฐบาล  กี่ ผบ.ทบ. กี่ รมต.กระทรวงต่างประเทศ  กี่ รมต.กระทรวงกลาโหม  ไล่ดูกันเอาเองครับ...ไอ้ที่สอนธรรมเอะอะๆๆๆ  แผ่เมตตา  ให้อภัย...พระพุทธศาสนาถึงไม่ก้าวหน้า   กลับมาศึกษาความเพียร  ที่มีพระพุทธวจนะตรัสอุปมาเหมือนล้อที่ขับเคลื่อนยานแห่งอารยะธรรมใหม่กันด้วย   ก่อนที่จะนำพระพุทธศาสนาไปสู่การล่มสลายอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์

....ขอบิณฑบาตรด้วย ..การสอนประเภท  ชั่วช่างชี  ดีช่างสงฆ์...เอาตัวให้รอดก่อน...ทำร้าย
พระศาสนากันทั้งนั้น...

มีตรงไหน  สอนให้แผ่เมตตาให้คนชั่วและความชั่ว

มีตรงไหน  สอนให้อโหสิกรรมคนชั่วและความชั่ว...หยุดทำลายและทำร้ายพระศาสนาอย่างอำมะหิตกันได้แล้วววว...

...เพราะทำไม่ได้  ไม่มีความชัดเจนนี่แหละ   ที่ทำให้พระพุทธศาสนาหายไปจากอินเดีย  หายไปจากเอเชียกลาง และกำลังหายไปจากสยาม

... ผู้รู้ทั้งหมดไม่ยอมเข้าถึงประวัติศาสตร์ตอนพระพุทธศาสนาอุบัติขึ้น...เป็นการอุบัติขึ้นท่ามกลางสงครามทั้งนั้นครับ   กำจัดคนชั่วเพื่อรักษาผู้บริสุทธิ์จำนวนมหาศาลกว่าคนชั่วไม่รู้กี่พันเท่า...พุทธศาสนิกชนรุ่นหลังกินบุญเก่ากันเลยอ่อนแอไม่เด็ดขาด   ร่มพระบรมโพธิสมภารจึงย่อยยับ เลือกเอาครับ..ชะตากรรม   ในแง่หลักธรรมพระพุทธศาสนา..กำหนดได้ทั้งหมด...ไม่ใช่กำหนดไม่ได้..

โหดธรรมชาติ  ก็ไปดูสัตว์ป่าในอาฟริกา..หลายคนต้องร้องไห้   ที่ลูกกวางหรือลูกควายเกิดใหม่ต้องตายกับสิงโต...เพราะอะไร...

ไม่สังเกตุหรือ  ในเถระเถรีคาถา ในอัปทาน    ถ้าอ่านเอาเรื่องจริงๆ   อริยะบุคคลชั้นสูงสมัยพุทธกาล  ล้วนได้อานิสงส์เป็นราชา  มหาราชา  เป็นจักรพรรด์ ทั้งนั้น

...แล้วก็ลงนรกหมกไหม้เพราะฆ่าคนตายเป็นเบือ..เช่นท่านพระทัพพมัลลบุตร  ท่านพระสีวลี ยกทัพล้อมเมืองข้าศึก 7 ปี 7 เดือน 7 วัน   จนกรรมในภพสุดท้ายก็ต้องชดใช้...ลำดับเรื่องให้ดีๆ  คนที่ฆ่าคนแล้วชดใช้สั้นที่สุด  ก็คือท่านพระองคุลีมาลองค์เดียวเท่านั้น

...แล้วคำว่า ฆ่า (ปหาร)  ยังปรากฏมีในสัมมัปปธาน ๔ ขนาดนี้

...นี่เป็นศาสนาของนักรบผู้ชนะ (ชินสีห์, ชินราช) นะครับ...อย่าลืม....

พระพุทธศาสนาไม่ใช่ศาสนาของนายทุนที่นั่งเสพสุขในห้องแอร์..ครับ

วิถีของการประหาร   ไม่ได้หมายถึงต้องเอาให้ตาย นะครับ  ในสังคมพุทธที่เข้มแข็งมากแล้ว ท่านใช้ "เนรเทศ"   ถ้าตีความปัจจุบันก็คือ "ถอนสัญชาติ" ครับ.




                                                                                            ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
  

* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap