Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Monday, December 17, 2018

Creation of Subjectivity of Time ; Solar Plexus and Lunar Plexus in Buddhism's Yoga



Solar Plexus and Lunar Plexus 

in Buddhism's Yoga ;
The Structure of Subjective Time

Cr. Atthanij Pokkasab
โพสต์ 11 ส.ค.2015 16:21 น.
อธิบาย "เมฆฉายสูรย์จันทร์"
และ "ลมปราณอิติปิโสเดือนตะวันเบิกเมฆ"
มีเคล็ดแสดงไว้เป็น "พุทธชาฏกคาถา" ว่า
จนฺทาภํ สุริยาภญฺจ
Candabham suriyabhanca,
...โดยรัศมีแห่งพระอาทิตย์
และรัศมีแห่งพระจันทร์
(*รัศมีแห่งพระอาทิตย์=สูรยกลา:Solar Plexus
รัศมีแห่งพระจันทร์ =จัทรกลา:Lunar Plexus)
โยธ ปญฺญา คาธติ
Yodha panna gadhati,
...อันตั้งคลุมไว้แล้วด้วยกำลังแห่งปัญญา
(นตฺถิฌานํ อปญฺญสฺส..
ไม่มีปัญญา ก็ไม่มีฌาน
ปญฺญานตฺถิ อฌายิโน..
ฌานไม่มี ปัญญาก็ไม่มีฯ)
อวิตกฺเกน ฌาเนน
Avitakkena jhanena,
...คือ "ฌาน" อันไม่มีวิตก
(การดับ "วจีสังขาร" ซึ่งเป็นคุณสมบัติของทุติยฌาน)
โหติ อหภสฺสรูปโคฯ
Hoti ahabhassarupago.
...ผู้บรรลุย่อมถึงพรหมโลกชั้นอาภัสสรพรหมฯ
(อาภัสสรพรหมเป็นพรหมต้นกำเนิดของมนุษย์มีรายละเอียดเป็นประวัติศาสตร์การค้นพบอยู่ใน "อัคคัญสูตร" ปาฏิกวรรค ทีฆนิกาย พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่ม 11/45)
สูรยะกลา ชาย-กายซีกขวา หญิง-ซีกซ้าย
เทียบโหราศาสตร์ คือ ระบบ สุริยคติ
สัญลักษณ์เส้นสายเรขาคณิต เรียกว่า
"ตะวันเบิกเมฆ"
หมายถึงสว่างไสวในเวลากลางวัน
เส้นสนามแม่เหล็กชีวภาพที่สร้างระบบเวลาภายในจิต นี้ เรียกเป็นศัพท์เทคนิคว่า
"ปิงคลา นาภี(Pingla Nabhi)"
= สูรยกลา
จันทระกลา ชาย-กายซีกซ้าย หญิง-ซีกขวา
สัญลักษณ์เส้นสายทางเรขาคณิต เรียกว่า
"เดือนเบิกเมฆ"
หมายถึงสว่างไสวในเวลากลางคืน
เส้นแรงานามแม่เหล็กชีวภาพที่สร้างเวลาภายในจิตระบบนี้ เรียกเป็นศัพท์เทคริคว่า
"อิทา นาภี(Ida Nabhi)"
= จันทรกลา
ปิงคลา และ อิทา ไม่ใช่เส้น(Sen)
เพราะมี "นาภี" กำกับท้าย
ความหมายของ "นาภี" เท่ากับ มณฑล
หมายถึง "สนามแรง(Force Field)" ในทางฟิสิคส์
สมมาตรเส้นสายทางเรขาคณิต คือทฤษฎีการจัดระเบียบโครงสร้างโดยธรรมชาติให้แก่นามรูปที่ตั้งของดวงจิตเพื่อให้มีกำลังหลุดพ้นไปจากการครอบงำของอายตนประสาททั้งระบบ เป็นเทคนิคการศึกษาอยู่ในคัมภีร์ปถมังของพุทธตันตระสยามที่ถูกยกเลิกไปในสมัย ร.4
ทำไมต้องครึ่งซีก
นั่นเพราะหลักสูตรคัมภีร์ปถมัง สอนให้มีสติระลึกย้อนหลังไปจนถึงตอน เมื่อ ไข่แม่และสเปิร์มจากพ่อรวมกันเป็นหนึ่ง แล้วเริ่มแตกตัวแบ่งเซลล์เพื่อก่อตัวเป็นตัวชีวิต ที่มี ๕ ปุ่มกับระบบการหายใจ แนวเส้นแตกตัวนี้ยังปรากฏร่องรอย เรียกว่า ฝีเย็บ เมื่อเชื่อมร่องรอยแตกตัวเข้ากันได้ระหว่างฝีเย็บกับกระหม่อม...แรงสนามแม่เหล็กชีวภาพของมนุษย์จะทำงานร่วมกับสนามแม่เหล็กดวงดาว ทำให้เกิดการเข้าถึง...ปัญญาโดยสัญชาตญาณ ที่อ่านปรากฏการณ์ธรรมชาติล่วงหน้าได้...
ปัญญาโดยสัญชาตญาณเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของจิตที่ไม่ตกเป็นทาสอายตนประสาท ครับ.
ภาพประกอบโพสต์ ;
แสดงสมมาตรโครงสร้างของระบบเวลาในจิตสำนึก(Subjectivity of Time)ที่พระพุทธศาสนาค้นพบเป็นรายละเอียดอยู่ใน "#ปฏิจจสมุปปาท" ที่เรียกว่า "#ภวจักร" ประกอบด้วยสมมาตรโครงสร้าง ขวา-ซ้าย และสมมาตรโครงสร้างบน-ล่าง(ทิศทั้งสอง คือทิศเบื้องบนและทิศเบื้องล่าง) มีรูปธรรมรองรับเรียกว่า "#อาการ๓๒(ทวัตติงสาการ)" โดยเฉพาะ "ปิตตะ"..ถุงน้ำดีและระบบน้ำเหลือง(Gallbladder and Lymphatic System) ที่รองรับสติสัมปชัญญะ..ความสามารถในการอ่านค่าเวลาในจิต(Subjectivity of Time)


No comments: