Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Monday, December 17, 2018

ปลาสชาดก (Palasajataka); นิทานกำเนิดประเพณีการกราบไหว้ต้นไม้ และ ผลแห่งการบูชาด้วยภักดีสม่ำเสมอ



อัตถนิชย์ โภคทรัพย์ 
12 เมษายน
#ข่าวสารจากพุทธกาล
#ปลาสชาดก( Palasajataka);
นิทานกำเนิดประเพณีการกราบไหว้ต้นไม้
และผลแห่งการบูชาด้วยภักดีสม่ำเสมอ
*** *** *** ***
ในอดีตกาล
เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในนครพาราณสี ครั้งนั้น พระโพธิสัตว์จุติเป็นรุกขเทวดา ณ ไม้ทองกวาว ไม่ไกลจากกำแพงเมืองของกรุงพาราณสี
ในครั้งกระนั้น
ประชาชนนิยมนับถือกันว่า มงคลเกิดเพราะเทวดา ซึ่งเรียกว่า "เทพมงคล" จึงพากันประกอบพลีกรรมเป็นนิตยกาล
ในชนเหล่านั้น ยังมีพราหมณ์ยากจนผู้หนึ่ง ตั้งใจจักปฏิบัติบูชาเทวดา จึงแผ้วถางที่รอบโคนไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ถอนทึ้งหญ้ารกทิ้ง ทำพื้นที่ให้สะอาดเรียบร้อย ล้อมรั้วให้เป็นระเบียบ เกลี่ยทรายลง แผ้วกวาด เจิมโคนไม้ด้วยสุคนธชาติ บูขาด้วยมาลัยของหอมและตามธูป ตามประทีปโคมไฟให้สว่าง พลางกล่าวว่า
"ขอท่านจงเป็นอยู่สุขสบายเถิด"
แล้วก็ทำประทักษิณ(เดินเวียนขวา) กลับไป
แม้ในวันอื่นๆ ก็ปฏิบัติอยู่เช่นนี้สม่ำเสมอ
นานวันเข้า รุกขเทวดาผู้โพธิสัตว์ จึงดำริว่า
"พราหมณ์นี้ บำรุงเรายิ่งนัก
คงมีความประสงค์สิ่งใด พึงเราจักถาม
แม้เรารู้ก็พึงอำนวยสิ่งที่พราหมณ์ผู้นี้ประสงค์"
ดังนั้น ในวันหนึ่ง ขณะที่พราหมณ์กำลังปัดกวาดภายใต้ควงร่มไม้อยู่ รุกขเทวดาจึงแปลงเพศเป็นพราหมณ์เฒ่า เดินเข้ามาถามว่า
๏ อเจตํ พฺราหฺมณ อสฺสุณนฺตํ
...Acetam brahmana assunantam,
ชาโน อชานนฺต อิมํ ปลาสํ
...Jano ajananta imam palasam,
อารทฺธวิริโย ธุวํ อปฺปมตฺโต
...Araddhaviriyo dhuvam appamatto,
สุขเสยฺยํ ปุจฺฉสิ กิสฺส เหตุ ฯ
...Sukhaseyyam pucchasi kissa hetu.
แปลว่า
"ดูก่อน พราหมณ์
ท่านก็รู้อยู่ว่า ต้นทองกวาวนี้ไม่มีจิต
ไม่ได้ยินสำเนียงใครๆพูด
และไม่รู้สึกอะไรๆ
แล้วท่านมาพากเพียรพยายาม
ไม่ได้มีความประมาท
หมั่นมาถามรุกขชาติถึงสุขไสยาเสมอๆ
ทุกเวลา เพราะเหตุอันใดหรือ?"
พราหมณ์ผู้ยากจน ตอบว่า--
๏ ทูเร สุโต เจว พฺรหา ว รุกฺโข
...Dure suto ceva braha va rukkho,
เทเส ฐิโต ภูตนิวาสรูโป
...Dese thito bhutanivasarupo,
ตสฺมา นมสฺสามิ อิมํ ปลาสํ
...Tasma namassami imam palasam,
เย เจตฺถ ภูตา จ ธนสฺส เหตุฯ
...Ye cettha bhuta ca dhanassa hetu.
แปลว่า--
"ต้นทองกวาวใหญ่นี้ ตั้งอยู่ในตำบลที่ดอน ปรากฏแก่ชนนิกรผู้เดินทางมาแต่ไกล ท่าทีเป็นที่พำนักอาศัยของเทพยเจ้าชาวรุกขพิมาน เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงนมัสการบูชาต้นทองกวาวนี้ กับทั้งเทพยเจ้าผู้ทรงสิงสถิตอยู่ ณ ต้นทองกวาวนี้ด้วย เพราะ..เหตุแห่งทรัพย์"
เมื่อรุกขเทวดาผู้โพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้นแล้ว ก็เกิดความพึงพอใจ กล่าวปลอบโยนพราหมณ์ผู้ขัดสน สำแดงตนให้พราหมณ์ได้รู้ว่าเป็นรุกขเทวดาผู้สิงสถิตอยู่ในต้นทองกวาวใหญ่นี้ และรับว่าจักให้ทรัพย์แก่พราหมณ์
ครั้นแล้ว รุกขเทวดาผู้โพธิสัตว์ก็สำแดงอิทธานุภาพคืนเพศเทวดา ขึ้นไปประดิษฐานในอากาศ ใกล้ประตูวิมานแห่งตน กล่าวคาถาว่า--
๏ โส เต กริสฺสามิ ยถานุภาวํ
...So te karissami yathanubhavam,
กตญฺญุตํ พฺราหฺมณ เปกฺขมาโน
...Katannutam brahmana pekkhamano,
กถํ หิ อาคมฺม สตํ สกาเส
...Katham hi agamma satam sakase,
โมฆา เต อสฺสุ ปริผนฺทิตานิฯ
...Mogha te assu paribhanditani.
แปลว่า--
" พราหมณ์เอย!
เราเล็งเห็นความกตัญญูที่ท่านมาบำรุงบูชาเรา เราจักทดแทนสนองบุญคุณแก่ท่าน ตามสมควรแก่อานุภาพของเรา
ความดิ้นรนขวนขวายทางกาย ด้วยสามารถชำระแผ้วกวาดภายใต้ควงร่มต้นไม้นี้ ทำให้สะอาดเรียบร้อยเจริญตา และความดิ้นรนขวนขวายทางวาจา ด้วยสามารถที่มาไต่ถามถึงสุขไสยา ของท่านผู้มาถึงสำนักสัตบุรุษผู้มีสันดานสงบเช่นเรา ไฉนเล่าจักเปล่าประโยชน์โสตถิผล"
"ดูก่อน พราหมณ์!....
๏ โย ตินฺทุรุกฺขสฺส ปโร ปิลกฺโข
...Yo tindurukkassa paro pilakkho,
ปริวาริโต ปุพฺพยญฺโญ อุฬาโร
...Parivarito pubbayanno ulhari,
ตสฺเสว มูลสฺมิ นิธี นิขาโต
...Tasseva mulasmi nidhi nikhato,
อมายาโท คจฺฉ นํ อุทฺธราหิฯ
...Amayado gaccha nam uddharahi.
แปลว่า--
....ณ ต้นเลียบใหญ่โต ตั้งอยู่เบื้องหลังแห่งต้นมะพลับ อันล้อมด้วยรั้วโดยรอบ เคยเป็นที่มหาชนถวายบูชายัญใหญ่มาแต่กาลก่อนเก่า ขุมทรัพย์อันเขาฝังไว้ ณ โคนต้นเลียบ นั้นแล พราหมณ์ท่านจงไปขุดเอาทรัพย์นั้นขึ้นมาเถิด"
บอกแก่พราหมณ์ผู้ขัดสนฉะนี้แล้ว รุกขเทวดาผู้โพธิสัตว์ก็ได้แสดงอิทธานุภาพเอื้ออำนวยความสะดวกแก่พราหมณ์ต่อ ว่า--
"พราหมณ์เอ๋ย !
เมื่อท่านขุดเอาทรัพย์ขึ้นมาจักเป็นความลำบาก เชิญท่านกลับไปเถิด เราจักขนเอาไปให้เอง ท่านเมื่อได้ทรัพย์นี้แล้ว ท่านจงใช้สอยทรัพย์ จงบริจาคทาน รักษาศีลไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่เถิด"
ครั้นแล้ว
รุกขเทวดาผู้โพธิสัตว์ก็บันดาลทรัพย์นั้นไปประดิษฐานในเรือนแห่งพราหมณ์ด้วยเทวานุภาพ แล ฯ

๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏
ชาดกแห่งต้นทองกวาว(ปลาสชาดก)แสดงให้รู้ว่า--
1. คนผู้รู้จักบำรุงรักษาต้นไม้ ต้นไม้ก็ย่อมบำรุงรักษาคน ตามหลักของระบบนิเวศน์วิทยา(Ecology)
2.ประเพณีกราบไหว้บูชาต้นไม้ใหญ่ เป็น #ประเพณีแสดงความกตัญญูต่อระบบนิเวศน์วิทยาที่เก่าแก่ของสังคมมนุษย์ แม้แต่พระพุทธศาสนาเองก็ไม่ทอดทิ้งธุระในการสืบต่อ
3. ทิพยกาย(เทวดา= คือผู้เกิดแต่แสงสว่าง..เทวะ แผลงมาจากทิวา)มีสถานอาศัยทั้งในอากาศ ในต้นไม้ เป็นการค้นพบตามปกติของผู้ฉลาดในปรากฏการณ์ของชีวิตและพลังงาน(กรรมระดับต่างๆ)
*** *** *** ***

No comments: