Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Saturday, January 19, 2019

หัวใจแห่งปัญญา และ ปัญญาแห่งหัวใจ (Intelligence Heart)


Intelligence Heart
หัวใจแห่งปัญญา
และ ปัญญาแห่งหัวใจ
พระพุทธศาสนาค้นพบ "กลุ่มสัญญา" ที่เกิดจากคลื่นสื่อสารในเซลล์ที่ประกอบขึ้นเป็นหัวใจที่ชาญฉลาดเป็นเอกเทศนอกระบบเหตุผลของสมอง และนอกอารมณ์ระบบความรู้สึกทั้งหมด ..โดยหัวใจ เป็นอวัยวะเดียวของมนุษย์ที่ผลิตเลือดเลี้ยงตัวเองได้ ซึ่งในวันหนึ่ง 24 ชั่วโมง หัวใจนอกจากผลิตเลือดหล่อเลี้ยงได้เองแล้ว ยังจะต้องทำงานปั๊มป์เลือดในข่ายใยให้หมุนเวียนต่อเนื่อง เฉลี่ยถึง 2,000 ลิตร ต่อสรีระร่างของบุคคลหนึ่งๆ ในแต่ละวัน
เจตนาในการทำงานส่วนนี้ของหัวใจ จึงถูกจัดให้อยู่ในปัญจกขันธ์(ขันธ์ทั้ง5) ก็คือขันธ์ที่ถูกบัญญัติให้เป็น...
"#สังขารขันธ์"
เมื่อค้นพบ..หัวใจและข่ายใยซึ่งเป็นสมมาตรโครงสร้างของระบบไหลเวียน..หัวใจได้ทำหน้าที่ปั๊มป์ส่งเสบียงพลังงานจากลำไส้เล็กและปอดผ่านเลือดดำ-สันนิจิตโลหิตไปเป็นเลือดแดง-สังสรณะโลหิตไหลเวียน ไปหล่อเลี้ยงเซลล์ของอวัยวะและองคาพยพตลอดสรีระร่างกาย ตามที่แต่ละส่วนต้องการ
จึงได้ถูกบัญญัติเป็น
"รูปอาศัย อันดับ 4" ในอุปาทายรูป24 ชื่อ
"#หทัยรูป"
โดยข่ายใยของระบบเองมีหัวใจเป็นศูนย์กลางของสมมาตรโครงสร้าง และ พระพุทธศาสนาให้ชื่อเฉพาะ ว่า
"#หทัยวัตถุ"
ความฉลาดในการกำหนดปริมาณพลังงานบรรจุในเซลล์เม็ดเลือดที่ต้องปั๊มป์ส่งไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆตลอดสรีระร่างของหัวใจนี้เป็นฐานรากของปัญญาทั้ง3 คือ..
จินตามยปัญญา/สุตตมยปัญญา/ภาวนามยปัญญา และเป็นแหล่งกำเนิด(คูหาสยํ) ของ
มโนธาตุ/ วิญญาณธาตุ/มโนวิญญาณธาตุ
ที่เมื่อเข้าไปร่วมกับ..
เซลล์รู้ของ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ได้แก่
จักขุวิญญาณ -รู้ทางประสาทตา
โสตวิญญาณ -รู้ทางประสาทหู
ฆานวิญญาณ -รู้ทางประสาทจมูก
ชิวหาวิญญาณ-รู้ทางประสาทลิ้น
กายวิญญาณ -รู้ทางประสาทกาย
เหตุการณ์ที่รวมกันใหม่ จะเกิดเป็น
"มโนวิญญาณ" ทันที
เรียกสรุปรวมๆเหตุการณ์ใหม่นี้ว่า
"กามคุณ5"
และหากไม่รวม ..เหตุการณ์นี้ก็จะเป็นเท็คนิคคำสอนตรงของพระพุทธเจ้า คือ เป็นจิต ที่ในพระอภิธรรมปิฎก เรียกว่า
"#มโนธาตุวิญญาณ"
เรียกลำดับเหตุการณ์ใหม่นี้เป็น
"ปฐมจิต" บ้าง
"ภวังคจิต" บ้าง
ดังพระพุทธบัญญัติในธรรมบทคาถาว่า
"จิตนี้เป็นปภัสสร
แต่เศร้าหมองด้วยอุปกิเลสที่จรมา"
โดยเศร้่าหมอก็คือตอนไปรวมกับข้อมูลกามคุณ5 ในเซลล์รู้ของ ตา หู จมูก ลิ้น กาย นั่นเอง
ขณะเดียวกันก็มีกำลังเสริมที่ยิ่งใหญ่ลักษณะเดียวกับคลื่นในมหาสมุทร แผ่ออกมาจากเยื่อในกระดูกในสถานะของพลังงานนิวเคลียร์สังเคราะห์ธาตุ ที่ธาตุคาร์บอนจากสารอาหาร เคยถูกสังเคราะห์เป็นอินทรียสารด้วยกระบวนการเดียวกันนี้ผ่านข่ายใยระบบไหลเวียนโลหิต(ที่เลือดหยุดทำงาน..ที่มาของลมหายใจสงบรำงับ และอาการเย็นระดับต่างๆของ "ปีติ")เข้ามาสมทบ
เป็นสถานะรองรับจิตที่หลุดพ้นไปจากการครอบงำของกามคุณ 5 ที่เป็นข้อมูลอยู่ในเซลล์ประสาททั้งหมดที่เกิดการทำงานเป็นระบบอายตนะไป เป็นที่มาของจิตขณะสมาธิในบันทึกทั้งหมดของพระไตรปิฎก
การเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง
เหตุการณ์ที่ส่งมาจาก
มโนธาตุ/ วิญญาณธาตุ/มโนวิญญาณธาตุ
ของหัวใจ(จิตสังเคราะห์กาย) ถึง ศูนย์รวมของระบบอายตนประสาททั้ง5(กายสังเคราะห์จิต) นี้ มีทั้งหมด 24 กระบวนวิธีการ
เป็นที่มาของ 1 ในบทสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ ชื่อ
"#พระมหาปัฏฐาน" หรือ...
"#มหาปัฏฐ์24" ในวิชา "ปัด" ของไสยศาสตร์ไทย นั่นเอง.
หัวใจยิ่งใหญ่ ของทุกคน ที่พระพุทธศาสนาค้นพบนี้
ถูกความไร้ปัญญาของคนทุกวันนี้ย่ำยีใช้งานอย่างโง่ๆ สุดถ่อยเถื่อน จริงๆ
..... ..... .....

No comments: