Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Wednesday, January 2, 2019

ผู้ฆ่าราชาแห่งความยึดมั่นถือมั่น และ ฆ่าพ่อแม่แห่งกิเลสตัณหา




Atthanij Pokkasap 




เมื่อพ่อแม่  เป็นแค่สัญญลักษณ์ของกิเลส 
ราชาเป็นแค่สัญญลักษณ์ของความยึดมั่นถือมั่น
..ก็จำเป็นต้องฆ่าทิ้ง...
และเมื่อประชาขนเป็นสัญญลักษณ์ของ Vibrations ที่มีสมรรถนะจำกัด
..ก็ย่อมสมควรทำลายทิ้งเพื่อปรากฏการณ์ที่สูงส่งกว่าจะได้เกิด...   

                                      
ผู้ฆ่าราชาแห่งความยึดมั่นถือมั่น และฆ่าพ่อแม่แห่งกิเลสตัณหา...ถ้าจำไม่ผิด คือ
เอตทัคคะผู้เลิศในเสียงไพเราะ ท่านลกุณฏกภัททิยะเถระ มหาอรหันต์ร่างเล็กหลังค่อม
อดีตมหาราชากีกิ..ผู้สั่งลดขนาดเจดีย์พระกัสสปะทศพลสัมมาสัมพุทธเจ้า...


วันเวลาที่พระบรมศาสดาตรัสอุปมานี้  น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ อมนุษย์เต็มพระนครทั้ง ของราชคฤห์แห่งมคธ และ สาวัตถีแห่งโกศล....มหาชนจะปลอดภัยและรุ่งเรื่องเป็นจักรวรรดิ์...มันจึงต้องฆ่า....ถ้าหวังความเจริญใหญ่จริง....
นอกจากฆ่าแล้ว  ต้องทำลายแคว้นทิ้งด้วย...เพราะมันคือประชาชนที่เต็มไปด้วยความคับแคบแห่งความรู้ของระบบอายตนะ!!!
ปชช.ที่เสื่อมคุณภาพ  ต้องทำลายทิ้งยกแคว้น(อายตนะ-คือสนาม หรือแคว้น)...ครับ


คำสาปฤๅษี ใน อุปาลิวาทสูตร(ไตร เล่ม ๑๓/๔๕) ทำให้อาณาจักร คือ แคว้นกุรุ ล่มลงไปในมหาสมุทรถึงกว่า ๓๐๐ โยชน์(๕๐๐๐ กิโลเมตร)จึงไม่ใช่เรื่องแปลก...ที่แปลกคือ..อาณาจักรที่ล่มทั้งหมด เป็นตำนานที่ เทวทัตมาล้างผลาญพระบรมโพธิสัตว์ทั้งสิ้น(เทวทัตจองอเวจี เป็นบ้านพัก บ่อยครั้งมาก)
น่าจะเป็น..ปฏิกิริยา ร่วมระบบคะตะไลท์...สำหรับ สัมมาสัมพุทธอัจฉริยะแบบปัญญาธิกะ
ซึ่งไม่พบมีในสัมมาสัมพุทธแบบทั่วๆไป(ศรัทธาธิกะ และ วิริยาธิกะ) ก็เป็นได้!!!


คำสอนของ อัจฉริยะในหมู่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า...นะครับ...
ปฏิจจสมุปปาท ฝ่าย ศรัทธาธิกะ และวิริยาธิกะ สิ้นสุดแค่ วิญญาณ= นามรูป 
และ มาไม่ถึง สังขาร และอวิชชา ครับ!!!  
ซึ่งลึกเข้ามาอีก ๒ ระดับ เป็นปรากฏการณ์กำเนิดเชิงซ้อนของสนามเวลาล้วนๆ....
ถ้าไม่จับประเด็นวิทยาศาสตร์สูงลิบลิ่วของ ไอน์สไตน์มาเทียบเคียง...ไม่มีทางเกิดปัญญาญาณได้เลย...พวกมันมั่วอย่างบ้าคลั่งและไร้สติ โดยเฉพาะยุครัตนโกสินทร์ตอนกลางที่บ้าคลั่งอยากเป็นฝรั่ง...บ้าคลั่งชัดเจนเลยครับ....


วิทยาศาสตร์บริหารและจัดการที่ล่าคนมาเป็นทาส..และสร้างอาวุธปล้นทรัพยากรโลก...เป็นแค่วิทยาศาสตร์ทาสนายทุนในระบบเสรีนิยมเท่านั้นเอง...ไม่ได้มีอะไรยิ่งใหญ่เลย...
ปัญหาโลกๆ ถ้าชาวโลกมันแก้ได้เหมิอนที่มันสร้างปัญหา
พระพุทธเจ้า พระศาสดาทั้งหลายก็ไม่จำเป็นต้องมาเกิดแล้ว


No comments: