Loading...

Friday, January 13, 2017

71.Breaking Dharma PART 70





Breaking Dharma PART 70...!!!
....


วันนี้ เพ็ญเดือนอ้าย ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑
ตรงกับ อังคารที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๖

ตอน ข่าวสารของเปรต จากพุทธกาล


....ข้าพเจ้าไม่มีศรัทธา เป็นคนตระหนี่เหนียวแน่น
ได้ด่าว่าพวกยาจก และห้ามปรามมหาชนผู้ให้ทานทำบุญ
ทำลายสระน้ำ บ่อน้ำที่เขาขุดไว้ สวนผลไม้ สวนดอกไม้ ศาลาท่าน้ำ
และสะพานในที่เดินลำบาก ที่เขาปลูกสร้างไว้ ให้พินาศ
ข้าพเจ้าไม่ได้ทำความดีไว้เลย
ทำแต่ความชั่ว จุติจากชาตินั้นแล้ว บังเกิดในปิตติวิสัย
เพรียบพร้อมไปด้วยความหิวกระหาย ตลอด ๕๕ ปี นับจากตายแล้ว
ข้าพเจ้ายังไม่ได้กินข้าวและน้ำเลยแม้แต่น้อย

การสงวนทรัพย์ คือ ไม่เอื้อเฟื้อแก่ใครๆ
เป็นความพินาศของสัตว์ทั้งหลาย
ความฉิบหาย คือการสงวนทรัพย์
ได้ยินว่าเปรตทั้งหลาย รู้ว่า
การสงวนทรัพย์ คือการไม่เอื้อเฟื้อทานแก่ใครๆ เป็นความพินาศ
เมื่อก่อน ข้าพเจ้าสงวนทรัพย์ไว้
เมื่อทรัพย์มีอยู่เป็นอันมาก ไม่ให้ทาน เมื่อไทยธรรมมีอยู่
ไม่ทำที่พึ่งแก่ตน
บัดนี้ ข้าพเจ้าจึงได้รับผลแห่งกรรมของตน เป็นผู้เดือดร้อนแล้ว
..... ....
เพราะฉะนั้น
ข้าพเจ้าจึงเศร้าโศก ที่ต้องมาเกิดในนรกอันเร่าร้อน
ข้าแต่ท่านผู้เจริญทั้งหลาย
ข้าพเจ้าขอเตือนท่านทั้งหลาย ผู้มาประชุมกัน ณ ที่นี้
พวกท่านอย่าทำบาปกรรมในที่ไหนๆ คือ ในที่แจ้งหรือในที่ลับ
ถ้าท่านจักกระทำบาปกรรมนั้นไว้
แม้พวกท่านจะเหาะหนีไปอยู่ที่ไหน
ก็ย่อมไม่พ้นจากทุกข์
ขอท่านทั้งหลาย จงเลี้ยงมารดา จงเลี้ยงบิดา
ประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในสกุล
เป็นผู้เกื้อกูลแก่สมณะและพราหมณ์
ท่านทั้งหลาย จักไปสวรรค์ด้วยการปฏิบัติอย่างนี้
บุคคลจักอยู่ในอากาศ ในท่ามกลางมหาสมุทร
หรือเข้าไปอยู่ช่องภูเขา พึงพ้นจากบาปกรรมที่ทำไว้ ย่อมไม่มี
หรือ บุคคลอยู่ในส่วนแห่งภาคพื้นใด พึงพ้นจากบาปกรรม
ที่ตนได้กระทำแล้วในภาคพื้นนั้นได้
ย่อมไม่มี.


จาก คำประกาศ กรรมเก่า ของ เปรตเฝ้าสมบัติ (ธนปาลเปต)
เปตวัตถุ ข้อ (๑๐๔) ขุททกนิกาย ไตรปิฎก สยามรัฐ เล่ม๒๖/๔๕


การให้ทานด้วยทรัพย์ไม่มี การเอื้อเฟื้อต่อธรรมไม่มี
การเข้าครอบครองสถานที่ประกอบประโยชน์ของสาธารณชน
เป็นสันดานของมนุษย์ผู้ต้องการเป็น เปรต ครับ


Atthanij Pokkasap รายงานคำสารภาพของเศรษฐีเปรตๆ
11:35 น.




...มีสันดานเป็นเปรตตั้งแต่ยังเป็นมนุษย์ ท่านเรียก มนุสสเปโต..คือเปรตในคราบร่างของมนุษย์ ครับ

...อกุศลกรรมผ่านทางปาก (วจีกรรม) ...เป็นเปรตปากหมู..หมดวาระเปรต ก็มาเกิดเป็นหมู 
วิวัฒนาการนี้ ผ่านกฏอนุรักษกรรมแห่งพลังงาน (The Law of Conservative of Energy)  
โดยคลื่นพลังงานของระบบอายตนะประสาททั้ง ๕ ที่มาของการเวียนว่ายตายเกิด กรรมมีจริง 
คือเรื่องพลังงานจากระบบอายตนะประสาทตรงนี้...ไม่ใช่เรื่องวิญญาณไปเกิด
แต่พลังงานไปอาศัยนามรูปที่เซลล์พ่อกะเซลล์ไข่จากแม่  เป็นที่รวมตัวการเกิดใหม่ 
ชีววิทยาของฝรั่งไม่รู้เรื่องวิวัฒนาการของชีวิตผ่านพลังงาน ครับ



...เป็น เอฟเฟ็คส์ จากการเรียน วิชาคาถาอาคม (ไสยศาสตร์) แล้วละเมิดต่อคำสาบานหน้าธงชัยเฉลิมพล..เอ๊ยยย์ เกือบใช่   
เอฟเฟคส์ของวิชา เลยย้อนเข้าตัว ทำให้กลายพันธุ์ ครับ
คนรวยมีโอกาศเป็นเปรต มากกว่าคนจน   ดีใจกะคนรวยคนมีอำนาจด้วยครับ

...วิญญาณไม่ได้ไปเกิด  แต่วิญญาณอาศัยพลังงานจากกรรม+จิตไปสังเคราะห์สร้างอวัยวะในครรภ์

...ช่ายยย..เป็นที่มาของ นามรูป เป็นปัจจัย ให้เกิดวิญญาณ  แล้ววิญญาณก็เป็นปัจจัยให้เกิดนามรูปไปสู่พัฒนาการเกิดของอายตนะทั้ง ๕ ทั้ง ๖ ตามวิบากที่พฤติกรรมในชาติก่อนมาเกิดกำหนดเอาไว้เอง....
เป็นที่มาของสัตว์แปลกๆตามลักษณะพฤติกรรมเก่าๆนั้น





                                                                                                  ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
  
  


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap

No comments: