Loading...

Wednesday, January 4, 2017

36.Breaking Dharma PART 35





Breaking Dharma PART 35...!!!
....


อธิปไตย ตามหลักการพระพุทธศาสนา


...ฯลฯ

ขึ้นชื่อว่า ความลับ ไม่มีในโลก
สำหรับผู้ทำบาปกรรม ดูก่อน บุรุษ! จริงหรือเท็จ
ตัวของท่านเองย่อมจะรู้ได้

แน่ะ! ผู้เจริญ.. ท่านสามารถที่จะทำความดีได้หนอ
แต่ ท่านดูหมิ่นตัวเองเสียแล้ว ทั้งท่านยังปกปิด
ความชั่วที่มีอยู่ในตน ท่านนั้น จึงเป็นคนพาล
ประพฤติหาความแน่นอนมิได้
อันเทวดา และตถาคต ย่อมเห็นได้

เพราะฉะนั้น..

ผู้ถือตนเป็นใหญ่ (อัตตาธิปไตย) พึงดำเนินการไป ด้วย สติ (สตินทรีย์)

ผู้ถือโลกเป็นใหญ่ (โลกาธิปไตย) พึงดำเนินการไป ด้วย ความเชื่อ (สัทธินทรีย์) ที่สมควรตามธรรม

ผู้ถือธรรมเป็นใหญ่ (ธรรมาธิปไตย) พึงมีปัญญาเพ่งพินิจ (ปัญญินทรีย์) โดยประพฤติตนสมควรแก่ธรรม

เพราะ มุนี ผู้มีความบากบั่นอย่างจริงจัง ย่อมไม่เลวลงไปได้
อีกทั้ง บุคคลใดมีความเพียร (สัมมัปธาน ๔) ข่มขี่มาร
ครอบงำ มัจจุ
ทำให้ถึงที่สุดเสียได้แล้ว
ถูกต้องธรรม อันเป็นที่สิ้นชาติ

บุคคลเช่นนั้น ย่อม เป็นผู้รู้แจ้งโลก มีเมธาดี
เป็นมุนี ผู้หมดความทะยานอยาก ในธรรมทั้งปวง


จาก อธิปไตยสูตร ข้อ (๔๗๙) ปฐมปัณณาสก์  เอกนิบาต  อังคุตตรนิกาย  ไตรปิฎกสยามรัฐ
เล่ม ๒๐/๔๕



อธิปไตย ๓ นี้ เป็น หลักธรรมประสานกัน ไม่แยกกัน อยู่ใน อินทรีย์ ๕ (ศรัทธา, วิริยะ, สติสมาธิปัญญา) และ พล ๕ 
ในโพธิปักขิยธรรม ๓๗ (หลักธรรม ๓๗ ประการเพื่อการหลุดพ้นทางปัญญา)

มีผู้รู้ (ไม่จริงและไม่ทั่ว) ลากนำมาสอนแทรกอยู่ในหลักการปกครองไทย (แต่ไม่รู้ที่มาที่ไปของระบบการเมืองไทย ที่ชื่อ 
"ร่มพระบรมโพธิสมภาร)  นำมาอธิบายเอาเองคลาดเคลื่อนไปจากต้นตอที่มายับเยินเละเทะ

ในหลักปฏิบัติธรรมที่เหมือนๆกับ ที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เห็นกิริยา-ปฏิกิริยาปรากฏการณนิวเคลียร์ที่อนุภาคเกิดใหม่กระทำต่อกัน ก็คือความหมายของธรรมตามที่พระพุทธศาสนาค้นพบนี้เอง

อัตตาธิปไตย ตรงตัว  คือ เผด็จการ ความเด็ดขาด   นักปฏิบัติธรรมผู้หวังผลแห่งความก้าวหน้าต้องมี คือ การกำจัดความชั่วที่เป็นบาปอกุศลอย่างเด็ดขาด (สังวรปธาน และ ปหานปธาน ..๒ ข้อแรกใน ความเพียร..สัมมัปปธาน ๔)   
เพราะความดี ความชั่ว ประโยชน์ ไม่ใช่ประโยชน์ ปัจเจกชนและส่วนรวม..ท่านใช้สติ เป็นตัวแยกแยะและกำหนด..สติ คือ ตัวทำให้เกิดการตัดสินใจเด็ดขาด ชัดเจน

โลกาธิปไตย ตรงกับ   ถือความเชื่อพื้นฐานดั้งเดิมของสังคมเป็นใหญ่   พระพุทธศาสนาไม่เคยย่ำยีความเชื่อพื้นฐานของสังคมใดๆ   ดังเห็นได้จาก ข้อที่ ๓,, ๖ ในอัปปริหานิยธรรม ๗ ประการแห่งรัฐธรรมนูญของแคว้นวัชชีที่พระพุทธเจ้าประทานให้แก่ผู้นำแคว้นวัชชี    พระที่สอนเหยียบย่ำความงมงายของชาวบ้าน  ถือว่าละเมิดสมณานุรูปจากที่พระศาสดากำหนด...

ธรรมาธิปไตย...ถ้าศึกษาเรื่องจักรวรรดิธรรม..ที่สังคมมนุษย์รวมกันเป็นอาณาจักรหนึ่งเดียวกันได้ จะรู้..รากฐานของมนุษย์เป็นสังคมไร้ขอบเขตได้ด้วยเรื่องเดียว  คือทุกคนถือศีล ๕   
จักรพรรดิ์ มี แก้วทั้ง ๗ เป็นเรื่องคุณธรรมระดับสูงมากทั้งสิ้น..ความรู้ที่แพร่กันทุกวันนี้.
ละเมิดอย่าง บอดคลำช้างกันทั้งสิ้น....

โดยข้อเท็จจริง เรียกมันมาอาราธนาศีล ๕ ปากเปล่า (ยังไม่ต้องถือศีล)   มันก็ถูกไล่ออกเกือบหมดสภาแล้ว...มนุษย์ทุกวันนี้...แล้วจะมาเห่าหอนอยู่ทำไมเรื่องความสงบ  ความปรอง (กระ(ดอง).....


Atthanij Pokkasap รายงาน
1120 น. ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๑๐ เสาร์ ๗ กันยายน ๒๕๕๖





...ปกครองด้วยระบบ.. มุสาธิปไตย (โกหกเป็นใหญ่) กับ สัมผัปปลาปาธิปไตย (ตอแหล เพ้อเจ้อ เป็นใหญ่)  เห็นๆ อยู่...

...ไม่รู้ดีรู้ชั่ว = ไร้จิตสำนึก= ไม่มีสติ  

การศึกษา สมัยนี้  เรียกว่า เป็นกลาง...!!!




                                                                                              ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐



* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap

No comments: