Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Wednesday, February 3, 2021

เท็คนิคการรักษาอาการเจ็บป่วย จาก "ภูมิจาละสูตร" (สูตรแผ่นดินไหว)

 Atthanij Pokkasap  :-



   นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
   นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
   นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ



พักเรื่อง เทคนิคอิทธิฤทธิทำแผ่นดินไหวไว้...
วิเคราะห์ เท็คนิคการรักษาอาการเจ็บป่วย
จาก สูตร "แผ่นดินไหว(ภูมิจาละสูตร)"
อัฏฐกนิบาต อังคุตตรนิกาย ฯ กันครับ :-

 

ความสัมพันธ์ของธาตุ ๔ มีพระพุทธนิยาม
ตรัสแสดงไว้ ดังนี้

 

อากาศ(ความว่าง)อุ้มลม

> ลม-วาโยธาตุ อุ้มน้ำ

> น้ำ-อาโปธาตุ อุ้มดิน-ปถวีธาตุ                                                                                                                                 

ธาตุดิน-ปถวีธาตุหวั่นไหว (กำเริบ) เพราะธาตุน้ำ                                                                                                

ธาตุน้ำ-อาโปธาตุ หวั่นไหว (กำเริบ) เพราะธาตุลม

 

จากสมุฏฐานวิเคราะห์อาการป่วยไข้ "ตรีธาตุ"
คือ วาตะ-ปิตตะ-เสมหะ
จะเห็น วาตะ คือ ธาตุลม 
ปิตตะ(ดี,น้ำดี)และเสมหะ คือ ธาตุน้ำ
ไม่มี ธาตดิน.. และธาตุไฟ โดยเฉพาะ...ธาตุดิน 
แสดงว่า ๒ ธาตุนี้เป็นปลายเหตุ เป็นธาตุรองรับอาการ ที่ผิดปกติไปแล้ว

เพราะ ธาตุลมกับธาตุน้ำผิดปกติก่อนทั้งหมด

ในหลายตำรับยาไทยที่มีการให้ความสำคัญของธาตุดิน และธาตุไฟ โดยละเว้นความสำคัญของธาตุลม และธาตุน้ำ...
จึงเป็นการมิชอบ ด้วยสมุฏฐานวิเคราะห์
และมิชอบด้วยวิธีการรักษา

♡♡♡♡♡♡♡♡♡

 
   นี้คือ..นัยะ แห่ง วิชาจิตสรีรศาสตร์วิภาคแบบพุทธดั้งเดิม(Analytic Psycho physiology of  

   The Classic Buddhism) ในสายนักรบ (โยธาชีวะ)ของศาสนาแห่งพระชินสีห์(ชินสีหสาสน์) 

   โดยการใช้สูตร มหาภูตรูปทั้ง ๔ ภายในฉันใด มหาภูตรูปทั้ง ๔ ภายนอกก็ฉันนั้น มหาภูตรูป 

   ทั้ง ๔ ภายนอกฉันใด มหาภูตรูปทั้ง ๔ ภายในก็ฉันนั้น ตามเท็คนิคของ อิทธิบาท ๔ ภาวนา 

   (~สมาธิสัมปยุตปธานสังขาร)


   คือการนำลมหายใจเข้า-ลมหายใจออก(อัสสาสปัสสาโส) เข้าควบคุม ธาตุลมทั้ง ๖

   (อุทธังคมาวาต ๑/ อโธคมาวาต ๑/ กุจฉิสยาวาต ๑/ โกฏฐาสยาวาต ๑/

   อังคมังคานุสารีวาต ๑/ อัสสาสปัสสาโส ๑) ที่จัดระเบียบดีแล้ว

   (ปราณ ใน สูรยะกลา (ปิงคลา)- จันทระกลา(อิทา) - สุศุมญา) ไปจัดระเบียบ(บริหารจัดการ)  

   ธาตุน้ำ ๑๒ ธาตุดิน ๒๐ ใน อาการ ๓๒(ทวัตติงสาการ) ตามกฎ ของ "ภูมิจาละสูตร" เป็น

   หลักการที่มาของ นวด ๑๐๘ แม่บทฤๅษีดัดตน ที่ทำให้ พระฤๅษีทั้งหลาย แข็งแรงมีอายุ

   ยืนยาวข้ามกัปกัลปตามหลักอิทธิบาทภาวนา ... รายละเอียดนอกนี้ ต้องหลังไมค์ แล้วครับ..


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


การฝึก ธาตุลม
บริหารจัดการ ธาตุน้ำ และธาตุดิน ภายใน
(อาการ ๓๒ ทวัตติงสาการ) :-

ภูมิจาลสูตร...อัฏฐกนิบาต อังคุตตรนิกาย
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่ม ๒๓/๔๕,
มหาปทานสูตร มหาวรรค ทีฆนิกาย
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่ม ๑๐/๔๕

ว่าด้วยข้อ...ผู้มีฤทธิ(ฌานวิสัย) กระทำให้แผ่นดินไหว นั้น...

กำหนดโครงสร้างทางกายภาพไว้ว่า...
ดิน ตั้งอยู่บนน้ำ/ น้ำตั้งอยู่บนลม/ ลมตั้งอยู่บนอากาศ
เมื่อคุมลมได้ ก็คุมน้ำได้ เมื่อคุมน้ำได้ ก็คุมดินได้

 

นี้เท่ากับเป็นเทคนิคหลักของ...
การกำหนดประสิทธิภาพลมหายใจ
ควบคุมรักษากองลมทั้ง ๕ ที่เหลือ
รวมเป็นลมคุณภาพ ๖ กอง

แล้วขยายผลไป ควบคุมรักษาธาตุน้ำ ที่อาศัยลมตั้งอยู่
จากนั้นจึงเข้าควบคุมธาตุดิน ที่อาศัยน้ำตั้งอยู่
ลมหายใจเข้า-ลมหายใจออก...จึงเป็นที่มาของ...
ปราณรักษา ประสิทธิภาพ อาการ ๓๒ (ทวัตติงสาการ)
โดยภาพภายนอกคือ...อสีติ..๘๐ ท่าแม่บทฤๅษีดัดตน
ครับ...!!!!

 

Wednesday, May 6, 2020

Visakha Puja Day is one of the greatest religious holidays in Thailand, around the world and the Universe.






นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส

วันนี้.....
เป็น วันประสูติ
วันตรัสรู้
วันเสด็จดับขันธปรินิพพาน
แห่งองค์พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้นำพระพุทธศาสนาสร้างอารยธรรมสากลนับจากสมัยพุทธกาล ชี้นำอารยธรรมโลกอย่างต่อเนื่องมากกว่า ๒,๐๐๐ ปี

ความยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนาตามหลักฐานที่บันทึกในภาษาบาลี ในสมัยพุทธกาล มีศูนย์กลางการเผยแผ่พระศาสนาอยู่ที่พระนครสาวัตถี เป็นรัศมีกระจายออกมา ๑๒๐ โยชน์ ถึง ๒๐๐ โยชน์ คือ ประมาณ ๒,๐๐๐ กิโลเมตร ถึง ๓,๕๐๐ กิโลเมตร โดยท่านพระอนุรุทธะเถระเจ้า เป็นผู้นำพระพุทธศาสนาตามรับสั่งพระบรมศาสดาไปประดิษฐาน ณ อุคคนคร บนเส้นทางสายไหม เป็นองค์แรก
มีท่านพระมหากัจจายนะเถระเจ้า ผู้สถาปนามหาวิทยาลัยพุทธแห่งตักศิลานคร ให้การศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างเป็นระบบ ในสมัยพุทธกาลเป็นองค์แรกด้วยเช่นกัน

หลักฐานชั้นโบราณวัตถุสมัยพุทธกาลของพระพุทธศาสนา ตรงตามบันทึกเมืองเหนือ(ล้านนา-ล้านช้าง) เพราะรัศมีการเผยแผ่..แผ่มาถึงตอนกลางลุ่มแม่น้ำโขง
กำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาล คือ ชาวศาสนาโซโรอัสเตอร์ หรือสาราธูษตรา..เป็นศาสนาบูชาไฟของชาวมหาอาณาจักรมิโด-เปอร์เซีย ซึ่งบาลีเรียกว่า "#อัคคีเวสนะ" เป็นมหาอำนาจสากลอาณาจักรแรกสุดของโลกในสมัยนั้น ร่วมกับ ชาวแคว้นคันธาระโบราณดั้งเดิม และ ชาวกรีกไอโอเนียน ที่ในบาลีบันทึกเป็น ชาวแคว้นโยนก(Yonaka)ทำหน้าเผยแผ่อย่างเข้มแข็ง

ในพระบาลีเอง..บันทึกชัดเจนว่า
พระนครสาวัตถีในสมัยพุทธกาลรุ่งเรืองอย่างยิ่งใหญ่ มีผู้คนกล่นเกลื่อน ถึง ๗๐ ล้าน คน มีชาวทะเลทราย(อาระเบีย) ขี่อูฐเดินทางมาขายแรงงานอย่างมากมายต่อเนื่องในพระนคร จนเป็นที่มาของคำด่า คนหยาบคาย ของชาวพระนครสาวัตถี ว่า "แก-ไอ้อูฐ(เห-กาเมลโกสิ)"
ทรากปรักหักพังของพุทธนคราโบราณสถาน มีปรากฏทั่วไปตลอดเส้นทางสายไหม ตลอดภาคเหนือของประเทศอิหร่านปัจจุบัน และตลอดทั่วทั้งทวีปเอเซียกลาง จดภาคตะวันตกและภาคใต้ของประเทศจีน ตรงตามหลักฐานในภาษาบาลีแทบทั้งหมด

น่าเสียใจยิ่งนัก...
ที่หลักฐานในบันทึกภาษาบาลี
กลับไม่มีชาวพุทธในปัจุบันใดๆ
ค้นคว้าศึกษาไปถึง
ช่างเป็นวันวิสาขาบูชารำลึก
ที่น่าสลดใจยิ่งนัก..ปีแล้วปีเล่า
แต่ข้าฯ นิช อัตถนิช โภคทรัพย์ และ Atthanij Pokkasab ผู้ค้นคว้า และโพสต์เปิดเผยความยิ่งใหญ่ในบันทึกแห่งพระบาลี แบบข้ามภพข้ามชาติ ก็จะยังคงทำหน้าที่นี้ต่อๆไป
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

Sunday, March 1, 2020

ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาในเวียดนามและความสัมพันธ์กับราชสำนักสยาม


นิช อัตถนิชย์ โภคทรัพย์


พระพุทธศาสนาของเวียดนามนั้น
รับช่วงมาจากชาวจามแห่งอาณาจักรจามปา(จุฬนี)
ที่ #ท่านพระโพธิธรรมะนำพระพุทธศาสนาสากล
#จากลุ่มแม่น้ำสินธุไปประดิษฐาน อยู่ ๓ ปี
(พ.ศ.๑๐๖๗) ก่อนจาริกไปสู่ประเทศจีนในพ.ศ.๑๐๗๐
(ท่านพระโพธิธรรมเป็นราชโอรสรัชทายาทในราชวงศ์กุษาณะ ออกผนวชโดยสละตำแหน่งรัชทายาทตามกฎมณเทียรบาลให้แก่พระเจ้ากิตราช..ที่อาหรับออกเสียงว่า กิดาราชาฮี..พระราชาองค์สุดท้่ายแห่งราชอาณาจักรกุษาณะ ที่..กำลังถูกราชวงศ์ผู้นำชนเผ่าหุณ..Hun ซึ่งนับถือคติพระเวทสายไศวนิกายและไวษณพนิกายและก็เป็นดองกันด้วย ชิงอำนาจและกดดันให้ล่มสลายอยู่)

เมื่ออาณาจักรจามปาล่มสลาย
โดยแพ้สงคราม ๒๐๐ ปี ต่อเวียดนาม
กองทัพจามก็ได้เข้ามาสวามิภักดิ์ต่อราชสำนักสยาม พ.ศ.๒๐๐๔ในแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
และเวียดนามก็รับช่วงศรัทธาในพระพุทธศาสนา
ต่อมา ขณะที่ชาวจามกลายเป็นอิสลามิกชน แบบเดียวกับชาวราชสำนักราชวงศ์หมิงตอนปลายราชวงศ์ไปแล้ว
(#ข้อควรสังเกต ;
ราชวงศ์หมิงของจีน ต้นทางเป็นชาวศาสนามนิคี ตอนปลายราชวงศ์เป็นชาวอิสลามิกชน
ชาวราชอาณาจักรจามปา ชวาและมะลายู ต้นทางเป็นพุทธศาสนาสากลและคติรามเกียรติ์ ปลายทางเป็นชาวอิสลามมิกชน โดยช่วงระเวลาใกล้เคียงกับการเปลี่ยนแปลงของราชสำนักราชวงศ์หมิงของจีน..เป็นเหตุการณ์เกิดก่อนหน้าสมเด็จพระนเรศวรมหาราชขึ้นครองราชย์เล็กน้อย และทั้งหมดมีสัมพันธไมตรีที่ดีกับกรุงศรีอยุธยา รวมญี่ปุ่นโดยโชกุนโตกุกาวา ด้วย)

ที่สำคัญ..
ในพื้นที่พุทธโบราณสถานของชาวจาม..
ในเวียดนาม มีทรากปรักหักพังของวัดไทยโบราณ ซึ่งกล่าวกันในหมู่ผู้รู้ประวัติศาสตร์ตามเป็นจริงด้วยว่า องเชียงสือ ก่อนเสด็จกลับเวียดนาม
สมเด็จโตได้สร้างพระสมเด็จถวาย
ก็ทรงได้นำพระสมเด็จที่รับมาจากสมเด็จโต
บรรจุกรุฝากไว้ในพระพุทธศาสนา
ที่วัดไทยโบราณนี้ด้วย....

Friday, February 14, 2020

อริยภุมมามหาพรหม แห่ง เทือกเขาพนมดงรัก และ ดอยตุง เชียงราย





บ้านดงงู อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว


ท่าน ธังสุทธะสุธัง

อริยภุมมามหาพรหม

แห่งเทือกเขาพนมดงรัก

(พ.ศ.๒๕๔๑ ณ หมู่บ้าน ดงงู)

กาลครั้งหนึ่ง ของ Atthanij Pokkasap



"ปู่ฤๅษี กมลา"

อริยภุมมามหาเทพฤๅษี

แห่ง ดอยตุง เชียงราย

กาลครั้งหนึ่ง ของ Atthanij Pokkasap





Prirot Meepa    น่าจะหลาย กาล เกิน. ครับ อ.


Atthanij Pokkasap  Sha..la.. la... la... Wow... woww...


Prirot Meepa    รวมเล่ม เลยครับอาจารย์ (เอกัง. สะมะยัง. ฯ)


Sirimongkol Tobngam    ผมเห็นด้วยครับครูรวมเล่มครับ


Atthanij Pokkasap  ขนาดยังไม่เอามาเล่า...
แค่ขี่ม้าเลียบเมือง...มันยังลากจากเฟซไปทำระยำ...ทั่วเลยครับ...


Atthanij Pokkasap  ปู่ฤๅษีกมลา..นี่ เจ้ายาสมุนไพร แห่งดอยตุงเลยเชียวนะ


Sirimongkol Tobngam    ก็อ้ายพวกอวดรู้นะครูมันยังไม่รู้อะไรอีกเยอะครับ
พวกที่ไม่รู้เรื่องเดี๋ยวก็เจอกับชั้นมเหสักข์ก็คงจะรู้ครับ


Atthanij Pokkasap  คงไม่รู้..ข้ามภพข้ามชาติ ไปแล้วล่ะ..ว่าทำไมชีวิตพวกมันจึงต้องตกต่ำซ้ำซาก.. ผิดพลาดสิ้นหวังในความหวังทุกอย่าง..บั้นกลางยันปลายเป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรง..อัมพฤก อัมพาต แดกทั้งตระกูล....ช่วยไม่ได้แล้วล่ะครับ....


Sirimongkol Tobngam    Atthanij Pokkasap ตามกรรมครับ ครู


Panu Wongpanuvut    โปรโมทระยำทำฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย


Prirot Meepa    หาทั่วดอยมิเจอ มิชะยา


Sirimongkol Tobngam    ขนาดพระยังอาพาตเพราะต้นยาเลยครับ อย่าประมาทตามที่ครูสอนนั้นแหละดีแล้วครับ เราแค่นักเดินทางต้องระวังมากฯครับ


Atthanij Pokkasap  ต้นไม้โดยธรรมชาติ ยังไม่ได้ชื่อว่าเป็น "สมุนไพร"...จนกว่า ได้ซับกลิ่นไอ แห่งฌานสมาบัติ จากตบะฤๅษีบ้าง จากสมณธรรมของนักสิทธิ์อุบาสก อุบาสิกาและ
พระอริยสงฆ์ (แบบพืชที่โดนกัมมันตภาพรังสี)บ้าง... พืชนั่นก็จะกลายพันธุ์จางๆ เพราะซับรังสี ปริตตารัมมณา บ้าง มหัคคตารัมมณาบ้าง อัปปมาณารัมมณาบ้าง...จากจิตของผู้บำเพ็ญเหล่านั้น พืชพันธุ์ไม้ จึงชื่อว่า "สมุนไพร" น่ะครับ


Atthanij Pokkasap  เป็นที่มาของเหตุผล เมื่อปรุงยา...ทำไมจึงต้องมีสวดปลุก..หรือ สวด
อิติปิโสฯ หุงยาไปจนเสร็จ ไสยศาสตร์ที่ไม่มีที่มา มีแต่ไสยศาสตร์ของพวก ปัญญาอ่อน พวกไม่มีสมอง เท่านั้นล้ะครับ


Prirot Meepa    ล้ำลึกครับ. อาจารย์   ตำราที่ตกทอดมา. มีครับ. และ หัวใจธาตุสี่ด้วย. สวดสลับ ให้ธาตแต่ละตัวมายุ หน้าจนครบ. แต่ยังมิเข้าใจยุดี มาวันนี้ รู้หละ. แจ่มครับ. อาจารย์


Kajitsai Sakuljittajarern    "แพรดๆๆ"(ท้องเสียแบบอั้นไม่อยู่...เพียงลมลู่ต้องกายแต่เพียงน้อยนิดก็ยังคิดโกรธไปถึงพระพาย)


Rawisa Thia    แจ่ม!ค่ะอจ.ขออนุญาติแชร์ค่ะ


Atthanij Pokkasap  คนรู้เรื่องแล้ว...ง่าย ต่อการวางยา เอ๊ยย...จ่ายเรื่อง ดีๆให้เช่นนี้แล ฯ


เฉลิม แสน    อาจารย์ครับ อาการแนนตรงเลข ๒ แถวก้นกบกระดูกสันหลังเป็นแผ่น ตอนที่ตรงอื่นๆโลงนี้ มีสาเหตุจากการติดขัดของลมตัวไหนครับ อาการคล่ายๆโรคหมอนรองกระดูก แต่เป็นเฉพาะช่วงนั้นครับ


Atthanij Pokkasap  นวดแบบแพทย์แผนลิง...ตามคลิปที่เคยแชร์มาน่ะครับ
เอาเขี้ยวขย้ำๆเฟ้นหลอดเลือดใหญ่ข้างๆคอ....แล้วเปิดสูรย์จันทร์ที่โหนกหัวคิ้ว แรงๆ ฟั้นหนักๆ จากนั้น...ขยุ้มขนหลัง...เอ๊ย...ไม่ใช่...ใช้หัวแม่มือ...กดคลึงเป็นวงวนไล่ลงมาตามสันหลัง..แล้ว ฟั้นตะโพก...ปั้นๆๆๆ..ดูครับ...ไม่หาย..ก๊อ..ตัวใครตัวมัน...เพราะผม...ไม่ใช่หม๊อออ...ฮ่าๆๆๆ


เฉลิม แสน    อาการมันก็ปรากฎเป็นระยะครับ ตอนกักลมแรงๆลงที่ท้องน้อยหรือตอนเดินจงกลมได้ระดับหนึ่งครับ จะเสียวแปรบ แต่พอออกจากทางจงกลมได้ซักพักก็หาย เป็นเพียงแต่พอรู้สึกสงสัยฝึกยังไม่พอ ขาดๆเกินๆตามนิสัยสันดารครับ


Atthanij Pokkasap  ถ้ามีแปล๊บ..นี่ หมอนรองกระดูก ละมิดเส้นประสาท แล้วครับ...ต้อง
แผ่...ลมเข้าคุ้มเส้นเอ็นยึด อย่างนุ่มๆประณิตๆ ตอนอัดลมแล้วครับ


เฉลิม แสน    ขอบคุณครับอาจารย์ ผมสังเกตุจะเป็นตอนกักลมแรงๆลงท้องแต่ถ้าทำแบบนุ่มๆ ประมาณ60%จะไม่เกิดอะไรครับ ขอบพระคุณอาจารย์มากครับ


Panu Wongpanuvut    มีลูกเห็บด้วย 


Atthanij Pokkasap  เลข ฝูนย์ ....น่ะ เลขฝูนย์   เข้าใจมั้ย...?!!!
ท่านให้กดลงหนักสำหรับคนมีพลังนิ้วดัชนีเทวราช
ส่วนคนมีพลังนิ้วน้อยๆ..ท่านให้ใช้ลมอัสมิตาผ่านหัวแม่มือ....คลึงฟั้นเป็น
ก้นหอย...หยอยๆ หยอยๆ...ขับลมที่เสียดเอ็นกระดูกตะโพก
เหมือนโดนทับเส้นประสาท...สลาย เป็นลมตดแล ฯ.....


รัชฎาพร เจี๊ยบ บุตรสาระ    กราบงามๆค่ะ ช่วยหนูได้เยอะ้ลยรุปนี้


Atthanij Pokkasap  ประจักษพยาน...
เพราะรู้ว่า..มีศิษย์ที่ติดขัดหลายท่านต้องการ ด่วน เลยรีบเอามาลงเตือน...ให้เห็นการแก้อาการ จร้าาาา...


รัชฎาพร เจี๊ยบ บุตรสาระ    น่ารักที่สุดค่ะ


Paw Jr Ravee    ยั่วยวนชวนติดตาม เข้าใจง่าย ฝึกตามๆๆแต่ยังไร้สติ จะพยายามมากๆๆๆคะ ขอบพระคุณคะอาจารย์


ปณิตา ถนอมวงษ์    เอาเนื้อปนนิด..ปูดปาด เพลดๆด้วยค่ะ


Atthanij Pokkasap  แอบไปกินอะไรคนเดียวน่ะซี้...
กรรม เลยตามทัน โธ่...สนั่นฟ้าผ่า กลายเป็นฟ้าแลบแอบกระซิบ ไปเลย


ชินะปัญชระ ; อริยภุมมามหาพรหม แห่ง เขาสมโภชน์







วัดเขาสมโภชน์ จ.ลพบุรี



"ท่าน ชินะปัญชระ"

อริยภุมมามหาพรหม

แห่ง เขาสมโภชน์

สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๘

กาลครั้งหนึ่ง ของ Atthanij Pokkasap





Panu Wongpanuvut    เทพชุมนุม


เฉลิม แสน    ท่าน ชินะปัญชระ ได้ยินชื่อมานานครับ เล่าเลยครับอาจารย์


Atthanij Pokkasap  เป็น ภูมิเจ้าที่ เขาสมโภชน์ ชัยบาดาล ลพบุรี แต่มีศักดิ์เป็น พรหมอริยะชั้นสุทธาวาส ...ครับ เป็น "สาโลหิต" ที่ลงมาบอกธรรม "ตุ๊นิช" ในเดือนสิงหาคม ๒๕๒๒...และมาอีกครั้ง ในเดือนสิงหาคม ๒๕๔๘...บอกหน้าที่ที่ "หนานนิช" ต้องไปทำ... น่ะครับ



Sqn Ldr Teerat Chuenjai    อยากฟังแบบเจาะลึกพิศดาร



Atthanij Pokkasap  ประสบการณ์ทางจิต...อย่างนี้ จะมีกันทุกๆชาวพุทธที่มุ่งปฏิบัติบทฝึกตน "สจิตฺตปริโยทปนํ"...การทำจิตให้ขาวสว่างรอบ ตามรอยกรรมฐานที่ถูกต้อง ทุกท่าน...ทุกท่านที่ฝึกบำเพ็ญสมณธรรมอย่างทุ่มเทจริงๆ ต้องได้พบ "สาโลหิต".. คือ เพื่อนที่เคยปฏิบัติธรรมร่วมกันมาในอดีตชาติ...แล้วท่านเหล่านั้นบรรลุล่วงหน้าไปก่อน...เมื่อปฏิบัติถึงระดับหนึ่ง ท่านเหล่านั้นก็จะปรากฏองค์ ..มาบอกธรรมขั้นสูงให้ ไปตามขั้นตอน...หมวดเทวดาสังยุตต์ในพระไตรปิฎก...ก็คือ "สาโลหิต"...ของพระพุทธเจ้าสมัยพระองค์ยังเป็นพระบรมโพธิสัตว์...ครับ พิสูจน์ได้ครับ..แต่...ในวิธีการ...ท่านผู้อยากพิสูจน์ รู้วิธีการพิสูจน์กันตามอยากหรือเปล่า...เหมือนห้องปฏิบัติการนิวเคลียร์ฟิสิคส์...ท่านที่จะใช้ห้องปฏิบัติการได้ ต้องมีความรู้ด้านนิวเคลียร์ฟิสิคส์มากมายนะครับ...ไม่ใช่ไอ้บ้าไหนก็ไปท้าพิสูจน์ได้... ครับ



Sunday, February 2, 2020

ตลาดสุขภาพ จากปรากฏการณ์ 3 กลุ่มโรค


Atthanij Pokkasab

2 กุมภาพันธ์ 2019




1. โรคเรื้อรังในระบบการไหลเวียนโลหิต
ได้แก่ โรคหลอดเลือด ตีบ อุดตัน เป็นที่มาของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคสมองขาดเลือด โรคหัวใจล้มเหลวชนิดต่าง โรคความดันผิดปกติ โรคลิ้นหัวใจรั่ว หัวใจเต้นผิดปกติ ฯลฯ
แพทย์แผนโบราณดั้งเดิมของไทย
เรียกตัวการทำให้เกิดโรคว่า
กล่อนเลือด กล่อนน้ำ และกล่อนลม(ดาน)
ผู้รู้หลัก..จะปรุงยาบำบัด ง่ายมากๆ หรือกายภาพบำบัดในท่าฤาษีดัดตนเฉพาะโรค
ก็จะยิ่งง่ายมากๆๆขึ้นไปอีก
ในการค้นพบของพระพุทธศาสนา จัดอยู่ในหมวด "หทัยรูป" ร่วม "ปริจเฉทรูป".. "ชีวิตรูป" และ "วิญญัติรูป" ในรูปอาศัย-อุปาทายรูป24

2. โรคเรื้อรังในระบบการหายใจ
ได้แก่ โรคภูมิแพ้ต่างๆ โรคภูมิต้านทานบกพร่อง โรคแพ้ภูมิต้านทานตัวเอง ซึ่ง..สามารถลามไปหาโรคทั้งหมดในข้อ 1. และข้อ 3.ได้อย่างต่อเนื่อง
ในวิชาการแพทย์แผนโบราณดั้งเดิม
จะอิงการค้นพบของพระพุทธศาสนาทั้งหมด เพราะลมหายใจที่พระพุทธศาสนาค้นพบนั้นมีสมุฏฐานมาจากจิต จัดอยู่ในหมวด "หทัยรูป" กับ "ปริจเฉทรูป" ของรูปอาศัย-อุปาทายรูป24
ซึ่งวิชากายวิภาค วิชาจิตสรีรวิทยาของปัจจุบัน ไม่มีความสามารถพัฒนาการค้นพบไปถึงแต่อย่างใด

3. โรคเรื้อรังในระบบการดูดซับอาหาร
ได้แก่ โรคกรดไหลย้อน โรคกระเพาะอาหารทุกชนิดทุกระดับ โรคเนื้องอกในกระเพาะอาหาร โรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร โรคมะเร็งในลำไส้ สามารถลามไปหาโรคในข้อ 1. และ 2. ได้ทั้งหมด รวมถึงโรคกระดูกพรุน
ในวิชาการแพทย์แผนโบราณดั้งเดิมของไทย
จะอิงการค้นพบของพระพุทธศาสนาทั้งหมด
เพราะจัดอยู่ใน หมวด "อาหารรูป" และ "ปริจเฉทรูป" ของอุปาทายรูป24 เกี่ยวข้องกับ พลังงานนิวเคลียร์สังเคราะห์ธาตุ ที่พระพุทธศาสนาเรียกว่า "#กระแสวิญญาณ" ตอนที่อะตอมของธาตุจากสารอาหารถูกแปรค่าแรงนิวเคลียร์ชนิดเข้มที่ยึดเหนี่ยวโครงสร้างอะตอมต้องถูกแรงไฟฟ้าเคมีชีวภาพ ในอัตรา 1:100 ยืดออกเพื่อสังเคราะห์ขึ้นเป็นอินทรียสารสร้างเนื้อเยื่ออวัยวะส่วนต่างๆ
ที่กล่าวหากันอย่างบันเทิงสโมสร ว่า
พระพุทธศาสนา และการแพทย์แผนโบราณดั้งเดิมของไทยล้าหลัง...ล้วนเป็นความล้าหลัง ร่วมความบกพร่องทางสมองและทางจิตสำนึกของผู้กล่าวหานั้นๆล้วนๆ เองแท้ๆ
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

ตลาดสุขภาพ จากปรากฏการณ์ 3 กลุ่มโรค
นี้จะใหญ่มหึมามโหฬาร อย่างยิ่ง
ผู้แตกฉานในคำสอนแห่งการค้นพบของพระพุทธศาสนาตามเป็นจริง และฉลาดในการแพทย์แผนโบราณดั้งเดิมของไทย ตามเป็นจริง.....
จงอดทนดูความวิบัติ ความหายนะ ประสาโฉดและเขลาของชาวโลกในปัจจุบันสมัยกัน ครับ ก่อนที่จะถึงปฏิบัติการโยคะด้านกรุณาเจโตวิมุติ ..ในอีกไม่นานนี้เอง...
..... ..... .....

ภาพประกอบโพสต์

ภาพที่1.
แสดง "#หทัยวัตถุ" ศูนย์กลางของสมมาตรโครงสร้าง "#หทัยรูป"..ในอุปาทายรูป24 ...คือ
The Symmetric Structure Centre of Circulatory System with Heart




ภาพที่2
แสดงข่ายในระบบน้ำเหลืองที่เข้าไปร่วมงานการกำหนดคุณภาพค่่าออกซิเจนในปอดที่เม็ดเลือดและน้ำเหลืองต้องประสานงานในการลำเลียงไปสู่ระบบเผาไหม้ในเซลล์ตลอดร่างกาย โดยระบบน้ำเหลืองพักค่าออกซิเจนไว้ที่ม้าม คือ...
Lymphatic System with Gallbladder and Spleen
แพทย์แผนโบราณดั้งเดิมของไทยบันทึกการค้นพบอันเป็นอกาลิโกในปฏิบัติการโยคะของพระพุทธศาสนาว่าด้วยรายละเอียดของ "#ปิตตะ"..ระบบน้ำดีที่ตั้งของสติสัมปชัญญะ เป็นเอกลักษณ์อันลึกซึ้งและลี้ลับเฉพาะตัว ครับ



ภาพที่3.
แสดงระบบการย่อยและดูดซับอาหาร ที่มีการแปรผันสารอาหารไปเป็น อะตอมธาตุรองรับ แรงนิวเคลียร์สังเคราะห์ธาตุ จากธาตุไปสู่การเป็นอินทรียสารสร้างเนื้อเยื่อของตัวชีวิต ที่พระพุทธศาสนาเรียกการค้นพบนี้เป็นรูปอาศัยว่า"#ชีวิตรูป" กับ "#อาหารรูป" ในอุปาทายรูป24
และเรียกข้อมูลในเซลล์ที่้กิดจากกรรมกิเลสและจิตว่า "สัญญา"..