Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Friday, December 28, 2018

พรรณนาวงศ์พระกัสสปพุทธเจ้าที่ ๒๔...การล่มสลายของศาสนาพุทธเกิดขึ้นก่อนจักรวาลล่มสลาย !!!





Panu Wongpanuvut 





พรรณนาวงศ์พระกัสสปพุทธเจ้าที่ ๒๔

ภายหลังต่อมาจากสมัยพระผู้มีพระภาคเจ้าโกนาคามนะ เมื่อพระศาสนา

ของพระองค์อันตรธานแล้ว สัตว์ที่มีอายุสามหมื่นปี ก็เสื่อมลดลงโดยลำดับจน

ถึงมีอายุสิบปี แล้วเจริญอีก จนมีอายุนับไม่ถ้วน แล้วก็เสื่อมลดลงอีกโดยลำดับ

เมื่อสัตว์เกิดมามีอายุสองหมื่นปี พระศาสดาพระนามว่ากัสสปะ ผู้ปกครอง

มนุษย์เป็นอันมาก ก็อุบัติขึ้นในโลก




Panu Wongpanuvut    เมื่อผนวกกับข้อมูลที่ว่า


   ๒.ในปลายพุทธันดรกัป ที่ ๓ ขณะพระศาสนธรรมกำลังสิ้นศูนย์อัตรธาน มีแผ่นดินไหวใหญ่
   ต่อเนื่อง มีอสุนีบาตฟาดฟ้า พร้อมๆมหาพายุฝนอุกาบาต ถล่มลงมาจากฟ้า



Panu Wongpanuvut    จะวิเคราะห์ได้ว่า  การที่มนุษย์ตัวเล็กลงเรื่อยๆนี้เกิดขึ้นหลังพระพุทธศาสนาและจักรวาลล่มสลายไปแล้ว   ดังนั้น มนุษย์ปัจจุบันไม่มีทางตัวเล็กลงรึใหญ่ขึ้นมากว่านี้เป็นร้อยเท่า  มีอายุน้อยลงรึมากขึ้นกว่านี้อีกเป็นร้อยเท่าอย่างแน่นอน  
เพราะจักรวาลยังไม่ล่มสลายและเกิดใหม่!!!





   ๒.ในปลายพุทธันดรกัป ที่ ๓ ขณะพระศาสนธรรมกำลังสิ้นศูนย์อัตรธาน มีแผ่นดินไหวใหญ่  
   ต่อเนื่อง มีอสุนีบาตฟาดฟ้า พร้อมๆมหาพายุฝนอุกาบาต ถล่มลงมาจากฟ้า
   พระนามว่ากัสสป ได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว
   พระองค์ทรงยังศาสนธรรมให้รุ่งโรจน์ ข่มขี่เดียรถีย์ผู้หลอกลวงเสีย
   ทรงแนะนำเวไนยสัตว์แล้ว เสด็จปรินิพพานพร้อมทั้งพระสาวก
   ครั้นเมื่อพระโลกนาถพร้อมทั้งพระสาวกปรินิพพานแล้ว ครั้นเมื่อ
   พระศาสนธรรม กำลังจะสิ้นศูนย์อันตรธาน ทวยเทพและมนุษย์พา
   กันสลดใจ สยายผม มีหน้าเศร้า คร่ำครวญว่า ดวงตาคือธรรมจัก
   ดับแล้ว เราจักไม่ได้เห็นท่านที่มีวัตรดีงามทั้งหลาย เราจักไม่ได้ฟัง
   พระสัทธรรม น่าสังเวช เราเป็นคนมีบุญน้อย ครั้งนั้น พื้นปฐพี
   ทั้งหมดนี้ ทั้งใหญ่ทั้งหนา ได้ไหวสะเทือน สาครสมุทรพูดได้
   แม่น้ำร้องอย่างน่าสงสาร อมนุษย์ตีกลองดังทั่วทั้งสี่ทิศ อสนีบาต
   อันน่ากลัวตกลงไปรอบๆ อุกกาบาตตกจากท้องฟ้า ดาวหางปรากฏ
   เกลียวแห่งเปลวไฟมีควันพวยพุ่ง หมู่มฤคร้องครวญครางอย่างน่า
   สงสาร ครั้งนั้น เราทั้งหลายเป็นภิกษุรวม ๗ รูปด้วยกัน ได้เห็น
   ความอุบาทว์อันร้ายแรง แสดงเหตุว่าพระศาสนาจะสิ้นสูญ จึง
   เกิดความสังเวช คิดกันว่า เว้นพระศาสนาเสีย ไม่ควรที่เราจะมี
   ชีวิตอยู่ เราทั้งหลายจึงเข้าไปสู่ป่าใหญ่แล้วจะบำเพ็ญเพียรตาม
   คำสอนของพระชินสีห์เจ้า ครั้งนั้น เราทั้งหลายได้พบภูเขาหินใน
   ป่าสูงลิ่ว เราไต่มันขึ้นทางพะอง แล้วผลักพะองให้ตกลงเสีย
   ครั้งนั้น พระเถระได้ตักเตือนเราว่า การอุบัติแห่งพระพุทธเจ้าหา
   ได้ยาก



Panu Wongpanuvut    วันสิ้นโลก จักรวาล และศาสนาพุทธของจริง(๕๐๐๐ ปี แห่ง
ความเสื่อมของพุทธศาสนาไปจากโลกนี้ไม่มีจริง!   การล่มสลายของศาสนาพุทธเกิดขึ้นก่อนจักรวาลล่มสลาย!!!)


Panu Wongpanuvut    ในกัปใหญ่มีกัปย่อยอีก 


ทัพพมัลลปุตตเถรวัตถุ และ อายุของพระศาสนา ๕,๐๐๐ ปี ???




Atthanij Pokkasap  


จิตรกรรมฝาผนังว่าด้วยประวัติท่านพระทัพพมัลลบุตร(ทัพพมัลลปุตตเถรวัตถุ)นี้ 

อยู่ที่...ผนังเล็กข้างประตูหลังพระประธานในพระอุโปสถ วัดโพธิ์เชตุพนฯ กรุงเทพฯ ครับ





Willpower Wang    ขออนุญาตแชร์ค่ะ


Takeda Kosae    พุทธันดรนี้อีกนานมั้ยคับ


Atthanij Pokkasap  จากตัวอย่างนี้... 5,000 ปี ที่เชื่อตามๆกันมา..ว่า ผ่านไปแล้ว 2.5 พันปี...มันก็ไม่ใช่แล้วล่ะ...การเสื่อมศูนย์ ต้องมาพร้อมการล่มสลายของ โลกก่อน...ยังอยู่อีกนานมาก...มนุษย์งี่เง่ามันยังไม่สุดๆ นา....


Takeda Kosae    ยังไม่สุดๆอีกเหรอครับ....กระผมขอลาก่อน 555


Atthanij Pokkasap  จะรีบไปไหน..จะรีบไปไหน...
อยู่ดูความงี่เง่าพวกมันด้วยกันก่อนนน...


Kajitsai Sakuljittajarern    น้อมกราบในองค์คุณแห่งพระรัตนตรัย...นิรันดร์


Daren Shi    อาจารย์ช่วยขยายความเกี่ยวกับอายุของพระศาสนา๕๐๐๐ปีให้ละเอียดเป็นอย่างไร? สาธุ


Atthanij Pokkasap  รูปพระศรีอารยเมตไตรย ที่เก่าแก่ที่สุด เกิดบนเส้นทางสายไหม(เคยโพสต์ลงแล้วจากการขุดของ Mes Aynak...) นี่นแสดงถึงคติ สิ้นหวัง จากคำสอนในพระพุทธศาสนาปัจจุบัน...ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า...บนเส้นทางสายไหม...แต่ความจริงคือ พระพุทธศาสนาจะสลายตัวจากเส้นทางสายไหมต่างหาก...ประวัติท่านตักม้อ...ก็เพราะคติ..การเสื่อมของพุทธศาสนาบนเส้นทางสายไหมเช่นกัน...ส่งอิทธิพลความเชื่อให้ ธิ โอลด์ เทสตาเม้นต์ด้วย คือ คำพยากรณ์ เรื่องพระมะซีฮา...ครับ เอาละเอียดจริงๆ จิ้มนิ้วบนแป้นพิมพ์ มะไหวนะครับ....


Nuntachaborn Ramayasmita    ขอบพระคุณค่ะอาจารย์เพิ่มรอยหยักในสมองให้ข้าน้อย


Jaruvat Chanposri    นักชีวะคง งง กับอาภัสราพรหมต่อไปอีกนานครับเพราะรู้แต่ทฤษฏีวิวัฒนาการ และเพราะทฤษฏีที่เชื่อแต่ทางชีวะฝ่ายเดียวเดี๋ยวนี้ไปเชื่ออีกว่าสมองคือจิตไปกันใหญ่แล้ว


Atthanij Pokkasap  นั้นสิ...นับวันๆ..เท็คนิคการรักษาโรคภัยไข้เจ็บมันก็ล้าหลังลงไปเรื่อยๆ....อ้างไปนู้นนน...เชื้อโรคมันแรงขึ้น คนไม่รู้เรื่องสุขภาพตัวเองมากขึ้น ไปนู้นนน....


Daren Shi    ที่ที่มโนธาตุและมโนวิญญาณธาตุอาศัยคือหทัยวัตถุ


Atthanij Pokkasap  จิตที่เกิดจากหัวใจ....ที่ทำให้ลมหายใจออกลมหายใจเข้าทำงาน ทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่มีพักผ่อน ขณะระบบอายตนประสาท มีการพักผ่อน


Atthanij Pokkasap  โง่ยาว..เลยล่ะ ว่าอะไรเป็นเหตุของการหายใจออกหายใจเข้า
และอะไรเป็นเหตุให้หัวใจส่งเลือดไปเลี้ยงสมองพอดีๆต่อแต่ละประสบการณ์ของแต่ละ
ระบบอายตนประสาท


Panu Wongpanuvut    อาเมน ภันเตฯ  พุทธศาสนาล่มสลายลงพร้อมจักรวาลพุทธันดรกัปที่ ๕ จะเป็นยุคสมัยของมนุษย์ผู้มีส่วนสูง ๘๘ ศอก  และมีอายุขัยเมื่อเทียบกับอายุขัยของชาวโลกผู้มีความสูง ๔ ศอกแล้วอยู่ที่ ๘๐๐๐๐ ปี   พระศรีอาริย์ จึงมิใช่ชาวโลก!



ประวัติศาสตร์พุทธันดรกัป ที่ ๓ การล่มสลายของพระพุทธศาสนา ยุคพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า




Atthanij Pokkasap 


ประวัติศาสตร์พุทธันดรกัป ที่ ๓
การล่มสลายของพระพุทธศาสนา
ยุคพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า

จาก "ข้อ(๑๒๔)ทัพพมัลลปุตตเถราปทาน"
อัปทาน ขุททกนิกาย พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่ม ๓๓/๔๕


๑. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานพร้อม พระสาวกส่วนใหญ่


๒.ในปลายพุทธันดรกัป ที่ ๓ ขณะพระศาสนธรรมกำลังสิ้นศูนย์อัตรธาน มีแผ่นดินไหวใหญ่ต่อเนื่อง มีอสุนีบาตฟาดฟ้า พร้อมๆมหาพายุฝนอุกาบาต ถล่มลงมาจากฟ้า


๓. ผู้มีศรัทธาในธรรม ประจักษ์เห็นเหตุการณ์ ถึงขั้นประกาศความสังเวชว่า
"เว้นพระ(พุทธ)ศาสนาแล้ว.. มนุษย์(เรา)ก็ไม่สมควรมีชีวิตอยู่"


๔. กลุ่มศรัทธาธรรมของผู้พร้อมสละชีวิตหนีการล่มสลายของพุทธันดรกัป ที่เป็นประจักษพยานการล่มสลายชุด..ท่านพระทัพพมัลลบุตร เป็นพระภิกษุ ๗ รูป ที่ได้มาเกิดทั้งหมดในพุทธกาล
ยุคพุทธันดรกัป ที่ ๔ ได้แก่ ท่านพระทัพพะ ท่านพระปุกกุสาติ ท่านพระสภิยะ
ท่านพระพาหิย ทารุจิริยะ(ผู้เลิศในการตรัสรู้เร็ว) และท่านพระกุมารกัสสปะ


๕. จากคำบอก
"รายละเอียดอันเป็นภูมิทัศน์ ขณะบรรลุญาณแห่งการระลึกชาติ(บุเพนิวาสานุสสติญาณ) " ของท่านพระทัพพะมัลลบุตร ที่พระไตรปิฎกจัดอยู่ในหมวด เรียกว่า "เถราปทาน" ขุททกนิกาย....เป็นรายละเอียด ในภูมิทัศน์...ประสบการณ์ทางจิตที่นักการศึกษาพระพุทธศาสนาส่วนมากเกือบทั้งหมด รับไม่ได้และ..เหยียบข้าม ครับ...เป็นศรัทธามีมลทินที่สกปรกมาก จึงทำให้ไม่รู้...
จุติ-อุบัติ ของจักรวาล และประวัติศาสตร์อารยธรรมมนุษย์ในสมัยพุทธกาล....โดยอ้างอคติสกปรกตามๆกันมาว่า (ก่อนเกิดอินเดีย)...ไม่มีประวัติศาสตร์


๖. ปรากฏการณ์ อายุขัยดาราจักรทางช้างเผือกปัจจุบัน ที่ นักปราชญ์ชาวพุทธโบราณ
ค้นพบแล้วแบ่ง ออกเป็น ๕ ส่วน เรียกว่า พุทธันดรกัป... มีช่วงที่ สุริยจักรวาล ล่มและดับสลายได้ แน่นอน เพราะ ประวัติการเริ่มต้นของพุทธันดรกัปที่ ๔ ที่รองรับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
องค์ปัจจุบัน...คือ "อัคคัญญสูตร"...ที่มนุษย์ลี้ภัยระบบสุริยจักรวาลล่ม ดับสลาย
ไปเป็น หมู่กรดอมิโนเรืองแสง ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสเรียกด้วยศัพท์เทคนิคเฉพาะว่า
"อาภัสสรพรหม"...สามารถพิสูจน์พบปรากฏการณ์มหาชีวิตนี้ได้...ใน ฌานที่ ๒ (ทุติยฌาน)
แห่งสัมมาสมาธิ ครับ !!!


๗.เรื่องที่ไม่รู้โดยปราศจากการค้นคว้าศึกษาจากบันทึกและหลักฐานโบราณที่มีอยู่จริง..
แล้วเที่ยวอุปโลกน์ความไม่มีสมองของตนเองว่าเป็นความเชื่องมงายของผู้อื่น...
นับเป็นความถ่อยสถุลของคนในสังคมไทยปัจจุบันนี้ โดยแท้
แก้ไขได้ทางเดียวเท่านั้น
ไม่ต่าง สนง. ตร.แห่งชาติ และ สพฐ. แต่อย่างใด
ครับ !!!



พระศรีอารยเมตไตรย
ผู้ปิดกัปกัลป์ พุทธันดรที่ ๕ สุดท้าย ของภัทรกัป
ที่ประวัติศาสตร์ของอนาคตของพุทธันดรกักัปนี้
มีพระพุทธพยากรณ์ไว้ใน "จักกวัตติสูตร" ตลอดทั้งพระสูตร
(ประวัติศาสตร์ พุทธันดรกัป ที่ ๔ เป็นพระพุทธพยากรณ์ เรียกว่า "อัคคัญญสูตร")
คติ..พระศรีอารยเมตไตรย
ถูกปลุกกระแสขึ้นมาบนเส้นทางสายไหม ตั้งแต่ พุทธศตวรรษที่ ๕-๖
เมื่อมีการพยากรณ์...ว่า พระพุทธศาสนา...จะต้องล่มสลายไปจากเส้นทางสายไหม
ภายในพุทธศตวรรษที่ ๑๐....!!!

เหล่าเทวะชาว โลกพยุหะ ผู้ทำหน้าที่เปิดเผยและคุ้มครอง...ที่...
คัมภีร์ไบเบิ้ลเรียกว่า อะพอคาลิปส์ ก็ได้มีการเคลื่อนไหว ครั้งใหญ่ ต่อเนื่อง
(พระพุทธวจนะในพระไตรปิฎก...เรียกเทวดาเหล่านี้ว่า "
โลกพยุหะ" 
ครับ !!!



ตรีธาตุ คือ วาตะ / ปิตตะ / เสมหะ




ตรีธาตุ คือ
วาตะ/ปิตตะ/เสมหะ
ในหลักการแพทย์ดั้งเดิม กล่าวถึง ตรีโทษที่เป็นอาการผิดปกติแล้วไป ตรีทูต
คือปางตาย....สอง ตรี เท่านั้น
ที่ทุกคัมภีร์กระโดดข้ามหาย คือ "ตรีคุณ"...!!!
ที่เป็นปฏิบัติการในกรรมฐาน
ตรีคุณ ในปฏิบัติการโยคะ คือการฝึก
ตามหลักในพระสูตร "ภูมิจาลสูตร" "ลมอุ้มน้ำ, น้ำอุ้มดิน"
ในธาตุ อันเป็นภายใน ท่านหมายเอา วาตะ อุ้ม ปิตตะ และอุ้มเสมหะ
ปรัชญาฝ่ายโยคะ กล่าวถึง วาตะที่อก ว่า ลมที่ให้กำเนิดสมาธิ ชื่อ สมาธิอัสมิตา
พุทธตันตระสยาม จึงเรียกเป็น "กักลมอัสมิตา"
(การหยุดหายใจเป็น สมบัติทางกายภาพของ "ฌาน")
วาตะ อุ้ม ปิตตะ และอุ้มเสมหะ
ก็คือการฝึกให้ลมที่ตกค้างที่ปอดแผ่นซ่านนำลมตกค้างภายในทั้ง 6 กองธาตุ ซึมซาบกระจายไปทั่ว ปิตตะ(แบบไม่เป็นฝัก)
ที่อยู่ร่วมกับ เสมหะเคลือบร่างให้ทรงรูปไว้
ลมอุ้มน้ำ จึงหมายถึง...
ลมจาก ลมในกองธาตุทั้ง 6 เข้าซึมซาบอุ้ม ปิตตะ และเสมหะ ให้มีประสิทธิภาพเคลือบทรงร่างให้แน่นเต็มตึง
และไหลเวียนด้วยพลวัตสูงสุดตามเป็นจริง เพื่อนำร่องให้เม็ดเลือด(โลหิตัง)
นำออกซิเจนจากลม และเกลือแร่จากอาหารเข้าเสริมประสิทธิภาพของธาตุดิน 20 และ
ธาตุน้ำ 12 ได้ประโยชน์สูงสุด..

บทสักกัตวา สังฆะระตะนังฯ
จึงต่อด้วยประสิทธิภาพตามหลักฝึกโยคะนี้ว่า
โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง
...สังฆรัตนะ คือ โอสถอันประเสริฐสูงสุด
อาหุเนยยัง ปาหุเนยัง
..ควรแก่การกราบไหว้ ควรแก่การเข้าใกล้ชิด
สังฆะเตเชนะ โสตถินา
...ด้วยเดช(แห่งการฝึกโยคะสู่ความเป็น)สงฆ์ ที่ถึงความสวัสดี
นัสสันตุปปัททะวา
...ขับอุบาทว์ ทั้งหลายให้ไปปราศ
สัพเพ โรคา วูปะสะเมนตุ.....
...โรคไข้ทั้งหลาย ย่อมปราศนาการไปด้วย...ฯลฯ
ถึงสงฆ์แล้วหมดโรค
พิสูจน์ได้จริง....ครับ


จบในส่วนของวิชาการครับ
ในส่วนที่ 3 คือ การปฏิบัติจริง
ผมอยากให้ทุกคน ณ ที่นี้ ที่เคยทำการกักลมอัสมิตามาแล้ว อธิบายถึงประสบการณ์และผลที่ได้รับจากการกักลมอัสมิตานะครับ
(ทุกความคิดเห็นที่พูดถึงประสบการณ์ของตนเองจากการปฏิบัติจริงรวมถึงผลที่ได้รับจะถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของส่วนของการปฏิบัติจริงนะครับ)
ง่ายๆเลย คือ ได้เป็นส่วนหนึ่งของบทความนี้ด้วยครับ
เริ่มจากประสบการณ์ของกระผมเลยครับ
เริ่มจากระบบภายในก่อนเลย:(ทุกระบบในร่างกายนี้แหละครับ)
ช่วงแรกๆที่ทำจะรู้สึกว่าจะมีอะไรเข้ามาในสมองค่อนข้างมาก โดยเฉพาะตอนกลางคืน และเมื่อทำไปเรื่อยๆก็พบว่า
กระผมสามารถตื่นหลังนาฬิกาปลุก (ก่อนพระอาทิตย์จะจ้านะ) ได้แทบทันที (ต้องกักลมตอนกลางคืนเป็นประจำจึงจะสามารถทำแบบนั้นได้)
และหลังจากนั้นก็กักลมอัสมิตา (ของกระผมจะละเอียด นุ่ม ลึก ปริมาณสูงและมีการใช้น้ำหนัก(กระผมใช้ของหนักๆที่สามารถถือได้ใช้แทนดัมเบลไปก่อนครับ)
ค่อนข้างจะมากพอสมควรครับ ขั้นต่ำของกระผมแค่ 20:20 แต่ก็ย้ำว่าละเอียดมากครับ มากสุดที่เคยทำแต่ไม่ละเอียดเท่าไรนักคือ 80:90 แต่ภายหลังกระผมเน้นความละเอียดจึงลดอัตรา
การกักลมอัสมิตาแบบมือเปล่า
โดยอัตราสูงสุดปัจจุบันคือ 60:80 เท่านั้นครับ ส่วนแบบใช้น้ำหนักนั้นมากที่สุดเลยคือ 40:40 และอัตราต่ำสุดก็คือ 20:20 เท่ากับการกักลมอัสมิตาแบบมือเปล่าครับ
ปรากฏว่า กักลมอัสมิตาเสร็จ หายง่วงทันตาแถมไม่เบลอๆด้วยนะ
ของแถมที่ได้รับเลยคือ น้ำหนักกระผมนั้นลดลง(เนื่องจากมีการจัดระบบให้สมดุลนี้แหละครับ หัวใจหลักของการกักลมอัสมิตาเลยครับ)
ขนาดที่ว่ากระผมมีพฤติกรรมที่ถือได้ว่า มีความเสี่ยงต่อโรคภัยแทบจะมากที่สุดในทุกกรณี

แต่เนื่องจากการกักลมอัสมิตารวมทั้งการนำทฤษฏีของการมีชีวิตอยู่แบบสายกลาง
(ไม่หย่อนโดยการค่อยๆปรับพฤติกรรมที่จะส่งผลต่อร่างกาย ไม่หักดิบจนร่างกายพังนะ
จนตอนนี้กระผมยังหย่อนนิดๆอยู่เลย
แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรตึงเกินไป เพราะร่างกายของมนุษย์โดยธรรมชาติแล้วจะมีกลไกรักษาสมดุลของร่างกายและกลไกกำจัดสารพิษในร่างกาย ประเภทอาหารคลีน แทบไม่ได้ช่วยร่างกายของคุณจริงๆหรอกครับ คุณอาจรู้สึกว่า
ฉันผอมแล้ว น้ำหนักลดแล้ว
แต่ภายในร่างกายกลไกทั้งสองกลับทำงานน้อยมาก

กระผมถามจริง
คุณจะกินอาหารคลีนไปตลอดชีวิตเลยหรือครับ
ถ้าไม่ละก็ หลังจากตอนที่เริ่มกินอาหารปกติ แต่กลไกทั้งสองนี้กลับไม่สามารถทำงานได้ทัน
(ระบบในร่างกายจะรับคำสั่งจากสมองซึ่งจะต้องใช้เวลาพอสมควร)
แล้วช่วงเวลาที่ไม่ทันล่ะ จะเกิดอะไรขิ้น
ก็โรคภัยไข้เจ็บกับน้ำหนักเพิ่มแบบผิดปกติต่อแถวเข้าไปในร่างกายเลยครับ
ฉะนั้นค่อยๆปรับระบบในร่างกายกันดีกว่าครับ กินแบบตามใจปากบ้างเพื่อกระตุ้นกลไกทั้งสองนี้(แต่อย่าบ่อยมากล่ะ) และกินแบบธรรมชาติเพื่อปรับสภาพภายในร่างกายให้มีการผ่อนคลาย
การทำงานเสียบ้างครับ
และก็อย่าลืมหายใจเข้า-ออก สุด เพื่อรักษาสมดุลร่างกายนะครับ



* ...ถ้าท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักธรรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติของพระพุทธศาสนาแบบดั้งเดิมที่แท้จริง...
และเพื่อเพิ่มความเข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนากับประวัติศาสตร์แห่งความเป็นชาติไทย-สยาม...
ผ่านการเรียนรู้ศิลปะมวยไทย/จิตกรรมไทย/นาฏศิลป์ไทยอันแฝงความลึกลับสูงส่งซับซ้อนและงดงามสอดคล้องกับความรู้แห่งการค้นพบแนวความคิดเชิงวิทยาศาสตร์สมัยใหม่อย่างน่าอัศจรรย์ใจ...
อันจะเป็นไปเพื่อการเพิ่มพูนแห่งศรัทธาและความเพียรในพระศาสนานี้และตระหนักใน
อัตลักษณ์ความเป็นตัวตนแห่งความเป็นชนชาติอันยิ่งใหญ่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต่อสังคมโลกอันใหญ่ยิ่ง....

โปรดติดต่อ : อ.อัตถนิช โภคทรัพย์
Tel : 08-0742-5957 / 668-0742-5957

วิเคราะห์สัมพันธ์..."ปฏิบัติการกักลมอัสมิตา"




วิเคราะห์สัมพันธ์..."ปฏิบัติการกักลมอัสมิตา"
ว่าด้วยความรู้ เรื่อง....
กระบวนการหายใจ
กับ ธาตุลมภายในทั้ง ๖(ลมในกองธาตุ)
จาก อาการโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน !!!
การเชื่อมต่อ...ที่ขาดหายไป
ในแบบผังอริยสัจ 4...!!!
ในปฏิบัติการโยคะ..
อานาปานสติ คือหลักการทางเทคนิค บริหารจัดการ ลมในกองธาตุทั้ง 6 ที่มีลมหายใจออกลมหายใจเข้า
(อัสสาสะปัสสาโส)เป็นที่ 6 ที่ชักนำสติ ไปพบกับ ถิ่นกำเนิดของวิญญาณ(มโนธาตุ, มโนวิญญาณธาตุ)ที่ "หัวใจ" ครับ !!!

การได้พบและเข้าร่วมกันอย่างมีเอกภาพ ของสติ กับจิต
จึงจะสามารถเกิด สติ-ผู้พิจารณาเห็น ทำงานในฐานะ
"ผู้ร่วมในเหตุการณ์(Participater)"
กับจิต ใน "ปรากฏการณ์ปฏิจจสมุปปาท" ครับ !!!
การเข้าร่วมกันอย่างมีเอกภาพ...
คือ ตอน จิตในจิต..จตุกกะที่สามของอานาปานสติกถา และเป็นตอน จิตตานุปัสสนา ในมหาสติปัฏฐาน ๔
การพิจารณาเห็น "ปรากฏการณ์ปฏิจจสมุปปาท".....
คือ ตอน ธรรมในธรรม...จตุกกะที่สี่ของอานาปานสติกถา และเป็นตอน ธัมมานุปัสสนา ในมหาสติปัฏฐาน ๔
จึงเป็นการปฏิบัติที่ครบกระบวนการ...
"ยมกํ นามรูปญุจ...ฯลฯ" รูปและนามต่างเป็นปัจจัยอาศัยกันและกัน เกิดขึ้น...ฯลฯ
ฉะนั้น ในแผนผัง..ต้องเชื่อมโยง เส้น อานาปานสติในมรรค เข้ากับ วิญญาณ ใน ทุกข์
และเชื่อมโยง เส้น วิญญาณในทุกข์ เข้ากับ ปฏิจจสมุปปาท ในสมุทัย
จึงจะถือเป็นความเข้าใจเพื่อปฏิบัติการโยคะขั้นอุกฤษฎิ์ สมตามความหมายของปฏิจจสมุปปาท
คือ การเกิดขึ้นพร้อมกันของเหตุที่อาศัยความเป็นปัจจัย
ซึ่งกันและกัน
และวิทยาศาสตร์ก้าวหน้า(Modern Science)แห่งคริสตศตวรรษที่ 20 ก็พบปรากฏการณ์นี้ในกระบวนการนิวเคลียร์สังเคราะห์ธาตุ(nucleosynthesys)
แล้วเรียกสภาวะเกิดใหม่ร่วมกันของอนุภาคว่า
"การสอดประสานสัมพันธ์(Interpanertration)"...ครับ

อานาปานสติสมาธิ ไม่มีบริกรรม
หากแต่ประณีตสงบด้วย ความรู้สึกที่ตาม ลมในกองธาตุทั้ง 6 กอง
ประณีตลึกเข้าไปถึงสมุฏฐานของลมหายใจออก-ลมหายใจเข้า ที่เป็นต้นกำเนิดของกองลมทั้งหมด
ที่สุดของการฝึกใช้ความรู้สึก ตามกองลมเข้าไปในภายในกาย
เป็นเท็คนิคตามพระพุทธวจนะที่ทรงตรัสไว้ถึงวิธีการ ของ
"อิทธิบาท ๔ ภาวนา"
นั่นคือ ความรู้สึก ที่เป็นอิสระไปจากข้อมูลทั้งหมดของระบบอายตนประสาท และไม่ตึงไม่หย่อน ไม่อยู่ในการจำกัดขอบเขตใดๆ
เหมือนภาพ "สัมพัทธภาพ" ที่มัวริทส์ เอสเชอร์ เขียนอธิบายภาพ "ท.สัมพัทธภาพ" ....
กักลมอัสมิตา ของหลายๆท่านได้พัฒนามาถึงขั้นที่ต้อง
เรียนรู้เท็คนิค "อิทธิบาท ๔ ภาวนา" นี้กันแล้ว....
ขอให้ท่านดื่มด่ำกับรสธรรมในปฏิบัติการโยคะ ที่มี "กักลมอัสมิตา" เป็นพื้นฐานมาตั้งแต่แรกเริ่ม...
จงเพลิดเพลินกับธรรมโยคะนี้ โดยถ้วนหน้ากันเถิด

เท็คนิคหนึ่งในหลายๆเท็คนิค
ของ "กักลมอัสมิตา"
เมื่อคุ้นเคยกับการฝึกกักลมขั้นพื้นฐานทั่วไปแล้ว
ก็พึงฝึก...การหายใจที่ประณีตลึก, การกระจายลมในกายให้แผ่ซ่านไปตลอดเรือนกายขณะทำการอัดลมในร่างเข้า น้ำเหลืองหรือ
ที่กรรมฐานพุทธเรียกว่า "น้ำดีที่ไม่เป็นฝัก" ที่เคลือบอาบตลอดร่างใต้ผิวหนัง(ตะโจ)
น้ำดีที่ไม่เป็นฝักนี้ ท่านอุปมาไว้ว่า
สีดังน้ำมันสกัดจากผลมะซาง(เหลืองอ่อนจางๆและเป็นมัน)
มีหน้าที่แบบเดียวกับน้ำดีจากตับ คือ
หน่วยส่งเสบียงแก่เม็ดเลือด แต่....น้ำดีที่ไม่เป็นฝัก เป็น
"หน่วงส่งเสบียงเคลื่อนที่เร็ว"
ประจำอยู่ทุกจุดที่ปรากฏในตำรานวดแผนโบราณ ..!!!
การฝึกความรู้สึก "กำหนด" ตามลมที่ขับเข้าน้ำดีแบบไม่เป็นฝักให้แผ่ซ่านเคลือบสนิท
ตลอดในเรือนกายใต้ผิวหนัง
จะทำให้เม็ดเลือดไม่ขาดออกซิเจน..เกลือแร่ และอาหารไปเผาผลาญสร้างพลังงานหล่อเลี้ยงเซลล์ร่างกายได้ประสิทธิภาพสูงสุด
เป็นขั้นตอนแรกที่มีการ "กำหนด"ความรู้สึกตาม !!!
ประสิทธิภาพประณีตลึกที่ได้จากการฝึกขั้นนี้...
เป็นไปตามตำนานไสยศาสตร์ไทยทุกประการเกือบทุกสาขา
และเป็นฐานสำคัญยิ่งของปรากฏการ "เวทนาในเวทนา หรือ เวทนานุปัสสนา"
ทั้งในบทอานาปานสติสมาธิ...มหาสติปัฏฐาน และ เวทนาทั้ง ๔ ระดับในสัมมาสมาธิ
ผล ที่ได้คือ ประสิทธิภาพในการขับโรค ตามบทสวดสักกัตวา สังฆะระตะนังฯ และสรรพวิชา
ทุกสาขาของไสยศาสตร์ไทย  ที่เริ่มต้นด้วย วิชาเรียกพลกำลัง และ วิชาคงกะพันชาตรี

เมื่อครั้ง นางวิสาขา..เบญจกัลยาณีผู้มีพลกำลัง ๕ แรงช้างสารได้ลืม เครื่องทรงนกยูงทองคำประดับอัญมณี "มหาลดาปสาธน์"
..ที่มีน้ำหนักกว่า ๒๐๐ กิโลกรัมไว้บนพื้นพระวิหารเชตุพน
ท่านพระอานนท์ ได้เป็นผู้ยกขึ้นพาดไว้บนหัวบันไดของพระวิหาร แสดงถึงพลกำลังนักรบในตัวของพระพุทธอนุชาเป็นอย่างดีครับ